ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,681 รายการ
ชื่อสินค้า เสื้อยืดคอกลมพิมพ์ภาพพระกำแพงศอก
สุพรรณบุรี มีซุ้ม สีขาวและสีดำ . .
ขนาด ไซส์ SSS SS S M L XL XXL .
วัสดุ ผ้าคอตตอน 100% พิมพ์ลาย .
ผู้ออกแบบ ชื่อ นายวิริยะ ชอบกตัญญู .
กลุ่ม จิตรกรรม .
สำนักช่างสิบหมู่
ผู้ผลิต..........................................................
สถานที่จำหน่าย............................................
โทร.............................................................
อีเมล์.............................................................
Line.............................................................
“สุดาวรรณ” ตรวจติดตามโบราณสถานสำคัญเชียงใหม่ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว
ไม่กระทบโครงสร้าง สั่งการกรมศิลป์เร่งบูรณะตามหลักวิชาการ
วันที่ 5 เมษายน 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)
ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปยัง วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดอุโมงค์ เพื่อตรวจติดตามโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติ (แผ่นดินไหว) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหาร ตัวแทนชุมชนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้รายงานสรุปความเสียหายของโบราณสถานและแนวทางการแก้ไข ดังนี้
1. วัดเจดีย์เหลี่ยม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ องค์เจดีย์มีรอยแตกร้าว ชั้นปูนฉาบซึ่งโป่งพองอยู่แล้วได้กะเทาะและหลุดร่วง เจดีย์รายด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือหักพังลงมา จะได้ดำเนินการบูรณะและเสริมความมั่นคงในส่วนที่แตกร้าว ซ่อมแซมชั้นปูนฉาบที่ชำรุดเสื่อมสภาพ
2. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตำบลศรีภูมิ อำเภอ เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า วิหารหลวงมีการแตกร้าวของผนังด้านในของวิหาร ระดับธรณีหน้าต่าง ตั้งแต่คูหาประตูด้านข้างถึงผนังด้านหลัง เป็นการแตกร้าวของผิวปูนฉาบ ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างของวิหาร นอกจากนี้ เจดีย์เล็ก ด้านทิศเหนือ พบมีรอยแตกร้าวบริเวณองค์เจดีย์ เป็นการแตกร้าวของผิวปูนฉาบ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างขององค์เจดีย์ และแผ่นจังโกบริเวณชั้นปล้องไฉนหลุดร่วง สำหรับแนวทางแก้ไขความเสียหายจะดำเนินการสกัดหรือกะเทาะส่วนที่แตกร้าว ฉาบปูนหมักสูตรโบราณ และตกแต่งสีให้เรียบร้อย รวมทั้งซ่อมแซมแผ่นจังโกบริเวณปล้องไฉน
3. วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พบผนังอุโมงค์มีรอยแตกร้าว แนวทางแก้ไขคือดำเนินการเสริมความมั่นคงแข็งแรงของอุโมงค์ โดยการนำดินที่ทับถมออก ใส่โครงสร้าง
คอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อลดปัญหาการน้ำหนักกดทับของชั้นดิน หรือใช้วัสดุทางวิทยาศาสตร์ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง พร้อมทั้งจัดทำระบบการระบายน้ำด้านบนอุโมงค์ สำหรับจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโมงค์ จะได้ทำการผนึกและถอดภาพจิตรกรรมออกจากที่เดิม ปรับปรุงผนังและเพดานของอุโมงค์ให้เรียบและแข็งแรง ก่อนจะนำภาพจิตรกรรมผนึกกลับเข้าไปตำแหน่งเดิม อนุรักษ์สี เส้น และลวดลายให้คงสภาพเดิม
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมศิลปากรเร่งดำเนินการบูรณะโบราณสถานที่เสียหายตามหลักวิชาการที่เหมาะสม และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโบราณสถานเป็นมรดกวัฒนธรรมและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโบราณสถานได้อย่างปลอดภัย
ชื่อเรื่อง : กฎหมายลักษณะความผัว เมีย
หมวดหมู่ : กฎหมาย
เลขที่ : ชม.ส.154
ประวัติ : เจ้าอาวาสวัดสวัสติการาม ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มอบให้หอสมุด เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2532
ประเภท : หนังสือสมุดไทยดำ
อักษร : ไทย, ภาษา : ไทย.
