ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,205 รายการ
สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระราชภาวนาวชิรากร (อินทร์ถวาย สนตุสสโก) แสดงธรรมเทศนาและเจริญจิตสมาธิภาวนา บริเวณโบราณสถานหอนางอุสา ฉลองมรดกโลกภูพระบาท ในโอกาสที่ได้รับประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในวันศุกร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ประกาศปิดให้บริการเพื่อปรับปรุงส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะแล้วเสร็จขออภัยในความไม่สะดวก
วันอาทิตย์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๘ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าเยี่ยมชมเมืองโบราณโนนเมือง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมี นางสาวมนัชญา วาจก์วิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วันศุกร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ซึ่งจัดขึ้นโดยจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมพิธีฯ ณ พระวิหารหลวง วัดสวนดอก พระอารามหลวง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
“สุดาวรรณ” เยือนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ยกระดับแหล่งเรียนรู้ - พิพิธภัณฑ์
โชว์อาคารศูนย์วิจัยโบราณคดีบ้านเชียง อาคารล้ำสมัยระบบโซลาร์เซลล์ - มาตรฐานคลังรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ
ปักหมุดอุดรธานีเมือง 2 มรดกโลก ชูนำทุนทางวัฒนธรรม – เสน่ห์วัฒนธรรมอีสานดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือน
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมอาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และศูนย์วิจัยโบราณคดีบ้านเชียง โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร วัฒนธรรมจังหวัด ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี
นางสาวสุดาวรรณ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีและศูนย์วิจัยโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งรวบรวมจัดเก็บโบราณวัตถุในวัฒนธรรมบ้านเชียงและโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ร่วมสมัยวัฒนธรรมบ้านเชียงในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน พบว่ามีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามนโนบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Soft Power ของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปสู่ระดับนานาชาติ และนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาชุมชน สังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งปีนี้กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกมาเที่ยวในมิติด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยในส่วนการเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรมจะยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักและเข้าสู่มาตรฐานสากล “อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า จังหวัดอุดรธานีถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีแหล่งมรดกโลก 2 แห่งในจังหวัดเดียว คือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติภูพระบาท ทราบว่าขณะนี้มีการบูรณาการจัดทำเส้นทางจังหวัดเดียวเที่ยว 2 มรดกโลกเชื่อมโยงระหว่างภูพระบาทและบ้านเชียง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหลังจากนี้ต้องบูรณาการการทำงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การทำข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยว พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องและนำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวแหล่งมรดกโลกเพิ่มมากขึ้น” รมว.วธ.กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว สำหรับแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น โดยมีขอบเขตพื้นที่ประกอบด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โบราณสถานหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน บ้านไทพวนอนุสรณ์สถาน และแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2535 ด้วยคุณค่าความโดดเด่นตามเกณฑ์พิจารณามรดกโลกทางวัฒนธรรมในข้อ 3 คือ “เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นพยานหลักฐานแสดงขนบธรรมเนียมประเพณีหรืออารยธรรม ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่หรือสูญหายไปแล้ว” โดยมีพื้นที่ประกอบด้วยแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและแหล่งโบราณคดีบ้านอ้อมแก้ว และมีพื้นที่กันชนครอบคลุมเขตเทศบาลตำบลบ้านเชียงทั้งหมด โดยแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ 359 ของโลกและแหล่งที่ 3 ของประเทศไทย
ทั้งนี้ ในปี 2562 กรมศิลปากร ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยโบราณคดีบ้านเชียง เพื่อเก็บรักษาและรวบรวมโบราณวัตถุในวัฒนธรรมบ้านเชียงและโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมบ้านเชียงในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับให้บริการศึกษาวิจัยองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเชียง โดยรูปแบบอาคาร อาคารคอนกรีต 2 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารหลังแรกของกรมศิลปากรที่มีการนำระบบโซลาร์เซลล์มาใช้เพื่อประหยัดพลังงาน และระบบรักษาความปลอดภัย มีระบบตรวจจับควันและความร้อน ระบบดับเพลิง ระบบกล้องวงจรปิด สำหรับพื้นที่ชั้นล่าง เป็นห้องสมุด/ศูนย์บริการข้อมูล ส่วนปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ คลังเปิดเก็บรักษาและจัดแสดงเพื่อการศึกษาโบราณวัตถุ ส่วนจัดนิทรรศการ จัดแสดงเรื่องภาชนะดินเผา ได้แก่ รูปแบบรูปทรงภาชนะ รูปแบบการตกแต่ง ตามการแบ่งสมัยของวัฒนธรรมบ้านเชียง และสามารถปรับเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นเรื่องอื่น ๆ ได้ในอนาคต และชั้นบน เป็นส่วนคลัง ห้องบริการนักวิจัย ห้องปฏิบัติงานสงวนรักษาเบื้องต้น
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร มุ่งเน้นการบูรณะและพัฒนาโบราณสถานและแหล่งโบราณคดี เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศทางวัฒนธรรม ยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ ทุกแห่ง ส่งเสริมและสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะพยายามผลักดันให้เกิดแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การผลักดันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และการเสนอแหล่งสงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตามนโยบายมีแหล่งมรดกโลกให้ครบทุกภูมิภาคของ ประเทศไทย รวมทั้งเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก
เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ “ภูพระบาท” มรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ
“รมว.สุดาวรรณ” ประธานติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลก - ใบประกาศรับรองขึ้นทะเบียน
ยูเนสโก มอบหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ - ติดตั้งป้ายรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกภูพระบาท
กรมการศาสนา นิมนต์คณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ฉลองมรดกโลก ณ โบราณสถานหอนางอุสา
ด้านกรมศิลป์ จัดแสดงละครตำนานภูพระบาท "อุสา - บารส" โขนรามเกียรติ์ ตอน สุครีพถอนต้นรัง
พร้อมเชิญชวน นักท่องเที่ยวไทย - ต่างชาติ เดินทางมาชมความงดงามอุดรธานีเมือง 2 มรดกโลก
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีงานฉลองแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมภูพระบาท ในโอกาสที่ได้รับประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) กว่า 200 คน ตลอดจนประชาชนในจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วม ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ตามที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” (Phu Phrabat, a testimony to the Sima stone tradition of the Dvaravati period) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของจังหวัดอุดรธานีต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก เมื่อพุทธศักราช 2535 ศูนย์มรดกโลกจึงจัดส่งใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม “ภูพระบาทประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี เป็นแหล่งมรดกโลกที่ลงนามรับรอง โดย Ms. Audrey Azoulay ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาให้กับประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรมจึงจัดงานฉลองแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมภูพระบาท เพื่อติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมให้ประชาชนชาวไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมยินดีและเฉลิมฉลองในการได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกครั้งนี้ ทั้งนี้ แหล่งมรดกโลกภูพระบาท มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลกคือ เป็นแหล่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แสดงถึงรูปแบบการกำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา และแสดงถึงรูปแบบทางศิลปะสีมานิมิตของวัฒนธรรมทวารวดีในบริบทของโลก และลักษณะทางภูมิทัศน์ของภูพระบาทได้มีการปรับเปลี่ยนสำหรับการตั้งสีมานิมิตและมีใช้งานพื้นที่อย่างต่อเนื่องในการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ศตวรรษ อีกทั้งมีความสัมพันธ์กับประเพณีและวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือวัดป่า เป็นการใช้พื้นที่ที่แสดงถึงวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดีที่โดดเด่นที่สุดในที่ราบสูงโคราช
การจัดงานฉลองครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของกรมศิลปากร กรมการศาสนา และจังหวัดอุดรธานี โดยกรมการศาสนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสฉลองมรดกโลกภูพระบาท ณ โบราณสถานหอนางอุสา ซึ่งมีพระราชภาวนาวชิรากร (อินทร์ถวาย สนตุสสโก) เจ้าอาวาสวัดอุดมมงคลวนาราม (วัดป่านาคำน้อย) อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี แสดงธรรมเทศนาและนำพุทธศาสนิกชนเจริญจิตภาวนา ด้านกรมศิลปากร จัดกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งถือเป็นไม้มงคลประจำในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่โบราณสถานหอนางอุสา ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทและเป็นการเสริมสร้างภูมิทัศน์โดยรวมของแหล่งมรดกโลกภูพระบาท
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ภายในงานมีกิจกรรมเฉลิมฉลอง อาทิ การแสดงศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนไทพวนอำเภอบ้านผือ การติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโกอย่างเป็นทางการ และติดตั้งป้ายรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกภูพระบาท โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการแสดงจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากรที่ได้จัดการแสดงชุดพิเศษ ละครตำนานภูพระบาท เรื่องอุสา บารส (ตำนานรักภูพระบาท) เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักของนางอุสาและท้าวบารส ซึ่งถูกกีดกันจากเจ้าเมืองพานและถูกกลั่นแกล้งจากเหล่าชายาของท้าวบารสจนนางอุสาป่วยหนักและสิ้นใจ ด้วยความรักที่มีต่อนาง ท้าวบารสจึงตรอมใจตายตามนางอุสาไป จากชื่อตัวละครในนิทาน ตำนานที่บอกเล่าสืบต่อกันมานี้เอง ได้ถูกผูกโยงเข้ากับโบราณสถานบนภูพระบาทจนเกิดเป็นชื่อเรียกโบราณสถานต่าง ๆ เช่นทุกวันนี้ นอกจากนี้มีการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกกุมภกรรณ ตอน สุครีพถอนต้นรัง เนื้อเรื่องกล่าวถึงพระรามให้สุครีพ เป็นนายทัพคุมพลวานรออกรบกับกุมภกรรณ โดยกุมภกรรณได้ทำอุบายลวงให้สุครีพไปถอนต้นรังใหญ่ในทวีปอุดร สุครีพถอนต้นรังใหญ่มาได้แต่ต้องสิ้นกำลัง เมื่อเข้ารบกันจึงถูกกุมภกรรณจับตัวไว้ได้ แต่หนุมานและองคตมาช่วยแก้ไข ทั้งสามพญาวานรได้เข้ารุมทำร้ายกุมภกรรณจนได้รับบาดเจ็บต้องหนีกลับเข้ากรุงลงกา รมว.วธ. กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีแหล่งมรดกโลก 2 แห่งในจังหวัดเดียว คือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติภูพระบาท และทราบว่าขณะนี้มีการบูรณาการการทำงานในการจัดทำเส้นทางจังหวัดเดียวเที่ยว 2 มรดกโลก เชื่อมโยงระหว่างภูพระบาทและบ้านเชียง เชื่อว่าจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีเพิ่มมากขึ้น ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ จัดทำข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยว พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวแหล่งมรดกโลกเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ วธ.มีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อการพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนของการบูรณะและพัฒนาโบราณสถานจะดำเนินการเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม ยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ ส่งเสริมและสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะพยายามผลักดันให้เกิดแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีแหล่งมรดกโลกให้ครบทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมทั้งเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก