ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,845 รายการ

                     ด้วยวันที่ ๑๒ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหอสมุดแห่งชาติ ดังนั้น ในวาระครบ ๑๑๖ ปี เพจคลังกลางฯ จึงขอเชิญชวนทุกท่านเรียนรู้ประวัติ พร้อมทั้งทำความรู้จักโบราณวัตถุยุคบุกเบิกที่เกี่ยวข้องกับหอสมุดแห่งชาติ คือ ตู้พระธรรม ซึ่งเดิมเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ปัจจุบันถูกนำมาเก็บรักษาที่คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยเบื้องต้น หอสมุดแห่งชาติเกิดขึ้นจากการรวมหอสมุดทั้ง ๓ แห่ง แล้วสถาปนาขึ้นเป็นหอพระสมุดสำหรับพระนคร ในสมัยรัชกาลที่ ๕ กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลได้โอนหอพระสมุดให้อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น หอสมุดแห่งชาติ ในปัจจุบัน    “กรมพระดำรงอย่าทิ้งหอพระสมุดนะ” พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อสมเด็จฯ กรมพระดำรงราชานุภาพ (พระยศขณะนั้น) ในคราวโปรดเกล้าฯ ให้ทรงว่าการหอพระสมุดฯ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเก็บรวบรวมบรรดา “ตู้ทองลายรดน้ำ” ที่ถูกทิ้งไว้ตามวัดมาใช้ใส่หนังสือในหอพระสมุดฯ ตู้พระธรรมที่ถูกเก็บรักษาโดยหอสมุดแห่งชาติในปัจจุบันจึงถือเป็นผลจากการดูแลเก็บรักษาในคราวนั้น ด้วยตู้เหล่านี้เป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าด้านศิลปกรรม ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนหน้าที่จากเดิมถูกทิ้งไว้อยู่ตามวัดวาอาราม เป็นตู้สำหรับเก็บรักษาหนังสือ สมุดไทย ตลอดจนตำราสำคัญของชาติ          นอกจากนี้ ยังมีการอนุรักษ์ตู้พระธรรมเหล่านั้นให้ทรงคุณค่า พร้อมทั้งยังนำมาใช้การได้ ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในพระนิพนธ์ เรื่อง ตำนานหอพระสมุด ระบุว่า “... อนึ่ง ตู้ไทยของโบราณมักปิดทองแลเขียนลายแต่ ๓ ด้าน ด้านหลังเปนแต่ลงรักฤาทาสี การที่จะใช้ใส่หนังสือในหอพระสมุดฯ ได้คิดแก้ติดบานกระจกเปิดข้างด้านหลังให้แลเห็นสมุดในตู้นั้นได้ แลไม่ต้องจับทางข้างบานตู้ให้ลายหมอง ...” มีตัวอย่างเป็นตู้ชิ้นสำคัญ เป็นตู้ขาหมู ลายม่านทอง เครื่องกี๋จีน ด้านหลังเป็นกระจก เก็บรักษาอยู่ที่คลังกลางฯ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ มีประวัติระบุว่า “สร้างประดิษฐ์ไว้ในหอไตรวัดราชโอรสมีอยู่ ๓ ใบ ถูกฝนและปลวกผุทั้งหนังสือหมด คงใช้ได้ ๑ ใบ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สภานายกหอพระสมุดสำหรับพระนคร มีรับสั่งให้ย้ายมารักษาไว้ ณ หอพระมณเฑียรธรรมสำหรับเก็บพระไตรปิฎกหอพระพุทธศาสนาต่อไป” ซึ่งลายม่านนี้ ยังสอดคล้องกับความนิยมเขียนม่านประดับในงานจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ ๓ - รัชกาลที่ ๔ ด้วย           ระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หน้าที่ของตู้พระธรรมรวมถึงวิธีการเก็บรวบรวมและอนุรักษ์เอกสารแปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ปัจจุบันจึงมีการจัดแสดงตู้พระธรรมในตึกถาวรวัตถุเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้และส่งเสริมให้เห็นคุณค่าของงานช่างไทยในอดีต ดังนั้น ตู้พระธรรมหรือตู้ที่ใช้เก็บหนังสือสมุดไทย จึงถือเป็นวัตถุชิ้นสำคัญและมีบทบาทต่อพิพิธภัณฑ์ด้วยเช่นกัน ส่งท้ายบทความวันนี้ หากท่านใดอยากชมตู้พระธรรม ศึกษาลวดลายต่าง ๆ สามารถเข้าชมนิทรรศการตู้ลายทอง ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป             เผยแพร่โดย ศรัญ กลิ่นสุคนธ์ ภัณฑารักษ์ และอาทิมา ชาโนภาษ ผู้ช่วยภัณฑารักษ์            ภาพโดย กิตติยา เชื้อทอง นายช่างภาพปฏิบัติงาน           เทคนิคภาพโดย ณัฐดนัย อรุณมาศ ผู้ช่วยภัณฑารักษ์  กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร


ชื่อเรื่อง                     ลักษณะการปกครองประเทศสยามแต่โบราณ และการปกครองสมัยโบราณผู้แต่ง                       พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพผู้แต่งเพิ่ม                  พลตรี หลวงวิจิตรวาทการประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   สังคมศาสตร์เลขหมู่                      320.9593 ด495สปสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิวพรปีที่พิมพ์                    2507ลักษณะวัสดุ               88 หน้าหัวเรื่อง                     การปกครองภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกเรื่องลักษณะการปกครองประเทศสยามแต่โบราณ ผู้ทรงนิพนธ์ทรงบรรยายเหตุการณ์อันเป็นตำนานของชาติ และเรื่องการปกครองสมัยโบราณ พลตรีหลวงวิจิตร วาทการได้เขียนสำหรับเป็นแนวทางค้นคว้าหาความรู้


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ขอเชิญสักการะ พระคเณศ ๑,๔๐๐ ปี เนื่องในเทศกาล "วันคเณศจตุรถี" ตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม - ๙ กันยายน ๒๕๖๕           วันคเณศจตุรถี เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระคเณศ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวันที่พระคเณศจะทรงเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ เพื่ออวยพรแก่ผู้เลื่อมใสที่ทำพิธีบูชาพระองค์ สำหรับพระคเณศแห่งเมืองศรีมโหสถนี้ พบที่โบราณสถานหมายเลข ๒๒ กลางเมืองศรีโหสถ อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี พระคเณศ เป็นเทพเจ้าซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมนับถือมากในศาสนาฮินดูในฐานะเทพแห่งอุปสรรค ที่ชาวฮินดูเมื่อจะประกอบพิธีทางศาสนา จะต้องบูชาพระคเณศก่อน พระคเณศ จึงกลายเป็นเทพแห่งความรู้และความเฉลียวฉลาด เทพอักษรศาสตร์และวรรณคดี และเทพแห่งศิลปวิทยา           เปิดให้เข้าชม วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. หยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐๓๗ ๒๑๑ ๕๘๖


          สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ร่วมกับอาสาสมัคร​นักศึกษา​คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่​ และนักศึกษา​คณะวิจิตรศิลป์​ มหาวิทยาลัย​เชียงใหม่​ จำนวนรวม​ ๒๐​ คน​ ร่วมดำเนิน​การขุดแต่งทางโบราณ​คดีและคัดแยกอิฐบริเวณ​เจดีย์​วัด​ศรี​สุพรรณ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป การดำเนินงานทางโบราณคดีร่วมกับอาสาสมัคร เป็นการสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมในการรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป และยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานทางโบราณคดีด้วยการลงมือปฏิบัติจริง คาดว่าหลังจากนี้จะมีสถาบันการศึกษาอื่น ๆ แสดงความประสงค์เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเพิ่มขึ้น


ชื่อเรื่อง                               วินยวินิจฺฉยสงฺตห(วินิจฺฉย) สพ.บ.                                 อย.บ.9/8ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           58 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทสวด                                           พระวินัย                                            คำสอน บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ภาษามอญ เส้นจาร ฉบับทองทึบ ลานดิบ  ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา


ส่งเสริมการอ่านผ่าน Facebook กับหอสมุดแห่งชาติชลบุรี แนะนำหนังสือหมวดหมู่ปรัชญา โดย นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาขาวิชาศาสนาและปรัชญา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ความขัดแย้งและการแบ่งสี แบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายของคนไทยในปี พ.ศ. 2558 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใครหลาย ๆ คนเริ่มรู้สึกกังวลกับการพูดคุยกับเพื่อนร่วมชาติ เนื่องจากเรื่องของการเมืองนั้น ได้กลับกลายเป็นเรื่องอ่อนไหวไปเสียแล้ว มีหลายคนที่ไม่ยอมเปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่าง โดยความคิดทางการเมืองในสถานการณ์ถูกแบ่งออกเป็นสองฟากใหญ่ ๆ อันมีผู้สนับสนุนมากพอกัน ฝ่ายหนึ่งเชิดชูศีลธรรมแบบ "เสรีประชาธิปไตย" สากล เน้นเรื่องสิทธิของปัจเจกบุคคลเป็นสำคัญ ส่วนอีกฝ่ายเน้นเชิดชู "ศีลธรรมแบบพุทธ" กล่าวคือ เน้นคุณธรรมและจริยธรรมเป็นสำคัญกว่าสิ่งใด โดยการแบ่งฟากฝั่งนี้ พอจะเปรียบได้กับการถกเถียงกันระหว่างปรัชญาสองสำนัก อันได้แก่ "เสรีนิยม" (liberalism) กับ "ชุมชนนิยม" (communitarianism) ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักในหนังสือเล่มนี้ที่ดูเผิน ๆ เหมือนปรัชญาสองสำนักนี้จะเป็น “ขั้วตรงข้าม” ที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ทว่าอาจารย์ไมเคิล แซนเดล ปรมาจารย์ปรัชญาการเมืองชาวอเมริกัน จะพาเราไปสำรวจประวัติศาสตร์ของความคิดที่หล่นหาย ผ่านคำตัดสินของศาลฎีกาอเมริกันในคดีที่เป็นประเด็นสังคมร้อนฉ่า งานของนักเสรีนิยมตกสมัย ทัศนะของนักชุมชนนิยมชั้นนำ จนถึงคำปราศรัยหาเสียงของบรรดานักการเมือง ทั้งนี้เพื่อพยายามชี้ให้เห็นว่าปรัชญาสองสำนักนี้อาจพบ "จุดร่วม" กันได้ หากแม้นนักเสรีนิยมจะเลิกยืนกรานว่าสิทธิอยู่เหนือความดีในทุกกรณี และนักชุมชนนิยมจะเลิกวางข้อถกเถียงเรื่องสิทธิไว้บนคุณค่าของชุมชนเพียงอย่างเดียว จุดร่วมนี้เองที่อาจารย์หวังว่าจะแผ้วถางทางสู่การเมืองที่เน้นเรื่องความเป็นพลเมือง ชุมชน และสำนึกพลเมืองมากขึ้น รับมือกับคำถามว่าด้วย “ชีวิตที่ดี” อย่างตรงไปตรงมายิ่งกว่าเดิม ตัวอย่างบทความที่น่าสนใจ : บทที่ 15 เกียรติกับความคับข้องใจ การเมืองของคนโบราณเน้นเรื่องคุณธรรมและเกียรติ ทว่าคนสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมและสิทธิ สุภาษิตข้อนี้มีความจริงอยู่บางส่วน แต่ก็ส่วนเดียวเท่านั้น เพราะหากมองอย่างผิวเผิน การถกเถียงทางการเมืองของเราพูดเรื่องเกียรติกันน้อยมาก เกียรติดูจะเป็นความกังวลตกยุคที่เหมาะกับโลกที่ครอบงำโดยสถานะแห่งความเป็นอัศวินและการดวลตัวต่อตัว อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่อยู่ไม่ไกลนักจากพื้นผิว กล่าวคือ การถกเถียงที่ร้อนแรงที่สุดของเราเกี่ยวกับความเป็นธรรมและสิทธินั้น สะท้อนความขัดแย้งฝังลึกเกี่ยวกับฐานคิดที่เหมาะสมในเรื่องการยอมรับจากสังคม (social esteem) ข้อพิพาทเรื่องการจัดสรรเกียรติยังเป็นพื้นฐานของประเด็นร้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความเป็นธรรมและสิทธิด้วย ลองพิจารณาตัวอย่างจากข้อถกเถียงเรื่องโควตาชนกลุ่มน้อย อันเป็นนโยบายรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัย ในกรณีนี้ บางคนก็พยายามคลี่คลายประเด็นด้วยการยกข้อโต้แย้งทั่วไปที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติเช่นกัน ฝ่ายผู้สนับสนุนโควต้าเถียงว่า เราจำเป็นต้องบรรเทาผลลัพธ์ของการเลือกปฏิบัติในอดีต ส่วนฝ่ายคัดด้านยืนกรานว่าการคัดเลือกเด็กโดยคำนึงถึงเชื้อชาติเท่ากับเป็นการเลือกปฏิบัติในมุมกลับ เป็นอีกครั้งที่ข้อโต้แย้งเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติมีคำถามสำคัญที่ต้องตอบ นโยบายการรับเข้าล้วนแต่เลือกปฏิบัติไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ประเด็นที่แท้จริงคือ การเลือกปฏิบัติแบบไหนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัย คำถามนี้นำมาซึ่งความขัดแย้ง ไม่ใช่เพราะมันตัดสินว่าเราจะกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างไรเท่านั้น แต่เพราะมันกำหนดว่าคุณความดีข้อใดบ้างที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ว่าคู่ควรกับเกียรติ ถ้าหากเป้าหมายหนึ่งเดียวของมหาวิทยาลัยคือการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณความดีของปัญญาความรู้ มหาวิทยาลัยก็ควรจะรับแต่นักเรียนที่มีแนวโน้มว่าจะช่วยบรรลุเป้าหมายนี้ที่สุด แต่ถ้าการปลูกฝังความเป็นผู้นำสำหรับสังคมพหุนิยมเป็นพันธกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัยด้วย มหาวิทยาลัยก็ควรมองหานักเรียนที่มีแนวโน้มจะเลื่อนเป้าหมายเชิงความเป็นพลเมืองพอๆ กับเป้าหมายด้านความรู้



องค์ความรู้เรื่อง : โบราณสถานวัดปทุมคงคาราม (วัดนกออก) อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา   อีกหนึ่งเพชรเม็ดงามทางวัฒนธรรมของอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา กับความงามของอุโบสถเก่า พร้อมภาพจิตรกรรมบนเพดาน ณ วัดปทุมคงคาราม (วัดนกออก) ตำบลนกออก กันครับ   อุโบสถเก่า หลังนี้ มีขนาดความกว้าง 6 เมตร และยาว 9 เมตร ก่ออิฐถือปูน ส่วนฐานแอ่นโค้งเล็กน้อย สันนิษฐานว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากอุโบสถเก่า วัดหน้าพระธาตุ ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย ส่วนหลังคาเป็นทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินเผา ปลายจั่วหน้าบันประดับปูนปั้นเป็นหน้าบุคคล บริเวณผนังเจาะหน้าต่างด้านละ 2 ช่อง มีประตูทางเข้า-ออกเฉพาะด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ซึ่งก่อเป็นซุ้มยื่นออกมา เสาซุ้มทำเสาโค้งลาดยื่นออกมาด้านล่าง กรอบซุ้มด้านบนประดับลวดลายไม้ และสลักรูปรังผึ้งแบบอีสานแต่ใช้ลายกระจังหูหรือกระจังปฏิญาณห้อยปลายไว้ตรงกลาง ด้านข้างทำโค้งแยกออกไป ประดับด้วยกระจกอังวะสีเขียว บานประตูแกะสลักเเละปิดกระจกลวดลายแบบจีน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ปางมารวิชัย นามว่า "พระพุทธมุนีศรีปทุมคงคา" เป็นพระประธาน    สำหรับ #จิตรกรรม ด้านใน หลงเหลือเฉพาะบนเพดาน เขียนด้วยสีฝุ่น จากภาพสันนิษฐานว่าจิตรกรได้รับแรงบันดาลใจจากงานช่างสมัยอยุธยา เเละสมัยรัตนโกสินทร์ ราวรัชกาลที่ 4-5 ผสมผสานกับฝีมือช่างพื้นถิ่น โดยเขียนภาพเล่าเรื่องป่าหิมพานต์ ดวงดารา เเละลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งมีสภาพเกือบสมบูรณ์   ด้านหน้าอุโบสถเก่าพบเจดีย์หรือธาตุทรงระฆัง ผังสี่เหลี่ยมจตุรัส ในวัฒนธรรมล้างช้าง หรือเป็นที่รู้จักกันในทางสถาปัตยกรรมว่า "ธาตุแบบบัวเหลี่ยม" จำนวน 2 องค์  ถัดไปทางด้านทิศใต้ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบหอไตรกลางน้ำร่วมด้วยครับ   ปัจจุบัน อุโบสถเก่า ธาตุเจดีย์ เเละหอไตรกลางน้ำได้รับการประกาศขึ้นทะเบียน พร้อมกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ในชื่อ "โบราณสถานวัดคงคาราม" มาตั้งเเต่ปี 2539   หากมีโอกาสก็ขอเชิญชวนแฟนเพจทุกท่านเข้ามาชมอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามทางวัฒนธรรมของอำเภอปักธงชัยบ้านเอ๋งกันนะครับ   เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 136/3 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 172/2กเอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           51/5ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                28 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


YANTRA by Cedric ARNOLD “ยันต์” โดย เซดริก อาร์โนลด์ เป็นส่วนท้ายสุดของนิทรรศการ “Trance/Figuration : Tattoos From Birth to Death” (สะกดร่าง/สักลาย : ลายสักจากกำเนิดสู่ความตาย) นิทรรศการในส่วนนี้จะนำผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของภวังค์ (Trance) ผ่านภาพถ่ายและภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการสักยันต์แบบโบราณของไทย เซดริกได้ติดตามและเฝ้าสังเกตสำนักสักยันต์ที่มีชื่อเสียงของไทย โดยให้ความสนใจไปที่สำนักของอาจารย์ต๋อย วัดทองใน (พระโขนง) และพิธีไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ (นครปฐม) ภาพยนตร์ 4K ความยาว 23.30 นาทีนี้ ถ่ายทอดมุมมองของเซดริกที่มีต่อวัฒนธรรมการสักยันต์ของไทยด้วยภาพและเสียง ประกอบกับการสร้างบรรยากาศของห้องชมภาพยนตร์ให้เงียบสงบและดูลึกลับในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสและเข้าถึงภวังค์ด้วยตนเองอย่างเต็มอรรถรส โดยเฉพาะอาการ “ของขึ้น” หรือการเปลี่ยนผ่านสภาวะจิตของผู้สักยันต์ไปสู่จิตวิญญาณอื่นตามรูปลักษณ์ที่สักลงบนร่างกาย เซดริก อาร์โนลด์ (Cedric ARNOLD) เป็นศิลปินชาวฝรั่งเศส ที่พำนักในกรุงเทพมหานครมากว่า 20 ปี มีผลงานทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ปลุกเร้าความรู้สึกของผู้ชมด้วยเทคนิคทางภาพและเสียง โดยมีหัวเรื่องและความสนใจเกี่ยวกับการรับรู้เรื่องเวลา ความทรงจำ และความเป็นจริงของมนุษย์ นิทรรศการ “Trance/Figuration : Tattoos From Birth to Death” เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2565 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ในวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ วันอังคาร วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดตามประกาศของรัฐบาล) Thank you for the installation views : https://www.instagram.com/p/CfgtwodpaSU/


เลขวัตถุ ชื่อวัตถุ ขนาด (ซม.) ชนิด สมัยหรือฝีมือช่าง ประวัติการได้มา ภาพวัตถุจัดแสดง 39/2553 (17/2549) ขวานหินขัด มีบ่า ด้านหนึ่งขัดเรียบ อีกด้านหนึ่งมีรอยกะเทาะ ย.7.2 ก.4.5 หิน สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุราว 2,500-2,000 ปีมาแล้ว   ได้จากบ้านเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จ.นครนายก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539


เลขทะเบียน : นพ.บ.478/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4.5 x 56.5 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 162  (195-204) ผูก 1ข (2566)หัวเรื่อง : มหามูลลนิพาน--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



black ribbon.