เส้น : ดินสอขาว
ใจความ : 1.มาตรา 75-78 ว่าด้วยลักษณะหญิง 7 ประการ
2.มาตรา 79-101 ว่าด้วยลักษณะหญิง ชาย ลอบทำชู้กัน และลักษณะชายล่อลวงหญิงเป็นมูลวิวาท
3.มาตรา 102-141 ว่าด้วยลักษณะแห่งชายสู่ขอลูกสาว หลานสาวท่าน
หมายเหตุ : โครงการพัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติ ปีพ.ศ.2564 กิจกรรมจัดทำแปลง และนำเข้าข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศ
บรรณานุกรม
“กฎหมายลักษณะความผัว เมีย.” หอสมุดแห่งชาติราชมังคลาภิเษก เชียงใหม่. หนังสือสมุดไทยดำ. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นดินสอขาว. ม.ป.ป.. เลขที่ ชม.ส.154. หมวด กฎหมาย
เลขทะเบียน : นพ.บ.618/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 202 (57-67) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่ --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.694/1คห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 219 (209-226) ผูก 1ค (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.754/1-คห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 28 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 235 (382-392) ผูก 1-ค (2568)หัวเรื่อง : มหามูลนิพาน--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
วธ. ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรีทั่วประเทศ นำพลังวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ชูไฮไลท์เมืองมรดกโลกกับกิจกรรม "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย"
วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าว โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี และกิจกรรม "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้ดำเนินโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวิธีสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานในภาคกลางคืน ทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น มีการทานอาหาร ซื้อสินค้าและบริการ รวมทั้งมีการพักค้างแรม ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ สอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win คือ สามารถดำเนินการได้ทันที และเห็นผลชัดเจนเป็นรูปธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ส่งเสริม “พลังวัฒนธรรม” ให้เกิดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” เปิดพื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมให้เข้าถึงง่ายขึ้น
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมศิลปากร ได้กำหนดจัดกิจกรรมโครงการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืน พร้อมสัมผัสวิถีไทยกับกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมาย เป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยกำหนดจัดกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรีในพื้นที่โบราณสถาน 6 แห่ง ได้แก่
1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมระหว่างเดือนธันวาคม 2568 - มกราคม 2569
2. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรมระหว่างเดือนธันวาคม 2568 – มกราคม 2569
3. เมืองโบราณเวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
4. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จัดกิจกรรมในเดือนมีนาคม 2569
5. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จัดกิจกรรมในเดือนเมษายน 2569
6. พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม 2569
โครงการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามราตรี ประกอบด้วย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 6 แห่ง ได้แก่
1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 - กุมภาพันธ์ 2569
2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมในเดือนธันวาคม 2568 (ระหว่างวันที่ 19-21 และ 26-28 ธันวาคม 2568)
3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมในเดือนธันวาคม 2568 (ระหว่างวันที่ 26-28 ธันวาคม 2568)
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมในเดือนมกราคม 2569
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี จัดกิจกรรมในเดือนมกราคม 2569 (ระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2569)
6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดกิจกรรมระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2569
สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี ณ โบราณสถานวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดไชยวัฒนาราม และพระราชวังจันทรเกษม โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมโบราณสถานอันทรงคุณค่าให้ได้เห็นความงดงามยามค่ำคืนตั้งแต่เวลา 16.30 น. – 21.30 น. ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ภายใต้กิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้โบราณสถานวัดไชยวัฒนารามซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระตำหนักสิริยาลัยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลัก ร่วมด้วยโบราณสถานวัดพระราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 เป็นเวลา 10 วันต่อเนื่อง และวันที่ 9 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. – 21.30 น. ซึ่งนอกจากจะได้ชมไฟประดับโบราณสถานแล้ว ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
