ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,167 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 140/6หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 26 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 104/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 24 หน้า กว้าง 4.8 ซม. ยาว 55.1 ซม.หัวเรื่อง พระไตรปิฎกบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 120/4
หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 20 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง ติปิฏกานิสํสกถา (พฺรธำ 3 ไต) 26/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 66 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 39 ซม.หัวเรื่อง ธรรมะบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบจากนางสุดา วงษ์พันธ์ุ
ชื่อเรื่อง : จารึกวัดอัษฎางคนฤมิตเกาะสีชัง
หัวเรื่อง : จารึก
ธรรมเทศนา
คำค้น : -
รายละเอียด : พระวิมาดาเธอฯ กรมพระสุทธาสินีนาฎ โปรดให้พิมพ์ เมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2471
ผู้แต่ง : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส, 2403-2464
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ โรงพิมพ์/ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
ปีที่พิมพ์ : 2471
วันที่เผยแพร่ : 5 กรกฎาคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : จารึกที่วัดอัษฎางคนิฤมิต เกาะสีชัง จัดทำในรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ แต่งธรรมปริยายจารึกบนศิลา 8 ก้อน เป็นธรรมทานว่าด้วยเหตุแห่งสุขทุกข์ ความสำคัญของการศึกษา และการสร้างสุขจากภายใน นอกจากนี้ยังมีจารึกประวัติวัดฉบับย่อ 2 ฉบับเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ศึกษาอีกด้วย
เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6052 จบ. (ร)
เลขหมู่ : ห
294.3135
จ319
เลขทะเบียน : นพ.บ.697/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 220 (227-242) ผูก 3ก (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.764/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 237 (407-416) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อานิสงส์ให้ทานต่างๆ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี กรมศิลปากร ร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรี (ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี และ YEC จังหวัดปราจีนบุรี ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสยลพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน “PRACHINBURI” Night at the Museum ปีที่ ๓ “แสงสีแห่งศรัทธา ราตรีศรีคเณศวร ย้อนรอยอดีตจากทวารวดี สู่รัตนโกสินทร์” ในวันที่ ๒๒ - ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย
- ร่วมเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ไปกับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน ชมประติกรรมพระคเณศจำลองกลางน้ำ และ พาวิลเลี่ยนธรรมจักร ผลงาน Installation ศิลปะร่วมสมัย สร้างจากไม้ไผ่อันเป็นวัสดุอัตลักษณ์ของปราจีนบุรี ประกอบการประดับไฟแสงสีตระการตา
- สักการะพระพิฆเนศ องค์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ พร้อมรับสติกเกอร์รูปพระคเณศฟรี การ์ดพระคเณศ และพระ(คเณศ)พิมพ์ จากผู้สนับสนุน
- นิทรรศการพิเศษ วาระ ๔๐ ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี (๒๕๒๘ - ๒๕๖๘) เจาะลึก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และโบราณวัตถุห้ามพลาด พร้อมกิจกรรมสะสมตราประทับเป็นที่ระลึก
- Curator Tour ภัณฑารักษ์พายลพิพิธภัณฑ์ยามราตรีย้อนอดีตบรรพกาลปราจีนบุรี และภาคตะวันออก วันละ ๒ รอบ (จำกัดจำนวนรอบละ ๒๕ คน) รอบที่ ๑ เวลา ๑๘.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. รอบที่ ๒ เวลา ๑๙.๓๐ - ๒๐.๓๐ น. เปิดรับลงทะเบียน เวลา ๑๕.๐๐ น. (แจกฟรีบัตรสะสมตราประทับ และสติกเกอร์ชุด “Museum Insight & Masterpieces in the Limelight”)
- ART TOYS MARKET พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี จับมือกับ Little Turtle Studio นำทัพ ศิลปิน ART TOYS ออกบูธแสดงผลงาน Art Toys งาน Craft และงาน D.I.Y. ณ บริเวณโถงอาคารพิพิธภัณฑ์ ศิลปินร่วมแสดงงาน ได้แก่ Little Turtle Studio/ Little Gods Studio/Munkky studio/ Sloth doll/ Insine Cartoonist /Kuma Mønster/ Parmtime Studio/ DOLJAI – ดลใจ/ PUJA Ganeja/Macraft.macup/ BUU SHA/ เต็มมือ/ WA.Sculpture Studio/ Gajanaya/ LoKa Ganesha x PolyPoly/ Dhyana Studio พิเศษ ส่วนลด ๕% เมื่อแสดงบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จำกัดสิทธิ์ ๑ บัตร/ ๑ ยอดซื้อ
- Mini Light and Sound การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ “ย้อนรอยอดีตพันปี เมืองปราจีนบุรี จากทวารวดี...สู่รัตนโกสินทร์” โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงการแสดงดนตรี การแสดงนักเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี
- กิจกรรม D.I.Y และ Craft & Handmade กิจกรรม Workshop สร้างสรรค์ผลงาน D.I.Y การออกร้านสินค้าสร้างสรรค์ สินค้า DIY ศิลปะ ของทำมือ ตลอดจนงานฝีมือต่างๆ
- Food & Drink บูธอาหาร และเครื่องดื่ม มากกว่า ๓๐ ร้าน และ Food Truck Zone
ทั้งนี้ สำหรับผู้เข้าชมห้องจัดแสดงนิทรรศการ มีค่าบัตรเข้าชม ชาวไทย ๓๐ บาท ชางต่างชาติ ๒๐๐ บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปีขึ้นไปพระภิกษุ สามเณร เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐๓๗ ๒๑๑ ๕๘๖ หรือทาง Facebook Page พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี : Prachinburi National Museum
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๑ กันยายน ๒๕๖๘ กิจกรรมพิเศษ พบกับการกลับมาอีกครั้งของใบงานสะสม Stamp โบราณวัตถุชิ้นเด่น ๙ ชิ้นในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ชุด “เจาะลึกพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และโบราณวัตถุห้ามพลาด” ที่หลายๆ ท่านตามหาในงาน Night at The Museum ที่ผ่านม มีจำนวนจำกัด เพียงวันละ ๓๐ ชุด เฉพาะวันที่ ๑๙ - ๒๑ กันยายน ๒๕๖๘ เท่านั้น รับฟรีทันที เมื่อร่วมสนุกกับกิจกรรมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ตามกติกา ดังนี้
๑. กด Like Facebook Fanpage พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
๒. โพสต์ภาพประทับใจภายในพิพิธภัณฑ์
๓. Tag พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี : Prachinburi National Museum
๔. ติด #วันพิพิธภัณฑ์ไทย2568
สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๗๒๑ ๑๕๘๖ Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี : Prachinburi National Museum https://www.facebook.com/prachinburimuseum
วิหารโพธิ์ลังกา หรือเรียกอีกชื่อว่า โพธิ์ลังกา หรือ โพธิ์มณเฑียร เป็นวิหารโพธิ์ (โพธิฆระ) ที่มี การปลูกต้นโพธิ์บนเนินดินที่สร้างขึ้นกลางแจ้งโดยเป็นอาคารที่มีหลังคลุมรอบ ๆ เพื่อให้สามารถทำพิธีเวียนเทียนรอบต้นโพธิ์ได้ วิหารโพธิ์รูปร่างสี่เหลี่ยมนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือและอยู่ในแนวเดียวกันกับ พระบรมธาตุเจดีย์ในแนวทิศเหนือ - ใต้ แสดงให้เห็นว่าวิหารและพระบรมธาตุเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบดั้งเดิมของวัด การขุดค้นทางโบราณคดีที่ฐานรากชั้นล่างของวิหารแห่งนี้ทำให้สามารถกำหนดอายุโดยวิธี TL อยู่ในช่วง พ.