ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 4,373 รายการ

        กรมศิลปากรขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนาวิชาการ เนื่องในสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ พบกับการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ดังต่อไปนี้         - วันที่ ๔ เมษายน เรื่อง “แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง กับการพบกลองมโหระทึกร่วมกับการฝังศพครั้งแรกในจังหวัดเพชรบุรี” โดยวิทยากร ๑. นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชํานาญการ ๒. นางสาวกัญญาภัค โต๊ะเฮง นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวปรียาพร จุมพรม หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี         - วันที่ ๕ เมษายน เรื่อง “เปิดเมืองโบราณจากฟากฟ้า: LiDar กับการค้นพบใหม่จากแหล่งมรดกโลกเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร" โดยวิทยากร ๑. นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อํานวยการสํานักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย ๒. นายสรธัช โรจนารัตน์ นักโบราณคดีชํานาญการ ๓. นายชาญชัย ศรีกัญญา นักโบราณคดีปฏิบัติการ ๔. นางสาวเมลดา มณีโชติ นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสํานักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย         - วันที่ ๖ เมษายน เรื่อง “ศิลปกรรมพื้นถิ่นอีสานเนื่องในพุทธศาสนา” โดยวิทยากร ๑. นางสาวมนัชญา วาจวิศุทธิ์ ผู้อํานวยการสํานักศิลปากรที่ 4 ขอนแก่น ๒. นายพิษณุ เตียเป็น นายช่างศิลปกรรมชํานาญงาน ๓. นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชํานาญการ ๔. นางสาวทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์ จ้างเหมาปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม ๕. นางสาววราพร รัตยวงษ์ นักโบราณคดีชํานาญการ และนายกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี, นางสาวประวินัส ภารสุวรรณ นักวิชาการวัฒนธรรม ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น         - วันที่ ๗ เมษายน เรื่อง “เปิดหน้ากระดาษเล่าประวัติศาสตร์ ภาษา เอกสาร หนังสือแห่งชาติ” โดยวิทยากร ๑. นายเทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร ๒. นางพัชรินทร์ ลั้งแท้กุล นักจดหมายเหตุชํานาญการพิเศษ ๓. นางสาวสุธีรา สัตยพันธ์ นักอักษรศาสตร์ชํานาญการพิเศษ และนางอัจฉรา จารุวรรณ บรรณารักษ์ชํานาญการพิเศษ ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์         - วันที่ ๘ เมษายน เรื่อง “เล่าเรื่องปราสาทชายแดนหลังควันปืน” โดยวิทยากร ๑. นายสมเดช ลีลามโนธรรม ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี ๒. นายธงชัย มหา ผู้อํานวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน และนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชํานาญการ ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา         ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเสวนาได้ ตาม QR Code หรือกดลิงก์นี้ https://docs.google.com/forms/d/1ojXUnScDHPROxu-vnBI80J-KgpXJU9A0s5pqmnxAKOI/preview หรือติดตามชมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts มาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกไทยไปด้วยกัน


           นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยสถานการณ์ล่าสุดหลังเกิดน้ำท่วมอย่าง ฉับพลันในหลายพื้นที่ ซึ่งกรมศิลปากรได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานใน จังหวัด ปกป้องโบราณสถานสำคัญและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง น้ำไม่ท่วมโบราณสถาน แหล่งมรดกโลกสุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – กำแพงเพชร            สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย รายงานพื้นที่แหล่งมรดกโลก ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งอยู่ในพื้นที่บริเวณประเทศไทยตอนบนที่ได้รับอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมเป็นจำนวนมากและเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายภายในบริเวณโบราณสถาน ปัจจุบันภาพรวมของสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เนื่องจากปริมาณฝนตกสะสมลดน้อยลง ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยพบว่า มีปริมาณน้ำฝนที่ท่วมขังไม่มากนักรอการระบายออกจากพื้นที่ ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับผลกระทบจากพายุฝน มีต้นไม้บางส่วนล้มทับทำให้โบราณสถานเสียหายเล็กน้อย ได้แก่ แนวกำแพงศิลาแลงวัดพระนอน และป้อมทุ่งเศรษฐีซึ่งมีน้ำฝนที่ท่วมขังรอการระบาย อย่างไรก็ตาม การเดินทางท่องเที่ยวในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง ๓ แห่ง นักท่องเที่ยวยังคงสามารถเดินทางมาเที่ยวชมโบราณสถานภายในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ได้ตามปกติภาพที่ ๑ - ๓ : อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยภาพที่ ๔ - ๖ : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา           พื้นที่นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ถือว่ามีความเสี่ยงระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อ ประเมินแล้วพบว่าจะมีผลกระทบกับโบราณสถานที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบริเวณภายในและภายนอกเกาะเมืองทั้งหมด ดังเช่น วัดเชิงท่า วัดธรรมาราม วัดกษัตราธิราชวรวิหาร วัดไชยวัฒนาราม ป้อมเพชร บ้านโปรตุเกสและบ้านฮอลันดา ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน ที่ผ่านมา กรมศิลปากรจึงติดตั้งแผงป้องกันน้ำในจุดแรกคือวัดไชยวัฒนาราม เนื่องจาก เป็นพื้นที่ที่มีระดับต่ำสุด และดำเนินการในโบราณสถานอื่นๆ ตามลำดับ          ล่าสุดเมื่อเวลา ๐๖.๐๐ น. ของวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๔ เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อน ๒,๗๔๙ ลบ.ม. ต่อวินาที ทำให้ขณะนี้ระดับน้ำสูงกว่าสันเขื่อนแล้วในโบราสถานบางแห่ง เช่น วัดไชยวัฒนารามและวัดธรรมาราม ในระดับ ๓๐ - ๔๐ เซนติเมตร อย่างไรก็ตามแผงป้องกันน้ำของโบราณสถานทั้งสองแห่งสามารถป้องกันน้ำได้ถึงระดับ ๒ - ๒.๕ เมตร ต่อจากนี้กรมศิลปากรได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมกำลังคนและวัสดุอุปกรณ์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลฯ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา ฯลฯ ภาพที่  ๗ - ๙ : วัดธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยาภาพที่ ๑๐ - ๑๑ : วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยาผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างเสียหายในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา          เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการชำรุดของเขื่อนลำเชียงไกรตอนล่าง ทำให้มวลน้ำ จำนวนมากเริ่มไหลทะลักลงมายังพื้นที่ท้ายเขื่อน บางส่วนของอำเภอเมือง อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง อำเภอ พิมาย ทำให้เกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่องกับโบราณสถาน และแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มเอ่อล้นเข้าในพื้นที่ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย มากขึ้น ทำให้สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ต้องเร่งบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดและส่วนราชการต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยระดมเจ้าหน้าที่ทั้งจากสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย หน่วยทหารจากกรมทหารช่างที่ ๒ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ ชุดปฎิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ อบต.กระชอนและตำบลชีวาน กว่า ๕๐ ชีวิต เร่งวางแนวกระสอบทรายเพื่อเสริมความสูงของแนวกระสอบทรายบริเวณริมตลิ่งด้านหลังพิพิธภัณฑ์ที่ติดกับแม่น้ำมูล ซึ่งมีระยะทางยาวกว่า ๑๘๐ เมตร โดยในขณะนี้สามารถวางแนวกระสอบทรายได้ที่ความสูงเหนือจากพื้นตลิ่งโดยเฉลี่ยประมาณ ๖๐ - ๗๐ เซนติเมตร ตลอดแนวความยาวตลิ่ง ทำให้ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำมูลยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของแนวกระสอบทรายประมาณ ๓๐ – ๔๐ เซนติเมตร นอกจากนี้ ยังทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อคอยสูบน้ำที่ซึมเข้ามาตามแนวท่อ และพื้นของสนามที่อยู่ติดริมแม่น้ำมูล อีก ๒ เครื่อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมตลอด ๒๔ ชั่วโมง รวมถึงยังมีการเสริมแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันโดยรอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ บริเวณทางเข้าออก เตรียมการขนย้ายเอกสาร หนังสือ และสิ่งของสำคัญภายในอาคารพิพิธภัณฑ์อีกด้วยภาพที่ ๑๒ - ๑๕ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย          ด้านอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ขณะนี้สถานการณ์โดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจาก ช่วง ๒ – ๓ วันที่ผ่านมา สภาพอากาศปลอดโปร่งและไม่มีฝนตก ทำให้ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง แต่อย่างไรก็ดีทางอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำจุดเสี่ยงในบริเวณโดยรอบปราสาทพิมาย เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์หากเกิดฝนตกติดต่อกันหลายวัน นอกจากนี้ยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง อีกจุดหนึ่งที่สำคัญของพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย คือบริเวณประตูเมืองด้านทิศเหนือ หรือประตูผี ซึ่งติดกับคลองคูเมืองพิมาย และแนวของลำน้ำมูลเก่า ทางอุทยานประวัติศาสตร์พิมายได้จัดวางแนวกระสอบทรายสูงประมาณ ๖๐ – ๗๐ เซนติเมตร ตลอดความยาวแนวประตูเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้ามาในพื้นที่ของเมืองพิมาย ซึ่งในปัจจุบันระดับน้ำยังคงอยู่ต่ำกว่าแนวกระสอบทรายที่จุดสูงสุดอยู่มาก          สำหรับโบราณสถานท่านางสระผม และที่ตั้งของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่ง ลำน้ำเค็ม ทางทิศใต้ของประตูชัย ห่างจากตัวปราสาทพิมายประมาณ ๑ กิโลเมตร เหนือขึ้นไปจากจุดที่เป็นที่ตั้งโบราณสถานท่านางสระผม และสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ประมาณ ๕๐๐ เมตร เป็นประตูระบายน้ำ ลำน้ำเค็มของกรมชลประทาน ซึ่งลำน้ำเค็มนี้เป็นลำน้ำสาขาที่เชื่อมต่อกับลำจักราช และแม่น้ำมูล ทำหน้าที่รับน้ำ ที่ระบายมาจากอ่างลำเชียงไกรล่างที่อยู่ตอนบนเป็นระยะ ทำให้ขณะนี้พื้นที่บริเวณนี้มีความเสี่ยงจากระดับน้ำของลำน้ำเค็มที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา และบางส่วนของโบราณสถานท่านางสระผมก็เริ่มถูกน้ำท่วมบ้างแล้ว จึงได้เริ่มตั้งแนวกระสอบทรายตลอดแนวอาคารสำนักงาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่ รวมถึงเริ่มมีการขนย้ายวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ตลอดจนเอกสารต่างๆ ขึ้นที่สูงเพื่อเป็นการระวังป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นตลิ่งขึ้นมาได้ตลอดเวลา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ คอยเฝ้าระวังระดับน้ำอยู่ตลอดเวลา


