ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,285 รายการ

หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ชวนผู้อ่านไปค้นพบหลากหลายเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือกรมศิลปากร วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “ศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี”   เมืองจันทบุรี มีอายุมากกว่าพันปี (ย้อนเฉพาะยุคประวัติศาสตร์) มีพัฒนาการย้ายถิ่นฐานถึง 5 สมัย จากการย้ายเมืองครั้งที่ 3 คือ สมัยบ้านลุ่ม (ครั้งที่ 1) ได้มีการสร้างศาลหลักเมืองจันทบุรีขึ้นเป็นครั้งแรกบริเวณหน้าค่ายตากสินในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เกิดการพิพาทกับญวน และเพื่อรักษาความมั่นคงของเมือง จึงได้ย้ายเมืองไปที่ค่ายเนินวง ซึ่งเป็นชัยภูมิที่สูงมองเห็นทะเลรอบทิศ และได้สร้างศาลหลักเมืองขึ้นเป็นแห่งที่ 2 ซึ่งต่อมาเมื่อย้ายกลับมาเมืองบ้านลุ่ม (ครั้งที่ 2) ในสมัยรัชกาลที่ 5 ศาลหลักเมืองแห่งนี้ได้มีการนำรูปปั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาตั้งไว้ในศาลแห่งนี้ และเรียกชื่อศาลนี้ว่า “ศาลพระเจ้าตาก”   ศาลหลักเมืองแห่งที่ 3 คือ ศาลหลักเมืองขลุง ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อราว พ.ศ. 2449 - 2450 ได้ยกฐานะเป็นเมืองจัตวาขึ้นกับเมืองจันทบุรี ดังนั้นในอดีตเมืองจันทบุรีจึงมีศาลหลักเมืองด้วยกันถึง 3 ศาล ส่วนศาลหลักเมืองจันทบุรีในปัจจุบันนั้น ตั้งอยู่บริเวณศาลหลักเมืองแห่งแรกบริเวณหน้าค่ายตากสิน อำเภอเมือง โดยกรมศิลปากร มอบให้นายบุญเพ็ง โสณโชติ เป็นผู้ออกแบบ ลักษณะเป็นอาคารทรงไทยจตุรมุข มีความงดงามตามแบบศิลปกรรมไทย ส่วนภายในศาลนั้นได้มีการผสมผสานศิลปกรรมของจีนด้วย ศาลหลักเมืองแห่งนี้ มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก โดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศาลหลักเมืองนี้ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2527   ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวความเป็นมาของศาลหลักเมืองจันทบุรี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หนังสือ “สรรสาระศิลปากร เล่มที่ 2 ภาษา เอกสาร และหนังสือ” ณ ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี   ข้อมูลอ้างอิง สรรสาระศิลปากร พ.ศ. 2563 เล่ม 2 : ภาษา เอกสาร และหนังสือ.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2565. ที่ระลึกศาลหลักเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชัยสยามพริ้นติ้ง กรุ๊ป (1993), 2536. ที่ระลึกศาลหลักเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี.  จันทบุรี: โรงพิมพ์ข่าวภาพ, 2527.   ภาพประกอบ ภาพศาลหลักเมืองขลุง จากเพจเทศบาลเมืองขลุง https://www.khlungcity.go.th/public/list/data/detail/id/52/menu/1545/page/1 ภาพศาลหลักเมืองเก่าจันทบุรี จาก Campground Club https://phadet.wixsite.com/mysite/single-post/2017/11/26/-e0-b8-a8-e0-b8-b2-e0-b8-a5-e0-b8-ab-e0-b8-a5-e0-b8-b1-e0-b8-81-e0-b9-80-e0-b8-a1-e0-b8-b      






ชื่อเรื่อง : พระราชหัตถเลขา ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมครั้งที่ 3 หัวเรื่อง :  ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- รัชกาลที่ 4 -- กรุงรัตนโกสินทร์ คำค้น :    จดหมาย รายละเอียด : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ โปรดให้พิมพ์เมื่อปีจอ พ.ศ. 2465 ผู้แต่ง : จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ,  แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร วันที่ : 2465  วันที่เผยแพร่ :  เมษายน 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือรวบรวมพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานไปยังพระองค์เจ้าปัทมราช ซึ่งประทับอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช เป็นพระราชหัตถเลขาที่เกี่ยวข้องกับกรมขุนศิริธัชสังกาศและสกุล ณ นคร ระหว่างพ.ศ. 2403 – 2406 รวม 5 ฉบับ เจ้าจอมมารดาน้องใหญ่ 1 ฉบับ เจ้าจอมมารดานุ้ยเล็ก 1 ฉบับ และพระราชหัตถเลขาพระราชทานพระยาวิชิตสรไกร พระเสนหามนตรี 1 ฉบับ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ เลขทะเบียน : น. 31 บ. 12511 เลขหมู่ : 959.3056             จ196พ


           กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี แหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองจันทบุรี” วิทยากร นายอดิศร สุพรธรรม หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร              รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ - กันยายน ๒๕๖๘  


ชื่อเรื่อง : ทำเนียบพระสมณศักดิ์ สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และ พระครูสัญญาบัตรทั้งหมด จัดเป็นแต่ละจังหวัดๆ ฉบับของ กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา พุทธศักราช 2509 หัวเรื่อง : สมณศักดิ์ -- ทำเนียบนาม             สงฆ์ -- ทำเนียบนาม คำค้น : ทำเนียบพระสมณศักดิ์ รายละเอียด : คณะวัดเทพศิรินทราวาส และคณะวัดศีลขันธาราม จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในการที่รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เนื่องในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2509 ผู้แต่ง : สนติ์ แสวงบุญ แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา ปีที่พิมพ์ : 2509 วันที่เผยแพร่ : 26มิถุนายน 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : ทำเนียบพระสมณศักดิ์ สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และพระครูสัญญาบัตรทั้งหมด จัดเป็นแต่ละจังหวัด พุทธศักราช 2509 รวบรวมและเรียบเรียงโดยนายสนติ์ แสวงบุญ เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา ทั้งนี้ได้รวบรวมประวัติโดยย่อของพระที่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ด้วย เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79042 จบ. (ร.) เลขหมู่ :          ห              294.30255593                   ส187ท


เลขทะเบียน : นพ.บ.712/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 225 (290-302) ผูก 4 (2568)หัวเรื่อง : เทวทูตสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ตำนานวัดพระแก้วดอนเต้า (ผูก1) ชื่อเรื่อง : ตำนานนิทานวัดพระแก้วดอนเต้าเวียงดิน (ผูก 1) เลขทะเบียน : ชม.บ.1121/1 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                ผู้สร้าง : นางทิพย์                      ปีที่สร้าง : จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453) จำนวน : 1 คัมภีร์  4 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ค)          จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด     จำนวนหน้า : 30 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา             ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา               เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ-ลานดิบ          ไม้ประกับ : ไม่มี                         ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : นางทิพย์สร้าง จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453) ได้มาจากวัดสันผักแค  ต.ม่วงคำ  อ.พาน จ.เชียงราย  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


เลขทะเบียน  นม.บ.19/2


        อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เชิญชวนประกวดภาพถ่ายหัวข้อ "บอกรักศรีเทพ" ร่วมถ่ายทอดความรู้สึก ความประทับใจ และความงดงามของเมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลก ผ่านมุมมองของคุณเอง ชิงเงินรางวัลและเกียรติบัตร รวมกว่า 33,000 บาท รางวัลที่ 1 รางวัลละ 10,000 บาท รางวัลที่ 2 รางวัลละ 8,000 บาท รางวัลที่ 3 รางวัลละ 5,000 บาท และรางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท ระยะเวลาการส่งผลงาน ตั้งแต่วันนี้ - 13 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น., ประกาศผลการประกวด วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และกำหนดมอบรางวัล วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์         อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1Kb9lC8eXEnVT2E_A-1MeCha4l6Q_TLvSusp=sharing&fbclid=IwY2xjawNRoT1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFIVjZOZVJiNmxIY2hndkRjAR7oC7n1vC5A91R9ku32StZJSSeYldxnJOm8wlONIXssHGw6kr_EN64x69zmzg_aem_T19LftANyUo_QZlo1n6r3Q สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 094 7644460  


ชื่อเรื่อง                   เรื่อง อ่านหนังสือวรรณคดีผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์เลขหมู่                     028สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าวปีที่พิมพ์                    2511ลักษณะวัสดุ               76 หน้าหัวเรื่อง                     บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก          -



        อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม "ประดิษฐ์ขันหมากเบ็ง" เนื่องในวันวิสาขบูชา ในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี สามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย          อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. (ไม่มีวันหยุด) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท (ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้พิการ พระภิกษุ-สามเณร ภิกษุณี เข้าชมฟรี) พร้อมทั้งยังมีบริการนำชม (ภาษาไทย - ภาษาอังกฤษ) และรถไฟฟ้าบริการ รับ - ส่ง ถึงบริเวณหอนางอุสา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4221 9837, 0 42219838 Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท https://www.facebook.com/phuphrabathistoricalpark  


สี่ตระพังใหญ่ในเมืองสุโขทัย.          “ตระพัง” มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมร ត្រពាំង (อ่านว่า ตรอเปียง) หมายถึง บ่อหรือสระน้ำที่ขุดขึ้น           เมืองสุโขทัย ได้รับน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคมาจากต้นน้ำที่เกิดบนเทือกเขาประทักษ์ ได้แก่ เขาเจดีย์งาม เขาค่าย เขาประทักษ์ เขาตะโหนกวัว เขาพระบาทใหญ่ แหล่งน้ำจากเขาต่างๆ เหล่านี้จะไหลมารวมกันในหุบเขา ซึ่งชาวเมืองสุโขทัยได้สร้างคันดินขึ้นมากักเก็บน้ำ เรียกว่า “สรีดภงส์” จากนั้นน้ำจะไหลมาตามคลองเสาหอจนถึงตัวเมืองสุโขทัยบริเวณกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้เข้าสู่คูเมือง ซึ่งน้ำจากภายในคูเมืองจะไหลเข้าสู่สระใหญ่น้อยต่างๆ ที่มีชุมชนอาศัยอยู่ผ่านทางคลองส่งน้ำตรงประตูกำแพงเมืองทางด้านทิศตะวันตกมายังตระพังเงินเป็นสระแรก โดยที่เมืองสุโขทัยมี ๔ ตระพังใหญ่ ดังนี้ - ตระพังเงิน มีขนาดกว้าง ๑๒๐ เมตร ยาว ๒๕๐ เมตร ลึก ๓ เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๙๐,๐๐๐  ลูกบาศก์เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของวัดมหาธาตุตรงกลางมีโบสถ์ตั้งอยู่ในเกาะลอย - ตระพังทอง มีขนาดกว้าง ๑๗๐ เมตร ยาว ๑๘๐ เมตร ลึก ๓ เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๙๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เกาะกลางเป็นที่ตั้งพระอุโบสถและเจดีย์ - ตระพังตระกวน ถือเป็นตระพังที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีขนาดกว้าง ๒๒๐ เมตร ยาว ๔๔๐ ลึก ๓ เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๑๕๘,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดตระพังเงิน ตรงกลางสระมีเกาะลอย ๒ เกาะ เป็นที่ตั้งของอุโบสถ วิหารและเจดีย์วัดสระศรี - ตระพังสอ มีขนาดกว้าง ๑๒๐ เมตร ยาว ๒๑๐ เมตร ลึก ๓ เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๗๕,๖๐๐ ลูกบาศก์เมตร อยู่ด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตรงกลางมีเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งโบราณสถาน ๑ แห่ง           ทั้งสี่ตระพังนี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญภายในเมืองสุโขทัยที่ยังเหลือร่องรอยมาจนถึงปัจจุบัน          สามารถอ่านองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการน้ำเพิ่มเติม ได้ที่:“สรีดภงส์” https://www.facebook.com/.../a.46071674.../2304907616228400/“บารายเมืองสุโขทัย”https://www.facebook.com/.../a.46071674.../4813830355336101/“คันดินบังคับน้ำของเมืองสุโขทัย”https://www.facebook.com/share/p/14PNryAiQo/อ้างอิง          - เอนก สีหามาตย์ และคณะ. (๒๕๕๗). ระบบชลประทานเมืองสุโขทัย. กรุงเทพฯ: โรงแรมบางกอกอินเฮาส์.          - สำนักงานราชบัณทิตยสภา. เข้าถึงเมื่อ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ เข้าถึงได้จากhttp://legacy.orst.go.th/?knowledges=ตระพัง-๒๓-กุมภาพันธ์-๒๕๕


black ribbon.