ศ. 1262 - 1380, 1332 - 1442, 1343 - 1453, 1355 - 1463, 1353 - 1461 และ 1398 - 1502 ตรงกับช่วงที่มีการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์และวิหารโพธิ์อีกที่หนึ่งใน วัดพระมหาธาตุ (วิหารโพธิ์พระเดิม) ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป อย่างไรก็ตาม วิหารโพธิ์ไม่ใช่สถาปัตยกรรมที่แพร่หลายในนาลันทาหรือชวาภาคกลางซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของสถาปัตยกรรมของพระบรมธาตุเจดีย์ องค์นี้ แต่มักพบได้ในศรีลังกา เช่น ในเมืองอนุราธปุระ
วิหารโพธิ์ในศรีลังกามักจะเป็นสถาปัตยกรรมที่มีขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่รั้วหรือคันรอบต้นโพธิ์ธรรมดา แต่มีระเบียงคดสำหรับเดินเวียนประทักษิณที่มีหลังคาคลุมอยู่รอบต้นโพธิ์ ลักษณะเช่นเดียวกับที่วัดพระมหาธาตุ นอกจากนี้ พุทธศาสนามหายานยังรุ่งเรืองในเมืองและอาณาจักรอนุราธปุระคัมภีร์มัญชุศรีภาษิตวาสตุวิทยาศาสตรา ซึ่งเป็นตำราสันสกฤตในพุทธศาสนามหายานที่สำคัญ กล่าวถึงสถาปัตยกรรมและการสร้างพระพุทธรูปในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 และได้อธิบายถึงการสร้าง และตำแหน่งที่เหมาะสมของวิหารโพธิ์ในวัด ซึ่งปรากฏในสถาปัตยกรรมของวัดวิชยารามในอนุราธปุระ ราวพุทธตวรรษที่ 14 เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงว่าวิหารโพธิ์ลังกาทั้ง 2 แห่ง และพระบรมธาตุเจดียในวัดพระมหาธาตุสร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันตามคติของพุทธศาสนามหายาน ซึ่งหมายความว่า วัดพระมหาธาตุเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าระดับสากล ซึ่งได้หลอมรวมแนวคิดสถาปัตยกรรมมหายานที่สำคัญจากอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ ชวาภาคกลาง และศรีลังกา เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่สามารถพบได้ที่อื่นในเอเชียภาคพื้นสมุทร
ดังนั้น โพธิฆระทั้ง 2 แห่งในวัดพระมหาธาตุจึงถือเป็นตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดและคงอยู่ยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับสถาปัตยกรรมลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาต่อมา เช่นเดียวกับวัดเจ็ดแถวและวัดตายายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ที่เมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกเช่นกัน และในยุครัตนโกสินทร์ เช่น วัดปทุมวนาราม และวัดบวรนิเวศวิหารในกรุงเทพฯ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ซึ่งสันนิษฐานว่าได้รับแบบอย่างมาจากวัดพระมหาธาตุแห่งนี้
วิหารโพธิ์ลังกาอาจได้รับการบูรณะในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ตามค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ของอิฐชั้นบนราว พ.ศ. 1901 - 1957, 1902 - 1958 และ 1904 - 1960 แสดงให้เห็นว่าวิหารแห่งนี้ได้รับการเคารพอย่างสูงและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี เชื่อกันว่าต้นโพธิ์ ต้นแรกของวิหารโพธิ์ลังกามาจากหน่อของต้นพระศรีมหาโพธิ์จากศรีลังกา ซึ่งเป็นหน่อของต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ณ โพธิคยาในอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ การปลูกต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ซ้ำใหม่เมื่อต้นเก่าตายไปเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในอินเดีย ศรีลังกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นต้นโพธิ์ที่วิหารโพธิ์ลังกาจึงแสดงถึงความต่อเนื่องอันยาวนานของประเพณีศักดิ์สิทธิ์นี้ที่มีมาเป็นเวลาราว 1,300 ปี
วิหารโพธิ์ลังกาเป็นอาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดแต่ละด้านยาว 25 เมตร และสูง 5.81 เมตร อาคารวิหารมีหลังคากระเบื้องดินเผาลาดลงทั้งสี่ด้านเพื่อช่วยให้ฝนไหลลงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีช่องเปิดตรงกลางเพื่อให้ต้นโพธิ์สามารถเติบโตได้ ด้านตะวันตกของวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ซึ่งหายากและเป็นสิ่งล้ำค่า วิหารโพธิ์ลังกาแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในแนวเดียวกันกับพระบรมธาตุเจดีย์ และวิหารพระทรงม้าและวิหารเขียนตามแนวทิศเหนือ - ใต้ แสดงถึงความสมบูรณ์ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของกลุ่มสถาปัตยกรรมเหล่านี้
ปัจจุบันวิหารโพธิ์ลังกาทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของที่พระสงฆ์และฆราวาสได้ถวายแด่วัดพระมหาธาตุเพื่อเป็นการทำบุญ และเพื่อเก็บรักษาวัตถุโบราณที่สำคัญ สิ่งของเหล่านี้รวมถึงศิลปวัตถุขนาดใหญ่และขนาดเล็กจากหลายยุคสมัย เช่น ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง พระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ จารึกโบราณ เทวรูปพระวิษณุ และโยนิ โดยส่วนใหญ่ศิลปวัตถุเหล่านี้มาจากพื้นที่คาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไไทย ชิ้นที่สำคัญมากในวิหารแห่งนี้คือเทวรูปพระวิษณุศิลา ซึ่งพบที่บ้านใกล้เคียง (นาสาร) และเป็นหนึ่งในกลุ่ม เทวรูปพระวิษณุที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า แบบถือสังข์บนสะโพก ซึ่งมีอายุราว พุทธศตวรรษที่ 10 ตอนกลางฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะเมืองนครศรีธรรมราชที่เป็นศูนย์กลางของศิลปะรูปแบบนี้ ซึ่งได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากรัฐอานธรประเทศในอินเดียใต้เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะถ่ายทอดไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในเวียดนาม และกัมพูชา
พระพุทธรูปอันโดดเด่นที่สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงธนบุรี พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเข้ามาปราบนครศรีธรรมราชใน พ.ศ. 2312 หลังจากการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมอาณาจักรใหม่ของพระองค์ ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองที่ถวายแก่วัดพระมหาธาตุนั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากธรรมเนียมไทยมักจะถวายต้นไม้เหล่านี้แด่กษัตริย์ผู้ปกครองในฐานะเครื่องบรรณาการจากเมืองประเทศราช มีไม่ค่อยบ่อยครั้งนักที่ต้นไม้จำลองเหล่านี้ได้ถูกถวายให้แก่วัด การที่ต้นไม้เงินต้นไม้ทองปรากฏอยู่ในวัดพระมหาธาตุบ่งบอกว่าวัดนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรที่มีอำนาจและทรงอิทธิพลในภูมิภาค นอกจากนี้ต้นไม้บางต้นทำขึ้นให้มีลักษณะคล้ายต้นโพธิ์ ซึ่งยืนยันถึง การเคารพบูชาต้นโพธิ์ทั้งต้นจริงและต้นจำลองที่มีความสำคัญและมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาในอารามแห่งนี้
ชื่อเรื่อง : คำจารึก ที่กู่ของเจ้านายฝ่ายเหนือ วัดสวนดอก ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้แต่ง : ปวงคำ ตุ้ยเขียว ปีที่พิมพ์ : 2527 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คำจารึกที่กู่ของเจ้านายฝ่ายเหนือ จะเป็นหนังสือที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับประวัติการย้ายอัฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือ และจะมีประวัติย่อๆของ 11 เจ้า ดังนี้ 1. พระเจ้ากาวิละ 2. เจ้าหลวงธรรมลังกา (ช้างเผือก) 3. เจ้าหลวงคำฝัน (เศรษฐี) 4. เจ้าหลวงพุทธวงษ์ 5. พระเจ้าโหทระประเทศ 6. พระเจ้ากาวิโรรส 7. พระเจ้าอินทริชยานนท์ 8. แม่เจ้าอุสาอัยกี 9. แม่เจ้าทิพเกษรพระชนนี 10. แม่เจ้ารินคำชนนีเจ้าอินทวโรรส 11. แม่เจ้าพิณทองประดิษฐาน