วัดไชยวัฒนาราม มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นไทยโบราณ การลอยประทีป ตลาดโบราณนานาชาติ พร้อมแต่งชุดไทยเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วย โบราณสถานวัดพระราม แต่งชุดไทย ชมไฟประดับโบราณสถาน และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม Night at the Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม พบกับกิจกรรมชาววังพาชม ชาววังชวนขึ้นหอ สายมู ยูต้องมา และการสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 21.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จัดกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ ในวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 13.00 น. – 16.00 น. โดยวันที่ 11 มกราคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมการประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 พร้อมชมนิทรรศการโบราณวัตถุและของสะสม การออกร้านของที่ระลึก และการสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 16.00 น. และชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมสัญจร จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 กรมศิลปากร ขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกิจกรรมในโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์กรมศิลปากร finearts.go.th สำหรับกิจกรรม“อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK
เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป “มงคลพุทธปฏิมา เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙” อัญเชิญพระพุทธรูปที่กอปรด้วยพุทธศิลป์อันงดงาม โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพระประธาน พร้อมด้วยพระพุทธรูปอีก ๙ องค์ ที่จัดแสดงและสงวนรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยล้วนเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ในโอกาสที่ราชบัณฑิตยสภาได้ดำเนินการปรับปรุงและขยายส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานเดิม ให้เป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ พระพุทธรูปทั้ง ๑๐ องค์ ประกอบด้วย
๑. พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑
๒. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗
๓. พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ๒ พระหัตถ์ ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๘
๔. พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะลังกา พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๘
๕. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะก่อนอยุธยา แบบอู่ทองรุ่นที่ ๑ ครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙
๖. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙
๗. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๐
๘. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒
๙. พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม ศิลปะลังกา แบบสิริวัฒนบุรีหรือแคนดี พุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๔
๑๐. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพม่า แบบมัณฑะเลย์ ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๔ - ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนสักการะพระพุทธรูป “มงคลพุทธปฏิมา เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙” ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พระพุทธรูปทั้ง ๑๐ องค์ "มงคลพุทธปฏิมา เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙"๑. พระพุทธสิหิงค์
ศิลปะ ล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ (๕๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๑๓๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตร
องค์พระสูง ๗๘.๕ เซนติเมตร
ประวัติ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่เมื่อพุทธศักราช ๒๓๓๐ ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์กะไหล่ทอง ประทับขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลาแสดงปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ตามตำนานพระพุทธสิหิงค์ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวงโบราณหลายแห่ง นับแต่สุโขทัย เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา ตราบเท่าถึงกรุงรัตนโกสินทร์
๒. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะ ศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ (๙๐๐ - ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๒๘.๒ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๙.๓ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยองค์นี้ มีรูปแบบอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบปาละ อาทิ การประทับขัดสมาธิเพชร ชายจีวรที่แผ่ออกมาด้านหน้าบริเวณกึ่งกลางพระเพลา แผ่นประภามณฑลทึบ ขอบประดับแถบลายกระหนกเปลว ส่วนยอดด้านบนลักษณะมน ขณะเดียวกันยังแสดงอิทธิพลของศิลปะชวา อาทิ พระวรกายค่อนข้างอวบอ้วน ตลอดจนรูปแบบของงานช่างท้องถิ่น คือส่วนชายจีวรสั้นเป็นแผ่น ส่วนปลายตัดตรง รูปแบบของพระพุทธรูปองค์นี้สามารถเทียบเคียงได้กับพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่พบในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย
๓. พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ๒ พระหัตถ์
ศิลปะ ลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๘ (๘๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูง ๓๕.๕ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
การแสดงปางประทานอภัย ๒ พระหัตถ์เป็นลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปศิลปะลพบุรี สันนิษฐานว่าคลี่คลายมาจากปางแสดงธรรมสองพระหัตถ์ หรือ วิตรรกมุทราในพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปางนี้มีที่มาจากภาษาสันสกฤตเรียกว่า อภยมุทรา (อภย แปลว่า ไม่มีภัย และมุทรา แปลว่า การแสดงท่าทางด้วยมือ) หมายถึง “การไม่มีภัยทั้งปวง” หรือ “การไม่หวั่นเกรงภัยใด ๆ”
