ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,545 รายการ
ชื่อเรื่อง ชุมนุมพระนิพนธ์ ของ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากรผู้แต่ง กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร , พระวรวงศ์เธอประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากISBN/ISSN -หมวดหมู่ ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่ 089.95911สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์พระจันทร์ปีที่พิมพ์ 2517ลักษณะวัสดุ 434 หน้าหัวเรื่อง ชุมนุมนิพนธ์
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก หนังสือชุมนุมพระนิพนธ์ ของ พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทลาภพฤฒิยากร ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ต่างเรื่อง ทรงอุทิศพระราชกุศลแห่งวิทยาทาน แด่พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร เพื่อเป็นอนุสรณ์ และเป็นปัจจัยเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ จะมีรายละเอียด อาทิ พระพุทธศานา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประเพณีเกี่ยวข้อง นาฎวรรณคดี และชีวประวัติ
ชะมวง...พืชพื้นถิ่นที่มากกว่ารสเปรี้ยวในอาหาร
เมื่อกล่าวถึงอาหารพื้นบ้านของภาคตะวันออก หลายคนคงนึกถึงหมูชะมวง เมนูขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่รสเปรี้ยวกลมกล่อมจากใบชะมวง แต่เบื้องหลังพืชใบสีเขียวชนิดนี้ ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะวัตถุดิบประกอบอาหาร หากยังเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีความสำคัญทั้งด้านพฤกษศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแพทย์พื้นบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ชะมวง (Garcinia cowa Roxb. ex Choisy) เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบในวงศ์ Clusiaceae พบกระจายพันธุ์ในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และพื้นที่ราบลุ่มต่ำ อีกทั้งยังทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี ลำต้นสูงประมาณ 15–30 เมตร เปลือกสีน้ำตาลปนเทาถึงดำ มีน้ำยางสีเหลืองขุ่น ใบเป็นใบเดี่ยว เนื้อหนา ผิวเป็นมัน ใบอ่อนสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมม่วงแดง ส่วนใบแก่สีเขียวเข้มและมีรสเปรี้ยว ชะมวงเป็นพืชแยกเพศต่างต้น ดอกสีเหลืองนวลหรือสีชมพูอ่อนมีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ผลมีลักษณะกลมแป้น เมื่อสุกมีสีเหลืองถึงส้มหม่น เนื้อผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน ภายในมีเมล็ด 4–6 เมล็ด และสามารถเก็บเกี่ยวผลได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน
ชะมวงเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีคุณค่าทั้งด้านอาหาร สมุนไพร และภูมิปัญญาท้องถิ่น ใบอ่อนและผลอ่อนมีรสเปรี้ยว จึงนิยมนำมาปรุงอาหารพื้นบ้านหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ หมูชะมวง อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของคนในภาคตะวันออก ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ในฐานะสมุนไพรพื้นบ้านที่ได้รับการบันทึกไว้ในตำรายาไทย โดยส่วนต่าง ๆ ของพืชมีสรรพคุณแตกต่างกันไป ทั้งยังมีรายงานการวิจัยพบว่าใบชะมวงมีสาร Hydroxycitric Acid (HCA) ซึ่งอาจมีส่วนช่วยยับยั้งการสร้างและการสะสมของไขมันในร่างกาย แม้ว่ายังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพในมนุษย์ นอกจากนี้ ยางและเปลือกต้นยังสามารถนำมาใช้ย้อมผ้า ผสมน้ำมันขัดเงา และใช้ประโยชน์ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านในการป้องกันศัตรูพืชบางชนิด
ชะมวงจึงไม่ใช่เพียงพืชที่มอบรสเปรี้ยวให้กับอาหารพื้นบ้านเท่านั้น หากยังเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ครั้งต่อไปที่ได้ลิ้มรสหมูชะมวง ลองนึกถึงเรื่องราวของพืชพื้นถิ่นชนิดนี้ แล้วจะพบว่าใบไม้รสเปรี้ยวเพียงใบหนึ่งมิได้มอบเพียงรสชาติให้กับอาหาร หากยังบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างน่าประทับใจ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. คณะเภสัชศาสตร์. ชะมวง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2569, จาก https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailPhargarden/219
เมดไทย. ชะมวง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นชะมวง 25 ข้อ ! (ส้มโมง, ส้มมวง, ส้มป่อง). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2569, จาก https://medthai.com/ชะมวง
วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดจันทบุรี. ชะมวง. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ, 2544.
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย). กลุ่มงานวิชาการ. ชะมวง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2569, จาก http://dnp15.com/plant/uploads/pdf_68b6b59e00d9a2.68106954.pdf
สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้. ชะมวง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2569, จาก https://forprod.forest.go.th/forprod/techtransfer/document/เกร็ดความรู้/11.สาระพรรณไม้/21.ชะมวง.pdf
อร่าม อรรถเจดีย์. พืชพื้นบ้าน-อาหารจันทบูร. จันทบุรี: โรงพิมพ์ต้นฉบับ, 2550.
เรียบเรียงโดย
นางสาวทิพวรรณ จันทร์ปัญญา บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8 ฉบับที่ 523 (17 พ.ค. 2509)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2509
ลักษณะวัสดุ 16 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.
ภาษา ไทย
บ
บุญมา กองกูต
ป
ปุย แก้วศรี
ส
สืบ นาคะเสถียร
สุน แก้วศรี
Lay kram Goes Dixie
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๓
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๓ ทรงพระราชนิพนธ์ในพุทธศักราช ๒๔๙๘ พระราชทานให้วงดนตรีลายครามโดยเฉพาะ เพลงพระราชนิพนธ์นี้ไม่มีคำร้อง วงดนตรีลายครามนำออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส. วงดนตรีลายครามเป็นวงดนตรีแจ๊สส่วนพระองค์วงแรกที่ทรงตั้งขึ้นหลังจากเสด็จพระราชดำเนินนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวรแล้วในพุทธศักราช ๒๔๙๔
Royal composition Number 23
The twenty-third royal musical composition was written in 1995, exclusively granted to the Lay Kram Band. It carried no lyrics and was premiered on Aw Saw Radio. Lay kram was His Majesty’ s first personal jazz band set up after his permanent return to the country in 1951.
วันจันทร์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา โดยอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จัดโครงการสังคีตวัฒนธรรม การแสดงโขนสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง รามเกียรติ์ "ชุดรามาวตาร" โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิด และนางชุติมา จันทร์เทศ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ บริเวณลานพรหมทัต อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร นายเอนก สีหามาต์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี และนายวิเศษ เพชรประดับ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบโบราณสถานในพื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า พบโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสำนักศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่จะเร่งดำเนินการสำรวจออกแบบเพื่อการบูรณะต่อไป
เจดีย์ประธานวัดเจดีย์หลวง พบปล้องไฉนขนาด ๒ ใน ๓ หักลงมาทับเจดีย์บริวารหักพัง จำนวน ๑ องค์วัดปราสาทคุ้มชุมแสง บริเวณองค์ระฆังมีรอยร้าวและอิฐยุบตัว ร่องรอยดังกล่าวเป็นรอยเดิมที่ขยายตัวออกเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว และส่วนฐานเจดีย์มีรอยร้าวตลอดความสูงฐานเจดีย์วัดป่าสัก(ร้าง) นอกกำแพงเมืองเชียงแสนไปทางทิศตะวันตก ปลียอดขนาดยาวประมาณ ๑ ศอก แตกหัก เรือนยอดเอียงผิดปกติ รอยแตกร้าวของบัลลังก์รองรับองค์ระฆังหลายแห่ง รอยแตกร้าวเก่าขยายตัวออกเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว และเกิดรอยร้าวใหม่หลายจุดเจดีย์ประธานวัดพระธาตุจอมกิตติ ฉัตรชำรุดและเอนออกจากองค์ประมาณ ๑๕ - ๒๐ องศา ปล้องไฉนหักงอ องค์เรือนธาตุพบรอยร้าวเดิมขยายตัวกว้างมากขึ้นและเกิดรอยร้าวใหม่หลายแห่ง แผ่นทองจังโกบริเวณเรือนยอดบิดตัวและฉีกขาดวัดพระธาตุภูเข้าบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ผนังมณฑปร้าวและแยกออก
ขออนุญาตทำการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
ขั้นตอนที่ ๑ ยื่นคำขอได้ที่สถานที่ ดังนี้
๑.๑ กรณีผู้ขอมีสถานที่ทำการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ให้ยื่น ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
๑.๒ กรณีที่ผู้ขอมีสถานที่ทำการค้าในเขตจังหวัดอื่นนอกจากข้อ ๑.๑ ให้ยื่น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น หากในจังหวัดนั้นไม่มีพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ ให้ยื่น ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแห่งจังหวัดนั้น
ขั้นตอนที่ ๒ กรอกแบบฟอร์ม ศก.๑
๒.๑ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
๒.๒ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
๒.๓ กรณีเป็นนิติบุคคล
ขั้นตอนที่ ๓ แนบเอกสารและหลักฐาน
๓.๑ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
(ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งแทนบัตรประจำตัวประชาชนได้
(ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน
(ค) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของผู้ขอรับใบอนุญาต ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป
(ง) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า
(จ) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้า หรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๓.๒ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
(ก) บัญชีรายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน
(ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ ของหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน
(ง) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของหุ้นส่วนผู้จัดการ นาด ๑ นิ้ว ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป
(จ) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า
(ฉ) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๓.๓ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
(ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียน พร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด(ข) บัญชีรายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งแทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ ของหุ้นส่วนผู้จัดการ(ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ(จ) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป (ฉ) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า(ช) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๓.๔ กรณีเป็นบริษัทจำกัด
(ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
วัสดุ ดินเผา
อายุสมัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สังคมเกษตรกรรม (ประมาณ 2,500–1,800ปีมาแล้ว)
สถานที่พบ พบที่แหล่งโบราณคดีบ้านปอภาร อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
ภาชนะดินเผาทรงสูง ปากผายกว้าง ผิวนอกของภาชนะมีลวดลายขัดแตะที่เกิดจากการใช้เครื่อง จักสานเป็นแบบในการขึ้นรูปภาชนะ เมื่อนำไปเผาเครื่องจักสานจะไหม้สลายไปเหลือเพียงลายปรากฏบนภาชนะ