ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,437 รายการ

รายงานการเดินทางไปราชการ ณ ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย …………………………………….. ๑.        ชื่อโครงการ   การจัดแสดงโขน  ณ  Ramayana Open Air Stage  ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตา  สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๒.        วัตถุประสงค์    ๒.๑  เพื่อฉลองครบรอบ ๖๕ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-อินโดนีเซีย    ๒.๒  เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่าง ไทย-อินโดนีเซีย    ๒.๓  เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ไทย-อินโดนีเซีย ๓.         กำหนดเวลา   ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ๔.         สถานที่  เวทีกลางแจ้ง Ramayana Open Air Stage ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตา สาธารณรัฐ  อินโดนีเซีย ๕.            หน่วยงานผู้จัด   กระทรวงวัฒนธรรม ๖.            หน่วยงานสนับสนุน      ๖.๑  กระทรวงการต่างประเทศ      ๖.๒  กระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมอินโดนีเซีย      ๖.๓  PT TAMAN WISATA CANDI ๗.           กิจกรรม         วันอังคารที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๖.๓๕ น.             ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน การูดา  GA  861 เวลา ๑๐.๐๕ น.             เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงจาการ์ตา(ตามเวลาท้องถิ่น) เวลา ๑๒.๑๐ น.             ออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงจาการ์ตาโดยเครื่องบินสายการบินการูดา                                      เที่ยวบินที่ GA 208 เวลา ๑๓.๒๕ น.             เดินทางถึงท่าอากาศยานยอกยาการ์ตา                                      -  เดินทางเข้าที่พักโรงแรม Melia Purosani                                      (Jl. Mayor Suryotomo No.31, Ngupasan, Gondomanan, Kota Yogyakarta,                                      Daerah Istimewa Yogyakarta 55122) เวลา ๑๘.o๐ น.             เดินทางออกจากที่พักไปยังโรงละครกลางแจ้งกลางแจ้งปรัมบานัน เวลา ๑๙.o๐ น.             พูดคุย นัดหมายและวางแผนการแสดงกับคณะนาฎศิลป์อินโดนีเซีย เวลา ๑๙.๓๐ น.             ชมการแสดงรามยณะอินโดนีเซีย   ณ โรงละครกลางแจ้งปรัมบานัน เวลา ๒๒.oo น.              เดินทางกลับที่พัก หมายเหตุ …..  อาหารมื้อเย็น ตามอัธยาศัย วันพุธที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา   ๖.o๐ น.             รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เวลา ๑๔.๑๕ น.            เดินทางออกจากที่พักไปยังโรงละครกลางแจ้งกลางแจ้งปรัมบานัน   เวลา ๑๕.o๐ น.            กำหนดจุดการแสดง ณ. โรงละครกลางแจ้งปรัมบานัน เวลา ๑๖.o๐ น.            ซ้อมการแสดงรามยณะไทย-อินโดนีเซีย เวลา ๑๘.๓๐ น.           เดินทางกลับที่พัก หมายเหตุ …..  อาหารมื้อกลางวัน ตามอัธยาศัย / อาหารมื้อเย็น อาหารกล่อง วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๖.o๐ น.             รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เวลา ๑๑.o๐ น.             เดินทางไปยังห้าง  Ambarrukmo Plaza  เวลา ๑๑.๓๐ น.            ท่านนิธิวดี  มานิตกุล อัคราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร   กลางวันแก่คณะนักแสดง ณ. ร้าน The Duck King noodle and kitchen                          เวลา ๑๔.๓๐ น.            เดินทางไปยังโรงละครกลางแจ้งปรัมบานัน     เวลา ๑๕.o๐ น.            กำหนดจุดการแสดง ณ โรงละครกลางแจ้งปรัมบานัน เวลา ๑๖.o๐ น.            ซ้อมการแสดงรามยณะไทย-อินโดนีเซีย เวลา ๑๘.๓๐ น.            เดินทางกลับที่พัก หมายเหตุ …..  อาหารมื้อเย็น ตามอัธยาศัย วันศุกร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๖.o๐ น.             รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เวลา ๑๔.o๐ น.            เดินทางออกจากที่พักไปยังโรงละครกลางแจ้งกลางแจ้งปรัมบานัน   เวลา ๑๕.o๐ น.            ซ้อมเทคนิค แสง เสียง    เวลา ๑๕.o๐ น.            รับประทานอาหารเย็น เวลา ๑๙.๓๐ น.            การแสดงรามายณะร่วม ไทย-อินโดนีเซีย ณ เวทีการแสดงกลางแจ้งปรัมบานัน หมายเหตุ …..  อาหารมื้อกลางวัน ตามอัธยาศัย วันเสาร์ที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๓๐ น.            ออกเดินทางจากโรงแรมที่พักไปบุโรพุทโธ เวลา ๐๙.๓๐ น.           เยี่ยมชมการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกบุโรพุทโธเวลา ๑๒.๓๐ น.            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะนักแสดง ณ  Ayam Goreng SUHARTI เวลา ๑๔.๐๐ น.            เยี่ยมชมเทวสถานปรัมบานัน เวลา ๑๕.๓๐ น.            เดินทางกลับที่พัก เวลา ๑๗.๐๐ น.            เดินทางจากที่พักไปยังร้านอาหาร Ikan Bakar Cianjur เวลา ๑๘.๐๐ น.            Ibu Tun Yulianto เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะนักแสดง  ณ  Ikan Bakar Cianjur เวลา ๒o.๐๐ น.             เดินทางกลับที่พัก วันอาทิตย์ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา o๘.๓๐ น.              เยี่ยมชม พระราชวังสุลต่านและพระราชวังน้ำตามันซารี (Taman Sari) เวลา ๑๒.๐๐ น.             เดินทางกลับที่พัก เวลา ๑๔.๐๐ น.             เดินทางออกจากที่พักไปยังโรงละครกลางแจ้งกลางแจ้งปรัมบานัน   เวลา ๑๔.๐๐ น.             ซ้อมการแสดงโขน ชุด สีดาหาย ถวายพล ยกรบ  เวทีกลางแจ้งปรัมบานัน เวลา ๑๗.๐๐ น.             รับประทานอาหารเย็น เวลา ๑๙.๓๐ น.             การแสดงโขน ชุด สีดาหาย ถวายพล ยกรบ ณ เวทีการแสดงกลางแจ้งปรัมบานัน เวลา ๒๑.๓๐ น.             จัดเก็บสัมภาระเครื่องดนตรี และเครื่องแต่งกาย เวลา ๒๒.๓๐ น.             เดินทางกลับที่พัก หมายเหตุ …..  อาหารมื้อกลางวัน ตามอัธยาศัย วันจันทร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๒๕ น.             ออกเดินทางจากท่าอากาศยานเมืองยอกยาการ์ตา โดยเครื่องบินสายการบิน    การูดา เที่ยวบินที่ GA 203 เวลา ๐๘.๔๐น.              เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงจาการ์ตา เวลา ๑๒.๓๕ น.             ออกเดินทางจากจาการ์ตากลับกรุงเทพมหานคร โดยเครื่องบินสายการบินการูดา  เที่ยวบินที่ GA 862 เวลา ๑๖.๑๕ น.             เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (ตามเวลาประเทศไทย) ๘.            คณะผู้แทนไทย  -          นายสุรัตน์  เอี่ยมสอาด                      นาฏศิลปินทักษะพิเศษ -          นายศิริพงษ์  ทวีทรัพย์                       นาฏศิลปินอาวุโส -          นายกิตติ  จาตุประยูร                         นาฏศิลปินอาวุโส -          นายเอกภชิต  วงศ์สิปปกร                   นาฏศิลปินอาวุโส -          นายบุญสร้าง  เรืองนนท์                     ดุริยางคศิลปินอาวุโส -          นายอนุชา  สุมามาลย์                         นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายวัชรวัน  ธนะพัฒน์                        นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายกฤษกร  สืบสายพรหม                   นาฏศิลปินชำนาญงาน -          ว่าที่ ร.ต.เสกสม  พานทอง                  นาฏศิลปินชำนาญงาน -          ว่าที่ ร.ต.เอกสิทธิ์ เนตรานนท์                นาฏศิลปินชำนาญงาน -          ว่าที่ ร.ต.ศิลปิน  ทองอร่าม                    นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายจุลทรัพย์  ดวงพัตรา                     นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายสุทธิ  สุทธิรักษ์                               นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายอนุชา  เลี้ยงสอน                            นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายศุภชัย  ศุภรกุล                               นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายสิบทิศ  คาระวะ                             นาฏศิลปินชำนาญงาน -          นายเกริกชัย ใหญ่ยิ่ง                             นาฏศิลปินชำนาญงาน -          น.ส.พิมพ์รัตน์   นะวะศิริ                       นาฏศิลปินชำนาญงาน -          น.ส.ภาสินี   ปั้นศิริ                               นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายคณิต  เพิ่มสิน                                นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายรัฐพร  เคหา                                   นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          ว่าที่ ร.ต.พงษ์พิพัฒน์  สุวรรณมาลา       นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายชัยกิจ  ช่างต่อ                                นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายพิพัฒน์  รจนากร                            นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายไชยวัฒน์  ธรรมวิชัย                        นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          ว่าที่ ร.ต.พหุรงค์  อัครวงษ์                     นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายศรัญญู  เอี่ยมจินดา                        นาฏศิลปินปฏิบัติงาน     -          นายวันชัย  พันธุ์ดี                                  นาฏศิลปินปฏิบัติงาน -          นายประดิษฐ์  หนูจ้อย                            ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน -          นายกิตติศักดิ์  อยู่สุข                             ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน -          นายวรศิลป์  สังจุ้ย                                 ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน -          นายกิติศักดิ์  เขาสถิตย์                          ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน -          นายพิเชฎ  โยธี                                      ดุริยางคศิลปินปฏิบัติงาน -          นายเกียรติศักดิ์  ร่มสันเทียะ                    คีตศิลปินปฏิบัติงาน ๙.            สรุปสาระของกิจกรรม กระทรวงวัฒนธรรมได้ขอความร่วมมือกระทรวงการศึกษาธิการและวัฒนธรรมอินโดนีเซีย รวมทั้งขอความอนุเคราะห์กระทรวงการต่างประเทศในการประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม อินโดนีเซียในการอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทนไทย ในการจัดกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ ๖๕ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ณ เวทีกลางแจ้ง Ramayana Open Air Stage ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตา เขตชวากลาง ในวันที่ ๒๑ และ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ โดยการแสดง ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เป็นการแสดงรามายณะเต็มเรื่องโดยคณะผู้แสดงไทยแสดงและบรรเลงร่วมกับคณะผู้แสดงจากอินโดนีเซีย โดยมีลำดับการแสดงร่วมกันดังนี้ -          Bow competion in Matili Kingdom  ฉากยกศร    แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากอินโดนีเซีย -          Dandaka forest    ฉากป่าทันฑกะ “พระรามตามกวาง” ๑.๑   พระราม  พระลักษมณ์ นางสีดา มารีศ กวางทอง (ผู้แสดงอินโดนีเซีย)   ทศกัณฐ์  (ผู้แสดงไทย)            ทศกัณฐ์และมารีศออกมาแอบดูอยู่ในป่า ทศกัณฐ์สั่งให้มารีศแปลงเป็นกวางทอง ดำเนินเรื่องไป  จนกระทั่ง พระลักษมณ์ตามพระรามออกไปเหลือเพียงนางสีดาคนเดียว   ***ในช่วงนี้ใช้วงดนตรีของอินโดนีเซีย*** ๑.