ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,496 รายการ
สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน และรวมถึงหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีให้บริการอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา สุขสันต์วันสงกรานต์ สำหรับวันนี้จะมานำเสนอสาระเรื่อง "บุญสงกรานต์ : ฮีตเดือนห้าของชาวอีสาน" เรียบเรียงโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ เนื้อหามีดังนี้ ประเพณี “บุญสงกรานต์” “บุญเดือนห้า” “สังขานต์” หรือ “บุญสงน่าม” หรือ “บุญฮดสรง” ของชาวอีสาน ถือเป็นหนึ่งใน “ฮีตสิบสอง” ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและประเพณีของชาวอีสานที่สืบทอดกันมาช้านาน โดยบุญสงกรานต์จะตรงกับ “ฮีตเดือนห้า” หรือช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่เข้าสู่ปีใหม่ตามจันทรคติ ชาวอีสานมีความเชื่อว่าช่วงสงกรานต์ถือเป็น “ช่วงเปลี่ยนปีของเทวดา” จึงมักมีการไหว้ฟ้าขอฝนให้ตกต้องตามฤดู อย่างเช่น จังหวัดนครราชสีมา จะมีประเพณีแห่พระคันธารราฐ เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล การรดน้ำพระและผู้ใหญ่ แสดงออกถึงความกตัญญูและเป็นการสะเดาะเคราะห์และเสริมสิริมงคล ทั้งยังมีความเชื่อว่าหากทำบุญในช่วงนี้จะส่งผลให้ผลบุญแรงเท่าการทำบุญตลอดทั้งปี
บุญสงกรานต์ ของภาคอีสานกำหนดขึ้นในเดือนห้า ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่มาแต่โบราณ มี 3 วัน ดังนี้
- วันที่ 13 เมษายน “วันสังขารล่วง” ช่วงเวลาบ่ายสามโมง ถือเป็น “มื้อเอาพระลง” คือ การนำเอาพระพุทธรูปทั้งหมดในวัดมาทำความสะอาด แล้วนำมาตั้งรวมกันไว้ที่กลางศาลาโรงเรือนหรือ หอแจก เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระ รวมถึงการสรงน้ำพระภิกษุสามเณร และรดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่ เพื่อแสดงความเคารพและขอพร
- วันที่ 14 เมษายน “วันเนา” มีการทำบุญให้ทาน ถวายภัตตาหารพระ มีการนำธงไปแห่และแขวนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย เป็นวันหยุดเล่นน้ำสงกรานต์
- วันที่ 15 เมษายน “วันสังขารขึ้น” มีการขนทรายเข้าวัดก่อกองทรายเป็นรูปเจดีย์ เพื่อต่ออายุชีวิต รวมถึงนึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ การก่อเจดีย์นอกจากได้บุญแล้วยังทำให้พื้นที่ของวัดสูงขึ้น กิจกรรมสำคัญของประเพณีบุญสงกรานต์ของชาวอีสาน ประกอบด้วย การทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ โดยการเอาน้ำอบน้ำหอมไปสรงพระพุทธรูป พระภิกษุสงฆ์ และคนเฒ่าคนแก่ที่เราเคารพนับถือ มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเล่นสาดน้ำ พร้อมกับเล่นดนตรีพื้นบ้าน หมอลำ สร้างความสนุกสนานแบบไทยอีสานแท้ ๆ นอกจากนี้ อย่างจังหวัดนครพนมก็มีการจัดงานสงกรานต์ผูกสายสิญจน์เชื่อมโยงพระธาตุสองแผ่นดิน เป็นงานรื่นรมย์ บุญปีใหม่ระหว่างไทยกับลาว ที่อำเภอเมือง และอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ในงานก็จะมีการฮดสรง หรือการสรงน้ำพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 แห่ง ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
อ้างอิง
