ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,216 รายการ

         พบจากเจดีย์หมายเลข ๑๓ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี          ศิลปะทวารวดี กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๔ (ประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว)          ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง            สิงห์ หรือสิงโต เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญ ปรากฏในงานศิลปกรรมของไทยทุกสมัย ตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าการทำประติมากรรมรูปสิงห์ ได้รับอิทธิพลเรื่องรูปแบบและคติการสร้าง มาจากศิลปะอินเดีย เนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ปรากฏสัตว์ดังกล่าวอยู่ในธรรมชาติ            ในประเทศอินเดีย รูปสิงห์มีความสำคัญอย่างมาก ปรากฏอยู่ในงานศิลปกรรมทั้งศาสนาพุทธและฮินดู ในศาสนาพุทธ สิงห์ใช้แทนความหมายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องจากพระพุทธองค์ได้รับการขนานนามว่า “ศากยสิงห์” ซึ่งหมายถึง สิงห์แห่งศากยวงศ์ เมื่อศิลปะอินเดียแพร่เข้ามายังประเทศไทยในสมัยทวารวดี มีการพบประติมากรรมรูปสิงห์ตามเมืองโบราณสมัยดังกล่าวหลายแห่ง ที่เมืองโบราณอู่ทอง ประติมากรรมรูปสิงห์ที่พบส่วนมากเป็นประติมากรรมปูนปั้น มีโกลนเป็นอิฐหรือศิลาแลง ใช้ประดับฐานสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี โดยอาจจะสร้างขึ้นตามความหมายของผู้ปกปักรักษา ค้ำจุนศาสนสถาน เนื่องจากสิงห์ถือเป็นสัตว์ที่แสดงถึงพละกำลัง เป็นตัวแทนของผู้พิทักษ์และความดี            ประติมากรรมสำริดรูปสิงห์ ชิ้นนี้ พบจากเจดีย์หมายเลข ๑๓ เมืองโบราณอู่ทอง เป็นประติมากรรมขนาดเล็ก สูงประมาณ ๑๐.๕ เซนติเมตร จึงอาจไม่ได้สร้างขึ้นตามความหมายของผู้ปกปักรักษา เหมือนสิงห์ปูนปั้นที่ใช้ประดับฐานเจดีย์หรืออาคารสมัยทวารวดี แต่อาจสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ รูปเคารพ หรือเพื่อประกอบรูปเคารพชิ้นอื่น เช่น พระพุทธรูป เป็นต้น ประติมากรรมรูปสิงห์สำริดชิ้นนี้ถือเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม เพราะนอกจากจะหายาก แสดงถึงความสามารถในการหล่องานสำริดขนาดเล็กแล้ว ยังแสดงถึงอารมณ์และลักษณะท่าทางที่เป็นธรรมชาติ แสดงถึงฝีมือช่างสมัยทวารวดีที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. ศิลปะทวารวดี ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด, ๒๕๕๒. พนมบุตร จันทรโชติ และคณะ. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง และเรื่องราวสุวรรณภูมิ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๕๐. ดูน้อยลง


ชื่อเรื่อง                           ปฐมสมโพธิ (ปฐมสมโพธิเผด็จ)สพ.บ.                             141/28ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           32 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 59 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           พระพุทธเจ้า                                           วรรณกรรมพุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด  ได้รับบริจาคมาจากวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                                อุณฺหิสวิชย (ทิพมนต์)สพ.บ.                                  235/1ฆประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           20 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 59 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา--บทสวดมนต์                                           บทสวดทิพย์มนต์ บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน  เส้นจาร ฉบับลานดิบ ภาษาบาลี-ไทยอีสาน ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี  


ชื่อเรื่อง                                ปฐมสมโพธิ (ปฐมสมฺโพธิเผด็จ)สพ.บ.                                  139/5ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           60 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 ธรรมะ บทคัดย่อ/บันทึก   เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดศรีบัวบาน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี





ยันต์และคาถาอาคม ชบ.ส. ๑๐๖ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.32/1-4 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


" ๔๘ ปี แห่ง ความทรงจำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่" ๐ เนื่องในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ที่จะถึงนี้ เป็นวาระครบรอบ ๔๘ ปี การเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ ๐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จึงขอนำเสนอ เรื่องราวความทรงจำ พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา ๔๘ ปีที่ผ่านมาของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ โดยจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๓ ตอนค่ะ ....................................................... (ตอนที่ ๑)  : จุดเริ่มต้นความทรงจำ . การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เริ่มขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ มีการปรับปรุงพื้นที่ประมาณ ๒๓ ไร่ อาคารพิพิธภัณฑสถานเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์สองชั้น ก่ออิฐถือปูน ประดับยอดจั่วด้วยกาแลแบบศิลปะพื้นถิ่นภาคเหนือ  . วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ คือ การตั้งแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่รวบรวมได้จากบริเวณภาคเหนือตอนบน อันประกอบด้วย พื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ พะเยา น่าน ลำพูน และลำปาง และสาเหตุที่พิจารณา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เนื่องจากมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย เคยเป็นที่ตั้งของราชธานีหรือเมืองหลวง ศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนาหรือไทยฝ่ายเหนือมาก่อน อีกทั้งยังคงสถานะเป็นศูนย์กลางความเจริญของภาคเหนือสืบต่อมาจนทุกวันนี้ . เมื่ออาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ แล้วเสร็จ ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานประกอบพิธีเปิด . พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๖ และสามารถเปิดให้สาธารณชนเข้าชมและใช้บริการต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑสถานได้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา







พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ขอนำเสนอ วีดิทัศน์ประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๔ เรื่อง "ผ้าพระบฏ : พุทธศรัทธาบนผืนผ้า" (ตอนที่ ๒)  - ความเป็นมาของผ้าพระบฏพระราชทาน เกียรติยศและความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราช - ไขความรู้โดย ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ (ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช)  และโปรดติดตามกิจกรรมร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้ทางหน้าเพจ เร็วๆ นี้  ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ "ผ้าพระบฏ : พุทธศรัทธาบนผืนผ้า" ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ----------------------------------------------------------- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช   เปิด : วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิด : วันจันทร์-วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท , นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ พระภิกษุ และนักบวชทางศาสนา เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  ๐๗๕-๓๔๑๐๗๕  


black ribbon.