ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,485 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ. 131/3ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 38 หน้า กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.5 ซม..หัวเรื่อง พระอภิธรรมปิฎก พระธาตุกถาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ข่าวดี “สุดาวรรณ” เผยสหรัฐส่งคืนโบราณวัตถุ กลุ่มประโคนชัย กลับคืนมาตุภูมิ ล็อตแรกภายในปีนี้
เดินหน้าติดตามโบราณวัตถุเพิ่มอีก 16 รายการ “แผ่นทองดุนลายพระพุทธรูป - พระโพธิสัตว์”
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญการติดตามโบราณวัตถุกลุ่มประโคนชัยกลับคืนสู่ประเทศไทย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568 ว่าหลังจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถอดถอนโบราณวัตถุไทย 4 รายการ ออกจากทะเบียนพิพิธภัณฑ์โดยสมบูรณ์เพื่อเตรียมพร้อมส่งคืนประเทศไทย ประกอบด้วย พระโพธิสัตว์ 3 องค์ และพระพุทธรูป 1 องค์ โดยโบราณวัตถุทั้ง 4 รายการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประติมากรรมที่ค้นพบในพื้นที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ (ปัจจุบันคืออำเภอเฉลิมพระเกียรติ) ซึ่งถูกลักลอบนำออกนอกประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507
“จากการตรวจสอบพบว่าโบราณวัตถุเหล่านี้ถูกลักลอบขุดไปจากปราสาทเขาปลายบัด 2 จังหวัดบุรีรัมย์ โดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียได้เริ่มต้นดำเนินการพิจารณาโบราณวัตถุชุดดังกล่าว เมื่อปลายเดือนกันยายน 2567 หลังจากนั้นดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 6 เดือน จนกระทั่งคณะกรรมการของพิพิธภัณฑ์มีมติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ให้ถอดถอนโบราณวัตถุดังกล่าวออกจากทะเบียนโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์อย่างสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไป กรมศิลปากรจะขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสเป็นผู้ประสานงานการส่งคืนโบราณวัตถุในขั้นตอนต่อไปโดยกำหนดการส่งมอบต้องรอให้ทางพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโกประกาศอย่างเป็นทางการคาดว่าสามารถนำกลับสู่ประเทศไทยได้ภายในปีนี้” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว
“การได้รับคืนโบราณวัตถุ 4 รายการครั้งนี้เป็นความสำเร็จของการติดตามโบราณวัตถุในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 โดยการประสานงานกับสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigation - HSI) นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการติดตามโบราณวัตถุประติมากรรมสัมฤทธิ์กลุ่มประโคนชัย ในพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ต่อไป” นางสาวสุดาวรรณกล่าว
รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบติดตามโบราณวัตถุเพิ่มเติมอีก 16 รายการ ที่เก็บรักษาในสหรัฐอเมริกาซึ่งในจำนวนนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจเป็นพิเศษ อาทิ แผ่นทองดุนลายพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ จากพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน และพิพิธภัณฑ์ศิลปะคลีฟแลนด์ที่มีรูปแบบเปรียบเทียบได้กับแผ่นทองดุนลายพระพุทธรูปที่เพิ่งค้นพบจากโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการศึกษาทางโบราณคดีของประเทศไทย ทั้งนี้การติดตามโบราณวัตถุกลับคืนสู่ประเทศไทยเป็นภารกิจสำคัญของ วธ.ในการอนุรักษ์และพัฒนางานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความร่วมมือระหว่างประเทศในการอนุรักษ์และพัฒนาภารกิจงานด้านมรดกทางวัฒนธรรมของไทยต่อไป----------------------------------------------------
โบราณวัตถุจำนวน ๑๖ รายการ
ที่คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศ กลับคืนสู่ประเทศไทย
มีมติให้ติดตาม ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘
โบราณวัตถุจาก The Metropolitan Museum of Art มีจำนวน 5 ชิ้น ได้แก่
๑. ชิ้นส่วนประดับสถาปัตยกรรม
วัสดุ ปูนปั้น
อายุ ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๖
ขนาด สูง ๖๖.๗ เซนติเมตร
ที่มา ภาคกลางตอนบนของประเทศไทย
การได้มา Cynthia Hazen Polsky มอบให้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙
๒. พระพุทธรูปยืน
วัสดุ สัมฤทธิ์ปิดทอง
อายุ พุทธศตวรรษที่ ๒๐
ขนาด สูง ๑๕๖ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา Cynthia Hazen Polsky มอบให้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔
๓. แผ่นทองบุดุนภาพพระโพธิสัตว์
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓
ขนาด กว้าง ๔.๒ เซนติเมตร ยาว ๗.๔ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา Dr. and Mrs. Roger Stoll มอบให้เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๗
๔. แผ่นทองบุดุนภาพพระโพธิสัตว์
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓
ขนาด ยาว ๗.๙ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา Samuel Eilenberg มอบให้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐.
๕. แผ่นทองบุดุนภาพพระพุทธรูปปางแสดงธรรม
(วิตรรกะมุทรา)
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๔
ขนาด กว้าง ๖.๗ เซนติเมตร ยาว ๑๕.๒ เซนติเมตร
โบราณวัตถุจาก The Cleveland Museum of Art - CMA จำนวน 3 ชิ้น ได้แก่
๖. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
วัสดุ สัมฤทธิ์
อายุ พุทธศตวรรษที่ ๒๐
ขนาด สูง ๘๕.๑๐ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา ซื้อจาก J. H. Wade Fund ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓
๗. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
วัสดุ ทอง
อายุ ปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙
ขนาด สูง ๑๐.๖ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย (วัดราชบูรณะ)
การได้มา ซื้อจาก Far Eastern Art
๘. แผ่นทองบุดุนภาพพระวิษณุ(พระนารายณ์)
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔
ขนาด กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๗.๖ เซนติเมตร
โบราณวัตถุจาก Philadelphia Museum of Art จำนวน 4 ชิ้น ได้แก่
๙. แผ่นทองบุดุนภาพพระพุทธรูปมารวิชัยในซุ้มโพธิ์พฤกษ์
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะอยุธยา ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐
ขนาด สูง ๓.๕ เซนติเมตร กว้าง ๓.๘ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา ซื้อจาก J. H. Wade Fund ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓
๑๐. แผ่นทองบุดุนภาพพระพุทธรูปมารวิชัยและพระสาวกสององค์ในซุ้มโพธิ์พฤกษ์
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะอยุธยา ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐
ขนาด สูง ๕.๔ เซนติเมตร กว้าง ๗ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา Mrs. William L. Van Alen มอบให้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗
๑๑. ศิราภรณ์
วัสดุ ทอง
อายุ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑
ขนาด กว้าง ๑๙.๑ เซนติเมตร สูง ๒๑.๖ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
๑๒. ชิ้นส่วนประกอบภาชนะ หรือกาบของคนโท
วัสดุ ทอง
อายุ ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐
ขนาด กว้าง ๕๑ เซนติเมตร ยาว ๘.๓ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
โบราณวัตถุจาก The Newark Museum จำนวน 1 ชิ้น ได้แก่
๑๓. ธรรมจักร
วัสดุ หินทราย
อายุ พุทธศตวรรษที่ ๑๒
ขนาด สูง ๑๕๐ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
การได้มา ซื้อมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕
โบราณวัตถุจาก The Asian Art Museum of San Francisco จำนวน 1 ชิ้น ได้แก่
๑๔. เศียรพระศิวะ
วัสดุ สัมฤทธิ์
อายุ ศิลปะสุโขทัย ปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙
ขนาด สูง ๒๙.๒ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
โบราณวัตถุจาก Kimbell Art Museum จำนวน 1 ชิ้น ได้แก่
๑๕. พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย
วัสดุ สัมฤทธิ์
อายุ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗
ขนาด กว้าง ๔๑.๓ เซนติเมตร ยาว ๖๕.๗ เซนติเมตร
สูง ๑๗๕.๗ เซนติเมตร
โบราณวัตถุจาก Los Angeles County Museum of Art 1 ชิ้น ได้แก่
๑๖. พระพุทธรูปมารวิชัย
วัสดุ สัมฤทธิ์
อายุ ศิลปะลพบุรี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘
ขนาด สูง ๔๘.๕๗ เซนติเมตร กว้าง ๒๑.๙ เซนติเมตร
ที่มา ประเทศไทย
รายงานผลการตรวจสอบแหล่งโบราณคดีบ้านไร่แหลมทองพัฒนา 1 หมูที่ 12 บ้านไร่แหลมทองพัฒนา ตำบลลำเพียก อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมาโดย กลุ่มโบราณคดีสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมากรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
ชื่อเรื่อง : คู่มือนาคสังเขป
หัวเรื่อง : ชินวรสิริวัฒน์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวง, 2402-2480
การบวช (พุทธศาสนา)
คำค้น : การบวชนาค
รายละเอียด : พิมพ์อุทิศในงานพระเมรุพระศพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ผู้แต่ง : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญาณวโร)
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
ปีที่พิมพ์ : 2482
วันที่เผยแพร่ : 26 มิถุนายน 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือคู่มือนาค ว่าด้วยเรื่องการทำขวัญนาค และคำสอนนาค ท้ายเล่มมีคำพระอุปัชฌายะสอนผู้มาขอบรรพชาอุปสมบท และคำสอนอุปสัมปทาครองผ้า
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79457 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
294.3138
ส245คช
ศิลปากร. กรม. ทุคคตะสอนบุตร. พระนคร: โรงพิมพ์กรมแผนที่, 2484. (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ทรงพิมพ์แจก ในการพระกฐินพระราชทาน ณ วัดสุวรรณดาราราม พ.ศ. 2484).