          วันเสาร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ วัดเกษมสรณาราม (วัดบางจาก) และวัดบางใหญ่ ในเขต จ.สมุทรสงคราม โดยมีนางศาริสา จินดาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี รายงานความเป็นมา ความคืบหน้าในการบูรณะพร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ และให้การต้อนรับ ทั้งนี้ท่านอธิบดีได้ให้แนวทาง ทิศทางในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในการดำเนินงานให้ได้ประโยชน์ประสิทธิภาพ ร่วมกันกับชุมชนทั้งสองฝ่าย


องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง ภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ เพชรเม็ดงามแห่งกู่พระโกนา จังหวัดร้อยเอ็ด “กู่พระโกนา” โบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ภายในวัดกู่พระโกนา ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นปราสาทในวัฒนธรรมขอมโบราณประกอบด้วยปราสาท ๓ องค์ เรียงกันในแนวเหนือ – ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เฉพาะปราสาทประธานองค์กลางที่ปรากฏร่องรอยของมุขยื่นออกมาทางด้านหน้า มีบรรณาลัยหรือที่เก็บคัมภีร์สร้างด้วยศิลาแลงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน ๑ หลัง ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วสร้างด้วยศิลาแลง มีโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก กู่พระโกนามีภาพสลักประดับตามส่วนต่าง ๆ ของปราสาทงดงามน่าชม เช่น ลายบัวแปดกลีบที่อกเลาประตูหลอก ลายก้านขด / ลายก้านต่อดอกที่เสาซุ้มประตูปราสาท เป็นต้น ถึงแม้โบราณสถานแห่งนี้จะพังทลายตามกาลเวลาและมีการซ่อมแซมในสมัยหลัง แต่ยังมีภาพสลักเล่าเรื่องที่งดงามปรากฏอยู่ ได้แก่ “ภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์” หรือวิษณุอนัตศายินปัทมนาภะ ซึ่งเป็นเรื่องราวการบรรทมของพระวิษณุเหนือพญาอนันตนาคราชเพื่อสร้างโลก ณ เกษียรสมุทรหรือทะเลน้ำนมอันเป็นที่ประทับของพระองค์ โดยตามความเชื่อของฮินดูกล่าวว่า เมื่อโลกถึงกลียุคพระศิวะจะทำลายล้างโลก จากนั้นพระวิษณุ (พระนารายณ์) จะสร้างโลกใหม่โดยกระทำโยคะนิทราจนบังเกิดเป็นดอกบัวทองผุดจากพระนาภี (สะดือ) ภายในดอกบัวมีพระพรหมประทับอยู่และจะทำหน้าที่สร้างโลกต่อไป ภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่กู่พระโกนาพบบนทับหลังด้านทิศตะวันออกของปราสาทองค์เหนือ ซึ่งปัจจุบันปราสาทดังกล่าวมีการสร้างอาคารครอบไว้ ทับหลังของปราสาทองค์นี้มีความพิเศษพบได้น้อยมากในดินแดนไทย กล่าวคือ เป็นทับหลังซ้อนกัน ๒ ชิ้น สลักแยกกัน ชิ้นที่ ๑ อยู่ด้านล่างมีขนาดใหญ่ สลักภาพบุคคลที่กึ่งกลางทับหลังซึ่งลบเลือนไปแล้วแต่ยังปรากฏท่อนพวงมาลัย / พวงอุบะ และลายพรรณพฤกษา ชิ้นที่ ๒ อยู่ด้านบนมีขนาดเล็กกว่าสลักภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ โดยลักษณะทับหลังที่มี ๒ ชิ้น ซ้อนกันแบบนี้นิยมในพุทธศตวรรษที่ ๑๕ แต่พบว่าทับหลังปราสาทบางองค์ในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ก็ยังคงปรากฏอยู่ ดังเช่นปราสาทองค์เหนือที่กู่พระโกณาแห่งนี้ ทับหลังชิ้นที่ ๒ ปราสาทองค์เหนือดังกล่าว สลักภาพพระวิษณุ (พระนารายณ์) ๒ กร พระกรซ้ายถือดอกบัว พระกรขวาหนุนพระเศียรขณะบรรทมตะแคงขวาเหนือพญาอนันตนาคราช ๕ เศียร (ช่างสลักให้เห็นเพียง ๓ เศียร อีก ๒ เศียรถูกบังไว้) ที่พระนาภี (สะดือ) มีก้านดอกบัวผุดออกมาและมีพระพรหมประทับอยู่บนนั้น แต่น่าเสียดายที่ภาพสลักส่วนนี้ชำรุด บริเวณปลายพระบาทของพระวิษณุมีพระลักษมีชายาของพระองค์ประทับอยู่ นอกจากนี้ที่ด้านปลายทั้ง ๒ ข้าง สลักรูปหงส์ข้างละ ๒ ตัวอีกด้วย จากลักษณะของนาคเศียรโล้นและรูปแบบการแต่งกายของพระวิษณุ รวมถึงรูปแบบของทับหลังชิ้นที่ ๑ กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ศิลปะแบบบาปวน ร่วมสมัยกับปราสาทสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ ปราสาทสด๊กก็อกธม จ.สระแก้ว ปราสาทบ้านพลวง จังหวัดสุรินทร์ และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ณ ปราสาทกู่พระโกนานี้ นับเป็นทับหลังและภาพสลักที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย อีกทั้งพบเพียงแห่งเดียวในจังหวัดร้อยเอ็ด มีความสมบูรณ์งดงามด้วยรูปแบบศิลปะ และยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมเมื่อครั้งแรกสร้าง มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างยิ่ง ทั้งนี้กรมศิลปากรเล็งเห็นถึงความสำคัญ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานกู่พระโกนาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ และประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ เนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติสืบไป ผู้เรียบเรียง: นายกฤษณพงศ์ พูนสวัสดิ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เอกสารอ้างอิง: กษมา เกาไศยานนท์. “รูปเคารพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ในประเทศไทย.” เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคลปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (โบราณคดี) ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๘. สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๘ อุบลราชธานี. เอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่โบราณสถานวัดกู่พระโกนา. อุบลราชธานี: สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๘ อุบลราชธานี, ๒๕๔๕. (เอกสารอัดสำเนา) อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. ทิพยนิยายจากปราสาทหิน. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๕๕.


          พระพุทธรูปลีลา วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นแบบนูนสูง แสดงอิริยาบถเดิน โดยพระบาทซ้ายก้าวไปข้างหน้า พระบาทขวายกส้นพระบาทขึ้นเล็กน้อย ยกพระหัตถ์แสดงปางประทานอภัย นับเป็นการสร้างสรรค์งานประติมากรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของศิลปะสุโขทัย เป็นการสร้างสรรค์พุทธศิลป์ตามคตินิยมเรื่อง “มหาบุรุษลักษณะ” ที่มีความงามตามอุดมคติอย่างแท้จริง คือ มีพระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งงุ้ม พระเนตรเรียวยาวปลายตวัดขึ้น พระโอษฐ์แย้มเล็กน้อยหยักเป็นคลื่น พระวรกายได้สัดส่วนมีความงานตามอุดมคติของสกุลช่างสุโขทัย คือ พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก พระหัตถ์เรียวทอดลงเบื้องล่างอย่างได้สัดส่วน ต้นขาเรียวไม่แสดงกล้ามเนื้อ ไม่แสดงข้อต่อใด ๆ จัดเป็นศิลปะสุโขทัยแบบหมวดใหญ่ปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ----------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย https://www.facebook.com/profile/100068946018506/search?q=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2


           วันอังคารที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๔.๓๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการแถลงข่าวการแสดงรายการ “เหมันต์เบิกบาน  สุขสราญสังคีต” โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๖ และรายการ “ผันผ่านกาลเวลา ล้ำเลอค่าโรงละคร” เนื่องในวาระปิดปรับปรุงโรงละครแห่งชาติ โดยมีนายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ร่วมแถลงข่าว ณ โรงละครแห่งชาติ    นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี เพื่ออนุรักษ์ สืบทอด สร้างสรรค์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมทางด้านนาฏศิลป์และดนตรีให้กว้างขวางสู่สายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมี  โรงละครแห่งชาติ เป็นสถานที่สำหรับศิลปินเพื่อแสดงออกในศิลปะการแสดงทุกประเภท ซึ่งในพุทธศักราช ๒๕๖๕ โรงละครแห่งชาติ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่ กำหนดเป็นโครงการต่อเนื่อง ๓ ปี เริ่มต้นในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ดำเนินการเสริมความแข็งแรงของส่วนเวทีการแสดง รวมทั้งติดตั้งลิฟต์เวทีสำหรับการแสดง ติดตั้งระบบงานวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการวางระบบพื้นฐานการควบคุมแบบศูนย์กลางด้วยคอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐานสากล ติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ มีห้องควบคุมระบบความปลอดภัย ระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารใหม่ ดำเนินการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรม และระบบประกอบอาคาร รวมถึงระบบแสงเสียง ภาพ ระบบเครื่องกลประกอบการแสดง การออกแบบจัดสรรพื้นที่การใช้สอยเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ มั่นคงแข็งแรง มีศักยภาพ ถึงพร้อมในทุก ๆ ด้าน และเป็นไปตามมาตรฐานโรงละครระดับนานาชาติ     โอกาสนี้ กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต จึงได้จัดนิทรรศการประวัติความเป็นมาของโรงละครแห่งชาติ รวมทั้งภาพถ่ายเก่าเล่าถึงอดีตที่เกี่ยวข้องกับโรงละครแห่งชาติ  การบรรเลง - ขับร้องและการแสดงรายการ “ผันผ่านกาลเวลา ล้ำเลอค่าโรงละคร” เนื่องในวาระปิดปรับปรุงโรงละครแห่งชาติขึ้น ในวันเสาร์ที่ ๗  และวันอาทิตย์ที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติ ประกอบด้วย การบรรเลง - ขับร้อง ดนตรีสากล “สำเนียงเสียงฝรั่งหลวง งามโชติช่วงเพลงกรมศิลป์” การแสดงละคร เรื่องไกรทอง ตอนไกรทองรบชาละวัน และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “รามบดีจักรีวงศ์” เปิดให้จองบัตรเข้าชมการแสดงได้ที่ https://ntt.finearts.go.th            นอกจากนี้ ยังได้จัดการแสดงรายการ "เหมันต์เบิกบาน สุขสราญสังคีต" โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๖ ซึ่งเป็นการแสดงประจำปีของสำนักการสังคีต เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยมีการแสดงหลากหลายรูปแบบทั้งการแสดงโขน ละคร วิพิธทัศนา การบรรเลงดนตรีไทย ดนตรีสากล โดยศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กำหนดจัดการแสดงทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๗.๓๐ - ๑๙.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา เวทีกลางแจ้ง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ ๒๐ บาท ทั้งนี้ ได้จัดรายการพิเศษ “นาฏกรรมสุขศรี สุนทรีย์พร    ปีใหม่” ชมการแสดงชักนาคดึกดำบรรพ์ และโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “สุครีพสุริโยโอรส” โดยงดเก็บค่าเข้าชมในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖            ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมการแสดงรายการ “เหมันต์เบิกบาน  สุขสราญสังคีต” โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๖ และรายการ “ผันผ่านกาลเวลา ล้ำเลอค่าโรงละคร” เนื่องในวาระปิดปรับปรุงโรงละครแห่งชาติ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร finearts.go.th และเฟสบุ๊ก เพจ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร 


          วันอังคารที่ ๒๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. พลตรี ปราชญ์เปรื่อง โชติกเสถียร ราชองครักษ์ในพระองค์ เป็นประธานการประชุมส่วนหน้า (เตรียมการรับเสด็จ) พร้อมด้วยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายรณภพ เวียงสิมมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางรักชนก โคจรานนท์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายบพิตร วิทยาวิโรจน์ รองอธิบดีกรมศิลปากร ร้อยเอก บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นางพูนทิพย์ สร้อยสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และนางสาวศิริรัตน์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ เข้าร่วมการประชุมเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า และคณะภาคส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหาร ข้าราชการเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี


         พระพิมพ์ดินเผาจำนวน ๒ ชิ้น พบที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง          พระพิมพ์ดินเผารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีภาพพระพุทธรูปยืนตริภังค์ โดยการยืนเอียงสะโพกไปทางด้านซ้าย หย่อนพระบาทขวา พระเศียรมีร่อยรอยนูนของอุษณีษะ รายละเอียดบนพระพักตร์ลบเลือน พระกรรณยาว เอียงพระศอเล็กน้อย รอบพระเศียรมีกรอบประภามณฑลเรียบ พระพุทธรูปทรงครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา จีวรเรียบแนบพระวรกาย พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นระดับพระอุระ หันเข้าหาลำตัวอยู่ในท่าจับชายจีวร  พระหัตถ์ขวาทอดลง หงายฝ่าพระหัตถ์บริเวณพระโสณี ชายจีวรที่ตกลงมาจากพระกรซ้ายมีลักษณะเป็นแถบหนาและรอยยับย่นเสมือนจริง นอกจากนั้นบริเวณข้อพระบาทมีขอบสบงที่ยาวลงมากว่าชายจีวรเล็กน้อย บริเวณพระบาทมีฐานคล้ายกลีบบัวมารองรับ           รูปแบบศิลปกรรมของพระพิมพ์ดินเผาที่ปรากฏข้างต้น มีลักษณะที่สัมพันธ์กับรูปแบบของพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบหลังคุปะ เช่น พระพุทธรูปที่ถ้ำอชันตาหมายเลข ๑๙ ประเทศอินเดีย คือ การยืนตริภังค์เอียงสะโพก หย่อนพระบาทข้างหนึ่ง และเอียงพระศอเล็กน้อย พระพุทธรูปครองจีวรเรียบและไม่มีริ้ว สืบมาจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ สกุลช่างสารนาถ ส่วนการทำพระพุทธรูปยืนครองจีวรเฉียงนิยมในศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะ           การแสดงปางของพระพุทธรูปสันนิษฐานว่าแสดงปางประทานพร โดยพิจารณาจากพระหัตถ์ซ้ายที่ยกขึ้นมีจีวรคลุมตามรูปแบบที่นิยมในศิลปะอินเดีย พระหัตถ์ดังกล่าวนิยมจับชายจีวรไม่แสดงปาง ดังนั้นสันนิษฐานว่า พระหัตถ์ขวาที่วางทอดลง และหงายพระหัตถ์แสดงถึงปางประทานพร ซึ่งลักษณะการจับชายจีวรและการแสดงปางในแนวตรงข้ามเช่นนี้สืบมาจากอินเดียเหนือ โดยปรากฏต่อเนื่องมาจนถึงศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะ ถือได้ว่าพระพิมพ์ดินเผาซึ่งพบที่เมืองโบราณอู่ทองชิ้นนี้มีความสัมพันธ์ทางด้านรูปแบบศิลปกรรมกับศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะ นอกจากนั้นยังพบพระพุทธรูปยืนตริภังค์แสดงปางประทานพร ในศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร สะท้อนถึงรูปแบบพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบหลังคุปตะที่แพร่กระจายในพื้นที่วัฒนธรรมทวารวดี และเขมรก่อนเมืองพระนคร จากรูปแบบพระพิมพ์ดินเผาที่ปรากฏสามารถกำหนดอายุอยู่ในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ หรือประมาณ ๑,๑๐๐ - ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว   เอกสารอ้างอิง เชษฐ์ ติงสัญชลี. ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๐. เชษฐ์ ติงสัญชลี. พระพุทธรูปอินเดีย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๕๔.    ธนกฤต ลออสุวรรณ. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำแม่กลองและท่า จีน : กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.


          สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการบรรเลงและการแสดง ในกิจกรรมปี่พาทย์เสภา ครั้งที่ ๒๐ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันอาทิตย์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีรายการบรรเลงและการแสดง อาทิ - การบรรเลงเพลงชุดโหมโรงเย็น และโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย - การขับเสภา โดย ครูสมชาย ทับพร ศิลปินแห่งชาติ และรำอาศิรวาทราชสดุดี - การบรรเลง - ขับร้องประกอบการแสดงละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง – ขุนแผนพานางวันทองหนี - การบรรเลงปี่พาทย์เสภา โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร / กรมดุริยางค์ทหารบก / กองดุริยางค์ทหารเรือ / กรมประชาสัมพันธ์ / กองดุริยางค์ทหารอากาศ /  / กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / กองการสังคีต สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว   อำนวยการแสดงโดยนายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ชมฟรี !!! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ ๐ ๒๒๒๑ ๐๑๗๑


           สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญเข้าร่วมโครงการเผยแพร่พระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ “กิจกรรมทวีปัญญา” ประจำปี ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๑ รับฟังการเสวนา เรื่อง “ศิลปะการแสดงละครพูด ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” วิทยากรโดย ผศ.ดร. ภัธทรา โต๊ะบุรินทร์ (สาขาศิลปะการแสดง คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร) , ผศ.ดร. อาทรี วณิชตระกูล (สาขาวิชาการละคอน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ดำเนินรายการโดย นายบารมี สมาธิปัญญา (นักวิชาการเผยแพร่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ)  ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุมศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ             สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๓๒๖๔ (ในวันและเวลาราชการ) ทั้งนี้ ผู้สนใจยังสามารถรับชมการถ่ายทอด Facebook Live ได้ทางเฟสบุ๊ก National Library of Thailand (www.facebook.com/NationalLibraryThailand)


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ขอเชิญร่วมกิจกรรม Workshop พวงกุญแจจากผ้าทอ พร้อมรับผลงานกลับบ้าน ฟรี!! หากท่านโพสต์รูปพร้อมผลงานและ Check in พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ ๑๕  ๑๖, ๒๒ – ๒๓, ๒๙ - ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๐๐ - ๒๐.๓๐ น. ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามวันและเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า (ขออนุญาตจำกัดจำนวน ๑ ท่าน / ๑ ชิ้นงาน)         กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ Night museum สามารถเข้าชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙ เปิดให้บริการถึง เวลา ๒๐.๓๐ น. วันพุธ - วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ยกเว้นวันจันทร์ - วันอังคาร สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๑๑๘๖ เฟซบุ๊ก: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน         นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเดินชมกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน บริเวณถนนวังซ้าย และถนนรถแก้ว ด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. ตั้งแต่วันนี้ - ๔ มกราคม ๒๕๖๙


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน "ข้ามสมุทร" เนื่องในงาน Thailand Friendly Design Expo 2025 : มหกรรมอารยสถาปัตย์ นวัตกรรมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ฮอลล์ ๑๐๑ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย เอกภชิต วงศ์สิปปกร นาฏศิลปินอาวุโส, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒


       สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ ภายใต้โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน กิจกรรมอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย เรื่อง “อยุธยาวัฒนธรรมอันเนื่องมาจากสายน้ำ” ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมฯ อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ หรือทาง Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราขสีมา ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม “พิพิธภัณฑ์พาเดิน ครั้งที่ 6“ ในหัวข้อ "นิทรรศน์ราชสีมา เล่าไปตามทางเสด็จฯ รถไฟ" วิทยากรโดย นายชินาทร กายสันเทียะ กรรมการวิชาการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการบริหารครูผู้สอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ครู ก จังหวัดนครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 - 17.00 น.         เปิดรับสมัครผู้สนใจทุกเพศ ทุกวัย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสแกน QR Code หรือกดลิงก์ https://forms.gle/87kiCyXxMhZRYSig9 รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น มาร่วมออกเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์ เรียนรู้เรื่องราวเมืองนครราชสีมา ผ่านเส้นทางแห่งความทรงจำไปด้วยกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958



black ribbon.