ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,191 รายการ
โบราณสถานดอนหินศิลา ตั้งอยู่บ้านแดง ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สามารถมาเยี่ยมชมใบเสมาโบราณสถานดอนหินศิลาได้ทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกทุกวันค่ะ
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
เปิดบริการทุกวัน ๐๘.๓๐ - ๑๖:๓๐ น.
๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘
(ในเวลาราชการ)
#อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
#PhuPhrabatWorldHeritageSite
#ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท
ชื่อเรื่อง : อธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์
หัวเรื่อง : ภาคเหนือ -- ภูมิประเทศและการท่องเที่ยว
ภาคเหนือ -- ความเป็นอยู่และประเพณี
เชียงใหม่ -- ภูมิประเทศและการท่องเที่ยว
แม่น้ำปิง
คำค้น : -
รายละเอียด : รองเสวกเอก พระโสภณอักษรกิจ พิมพ์ถวายสนองพระคุณพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏฯ เมื่อเสด็จประพาสมณฑลพายัพในปีเถาะ
ผู้แต่ง : ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, 2405 - 2486
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
ปีที่พิมพ์ : 2470
วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : อธิบายระยะทางล่องลำน้ำปิง จากบันทึกการเดินทางตรวจโบราณคดีของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อ พ.ศ. 2464 ตั้งแต่เชียงใหม่ถึงปากน้ำโพ โดยบรรยายลักษณะภูมิประเทศ เมืองโบราณ และแก่งต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 50315 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
915.935
ด495อ
เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี ๒๕๖๙ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ขอเชิญชวนร่วมโครงการกิจกรรมการบรรยายเผยแพร่องค์ความรู้ประกอบนิทรรศการ หัวข้อ “๑๐๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ นครลำพูน เนื่องในการเสด็จฯ เลียบมณฑลพายัพ พ.ศ. ๒๔๖๙ ” ในวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องโถงล่าง อาคารจัดแสดงที่ ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ที่ได้เสด็จฯ มายังเมืองนครลำพูนเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ตามการนับปีแบบปัจจุบัน จะมีวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๗๐ นอกจากนี้ยังเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการพระราชทานพระแสงราชศัสตราประจำเมืองพูน อันเป็นสวัสดิมงคลและเป็นเครื่องแทนองค์พระมหากษัตริย์อีกด้วย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จึงได้จัดทำนิทรรศการและบรรยายเผยแพร่องค์ความรู้จากนักวิชาการ ในวาระดังกล่าวที่จะถึงนี้
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/k5TTh2gbAjeudJfU6 หรือแสกน QR code ในแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๑๑๘๖ Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน https://www.facebook.com/profile.php?id=100063739710372
-------------------------------------------------
กำหนดการ
๑๓.๐๐ - ๑๓.๓๐ น.
ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
๑๓.๓๐ - ๑๓.๔๕ น.
พิธีเปิดกิจกรรมการบรรยายเผยแพร่องค์ความรู้ฯ
เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙
๑๓.๔๕ - ๑๔.๔๕ น.
การบรรยายเรื่อง “พระแสงราชศัสตราประจำเมืองจากเอกสารและภาพถ่าย” วิทยากรโดย นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
๑๕.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.
การบรรยายเรื่อง "ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จฯ เมืองนครลำพูน" วิทยากรโดย นายนเรนทร์ ปัญญาภู นักวิชาการอิสระเกี่ยวกับภาพถ่ายเก่าเมืองลำพูน
และผู้ดูแลเพจ หมายเหตุหริภุญไชย
ชื่อเรื่อง : การละเล่นของไทยในภาคเหนือ ผู้แต่ง : ไพรถ เลิศพิริยกมล ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : วิทยาลัยครูเชียงใหม่ หนังสือแต่งขึ้นโดยไพรถ เลิศพิริยกมลเขียนเกี่ยวกับการละเล่นของไทย โดยมีการละเล่นมากมาย ได้แก่ มองเซิง กลองสะบัดชัย ฟ้อนดาบ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา ฟ้อนเงี้ยว จ๊อยซอ ซอ ละครซอเรื่องน้อยใจยา บทละครเรื่องน้อยใจยา ประวัติของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ระบำชาวเขา ดนตรีพื้นเมือง ซึ่งหนังสือได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเที่ยวชมงานเนื่องจากงานมหกรรมมหรสพไทยที่จัดขึ้นในวิทยาลัยครูเชียงใหม่ ในวันที่ 15 –19 สิงหาคม 2520 โดยจุดมุ่งหมายที่จัดทำหนังสือเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการละเล่นพื้นเมืองเหนือ โดยเฉพาะให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่ควรตระหนักถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง
เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๕ ปี มรดกโลกเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ เลยมีกิจกรรมดี ๆมาบอกถึง ๒ กิจกรรมด้วยกัน
๑. ขอเชิญชมนิทรรศการชั่วคราว "๒๕ ปีมรดกโลกสุโขทัย" ระหว่างวันที่ ๑๐ ธ.ค.๕๙ - ๓ ม.ค. ๖๐ ณ บริเวณดงตาล ตรงข้ามวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
๒. กิจกรรมชมแสงสีโบราณสถาน ยลอุทยานยามค่ำคืน ระหว่างวันที่ ๓ ธ.ค ๕๙-๓ ม.ค ๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น. ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชมฟรี
หมายเหตุ มีอาหารพื้นบ้านจำหน่ายภายในงานเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๐๙-๑๔.๓๙ น. จังหวัดเพชรบูรณ์จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระแก้ว สระขวัญ ซึ่งเป็นสระน้ำโบราณของเมืองโบราณศรีเทพ เพื่อนำไปเตรียมประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ทูลเกล้าฯถวายเป็นน้ำสรงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา
โดยมีนายจิรายุทธ วัจนะรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธี นายเล็ก ศรีเรือง (นายอำเภอศรีเทพ) พร้อมด้วยข้าราชการจากจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอศรีเทพ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
กิจกรรมอบรมช่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่อง “ การบำรุงรักษาและการดูแลรักษาโบราณสถาน” ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมโรงแรมอุบลอินเตอร์เนชั่นแนล อำเภอเมืองอุบลราธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยรองอธิบดีกรมศิลปากร
นายบวรเวท รุ่งรุจี เป็นประธานในพิธีเปิด และบรรยายพิเศษ
เรื่อง “ ภารกิจและหน้าที่ของกรมศิลปากร ” จำนวนช่าง อปท.
เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม จำนวน ๖๐ คน
ข้อแนะนำการส่งหรือนำพระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักรบุคคลทั่วไป
๑. กรอกแบบฟอร์มการขออนุญาตที่ทางราชการจัดให้ (ศก.๖)
๒. ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร ให้เหตุผลส่งหรือนำไปเพื่ออะไร ไว้ที่ใดโดยละเอียด
๓. ในกรณีที่นำติดตัวไปเอง ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางของผู้ขออนุญาต ๑ ชุด ในกรณีที่ส่งไปถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ
๔. ให้แสดงหลักฐานเป็นเอกสารรับรองจากองค์กร องค์การ (องค์กร, องค์การที่เป็นที่เชื่อถือ และยอมรับจากทางราชการ)
สมาคม หมายถึง ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับศาสนาซึ่งเป็นที่เชื่อถือและยอมรับจากทางราชการ
สถาบันที่เกี่ยวข้องกับศาสนา คือ พระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ เป็นเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส หรือเลขาธิการสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ลงนามรับรอง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เชื่อถือได้ว่าจะส่งหรือนำพระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักรเพื่อสักการบูชา เพื่อศึกษาวิจัย เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณ หรือเพื่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมหรือโบราณคดี
ในกรณีที่เจ้าอาวาสวัด รองเจ้าอาวาสวัดฯ หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด รับรอง ต้องมีเอกสาร ดังนี้
๑. ทำหนังสือจากวัดถึงอธิบดีกรมศิลปากร
๒. สำเนาใบสุทธิประวัติเดิม – ปัจจุบัน
๓. สำเนาใบแต่งตั้งสมณศักดิ์ หรือหลักฐานยืนยันชื่อลงนามในหนังสือรับรอง
ในกรณีที่ข้าราชการรับรอง (ต้องเป็นข้าราชการตั้งแต่ ระดับ ๔ ขึ้นไป)
๑. ทำหนังสือจากผู้รับรองถึงอธิบดีกรมศิลปากร รับรองผู้ขออนุญาตส่งหรือนำพระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักร
๒. สำเนาบัตรข้าราชการ ด้านหน้า – หลัง
อนึ่ง เอกสารที่เป็นสำเนา ให้ผู้รับรองลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ
ภาพถ่ายของวัตถุ
ใช้ภาพสี ขนาด ๓ x ๕ นิ้ว จำนวน ๒ ภาพ ต่อวัตถุ ๑ รายการ ถ่ายภาพเฉพาะด้านหน้าให้ ชัดเจน หากมีพลาสติกห่อหุ้มให้เอาออกก่อนถ่ายภาพ นำวัตถุที่จะส่งหรือนำออกทุกชิ้นไปแสดงต่อคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ฯ ในวันที่ยื่นคำร้อง (ศก.๖) ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เลขที่ ๘๑/๑ ถนนศรีอยุธยา (อาคารกรมศิลปากรใหม่) เทเวศร์ แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐
ระยะเวลาออกใบอนุญาต ๒ วันทำการ
เวลาทำการตรวจพิสูจน์ เช้า เวลา ๑๐.๐๐ น.
บ่าย เวลา ๑๔.๐๐ น.
ฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
โทรศัพท์, โทรสาร ๐ ๒๖๒๘ ๕๐๓๓
ขั้นตอนและวิธีการ
การขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร
๑. ผู้ขออนุญาต ต้องกรอกในคำขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร(ศก.๖) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาต ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เลขที่ ๘๑/๑ ถนนศรีอยุธยา เทเวศร์ แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐
๒. ผู้ขออนุญาต จะต้องนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขออนุญาตส่งออกทุกชิ้นไปให้คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หากไม่สามารถนำไปให้ตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่ดังกล่าวได้ ผู้ขออนุญาตสามารถทำหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผลต่ออธิบดีขอให้มีการตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่ที่เก็บรักษาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งหมด
๓. เจ้าหน้าที่จะผูกตะกั่วประทับตราที่โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทุกชิ้น ที่คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ สรุปความ เห็นอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรได้
๔. ภายใน ๑ - ๒ วันทำการ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตไปรับใบอนุญาต พร้อมชำระค่าธรรมเนียม
ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ค่าธรรมเนียมศิลปวัตถุประเภทพระพุทธรูป สมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ถึงปัจจุบัน
- ขนาดยาวหรือสูงเกิน ๑๐๐ เซนติเมตร ชิ้นละ ๓๐๐ บาท
- ขนาดยาวหรือสูงเกิน ๕๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร ชิ้นละ ๒๐๐ บาท
- ขนาดยาวหรือสูงไม่เกิน ๕๐ เซนติเมตร ชิ้นละ ๑๐๐ บาท
ค่าธรรมเนียมศิลปวัตถุ สมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ถึงปัจจุบัน
- ขนาดยาวหรือสูงเกิน ๑๐๐ เซนติเมตร ชิ้นละ ๒๐๐ บาท
- ขนาดยาวหรือสูงเกิน ๕๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร ชิ้นละ ๑๐๐ บาท
- ขนาดยาวหรือสูงไม่เกิน ๕๐ เซนติเมตร ชิ้นละ ๕๐ บาท
๕. เจ้าหน้าที่จะออกบัตรประจำวัตถุ (บัตรสีชมพู) เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตนำไปผูกกับปลายเชือกที่ประทับตราตะกั่วที่โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทุกชิ้น
๖. ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องลงชื่อรับรองว่าจะนำบัตรประจำวัตถุไปผูกติดกับปลายเชือกตราตะกั่วที่ประทับวัตถุให้ถูกต้องตรงกับเลขหมายรายการในใบอนุญาต
สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
ร่วมรับผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม (นายบวรเวท รุ่งรุจี)
ในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์
ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