๒  นางสีดา (ผู้แสดงอินโดนีเซีย)  ทศกัณฐ์  ฤษีแดง (ผู้แสดงไทย)            ในขณะที่นางสีดาอยู่เพียงลำพัง ทศกัณฐ์พยายามที่จะเข้าไปหาแต่ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงแปลงกายเป็น   ฤษีแดง ดำเนินเรื่องไปจนกระทั่ง ฤษีแดงลักพานางสีดาไป       ***ในช่วงนี้ใช้วงดนตรีของไทย*** ๑.๓  พระราม  กวางทอง  มารีศ  (ผู้แสดงอินโดนีเซีย)              การต่อสู้กันระหว่าง พระราม และ กวางทอง,มารีศ    ***ในช่วงนี้ใช้วงดนตรีของอินโดนีเซีย*** ๑.๔  นางสีดา (ผู้แสดงอินโดนีเซีย)   นกสดายุ  ทศกัณฐ์ (ผู้แสดงไทย)             ทศกัณฐ์รบสดายุ     ***ในช่วงนี้ใช้วงดนตรีของไทยและดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงฉากพาลีสอนน้อง*** -          Kiskenda Cave ( Khitkhin/ Phali and Sukhrip ) ฉากพาลีสอนน้อง แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากไทย -          Hanuman the messenger   ฉากหนุมานส่งข้อความ   แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากอินโดนีเซีย -          Soka garden ( Sinda/Nang Sida ia Lanka)   ฉากนางสีดาในสวนกรุงลงกา  แสดงและบรรเลงโดยผู้  แสดงจากอินโดนีเซีย -          The burning of Lanka  ( with real fire )  ฉากหนุมานเผาลงกา   แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากอินโดนีเซีย -          Intermission for 10 minutes   พัก 10 นาที -          Building the bridge to Lanka  ฉากจองถนน  แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากอินโดนีเซีย   ***** หลังจากผู้แสดงจากอินโดนีเซีย ขนหินเสร็จแล้วจะเป็นการแสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากไทยในขบวนพระรามข้ามสมุทร ***** -          The fall of Kumbakarna/Kumphakan   ฉากกุมภกรรณล้ม  แสดงและบรรเลงโดย         ผู้แสดงจาก อินโดนีเซีย -          The battle between monkey troop and Lanka’s troop  ฉากการต่อสู้ระหว่างไพร่พลลิงและยักษ์  แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากไทย  ***** ยกรบ***** -          The battle between Rama and Rahwana ( Phra Ram and Thotsakan ) ฉากการต่อสู้ระหว่างพระรามและทศกัณฐ์  แสดงและบรรเลงโดยผู้แสดงจากไทย *****ยกรบ***** -          The purification of Sinta  ฉากสีดาลุยไฟ  แสดงโดยผู้แสดงจากไทยและอินโดนีเซียบรรเลงโดยผู้แสดงจากอินโดนีเซีย -          จบการแสดง         การแสดงในวันที่  ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เป็นการแสดงโขนชุด สีดาหาย ถวายพล ยกรบ  โดยคณะ         ผู้แสดงและบรรเลงจากประเทศไทย ๑๐.        ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม ๑.     กิจกรรมการแสดงดังกล่าวนับเป็นมิติใหม่ของการทำการแสดงร่วมกันในเรื่องรามายณะ ซึ่งโดยปกติแล้ว จะจัดสรรแบ่งตอนกันแสดงอย่างชัดเจนเพียงแค่นำมาเล่นต่อกันเพียงเท่านั้น  แต่ในครั้งมี ได้มีการเล่นผสมตัวละครกันในฉากเดียวกันจึงทำให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งจากประสบการณ์ดังกล่าวหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะมีการจัดกิจกรรมการแสดงในรูปแบบนี้ขึ้นอีกไม่ใช่เฉพาะแค่ตัวนักแสดง แต่กล่าวรวมไปถึงนักดนตรี ผลจากการร่วมงานดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างนาฏศิลปินและดุริยางค์ศิลปินของทั้งสองชาติเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีโดยใช้ศิลปะการแสดงเป็นสื่อกลาง อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบและประทับใจผู้ชมชาวอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก ๒.     เนื่องจากกิจกรรมการแสดงดังกล่าวเป็นการแสดงครั้งพิเศษซึ่งแสดงออกถึงความร่วมมือกันของทั้งไทยและอินโดนีเซีย เพื่อฉลองครบรอบ ๖๕ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-อินโดนีเซีย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มี ผู้แทนจากกรมศิลปากรเข้าบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากการแสดงในครั้งนี้  เห็นควรว่าในกิจกรรมครั้งต่อไปควรมีผู้แทนจากกรมศิลปากรเข้าบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ                                                                                                                               นายอนุชา    สุมามาลย์                                                                                                                         ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยหัวเรื่อง                          พุทธศาสนา—บทสวดมนต์                                    บทสวดมนต์                                    พระอภิธรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    28 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากพระครูวิมลสังวร วัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี



เลขทะเบียน : นพ.บ.57/2กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  48 หน้า ; 4 x 49.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 37 (364-375) ผูก 8หัวเรื่อง :  แปดหมื่นสี่พันขันธ์ --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


วันพุธที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาประธานตรวจการจ้าง พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับงานโครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ปรางค์ครบุรี(งวดที่๔)ตำบลครบุรีใต้ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา


ราชเดชภักดี, พระ. โคลงดั้น เรื่องพระยาเอระกะปัตนาค. พระนคร : โรงพิมพ์ไทยเขษม, 2477.               นำเสนอเนื้อหาโคลงดั้น เรื่องพระยาเอระกะปัตนาคของพระราชเดชภักดี


พิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล(ข้าวสารอาหารแห้ง)เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๗ พรรษา๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ บริเวณลานพรหมทัต อำเภอพิมาย




กระทรวงศึกษาธิการ.  แบบเรียนสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๑.  พระนคร : โรงพิมพ์คุรุสภา, ๒๕๐๖.      เป็นแบบเรียนวิชาสุขศึกษามัธยมศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการได้อนุญาตให้ใช้ในโรงเรียน โดยแบ่งออกเป็นบท ๆ บทที่ ๑ ว่าด้วยความรู้เกี่ยวกับโทษและชนิดของยาเสพติดชนิดต่าง ๆ เช่น สุรา กัญชา บุหรี่ เฮโรฮีน  บทที่ ๒ การควบคุมการค้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีประกาศให้เลิกการเสพฝิ่นและยุบเลิกร้านจำหน่ายฝิ่นของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๗ สมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  นอกจากนั้นให้ความรู้เกี่ยวกับความผิดการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  การป้องกันและควบคุมตนเองให้พ้นภัยของยาเสพติด  


THAI CULTURE, NEW SERIES NO. 4 THAI BUDDHIST ART (ARCHITECTURE) BY PROFESSOR SILPA BHIRASRI



เรียบเรียงโดย นางสาวอุไร คำมีภา นักภาษาโบราณปฏิบัติการ


          โบราณสถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาดสมิหลา เป็นโบราณสถานที่มีความสวยงาม และมีสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสงขลาซึ่งไม่ค่อยมีคนรู้จัก นั่นคือ สงขลาสโมสร หรือ สโมสรข้าราชการจังหวัดสงขลา           สงขลาสโมสร หรือ สโมสรข้าราชการจังหวัดสงขลา" ได้ก่อตั้งมาอย่างน้อยประมาณ ร.ศ.๑๓๑ หรือปี พ.ศ. ๒๔๕๕ (ในช่วงต้นร. ๖) แต่ตัวอาคารของสโมสรนั้นได้ก่อสร้างในภายหลังคือเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยพระยาภัทรนาวิกธรรมจำรูญ (เอื้อน ภัทรนาวิก) อธิบดีผู้พิพากษาศาลมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาในขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่มให้มีการก่อสร้างขึ้นเป็นอาคารที่มีฝาผนังก่อด้วยหิน พร้อมด้วยสนามเทนนิส และโต๊ะบิลเลียดที่มีอุปกรณ์ครบครัน ใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น ๒๕,๐๐๐ บาท ซึ่งช่วงเวลานั้นตรงกับสมัยที่พระยาศรีธรรมราชชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดีพิริยพาหุ (ทองคำ กาญจนโชติ) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราชคนสุดท้าย            ในระยะแรกคงเรียกขานกันว่า สถานสงขลาสโมสร เพื่อเป็นสถานที่ให้ข้าราชการได้พบปะ อุปการะช่วยเหลือกัน ส่งเสริมความสามัคคี และกิจกรรมการกุศลสาธารณประโยชน์ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งให้ถูกต้องตามกฎหมาย            ในคืนวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๘๔ (หรืออาจเป็นคืนวันที่ ๕ ธ.ค.๘๔) กงศุลใหญ่ญี่ปุ่นได้เชิญข้าราชการทหารและพลเรือนของไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงที่สโมสรฯ โดยมีหลวงเสนาณรงค์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๖ (นครศรีธรรมราช) ซึ่งมาราชการที่สงขลาได้ไปร่วมในงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย หลังจากนั้นในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกและยึดสถานที่ราชการบริเวณแหลมสมิหลาแล้ว กองทัพญี่ปุ่นจึงใช้อาคารสโมสรข้าราชการจังหวัดสงขลาเป็นที่ตั้งกองบัญชาการชั่วคราวในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒            หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น อาคารสโมสรจังหวัดสงขลาจึงมีการใช้งานที่สำคัญอีกครั้งเป็นพลับพลาที่ประทับชั่วคราวของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๐๒ เพื่อทอดพระเนตรการแสดงกีฬาชนโค และการรำมโนราห์ของนักเรียนจากโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดสงขลา เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนพสกนิกรจังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒            ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ นายชิต นิลพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในขณะนั้นได้ริเริ่มประชุมคัดเลือกคณะกรรมการชุดแรก ๑๐ คน และเสนอเรื่องขอจัดตั้งสโมสร เป็นสมาคมสโมสรจังหวัดสงขลา โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตอบอนุญาตเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๓๑ และนายทะเบียนสมาคมจังหวัดสงขลาได้รับจดทะเบียนเป็นเลขลำดับที่ ๑๙๘ ไว้ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๑            ในปีพ.ศ. ๒๕๓๑ บริษัท สถานสงขลา จำกัด ได้ขอทำสัญญาเช่าอาคารสโมสรจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๘ (หมดสัญญาเช่าวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๘) โดยผู้เช่าได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสโมสรฯ ตามแบบของกรมโยธาธิการและผังเมืองมาแล้วสองครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นเงินจำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นเงินจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)            โบราณสถานแห่งนี้จึงนับเป็นอาคารสโมสรข้าราชการหลังแรกของจังหวัดสงขลา และมีบทบาทอยู่ในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลาทั้งช่วงเริ่มต้นและในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ อีกทั้งยังเป็นอาคารสำคัญหนึ่งในไม่กี่แห่งของจังหวัดสงขลาที่ไม่ได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกดังกล่าว เพราะอาคารสำคัญอื่นๆที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันมักจะได้รับความเสียหายจากภัยสงคราม และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคืออาคารหลังนี้ได้ทำหน้าที่เสมือนเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำและความภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวสงขลาที่ได้มาเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๐๒ อีกด้วย            นอกจากประวัติแห่งการก่อสร้างและประวัติการใช้งานที่สำคัญแล้ว ความน่าสนใจของอาคารหลังนี้ คือการใช้หินแกรนิตสอด้วยปูนก่อขึ้นเป็นผนังอาคาร ซึ่งน่าจะเป็นเทคนิคและความสามารถเฉพาะของบรรพบุรุษชาวสงขลาในงานก่อสร้างที่ใช้หินเป็นวัสดุหลัก โดยผ่านการเรียนรู้สะสมประสบการณ์และถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่เมื่อครั้งก่อสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการต่างๆที่เมืองสงขลาเก่าฝั่งหัวเขาแดงในสมัยอยุธยาตอนกลาง เรื่อยมาจนถึงการก่อสร้างกำแพงเมืองสงขลาเก่าฝั่งบ่อยาง ในสมัยรัชกาลที่ ๓ และการสร้างกำแพงวัดมัชฌิมาวาสกับวัดแจ้งด้วย จึงถือได้ว่าเป็นอัตลักษณ์งานก่อสร้างเฉพาะตัวของพื้นถิ่นสงขลา และอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นๆในเมืองสงขลาก็ไม่ปรากฏการก่อสร้างโดยใช้หินสอปูนก่อขึ้นเป็นผนังอาคารด้วยเช่นกัน อาคารสโมสรจังหวัดสงขลาจึงน่าเป็นอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์เพียงแห่งเดียวในเมืองสงขลาที่ยังคงเก็บรักษาและแสดงอัตลักษณ์งานก่อสร้างโดยใช้หินสอปูนก่อขึ้นเป็นผนังอาคารของช่างชาวสงขลาได้เป็นอย่างดี            สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ การเลือกใช้คำในภาษาบาลีมาเป็นข้อความประกอบด้านล่างตราสัญลักษณ์จังหวัดสงขลาที่หน้าจั่วด้านหน้าของอาคาร คือคำว่า “ปณฺฺฑิตานญฺฺจเสวนา” ซึ่งเป็นมงคลข้อที่ ๒ ของมงคล ๓๘ ประการ ในคำสอนทางพระพุทธศาสนามีความหมายว่า การคบหาสมาคมกับบัณฑิต นักปราชญ์ หรือผู้มีปัญญา จัดเป็นมงคลแก่ชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะอาจจะทำให้ได้รับความรู้ เกิดปัญญา และความเจริญสุขสวัสดิ์แก่ตน ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล           การมีข้อความนี้ปรากฏอยู่ด้านหน้าอาคารสโมสรจังหวัดสงขลา อาจจะต้องการสื่อความหมายเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้ข้าราชการในสโมสรรู้จักคบหาแต่คนดีมีความรู้ เพื่อจะได้ช่วยกันนำความรู้ไปพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป หรืออีกนัยยะหนึ่ง หมายถึง สโมสรจังหวัดสงขลา เป็นสถานที่แห่งการเสวนาพบปะกันของข้าราชการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบัณฑิตผู้มีความรู้ความสามารถนั่นเอง ------------------------------------เรียบเรียงมาจาก : รายงานการสำรวจขึ้นทะเบียนโบราณสถานอาคารสโมสรจังหวัดสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ปี ๒๕๖๐ ซึ่งจัดทำโดย นางสาวชนาธิป ไชยานุกิจ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา ------------------------------------ที่มาของข้อมูล หนังสือ-วารสาร ๑. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ .วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสงขลา.กรุงเทพ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๕. ๒.คณะศาลจังหวัดสงขลา.อนุสสรเมืองสงขลา.พิมพ์แจกเป็นที่ระฤกในงานพิธีเปิดที่ทำการใหม่ศาลจังหวัดสงขลา วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๔. พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๘๔ ๓. ศรีสมร ศรีเบญจพลางกูร. ประวัติศาสตร์เมืองสงขลา. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : หจก.ภาพพิมพ์, ๒๕๔๔. ๔. ศิลปกรรมพิเศษ, ขุน (แปลก ศิลปกรรมพิเศษ). ๒๕๓๑. “เมื่อญี่ปุ่นบุกสงขลา” วารสารรูสมิแล ปีที่ ๑๑ ฉบับที่ ๒ : หน้า ๘๓-๘๔, มกราคม – เมษายน ๒๕๓๑. ๕. สรศัลย์ แพ่งสภา. สงครามมืด วันญี่ปุ่นบุกไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : สารคดี, ๒๕๕๘. ภาพถ่ายเก่า ๑. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา ๒. อาจารย์จรัส จันทร์พรหมรัตน์ โรงเรียนมหาวชิราวุธ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา





black ribbon.