๔. พระพุทธรูปปางสมาธิ
ศิลปะ ลังกา พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๘ (๘๐๐ - ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๒๘ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๒๐ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ เดิมได้มาจากเมืองเชียงราย
พระพุทธรูปปางสมาธิสัมฤทธิ์ พุทธลักษณะที่ปรากฏเป็นพระพุทธรูปศิลปะลังกา สมัยโปลนนารุวะ สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ศรีลังกาย้ายเมืองหลวงจากเมืองอนุราธปุระทางตอนเหนือลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พุทธศิลป์ในเวลานี้แสดงลักษณะที่สืบทอดต่อมาจากสมัยอนุราธปุระผสานกับแรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียใต้ นิยมสร้างพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์กลมมน มีอุษณีษะต่ำ ยอดพระรัศมีเป็นเปลว พระเกศาขมวดเป็นก้นหอย ไม่มีอุณาโลม พระอังสากว้าง พระอุระหนา บั้นพระองค์เล็ก
๕. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะ ก่อนอยุธยา แบบอู่ทองรุ่นที่ ๑ ครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙ (๖๕๐ - ๗๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูง ๔๗.๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๓๕.๕ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ เดิมได้มาจากเมืองสรรค์
พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย จากพุทธศิลป์กำหนดเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง รุ่นที่ ๑ ซึ่งเป็นศิลปะก่อนสมัยอยุธยา แสดงความคาบเกี่ยวกับพระพุทธรูปในช่วงปลายของศิลปะลพบุรี พบมากบริเวณเมืองโบราณก่อนสมัยอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท จนในอดีตขนานนามพระพุทธรูปกลุ่มนี้ว่า “พระเมืองสรรค์” เมื่อภายหลังการสถาปนาอาณาจักรอยุธยา เมืองสรรคบุรีจึงกลายเป็นเมืองสำคัญในฐานะเมืองลูกหลวงและเมืองหน้าด่าน
๖. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะ สุโขทัย กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ (๗๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๓๔.๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๓๐.๕ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย จัดเป็นพระพุทธรูประยะแรกของศิลปะสุโขทัยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง “หมวดเบ็ดเตล็ด” มีพระพักตร์ที่ค่อนข้างกลม พระหนุเป็นปม พระศอสั้น กับ “หมวดใหญ่” ที่มีพระอังสาใหญ่ พระอุระนูน บั้นพระองค์คอด พระอุทรเป็นร่องลึก สังฆาฏิพาดลงมาจากพระอังสาซ้ายเป็นแนวตรง หรือลักษณะการนั่งด้วยการประทับขัดสมาธิราบบนฐานหน้ากระดาน พระพุทธรูปองค์นี้จึงมีความสำคัญในฐานะหลักฐานแสดงจุดเชื่อมต่อของพระพุทธรูประยะแรกที่จะพัฒนาไปสู่งานพุทธศิลป์ที่ได้รับความนิยมและได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดของศิลปกรรมไทย
๗. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะ ล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ (๖๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๗๐.๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๔๓ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
ภายหลังการสถาปนาอาณาจักรล้านนา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว พระพุทธรูปล้านนากลับไปรับแรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียแบบปาละผ่านทางศิลปะพุกามอีกครั้งหนึ่ง พระพุทธรูปจึงปรากฏพระพุทธลักษณะ พระพักตร์กลม พระวรกายอวบอ้วน ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน ปลายแยกออกเป็นเขี้ยวตะขาบ ประทับขัดสมาธิเพชร แต่ลักษณะที่แตกต่างไปคือ การทำชายจีีวรบริเวณระหว่างพระเพลาแยกออกเป็นสองชาย แทนที่จะคลี่ออกเป็นรูปพัดอย่างศิลปะปาละ พุกาม และหริภุญชัย
๘. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะ อยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒ (๔๐๐ - ๕๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๔๒.๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๓๓ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชรสมัยอยุธยาตอนกลาง (พุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๓) ซึ่งมีแรงบันดาลใจและรูปแบบจากพระพุทธสิหิงค์ หรือพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ในศิลปะล้านนา แต่มีลักษณะเฉพาะที่ต่างไป อาทิ พระพักตร์มีการทำเส้นขอบไรพระศก จีวรมีการเล่นชายสังฆาฏิ โดยตกแต่งริ้วผ้าซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ และส่งอิทธิพลต่อพระพุทธปฏิมาสมัยอยุธยาพื้นที่ภาคใต้ โดยเรียกตามลักษณะพระวรกายอ้วนป้อมว่า “แบบขนมต้ม” หรือ “พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรศิลปะอยุธยา สกุลช่างนครศรีธรรมราช” โดยเป็นที่นิยมสร้างและจำลองแบบนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๒ ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
๙. พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม
ศิลปะ ลังกา แบบสิริวัฒนบุรีหรือแคนดี พุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๔ (๔๐๐ - ๕๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๓๔.๕ เซนติเมตร องค์พระสูง ๓๐.๕ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม ศิลปะลังกา แบบสิริวัฒนบุรีหรือแคนดี สร้างขึ้นในสมัยที่มีเมืองแคนดีเป็นเมืองหลวง อยู่ทางตอนกลางของเกาะลังกา เจริญรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ - ๒๔ ตรงกับช่วงอยุธยาตอนปลายและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปสมัยแคนดีพบว่ามีการสร้างด้วยวัสดุที่หลากลาย หากเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่มักใช้การก่ออิฐถือปูน หากมีขนาดรองลงมาหรือขนาดเล็กนิยมสร้างด้วยงาช้างหรือไม้ ขณะที่พระพุทธรูปที่สร้างจากสัมฤทธิ์พบได้น้อยมาก
