ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,725 รายการ

พี่บรรณนี่ขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือดีที่มีให้บริการในหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “หอคองคอเดีย พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของไทย” “หอคองคอเดีย” ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 อยู่ในบริเวณพระราชฐานชั้นนอกในพระบรมมหาราชวัง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งขึ้นตามแบบอย่างสโมสรคองคอเดียในเมืองปัตตาเวีย พระราชทานแก่ทหารมหาดเล็กในพระองค์เพื่อใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ในงานเฉลิมพระชนมายุครบ 20 พรรษา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “หอมิวเซียม”ณ หอคองคอเดีย ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์หลวงสำหรับประชาชนเพื่อใช้จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่างๆ ที่นำมาจากพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพิธีเปิดหอมิวเซียม เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2417 กรมศิลปากรจึงถือว่าวันนี้เป็นวันกำเนิดพิพิธภัณฑสถานแห่งแรกของไทย และต่อมารัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปี เป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” ต่อมาใน พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายหอมิวเซียมจากหอคองคอเดียไปไว้ในพระที่นั่งตอนหน้าของพระราชวังบวรสถานมงคล เรียกกันว่า “พิพิธภัณฑ์วังหน้า” หรือ “มิวเซียมหลวงที่วังหน้า” และใช้เป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจนถึงปัจจุบัน ส่วน หอคองคอเดียนั้นภายหลังในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ใช้เป็นสถานที่พระราชทานเลี้ยงในงานสโมสรสันนิบาต และพระราชทานนามใหม่ว่า “ศาลาสหทัยสมาคม” ต่อมา พ.ศ. 2483 รัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัฐบาลสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ศาลาสหทัยสมาคม จัดเป็นราชพิพิธภัณฑ์นำเครื่องราชภัณฑ์ต่างๆ ของพระมหากษัตริย์จัดแสดงให้ประชาชนชมเป็นครั้งแรก และในสมัยนี้ยังใช้ศาลาสหทัยสมาคมเป็นห้องลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษาและวันขึ้นปีใหม่ จวบจนมาถึงรัชกาลปัจจุบันก็ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ศาลาสหทัยสมาคมในโอกาสและวาระต่างๆ ตามความเหมาะสมเรื่อยมา ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวของหอคองคอเดียและการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ เรื่อง “อาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี” ซึ่งจัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในวาระครบ 70 ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร และสามารถอ่านได้ที่ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หรืออ่านในรูปแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.finearts.go.th/main/view/46626   ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.  อาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี = Archive : please keep itproperly preserved.  กรุงเทพฯ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2567.  ศ.ว.  หอคองคอเดีย.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2568, จาก https://clah.finearts.go.th/content/372


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขอเชิญชมนิทรรศการหมุนเวียน เนื่องในวันพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง "น่าน การเดินทางในอดีต" จัดแสดงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ พบกับนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวการเดินทางในอดีตของน่าน ผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนัง บันทึกการเดินทาง และภาพถ่ายเก่า พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมในเมืองน่าน กับกิจกรรมตอบแบบสอบถามจากนิทรรศการ รับฟรี! ของที่ระลึก (มีจำนวนจำกัด) ได้แก่ 1. แผ่นภาพแผนที่จังหวัดน่าน พร้อมคิวอาร์โค้ดคู่มือการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดน่าน  2. โปสการ์ดภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดหนองบัว          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้บริการทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00 น. - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร)สอบถามเพิ่มเติมที่กล่องข้อความเพจเฟซบุ๊ก : Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน https://www.facebook.com/NanNationalMuseum1987 หรือ โทร. 0 5477 2777 และ 0 5471 0561


        สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ขอเชิญชมประมวลภาพ การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประดิษฐาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยประติมากร นายภราดร เชิดชู ประติมากรเชี่ยวชาญ (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประติมากรรม) และคณะ ผู้สนใจสามารถชมภาพได้ทางลิ้งค์ https://datasipmu.finearts.go.th/portfolio/1527 (ข้อมูลโดยนายภราดร เชิดชู ประติมากรเชี่ยวชาญ (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประติมากรรม), บันทึกภาพเฉพาะเผยแพร่ โดยนายพยนต์ รัตนกุล)        “ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร” เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะไทย ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  (E-book) อาทิ งานช่างปิดทองประดับกระจก การสร้างลวดลายในงานโลหะ การจัดสร้างหุ่นหลวง การเขียนภาพจิตรกรรมไทย การตอกกระดาษตอกฉลุหนัง การแกะแม่พิมพ์หินสบู่ การประดับมุกแบบญี่ปุ่น ฯลฯ และชมผลงานของสำนักช่างสิบหมู่ได้อีกมากมาย ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้งานด้านศิลปกรรม ของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ https://datasipmu.finearts.go.th   


พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรมสองพระหัตถ์ ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ประวัติ พบในเขต อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยนายวีระ วุฒิจำนงค์ มอบให้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นแหล่งอารยธรรมพื้นที่มีความเจริญมาเป็นระยะเวลายาวนานและมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ โดยสมัยหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรมที่สำคัญที่เรียกว่า วัฒนธรรมทวารวดีในอีสาน ที่สามารถแบ่งย่อยจากรูปแบบงานศิลปกรรมที่พบได้อีก ๓ ระยะ คือ สมัยทวารวดีอย่างแท้จริง พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๕ และสมัยทวารวดีแบบท้องถิ่น พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ ตัวอย่างงานศิลปกรรมประเภทพระพุทธรูป ศิลปะทวารวดีที่พบในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดองค์นี้ มีพุทธลักษณะ พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระขนงต่อกันคล้ายปีกกา พระเนตรโปนเหลือบต่ำ พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา ตามรูปแบบของพระพักตร์แบบพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ขมวดพระเกศาเป็นเม็ดกลมขนาดเล็ก อุษณีษะเป็นมวยผมมีพระรัศมีเป็นต่อมกลมคล้ายดอกบัวตูมหรือลูกแก้ว ตามอิทธิพลศิลปะอินดีย สมัยปาละ พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถยืน แสดงธรรมทั้งสองพระหัตถ์ในระดับพระอุระ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นใหม่ในศิลปะทวารวดี ต่างจากต้นแบบในศิลปะอินเดียที่แสดงธรรมด้วยพระหัตถ์ขวา และพระหัตถ์ซ้ายจับชายจีวร การครองจีวร ครองแบบห่มคลุม ชายจีวรด้านหลังตกลงมาตรงๆ ถึงข้อพระบาทพับเป็นริ้วจีบเล็กน้อยทั้งสองข้าง มีเส้นต่อชายจีวรพาดพระกรทั้งสองข้างตกลงมาด้านหน้าเป็นวงโค้งที่กึ่งกลางพระชงฆ์ ตามรูปแบบของพระพุทธรูปยืนในศิลปะทวารวดี จากรูปแบบที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย โดยเฉพาะสมัยปาละ มาผสมผสานกับลักษณะที่เป็นท้องถิ่น จนเกิดเอกลักษณ์ทางรูปแบบศิลปะที่เรียกว่า ศิลปะทวารวดีอย่างแท้จริง พระพุทธรูปยืนสำริด ปางแสดงธรรมสองพระหัตถ์ลักษณะเดียวกันนี้ พบในเมืองทวารวดีอีกหลายแห่ง เช่น เมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของผู้คนสมัยทวารวดีในแต่ละพื้นที่ที่สะท้อนผ่านงานพุทธศิลป์ บรรณานุกรม เชษฐ์ ติงสัญชลี. พระพุทธรูปอินเดีย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๕๔. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. นนทบุรี : เมืองโบราณ. ๒๕๖๒.


#หนังสือเด็กดี วันนี้ขอเชิญทุกท่านมาสนุกกับหนังสือเรื่อง #พี่ด้วงใหญ่ไปปิกนิก . นิทานสองภาษา (ภาษาไทย-อังกฤษ) “พี่ด้วงใหญ่ไปปิกนิก” เป็นเรื่องราวของพี่ด้วงใหญ่ที่ชวนเพื่อน ๆ ไปปิกนิกด้วยกัน ระหว่างทางทุกคนช่วยกันเตรียมของและเดินทางอย่างสนุกสนาน แต่ก็มีอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกตัวช่วยกันแก้ไขปัญหา ไม่ทะเลาะกัน และแบ่งปันสิ่งของกัน สุดท้ายพวกเขาก็ได้ปิกนิกอย่างมีความสุข ได้กินอาหาร เล่นสนุก และเรียนรู้ว่าการช่วยเหลือกัน ความสามัคคี และการแบ่งปัน เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนมีความสุขร่วมกัน . น้อง ๆ หนู ๆ หรือคุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ เชิญมาอ่านกันได้ที่ #ห้องหนูรักหนังสือ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา . บรรณานุกรม ชมพูนุท เหลืองอังกูร. พี่ด้วงใหญ่ไปปิกนิก. กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2568. เลขเรียกหนังสือ : ย ช172พ . แนะนำโดย #ป้าอ้อม นางอุษา ลีลามโนธรรม เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ #NLTKORAT #มิตรภาพ #เสริมสร้างจินตนาการ #ด้วงกับเธอSeries #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือเด็ก #นิทานเด็ก


เลขทะเบียน   0886


กรมศิลปากรได้จัดพิมพ์หนังสือ เรื่อง “เทวสตรี: คติพุทธ พราหมณ์ และความเชื่อในประเทศไทย”ประกอบนิทรรศการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๕๘ จัดพิมพ์สี่สีพร้อมภาพประกอบสวยงาม จำหน่ายราคาเล่มละ ๓๕๐ บาท   หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาแบ่งเป็น ๕ บท ได้แก่ บทที่ ๑ เทวสตรี: คติความเชื่อจากอดีตกาล บทที่ ๒ เทวสตรีในศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู: พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของสตรี นำเสนอเรื่องราวของเทวสตรี ๓ องค์ได้แก่ พระนางปารวตี พระลักษมี และพระสรัสวดี บทที่ ๓ เทวสตรีในศาสนาพุทธ: ผู้ทรงพลังแห่งพุทธิปัญญา นำเสนอเรื่องราวของเทวสตรี ๔ องค์ ได้แก่ พระนางปรัชญาปารมิตา พระนางโยคินี พระนางตารา และพระนางจุนทา บทที่ ๔ พระแม่ เจ้าแม่ ในความเชื่อท้องถิ่น: ขุมพลังแห่งธรรมชาติ นำเสนอเรื่องราวของพระแม่ธรณี พระแม่โพสพ และพระแม่คงคา และบทที่ ๕ รายการโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ จำนวน ๕๕ ชิ้น  ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าชมนิทรรศการและผู้สนใจให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทวสตรีในประเทศไทยได้เป็นอย่างดียิ่ง   ผู้สนใจติดต่อซื้อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างการจัดแสดงนิทรรศการในวันที่ ๒๙ เมษายน - ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘ หลังจากนั้นสามารถซื้อได้ที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๐๔๓๓, ๐ ๒๒๘๑ ๖๗๖๖


ผู้แต่ง : สมถวิล เทพยศปีที่พิมพ์ : 2532สถานที่พิมพ์ : แพร่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยอุตสาหการพิมพ์      ประวัติและผลงานของศรีวิใจ (โข้) เป็นหนังสือที่รวบรวมประวัติชีวิตของศรีวิใจ ศรีวิใจโข้ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2400 เป็นบุตรคนที่สี่ ของเจ้าน้อยเทพและนางแก้ว เทพยศ ศรีวิใจโข้ เป็นนักกลอนหรือนักกวี ได้ประพันธ์บทกวีว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่าวประวัติเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ และยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การฮ่ำบอกไฟ (บ้องไฟ) (จรวดไม้ไผ่) การฮ่ำฉลองวัดร่องกาศ


แบ่งการจัดแสดงออกเป็นหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้      ๑. มรดกดีเด่นทางวัฒนธรรม เช่น สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว ปูชนียวัตถุที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง ประเพณีวัฒนธรรม เทศกาลงานประเพณีอาหารพื้นบ้านและหัตถกรรมพื้นบ้าน เป็นต้น     ๒. มรดกดีเด่นทางธรรมชาติ ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางธรรมชาติ เช่น อุทยานหินเขางู โป่งยุบ แก่งส้มแมว เป็นต้น รวมทั้งต้นไม้และพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดราชบุรี     ๓. บุคคลสำคัญ ได้แก่ บุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงและทำคุณประโยชน์ให้แก่จังหวัดในด้านต่าง ๆ เช่น ปูชนียบุคคลที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญทางด้านทหาร การเมืองและการปกครอง รวมทั้งบุคคลสำคัญทางด้านวัฒนธรรมและศิลปินเพลงพื้นบ้านต่าง ๆ




รับสมัครนักวิชาการเงิน



วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ นางธาดา สังข์ทอง หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร นำข้าราชการ พนักงานราชการ ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันปิยมหาราช พร้อมหัวหน้าส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร  


https://bookshop.finearts.go.th/


black ribbon.