ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,681 รายการ

จารึกอักษรขอมจำนวน ๔ บรรทัด คำอ่าน-แปล พิมพ์เผยแพร่ในสาส์นสมเด็จ ฉบับวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕ และประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา (ภาค ๑) พ.ศ. ๒๕๑๐           ประวัติการพบปรากฏในบันทึกเรื่องการซ่อมรักษาวัดพระศรีสรรเพชญ ในพระราชวังโบราณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕–๒๔๗๖ (เอกสารกองโบราณคดี) ความว่า “มูลเหตุที่จะซ่อมรักษา (พระเจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์) คราวนี้ เกิดขึ้นจากมีผู้ร้ายลอบขุดพระสถูปองค์กลางขึ้นก่อน ได้ของไปมาก จับตัวหัวหน้าผู้ร้ายได้ รับสารภาพ ศาลตัดสินจำคุก ๕ ปี หัวหน้าผู้ร้ายนี้เองเป็นผู้ยืนยันว่า องค์ข้างด้านตะวันออก ยังมีของบรรจุไว้ข้างในอีกมาก ทางเทศาภิบาลจึงขอให้ทางราชบัณฑิตสภาขุดค้นเสีย โดยชี้แจงว่า ถ้าทิ้งไว้ก็จะเป็นเหตุให้มีการลักขุดกันไม่หยุดหย่อน” ในการขุดค้นได้พบสถูปพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป พระพิมพ์และวัตถุ อื่น ๆ จำนวนมาก ส่วนเจดีย์องค์กลางที่คนร้ายลักลอบขุดได้ของสำคัญ คือ จารึกลานทอง ที่คนร้ายทำตกทิ้งไว้ ความว่า          “ในองค์กลางที่ผู้ร้ายลักขุดนั้น มีสถูปศิลาเช่นเดียวกัน สิ่งของที่มีราคาผู้ร้ายเอาไปหมด ทิ้งไว้แต่สถูปหินชั้นนอกเท่านั้น แต่ผู้ร้ายได้ทิ้งของสำคัญไว้อย่าง ๑ คือ ลานทองจารึกหนังสือขอม เป็นสุพรรณบัฏทรงตั้งมเหสีองค์ ๑ เป็นมงคลเทวีศรีวรแก้ว ศักราช ใช้มหาศักราช ตรงในแผ่นดินพระรามาธิบดีที่ ๒”           ปัจจุบันจารึกลานทองดังกล่าว เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา------------------------------------------------------------------ผู้เขียน : เด่นดาว ศิลปานนท์ ภัณฑารักษ์เชี่ยวชาญ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ


สมฺโพชฺฌงฺค (สติ-อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺค)  ชบ.บ.52/1-2  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                                ตำราโหราศาสตร์ (เล็กเจ็ดตัว) สพ.บ.                                  316/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               โหราศาสตร์ลักษณะวัสดุ                           46 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 29.6 ซม.หัวเรื่อง                                 โหราศาสตร์                                           บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.265/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 116 ลาน2  (226-231) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : ปญญาปารมี(ปัญญาบารมี)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




บทความทางวิชาการ " การบูรณะวิหารพระนาก วัดจักรวรรดิ์" วิหารพระนาก วัดจักรวรรดิ์ สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ.๒๓๗๐ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เดิมเป็นวิหารหรือหอพระที่ประดิษฐานพระบางเมื่อครั้งที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้อัญเชิญมาจากนครหลวงเวียงจันทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๐๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้พระราชทานพระบางกลับไปประดิษฐานที่นครหลวงพระบาง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระนาก จากหอพระในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายคลึงกันมาประดิษฐานไว้ในวิหารแทน จึงเรียกวิหารหลังนี้ว่า วิหารพระนาก วิหารพระนากมีความพิเศษหลายประการที่พบไม่บ่อยนักในอาคารในรุ่นราวคราวเดียวกัน อาทิเช่น การตกแต่งผนังภายนอกด้วยงานจิตรกรรมลายแผงหรือลายแย่งแบบราชวัตร (ลายตาราง) ซึ่งมีลักษณะเป็นดอกพุดตานก้านแย่งจากดอกตูมออกไปทั้งสี่ทิศ ตัวลายสีเหลืองถมพื้นดำ คล้ายกับทำให้ดูเหมือนเป็นการตกแต่งด้วยลายทอง อย่างไรก็ตามการตกแต่งผนังภายนอกดังกล่าวนี้เป็นงานที่เขียนขึ้นใหม่ในยุคหลัง แต่ยังคงรูปแบบลวดลายตามอย่างของเดิม ซุ้มประตู-หน้าต่าง ปั้นปูนเป็นลายดอกพุดตานปิดทอง ตัวบานเขียนด้วยลายทองสอดสีรูปมังกร สิงโต และสัญลักษณ์มงคลในวัฒนธรรมจีน ซึ่งถือเป็นงานศิลปกรรมชิ้นสำคัญของวิหารแห่งนี้ การตกแต่งหน้าบันด้วยลายปูนปั้นประดับกระเบื้องเคลือบลายคราม แสดงเรื่องราวของแม่กาเผือกซึ่งเป็นตำนานที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ในภัทรกัลป์ และยังเป็นตำนานที่มีอิทธิพลมากในแถบล้านช้างและล้านนา การทำช่องซุ้มประดับประทีป ซึ่งอาจพบเจอได้บ้างในวิหารที่อื่นๆ เช่น วัดไพชยนต์พลเสพย์ เป็นต้น แต่ช่องซุ้มประดับประทีปที่วิหารพระนากนี้ หากนับดูจะได้เท่ากับ ๒๔ ช่อง ซึ่งทำให้นึกไปถึงอดีตพุทธทั้ง ๒๔ พระองค์ การตกแต่งพนักบันไดด้านหน้าด้วยลายปูนปั้นประดับกระเบื้องเคลือบลายคราม เป็นรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพุทธประวัติตอนมารผจญ ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่ปรากฏการการนำเรื่องราวดังกล่าวมาแสดงภายนอกอาคาร นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการเขียนลายทองรูปดอกไม้ที่กรอบช่องเปิดพาไล (กรอบหน้าต่างแนวผนังรอบนอก) ซึ่งหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก ที่สำคัญคาดว่าวิหารพระนาก หรือวิหารพระบางหรือหอพระบางเดิม อาจมีหน้าต่างตรงกรอบช่องเปิดพาไล (กรอบหน้าต่างแนวผนังรอบนอก) เนื่องจากพบว่าไม้กรอบพาไลบางส่วนมีร่องเดือย และร่องรางรับบาน อ้างอิง กรมศิลปากร. ศิลปวัฒนธรรมไทย เล่ม 4 : วัดสาคัญกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2525). 217-218 ปฐมพงษ์ สุขเล็ก. “พระบาง” จากลาวสู่สยาม มาเพราะ “การเมือง” ส่งกลับเพราะ “ความเชื่อ”, ใน ศิลปวัฒนธรรม, ฉบับมกราคม 2556. อมรรัตน์ จริงวาจา. จิตรกรรมลายแผงสมัยรัชกาลที่ 3 – รัชกาลที่ 4 : วิเคราะห์ที่มารูปแบบและพัฒนาการ, วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2560. http://gis.finearts.go.th/fineart/ วัดจักรวรรดิราชาวาส เรียบเรียง ธีระยุทธ์ สุวลักษณ์ นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน กองโบราณคดี เอื้อเฟื้อข้อมูล พงศธร เหียงแก้ว ศุภกิจจ์ เสถียรอินทร์ เรียบเรียง ธีระยุทธ์ สุวลักษณ์ นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน กองโบราณคดี




การเดินทางระหว่างบรรทัด EP. 1 จัดทำโดย นางสาวปรัศนีภรณ์ พลายกำเหนิด นักภาษาโบราณปฏิบัติการ


          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "โฉมใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี" ในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube กรมศิลปากร


องค์ความรู้ สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน” วันสุนทรภู่ หมายถึง วันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) เจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวัง ซึ่งมีผลงานด้านบทกลอนที่มีคุณค่าแก่แผ่นดินเป็นจำนวนมาก สุนทรภู่ เกิดวันจันทร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2539 ณ บริเวณด้านเหนือของพระราช วังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน) บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนมารดาไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นคนจังหวัดใด สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เมื่อท่านเกิดได้ไม่ถึงหนึ่งขวบ บิดามารดาได้หย่าร้างกัน บิดากลับไปบวชที่วัดป่า อำเภอแกลง ส่วนมารดาได้ถวายตัวเป็นแม่นมของพระธิดาในกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข สุนทรภู่อยู่กับมารดา เข้าเรียนที่สำนักวัดชีปะขาวหรือวัดศรีสุดาราม มีความรู้จนได้เป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ด้วยความไม่ชอบงานเสมียน ทำได้ไม่นานก็ลาออก สุนทรภู่อยู่ในวังกับมารดา จนอายุได้ 20 ปี ได้ลอบรักใคร่กับสาวชาววัง ชื่อ จัน จนถูกลงโทษจองจำและถูกโบย เมื่อพ้นโทษ ได้กลับไปหาบิดาที่บ้านกร่ำ เมืองแกลง และแต่งงานกับจัน แต่อยู่กันไม่นานก็เกิดระหองระแหง คงเป็นเพราะสุนทรภู่เมาสุราอยู่เป็นนิตย์ จึงได้เลิกหย่าร้างกัน ในสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนได้รับแต่งตั้งเป็นขุนสุนทรโวหาร เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด ในสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ถูกกล่าวหา ด้วยเรื่องเสพสุรา และเรื่องอื่นๆ จึงถูกถอดออกจากตำแหน่งขุนสุนทรโวหาร ต่อมาสุนทรภู่ออกบวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) และเดินทางไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ บวชใหม่ถึง 2 ครั้ง แล้วลาสิกขาบทถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ) ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุนทรภู่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหาร เจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระบวรราชวัง ในปี พ.ศ. 2394 รับราชการอยู่ 4 ปีก็ถึงแก่กรรม ในปี พ.ศ. 2398 รวมอายุได้ 70 ปี ผลงานของสุนทรภู่มีนิราศ 9 เรื่อง นิทาน 5 เรื่อง สุภาษิต 3 เรื่อง บทละคร 1 เรื่อง บทเสภา 2 เรื่อง และบทเห่กล่อม 4 เรื่อง ในปี พ.ศ. 2529 ในโอกาสครบรอบ 200 ปี สุนทรภู่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นกวีเอกของโลก เพื่อรำลึกถึงสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันที่รำลึกถึงสุนทรภู่ มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์สุนทรภู่ไว้ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง อ้างอิง : ประชิด สกุณะพัฒน์ ผศ., อุดม เชยกีวงศ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : ภูมิปัญญา, 2549. บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541. ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี


เนื่องน้อย  ชูโต.  คำกลอนเรื่องลูกอิเหนา.  พระนคร: ไทยเขษม, 2497.         ลูกอิเหนาเล่มนี้กล่าวถึงเมืองซังคราล หรือเมืองกุเรปัน มีโอรสชื่อบันหยีอินูเกรตาปดี ได้อภิเศกสมรสกับนางจันทร์กิระนะบุษบา และเป็นชายาคนที่ 2 รองจากนางอังเดรเน หรือนางจินตหรา   ซึ่งลูกอิเหนากำเหนิดจากนางจันทร์กิระนะบุษบา ชื่อว่า มิสากุดาลาหลิน และได้ครองราชย์ต่อจากบิดาน


ชุดองค์ความรู้ "นานาสาระ...คาม" ตอนที่ 4 "สิมวัดยางทวงวราราม (วัดบ้านยาง) ตำบลยาง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม"            มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะคะ กับชุดองค์ความรู้ "นานาสาระ....คาม"  ในวันนี้ พี่นักโบ ขอพาทุกท่านมาชม สิมวัดยางทวงวราราม (วัดบ้านยาง) ตำบลยาง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม สิมวัดบ้านยางแห่งนี้มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและฮูปแต้มหรือภาพจิตรกรรมฝาผนังแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม จะมีสิ่งที่น่าสนใจอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยค่ะ          เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับองค์ความรู้ที่พี่นักโบนำมาฝากทุกท่านในวันนี้ หากมีโอกาสพี่นักโบอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านมาชมสิมวัดยางทวงวรารามหรือวัดบ้านยางแห่งนี้ ณ สถานที่จริงกันไปเลย เพื่อให้เกิดอรรถรสและชื่นชมความสวยงามของสิมแห่งนี้ สำหรับวันนี้พี่นักโบขอลาไปก่อน ตอนหน้าจะกลับมาพบกับองค์ความรู้ในเรื่องอะไรนั้นฝากติดตามกันด้วยนะคะ เรียบเรียงนำเสนอโดย นางสาวปติมากร พึ่งพวก ผู้ช่วยนักโบราณคดี กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา


องค์ความรู้ด้านนาฏศิลป์ ของสำนักการสังคีต เรื่อง รำฉุยฉายพญาครุฑแปลง เรียบเรียงโดยนายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ สำนักการสังคีต


พระพิมพ์เมืองลำพูน พระกวางศิลปะหริภุญไชย พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘                  ดินเผากว้าง ๑๖ ซม. สูง ๑๓ ซม.                                                                                                              ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญชัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ -พระพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมทรงสูง ตรงกลางเป็นพระพุทธรูปแสดงปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานสี่เหลี่ยมเป็นชั้นๆ ยกเก็จตรงกลางฐานประดับลายเม็ดปะคำ รอบพระเศียรมีประภามณฑลโค้งแหลม ขนาบข้างด้วยพระสาวกนั่งขัดสมาธิ เบื้องหลังพระพุทธรูปประธานเป็นอาคารทรงปราสาท ขนาบข้างด้วยยอดปราสาทขนาดเล็ก ๒ ข้าง -ฐานด้านล่างทำเป็นรูปกวางหมอบ จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อพระพิมพ์ในลักษณะนี้ ของกลุ่มผู้ศึกษาพระพิมพ์ว่า พระกวาง พบทั่วไปในจังหวัดลำพูน เช่น วัดดอนแก้ว วัดประตูลี้ และเวียงท่ากานในจังหวัดเชียงใหม่ จัดอยู่ในกลุ่มพระพิมพ์ที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับศิลปะทวารวดี ได้แก่ พระกลีบบัว และพระกล้วย อ้างอิง ผาสุข อินทราวุธ และคณะ. รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาร่องรอยอารยธรรมโบราณจากหลักฐานโบราณคดีในเขตจังหวัดลำพูนก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๙. ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๖. สุรพล ดำริห์กุล. ประวัติศาสตร์และศิลปะหริภุญไชย.  กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๕๗.


black ribbon.