๑๐. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ศิลปะ พม่า แบบมัณฑะเลย์ ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๔ – ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ (๑๕๐ - ๒๐๐ ปีมาแล้ว)
ขนาด สูงพร้อมฐาน ๓๒.๒ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๒๗.๒ เซนติเมตร
ประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙
พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ประทับขัดสมาธิเพชรปางมารวิชัย ศิลปะพม่าแบบมัณฑะเลย์ ช่วงปลายสมัยราชวงศ์โก้นบอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ราชวงศ์คองบอง หรืออลองพญา (พ.ศ. ๒๒๙๕ – ๒๔๒๘) พุทธลักษณะสำคัญคือ กรอบพระพักตร์เป็นแถบกว้างพาดเหนือพระนลาฏคล้ายไรพระศกประดับด้วยแก้วสีแดงและเขียวอย่างเทคนิคของช่างหลวง ซึ่งเตรียมพื้นผิวด้วยธาโย (thayo) เป็นวัสดุผสมน้ำรักพม่ากับผงไม้หรือปูนขาว พระอุษณีษะที่มีลักษณะสูงและกว้าง โดยไม่มียอดพระรัศมี ครองจีวรห่มเฉียงปิดพระอังสาซ้าย ชักชายจีวรมาปิดบนพระอังสะด้านขวา
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ในงาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" ณ เวทีใหญ่ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำสัปดาห์นี้ โดยในวันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569 พบกับการบรรเลงและขับร้องวงดนตรีสากล โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และศิลปินเพชรในเพลง เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป, วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม 2569 การแสดง "เพลงลำตัด" โดยคณะแม่ศรีนวล ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป, วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 "การแสดงโปงลาง" โดยวิทยาลัยนาฏศิลป ร้อยเอ็ด เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืน ณ วัดไชยวัฒนาราม และวัดพระราม เวลา 18.30 - 21.30 น. วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ได้อีกด้วย
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมการแสดงและเที่ยวชมโบราณสถานยามราตรีได้โดยเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมตามปกติ ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 80 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525 Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK
สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ชวนมาฟังเรื่องเล่า สนุก ได้ความรู้ จาก “ภาพเขียนสี” ของจริงในพื้นที่ขอนแก่นและใกล้เคียง โบราณคดีไม่ไกลตัวอย่างที่คิด! การบรรยายพิเศษในโครงการ “ถอดความรู้จากโบราณวัตถุสู่ชุมชน” ครั้งที่ 2 ปีที่ 2 หัวข้อ “Rock Arts in Khon Kaen and Nearby Area” ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น โดยมีหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ 3 เรื่อง ได้แก่
1. เรื่อง “การถอดลายเส้นภาพเขียนสีด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์” บรรยายโดย นางสาวทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์ ปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น
2. เรื่อง “การเก็บข้อมูลภาคสนามในแหล่งภาพเขียนสี” บรรยายโดย นางสาวประวินัส ภารสุวรรณ นักวิชาการวัฒนธรรม สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น
3. เรื่อง “การตีความทางโบราณคดีของแหล่งภาพเขียนสี” บรรยายโดย นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น
ภายในงานไม่ได้มีแค่นั่งฟัง แต่ยังได้ลงมือทำจริง! ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะด้วย “สีจากหินธรรมชาติ” แบบเดียวกับคนยุคก่อนประวัติศาสตร์, สนุกกับการประทับตรา “ภาพเขียนสี” จากแหล่งโบราณคดีในขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง, รับของที่ระลึกสุดพิเศษ โปสการ์ดและสติกเกอร์จากภาพเขียนสีจริง ส่งตรงจากนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น
ท่านจะได้พบกับการบรรยายเข้าใจง่ายจากนักวิชาการตัวจริง ที่จะพาทุกคนไปรู้จัก “ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ”ผ่านการบรรยายทางวิชาการ ทั้งนี้ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถสแกน QR Code ลงทะเบียน หรือกดลิ้งก์นี้https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfV4gs2E7c4w5AK7TyylqmLv5bX55zav4liTjCQe_ehA9PdJw/viewform แล้วมาเปิดมุมมองโบราณคดีไปด้วยกัน
***บรรณานุกรม***
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนสุดา สิริโสภาพัณณวดี
ทวีปัญญา เล่ม 1 เมษายน-กันยายน ร.ศ 123 ครบ พ.ศ.2447 มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปภัมภ์จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศล ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญในคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 26 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 ครบ 54 ปี
กรุงเทพฯ
โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
2522
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560 นางสาวพรพรรณ หงสไกร หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ให้การต้อนรับ นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัช
ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ที่เข้าเยี่ยมเนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เขตตรวจราชการที่ 2 และเพื่อหารือการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดชัยนาท