ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,063 รายการ

ชื่อเรื่อง                 ประมวลบทพระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคปกิณกะผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่                     089.95911สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                นิวสเต็นชิลการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2498ลักษณะวัสดุ               130 หน้าหัวเรื่อง                     ชุมนุมนิพนธ์ ภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก          พิมพ์เป็นอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หลวงสุวรรณกิจชำนาญ 24 ตุลาคม 2498


พบกับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด#Roi-Et National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #เรียบเรียงโดย นายสุริยชัย เพียรงาน นศ.ฝึกประสบการณ์ สาขาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


การปฏิบัติงานการอนุรักษ์ "ธรรมาสน์" ​วัดป่าข่า ต.นาคำใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ​ประวัติและความสำคัญ "ธรรมาสน์เทินสิงห์" มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปสิงห์คู่รองรับเรือนบุษบกไว้บนหลัง เป็นผลงานอันวิจิตรของ "ครูองเวียง" สกุลช่างชาวเวียดนาม สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๖๓–๒๔๖๕ ปัจจุบันมีอายุยาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ความงามอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นต้นแบบให้แก่ธรรมาสน์วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงการหลอมรวมศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างล้ำค่า ระยะเวลาดำเนินการ พฤศจิกายน ๒๕๖๘-พฤษภาคม ๒๕๖๙


ชื่อ : ผีเสื้อขาวหางริ้ว (Common Imperial)  ชื่อวิทยาศาสตร์ว Cheritra freja จัดอยู่ในวงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน (Lycaenidae) ลักษณะเด่นที่พบในภาพสีสันของปีก: เมื่อผีเสื้อเกาะหุบปีก จะเห็นพื้นปีกด้านล่างเป็นสีขาวนวลอย่างชัดเจน โดยมีขอบปลายปีกคู่หน้าไล่โทนเป็นสีน้ำตาลส้มหรือสีแสดจุดแต้มดำ: มีจุดสีดำโดดเด่นอยู่ 2 จุดที่บริเวณโคนหางคู่หลังหางริ้วยาว: จุดเด่นที่สุดคือมีหางสีขาวเรียวยาวแยกออกมา 2 เส้น ซึ่งอาจยาวได้ถึง 25 มิลลิเมตร เวลาลมพัดจะพลิ้วไหวคล้ายเศษขี้เถ้า เพื่อช่วยลวงตาและหันเหความสนใจของศัตรูไม่ให้เข้าโจมตีส่วนหัว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ) #อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท #PhuPhrabatWorldHeritageSite #ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท ดูน้อยลง                        



        กรมศิลปากรจัดกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 โดยเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละจุด มีวันเวลาเปิดเข้าชม ดังต่อไปนี้         - อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง(ตรงข้ามวัดพระแก้ว) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (เปิดทุกวัน)         - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแสดงผลงานของศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดจันทร์ - อังคาร)          - หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (เปิดทุกวัน)         - อาคารถาวรวัตถุ(ตึกแดง) ชมนิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทอง เปิดให้ชมตามปกติ เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (ปิดจันทร์-อังคาร)          - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ชมนิทรรศการพิเศษเรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 4 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. มีค่าเข้าชม (ปิดจันทร์ - อังคาร)          - โรงละครแห่งชาติ จัดการแสดงรายการ “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงวันที่ 12 และ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. *จำหน่ายบัตรหมดแล้ว สามารถชมอาคารโรงละครแห่งชาติภายนอกได้         - วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถ วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. *บางบริเวณปิดบูรณะ ชมฟรี (เปิดทุกวัน)         - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย นิทรรศการเปิดให้ชมตามปกติ เวลา 09.00 – 16.00 น. มีค่าเข้าชม (ปิดจันทร์-อังคาร)         ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” เดินทางตามรอยมรดกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เพื่อร่วมสืบสาน สนับสนุน และอนุรักษ์ให้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติดำรงอยู่คู่สังคมไทย ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาพ: อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง (ตรงข้ามวัดพระแก้ว)  ภาพ: นิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง”  ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์  ภาพ: อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ภาพ: นิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทอง  ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  ภาพ: นิทรรศการพิเศษเรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ”  ภาพ: โรงละครแห่งชาติ  ภาพ: วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)  ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป 


ชื่อเรื่อง : คำแนะนำสังเขปในการปลูกผักและไม้ผลหัวเรื่อง : เกษตรกรรม -- รวมเรื่อง    คำค้น : -รายละเอียด : ร.อ.อ. หลวงผลสัมฤทธิกสิกรรม (ผล สินธุระเวชญ์) ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกแต่งและตรวจแบบเรียน กรมตำรา กระทรวงธรรมการ เรียบเรียงและพิมพ์มอบให้กระทรวงธรรมการแจกตามโรงเรียนประชาบาลผู้แต่ง : ผลสัมฤทธิ์กสิกรรม (ผล สินธุระเวชญ์), ร.อ.อ. หลวง, ผู้เรียบเรียงแหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีสำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์ศรีหงส์ปีที่พิมพ์ : 2471วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : คลูต, โรเบอรต แอล.                                เวสเตอร์, พี. เจ.ลิขสิทธิ์ :  -รูปแบบ : PDF.ภาษา : ภาษาไทยประเภททรัพยากร : หนังสือหายากตัวบ่งชี้ : -รายละเอียดเนื้อหา : คำแนะนำสังเขปในการปลูกผักและไม้ผล เรียบเรียงโดย ร.อ.อ. หลวงผลสัมฤทธิ์กสิกรรม (ผล สินธุระเวชญ์) ซึ่งนำมาจากต้นฉบับเรื่อง “บทเรียนกสิกรรมประเทศร้อน” ของนายโรเบอรต แอล. คลูต ศาสตราจารย์ในวิชากสิกรรมแห่งโรงเรียนฝึกหัดครูสามัญจากฟิลิปปินส์ และเรื่อง “พืชผลที่เป็นอาหารของประเทศร้อน” ของนายพี. เจ. เวสเตอร์ ที่ปรึกษากรมเกษตราธิการ ฟิลิปปินส์ ผู้เรียบเรียงได้ปรับเนื้อหาให้มีความเหมาะสมสำหรับนักเรียนเลขทะเบียน : น. 68 บ. 80878 จบ. (ร.)เลขหมู่ :     ห               630            ผ192ค


ชื่อเรื่อง : การต่อสู้ของชีวิตพ่อสมบูรณ์ ณ เชียงใหม่ ผู้แต่ง : สมบูรณ์ ณ เชียงใหม่ ปีที่พิมพ์ : 2550 สถานที่พิมพ์ : สมุทรสาคร สำนักพิมพ์ : แอ๊ปป้า พริ้นติ้งกรุ๊ป      หนังสือแต่งขึ้นโดยพ่อสมบูรณ์ ณ เชียงใหม่ หนังสือมีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆในอดีตของพ่อสมบูรณ์ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้แกคนรุ่นหลังถึงความเป็นมาของบุคคลสำคัญในสมัยตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงพ่อสมบูรณ์สร้างครอบครัวมีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ในหนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับแผนผังชาติตระกูล ประวัติความเป็นมาของพ่อสมบูรณ์ ประวัติการศึกษา การประกอบอาชีพ ชีวิตในกรุงเทพ ชีวิตการทำงานบริษัทขนส่ง ชีวิตรับราชการ ชีวิตพ่อค้า ชีวิตชาวเมือง ชีวิตชาวสวน นอกจากนี้ท่านสมบูรณ์ยังถ่ายทอดประสบการณ์ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และยังศึกษาเกี่ยวกับแพทย์แผนโบราณ สุดท้ายคือชีวิตหัวหน้าครอบครัว


วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2560 เวลา 16.30 น. ร้อยเอกบุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ประชุมและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ให้กับบุคลากรภาคสนาม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย


โบราณสถานและสถานที่สำคัญที่น่าเยี่ยมชม ของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ





ร่วมด้วยช่วยกันขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนไร่  เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมปี ๒๕๕๔ ร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีดอนไร่ ต.เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งดำเนินการในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๔ โดยมีพระอาจารย์คารมย์ โอภาโส เป็นแกนนำและมีสมาชิกเครือข่ายตำบลเจียดมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากกว่า ๕๐ คน โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาในทุกวันตลอดโครงการ ตามวันเวลาที่สะดวกของแต่ละคน กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะเป็นการเรียนรู้งานโบราณคดีร่วมกันแล้ว ยังเป็นการสร้างความสามััคคีในชุมชน สร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกรมศิลปากรในการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน ทั้งนี้ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมต่างมาด้วยจิตอาสา ไม่มีการจ้าง เพราะรู้ว่ากิจกรรมที่ร่วมทำจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นของตนร่วมกัน


กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น   กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ ๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙   ๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ - โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท - โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน   ๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว   ๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้ ๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน ๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ ๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา ๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ ๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน   หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต


black ribbon.