49 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
49 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
.
          เมื่อพ.ศ. 2495 รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมศิลปากรและจังหวัดสุโขทัยดำเนินการบูรณะเมืองเก่าสุโขทัยที่มีสภาพเป็นซากปรักหักพัง มีป่าและดินทับถมบดบังไว้นับหลายร้อยปีให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แก่คนรุ่นหลังได้ศึกษาและตระหนักถึงความสำคัญและความเจริญของบ้านเมืองในประวัติศาสตร์ ช่วงสมัยสุโขทัยถือเป็นช่วงระยะเวลาที่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านศาสนา การปกครอง การเมือง ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐกิจและสังคมที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
.
           เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ในโอกาสนี้ได้ทรงประกอบพิธีบวงสรวงสังเวย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ วัดศรีชุมด้วย ครั้งนั้นประชาชนได้เรียกร้องให้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชด้วย เนื่องจากมหาราชองค์อื่น ๆ ได้สร้างครบทุกพระองค์แล้ว ยกเว้นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชยังไม่มี ดังนั้นจังหวัดสุโขทัยจึงได้ริเริ่มดำเนินการ เสนอมายังกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติรับหลักการ จนเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 ได้มีการแต่งตั้งกรรมการดำเนินการสร้างโดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (จอมพล ถนอม กิตติขจร) เป็นประธานกรรมการ
.
การออกแบบพระบรมราชานุสาวรีย์
          งานก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นศิลปะชั้นสูง งานหลักนับตั้งแต่การกำหนดสถานที่ การออกแบบแท่นฐาน การปั้นหล่อพระบรมรูป ตลอดจนส่วนประกอบอื่น ๆ อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมศิลปากรทั้งสิ้น การออกแบบในขั้นต้นกรมศิลปากรได้มอบหมายให้นายสนั่น ศิลากรณ์ เป็นผู้พิจารณาออกแบบพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และมอบหมายให้นางจันทร์ลัดดา น้ำทิพย์ เป็นผู้ออกแบบแท่นฐาน ผังบริเวณและสิ่งแวดล้อม
.
แนวการสร้างพระบรมรูปของกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ.2508 บันทึกโดยนายธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดีกรมศิลปากร
           ในการออกแบบการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง กรมศิลปากรได้มีการปรึกษาหารือแนวทางการสร้างและลักษณะของพระบรมรูป โดยได้รับการเสนอความเห็นจากคณะกรรมการหลายฝ่าย โดยมีแนวความเห็นดังต่อไปนี้ พระพักตร์และทรวดทรงของพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สร้างตามลักษณะของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น เนื่องจากพระพุทธรูปสมัยนั้นคงสร้างขึ้นตามสัณฐานของสุภาพชนและเจ้านายในสมัยนั้นอาจสร้างขึ้นตามพระบรมรูปขององค์พระมหากษัตริย์ก็ได้ เครื่องแต่งพระองค์ เครื่องแต่งพระเศียร สร้างตามแบบเทวรูปสมัยสุโขทัย เช่น รูปพระนารายณ์ พระอิศวร หรือเทวรูปที่ซุ้มวัดตระพังทองหลาง พระหัตถ์ควรถืออะไรตามพระอิริยาบถ ถ้าประทับนั่งบนพระแท่นมนังคศิลา ก็น่าจะถือพระคัมภีร์หรือพระแสงดาบหรือพระขรรค์
.
           เมื่อมีการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงเพื่อความเหมาะสมหลายครั้ง จนได้บทสรุปของลักษณะพระบรมรูป โดยการสร้างพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ ขนาดพระแท่นเท่าจริง คือ ยาว 4 เมตร กว้าง 2.88 เมตร พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน พระแท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ข้าง ๆ ขนาดพระบรมรูป 2 เท่าพระองค์จริง เฉพาะพระองค์สูง 3 เมตร หล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดง รมดำ ขนาดน้ำหนักประมาณ 3 ตัน ลักษณะพระพักตร์อย่างพระพุทธรูปสุโขทัยตอนต้น ถ่ายทอดความรู้สึกที่แสดงว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงมีน้ำพระทัย เมตตากรุณา ยุติธรรมและเฉียบขาด เครื่องฉลองพระองค์และศิราภรณ์ยึดถือตามลักษณะเทวรูปของศิลปะสมัยสุโขทัย
.
 ลำดับเวลาในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหราช
พ.ศ.2507 คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการและแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสร้าง
พ.ศ.2508-2510  - ดำเนินการระดมทุนโดยการจัดกิจกรรมการสร้างเหรียญที่ระลึกและการแสดงละครเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 
                        - ออกแบบพระบรมรูปและพื้นที่โดยรอบ
พ.ศ.2512 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พิธีวางศิลาฤกษ์พระบรมราชานุสาวรีย์ โดยจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
พ.ศ.2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ พิธีมณฑล กองหัตถศิลป กรมศิลปากร
พ.ศ.2518 เมื่อวันที่ 13 เมษายน จังหวัดสุโขทัยได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปจากกองหัตถศิลป กรมศิลปากร มาประดิษฐานชั่วคราว ณ เนินปราสาท อำเภอเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย
พ.ศ.2519 เมื่อวันที่ 13 เมษายน ภายหลังจากการก่อสร้างแท่นฐานเป็นเวลา 1 ปี เสร็จเป็นที่เรียบร้อย จังหวัดสุโขทัยจึงได้มีการประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปจากเนินปราสาทไปประดิษฐานยังแท่นฐานปัจจุบัน และได้จัดงานสมโภชตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน พ.ศ.2519 
           นับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2519 ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงได้มีการเฉลิมฉลองจัดงานสมโภชอย่างยิ่งใหญ่จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 49 ปี คุณูปการของพระองค์ท่านยังคงเป็นประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยสืบมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้พ่อขุนรามคำแหงมหาราชยังเป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสุโขทัยและชาวไทยทั้งปวง 
           จนในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลจึงประกาศให้มีวัน “พ่อขุนรามคำแหงมหาราช” เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ตรงกับวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บริเวณเนินปราสาท จังหวัดสุโขทัย ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2376 
.
           ที่มา : กรมศิลปากร. พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชและรวมเรื่องเมืองสุโขทัย. กรุงเทพฯ. 2525.
           อ่านองค์ความรู้วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช... - https://www.facebook.com/photo/?fbid=817471840185130&set=a.621124623153187

(จำนวนผู้เข้าชม 46 ครั้ง)

black ribbon.