นิทานเรื่องทุคคตะสอนบุตร เป็นนิทานที่สอนให้รู้ถึงความรักของพ่อที่มีต่อลูก ด้วยการให้ลูกได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการเลี้ยงดูอย่างสุขสบายและเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการทรัพย์สินจากเศรษฐี และสอนให้ลูกเห็นความสำคัญของการใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีสติ
เลขทะเบียน : นพ.บ.654/7กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 4 x 58 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 209 (122-134) ผูก 7ก (2568)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.711/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 28 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 225 (290-302) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : โพธิสัตว์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ชวนร่วมกิจกรรม ”บอกรักแม่” ขอเชิญทุกท่านไปร่วมบอกรักแม่ให้โลกรู้ เพราะแม่คือที่สุดของหัวใจ ณ อาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 1 - 31 สิงหาคม 2568 โดยมีวิธีร่วมกิจกรรม ดังนี้
1. ถ่ายคลิปวิดีโอ บอกรักแม่ ตาม keyword
2. โพสต์ ทาง Facebook พร้อม #บอกรักแม่ที่อาคารขุนหลวงพะงั่ว
3. รับของที่ระลึกแทนใจ
ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ที่อาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร.0 3553 6100 หรือทาง Facebook Page : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum
สำหรับท่านที่ยังไม่เคยไปเที่ยวชมอาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี ขอเชิญไปชมการจัดแสดงประติมากรรมสำริดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ หรือขุนหลวงพะงั่ว ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ และประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรี
สรรพศาสตร์สรรพศิลป์พื้นถิ่นชัยภูมิ โบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมรายการ ”สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์“ เนื่องในโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ 69 ”สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง“ วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับรายการบรรเลงและขับร้อง ดังต่อไปนี้
1. การบรรเลงโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย ออกสะระหม่า และสำเนียงภาษา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายปี่ชวา
2. การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว
3. การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง
4. การบรรเลงและขับร้อง ชุด “วอนแฟนเพลง” บรรเลงด้วยวงเครื่องสายผสมซออู้กลาง
5. การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุด 12 ภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ นำแสดงโดย ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย สุรเดช เดชอุดม, ควบคุมการบรรเลงและขับร้องโดย สุชีพ เพ็ชรคล้าย อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 2221 6532, 0 2224 1342
ทั้งนี้ รายการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา เป็นรายการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อนำเสนอการบรรเลง ขับร้อง และการแสดงที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่มีคุณค่าอันควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ สำหรับปีนี้ กำหนดจัดการแสดงทุกวันอาทิตย์ รวม 6 ครั้ง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. - 19.30 น. โดยมีรายการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปทุกอาทิตย์ ขอเชิญผู้สนใจชมการแสดงรายการ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ 20 บาท (จำหน่ายบัตรหน้างานก่อนการแสดง 1 ชั่วโมง) นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายอย่างกว้างขวางสืบไป
49 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช. เมื่อพ.ศ. 2495 รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมศิลปากรและจังหวัดสุโขทัยดำเนินการบูรณะเมืองเก่าสุโขทัยที่มีสภาพเป็นซากปรักหักพัง มีป่าและดินทับถมบดบังไว้นับหลายร้อยปีให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แก่คนรุ่นหลังได้ศึกษาและตระหนักถึงความสำคัญและความเจริญของบ้านเมืองในประวัติศาสตร์ ช่วงสมัยสุโขทัยถือเป็นช่วงระยะเวลาที่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านศาสนา การปกครอง การเมือง ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐกิจและสังคมที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง. เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ในโอกาสนี้ได้ทรงประกอบพิธีบวงสรวงสังเวย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ วัดศรีชุมด้วย ครั้งนั้นประชาชนได้เรียกร้องให้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชด้วย เนื่องจากมหาราชองค์อื่น ๆ ได้สร้างครบทุกพระองค์แล้ว ยกเว้นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชยังไม่มี ดังนั้นจังหวัดสุโขทัยจึงได้ริเริ่มดำเนินการ เสนอมายังกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติรับหลักการ จนเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 ได้มีการแต่งตั้งกรรมการดำเนินการสร้างโดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (จอมพล ถนอม กิตติขจร) เป็นประธานกรรมการ.การออกแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ งานก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นศิลปะชั้นสูง งานหลักนับตั้งแต่การกำหนดสถานที่ การออกแบบแท่นฐาน การปั้นหล่อพระบรมรูป ตลอดจนส่วนประกอบอื่น ๆ อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมศิลปากรทั้งสิ้น การออกแบบในขั้นต้นกรมศิลปากรได้มอบหมายให้นายสนั่น ศิลากรณ์ เป็นผู้พิจารณาออกแบบพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และมอบหมายให้นางจันทร์ลัดดา น้ำทิพย์ เป็นผู้ออกแบบแท่นฐาน ผังบริเวณและสิ่งแวดล้อม.แนวการสร้างพระบรมรูปของกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ.2508 บันทึกโดยนายธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดีกรมศิลปากร ในการออกแบบการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง กรมศิลปากรได้มีการปรึกษาหารือแนวทางการสร้างและลักษณะของพระบรมรูป โดยได้รับการเสนอความเห็นจากคณะกรรมการหลายฝ่าย โดยมีแนวความเห็นดังต่อไปนี้ พระพักตร์และทรวดทรงของพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สร้างตามลักษณะของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น เนื่องจากพระพุทธรูปสมัยนั้นคงสร้างขึ้นตามสัณฐานของสุภาพชนและเจ้านายในสมัยนั้นอาจสร้างขึ้นตามพระบรมรูปขององค์พระมหากษัตริย์ก็ได้ เครื่องแต่งพระองค์ เครื่องแต่งพระเศียร สร้างตามแบบเทวรูปสมัยสุโขทัย เช่น รูปพระนารายณ์ พระอิศวร หรือเทวรูปที่ซุ้มวัดตระพังทองหลาง พระหัตถ์ควรถืออะไรตามพระอิริยาบถ ถ้าประทับนั่งบนพระแท่นมนังคศิลา ก็น่าจะถือพระคัมภีร์หรือพระแสงดาบหรือพระขรรค์. เมื่อมีการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงเพื่อความเหมาะสมหลายครั้ง จนได้บทสรุปของลักษณะพระบรมรูป โดยการสร้างพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ ขนาดพระแท่นเท่าจริง คือ ยาว 4 เมตร กว้าง 2.88 เมตร พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน พระแท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ข้าง ๆ ขนาดพระบรมรูป 2 เท่าพระองค์จริง เฉพาะพระองค์สูง 3 เมตร หล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดง รมดำ ขนาดน้ำหนักประมาณ 3 ตัน ลักษณะพระพักตร์อย่างพระพุทธรูปสุโขทัยตอนต้น ถ่ายทอดความรู้สึกที่แสดงว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงมีน้ำพระทัย เมตตากรุณา ยุติธรรมและเฉียบขาด เครื่องฉลองพระองค์และศิราภรณ์ยึดถือตามลักษณะเทวรูปของศิลปะสมัยสุโขทัย. ลำดับเวลาในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหราชพ.ศ.2507 คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสร้างพ.ศ.2508-2510 - ดำเนินการระดมทุนโดยการจัดกิจกรรมการสร้างเหรียญที่ระลึกและการแสดงละครเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช - ออกแบบพระบรมรูปและพื้นที่โดยรอบพ.ศ.2512 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พิธีวางศิลาฤกษ์พระบรมราชานุสาวรีย์ โดยจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัยพ.ศ.2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ พิธีมณฑล กองหัตถศิลป กรมศิลปากรพ.ศ.2518 เมื่อวันที่ 13 เมษายน จังหวัดสุโขทัยได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปจากกองหัตถศิลป กรมศิลปากร มาประดิษฐานชั่วคราว ณ เนินปราสาท อำเภอเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัยพ.ศ.2519 เมื่อวันที่ 13 เมษายน ภายหลังจากการก่อสร้างแท่นฐานเป็นเวลา 1 ปี เสร็จเป็นที่เรียบร้อย จังหวัดสุโขทัยจึงได้มีการประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปจากเนินปราสาทไปประดิษฐานยังแท่นฐานปัจจุบัน และได้จัดงานสมโภชตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน พ.ศ.2519 นับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2519 ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงได้มีการเฉลิมฉลองจัดงานสมโภชอย่างยิ่งใหญ่จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 49 ปี คุณูปการของพระองค์ท่านยังคงเป็นประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยสืบมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้พ่อขุนรามคำแหงมหาราชยังเป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสุโขทัยและชาวไทยทั้งปวง จนในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลจึงประกาศให้มีวัน “พ่อขุนรามคำแหงมหาราช” เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ตรงกับวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บริเวณเนินปราสาท จังหวัดสุโขทัย ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2376 . ที่มา : กรมศิลปากร. พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชและรวมเรื่องเมืองสุโขทัย. กรุงเทพฯ. 2525. อ่านองค์ความรู้วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช... - https://www.facebook.com/photo/?fbid=817471840185130&set=a.621124623153187
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่คำเรียกคันไถในวัฒนธรรมล้านนา-----------------------------------------------โดย นายพงษ์พินิจ คำเรือนนักศึกษาฝึกประสบการณ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่