ทรูปลูกปัญญา. ประเพณีสงกรานต์ของภาคต่างๆ ในประเทศไทย. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2568, จาก: https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/29136
ท่องเที่ยวดอนช้าง. เดือนห้า – บุญฮดสรง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2568, จาก: https://donchangkhonkaen.kku.ac.th/?page_id=3338
ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร. บุนสงน่าม หรือ บุญเดือนห้า. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2568, จาก: https://isancenter.msu.ac.th/?p=1862
เจดีย์สองพี่น้อง • ก่อนการขุดแต่ง ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
• บนยอดเขาแดง หรือเขาค่ายม่วง ปรากฏโบราณสถาน เจดีย์สององค์ คือ เจดีย์องค์ดำและเจดีย์องค์ขาว โดยมีศาลาเก๋งจีนอยู่ระหว่างเจดีย์ทั้งสององค์ บนฐานกำแพงกันดิน ก่อด้วยหิน ลักษณะคล้ายป้อมปราการ
• เจดีย์องค์พี่ (เจดีย์องค์ดำ) เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานเขียงสี่เหลี่ยมที่ก่อด้วยหิน ถัดขึ้นไปเป็นฐานแปดเหลี่ยม องค์เจดีย์เป็นชุดฐานสิงห์ซ้อนกัน ๓ ชั้น ส่วนยอดขององค์เจดีย์หักชำรุด องค์พระเจดีย์ฉาบด้วยปูนมีสีคล้ำ ชาวบ้านเรียกว่า “เจดีย์องค์ดำ” ตัวเจดีย์หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันตก
• เจดีย์องค์ขาว (เจดีย์องค์น้อง) เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานเขียงสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยมบัลลังก์ขึ้นไปถึงส่วนยอดหักชำรุด องค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนฉาบผิวยังอยู่ในสภาพดี ผิวสีขาวชาวบ้านเรียกว่า “เจดีย์องค์ขาว” ที่ลานประทักษิณปรากฏกำแพงแก้วมีช่องเขาสู่ลานประทักษิณ ๒ ด้าน
• สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ในการรักษาขอบขัณฑสีมาในเขตเมืองชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาชุมนุมทัพบริเวณเชิงเขาแดง โดยการนำทัพครั้งแรกของพระยาพระคลัง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖ (เจดีย์องค์ดำ) ดังปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลาความว่า
“...เสร็จราชการแล้ว ฯพณฯ แม่ทัพใหญ่กลับเข้ามา ณ เมืองสงขลา จัดแจงก่อพระเจดีย์ไว้ที่เขาเมืองสงขลาองค์หนึ่ง กับทำเก๋งไว้ริมน้ำชายทเลค่ายม่วงไว้แห่งหนึ่งเสร็จแล้วกับเข้าไปกรุงเทพฯ...”
• ส่วนเจดีย์องค์ขาวสร้างโดยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาเมื่อคราวยกทัพมารบที่ปัตตานีและไทรบุรี ใน พ.ศ. ๒๓๘๒ ปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลากล่าวว่า ราวจุลศักราช ๑๒๐๐ (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๑) ตนกูหมัด สะวะ หลานของเจ้าพระยาไทรบุรียกทัพมาตีไทรบุรีคืน ครั้นเมื่อตีมาถึงจะนะ เทพา และหนองจิก แขกในเมืองนี้ก็สมคบคิดร่วมกันตีเมืองสงขลา กองทัพของพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ใช้เวลาปราบปรามถึง ๒ ปีจึงสำเร็จ จากนั้นก็สถาปนาพระเจดีย์ขึ้น ดังปรากฏข้อความว่า
“...ครั้งนั้นพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพใหญ่ ให้พระยาวิชิตณรงค์อยู่ช่วยรักษาเมืองสงขลา พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพใหญ่ได้ก่อพระเจดีย์ที่เขาเมืองข้างฝ่ายทักษิณพระเจดีย์เก่าหนึ่ง...”
พระเจดีย์บนเขาค่ายม่วงดังกล่าวเป็นพระเจดีย์สำคัญ สภาพเดิมของพระเจดีย์ปรากฏอยู่ในเอกสารชีวิวัฒน์ ความว่า
“...ในลำน้ำสงขลาฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เข้าปากอ่าวพ้นแหลมเขาแดงมาแล้ว ที่บนยอดเขานกรำนั้น มีพระเจดีย์เล็ก ๒ องค์ เป็นของสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่องค์หนึ่งของสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยองค์หนึ่ง แต่ชำรุดเสียองค์หนึ่ง…”
จากข้อความดังกล่าวทำให้เห็นสภาพของพระเจดีย์ได้ว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระเจดีย์องค์หนึ่งมีสภาพชำรุดแล้ว
• การกำหนดอายุสมัย : พุทธศตวรรษที่ ๒๔
• การประกาศขึ้นทะเบียน : กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานพระเจดีย์ของสมเด็จฯ องค์น้อย องค์ใหญ่ บนเขาค่ายม่วง ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ หน้า ๓๗๑๔ ประกาศเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานบริเวณเมืองสงขลา ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๑๙ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๕ หน้า ๑๐๑๙๐ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๒,๔๖๐ ไร่
อ้างอิง
• สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๑๐ จังหวัดสงขลา. รายงานปฏิบัติงานทางโบราณคดี โครงการฟื้นฟูบูรณะแหล่งประวัติศาสตร์ เขตเมืองสงขลาเก่า โบราณสถานพระเจดีย์สองพี่น้อง. เอกสารอัดสำเนา, ไม่ทราบปีที่พิมพ์
• กรมศิลปากร. ทำเนียบนามแหล่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนใต้ (โบราณสถานจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล). บริษัท บางกอกอินเฮ้าส์ จำกัด, ๒๕๕๕
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ขอเชิญชวนมาร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น กับกิจกรรมพิเศษ ในเทศกาลวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 เปิดบริการเวลา 08:30 - 16:30 น. ร่วมกิจกรรมได้ฟรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4221 9837, 0 4221 9838 (ในเวลาราชการ) Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท https://www.facebook.com/phuphrabathistoricalpark
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12 ฉบับที่ 679 (30 มี.ค. 2513)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2513
ลักษณะวัสดุ 12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง : พงศาวดารเหนือ
หัวเรื่อง : ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงสุโขทัย
ไทย (ภาคเหนือ) -- ประวัติศาสตร์
หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ธนรัตนบดี (เสงี่ยม), มหาเสวกโท พระยา, 2419 - 2473
คำค้น : -
รายละเอียด : คุณหญิงเชื้อ ธนรัตนบดี พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ มหาเสวกโท พระยาธนรัตนบดี (เสงี่ยม สิงหลกะ) ณ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส ปีมะแม พ.ศ. 2474
ผู้แต่ง : วิเชียรปรีชา (น้อย), พระ
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิม์โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
ปีที่พิมพ์ : 2474
วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือเล่มนี้เป็นตำนาน - พงศาวดาร ที่รวบรวมเรื่องการตั้งศักราช การสร้างเมืองสำคัญ และพระราชประวัติกษัตริย์ยุคต้น เช่น พระร่วง พระยาแกรก พระยากง และพระเจ้าอู่ทอง รวมถึงการสร้างพระพุทธรูปสำคัญอย่างพระชินราชและพระชินสีห์ เนื้อหามีลักษณะเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมา สะท้อนความเชื่อเรื่องบุญญาธิการ อำนาจ และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมืองกับพระพุทธศาสนา มีคุณค่าในด้านวัฒนธรรมและแนวคิดทางประวัติศาสตร์ไทยยุคต้น
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79961 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
959.302
พ146ธ
***บรรณานุกรม***
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนสุดา สิริโสภาพัณณวดี
ทวีปัญญา เล่ม 1 เมษายน-กันยายน ร.ศ 123 ครบ พ.ศ.2447 มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปภัมภ์จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศล ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญในคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ 26 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 ครบ 54 ปี
กรุงเทพฯ
โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
2522
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560 นางสาวพรพรรณ หงสไกร หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ให้การต้อนรับ นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัช
ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ที่เข้าเยี่ยมเนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เขตตรวจราชการที่ 2 และเพื่อหารือการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดชัยนาท