ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,894 รายการ

สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญชวนร่วมรับฟังการเสวนาเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบออนไลน์“Museum Streaming Talk” ผ่านช่องทาง Facebook : Office of National Museums, Thailandระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2564 นี้ รับชมคลิปแนะนำกิจกรรม “Museum Streaming Talk” (Teaser)#ThailandMuseumExpo2021 #มหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย2564 #เสวนาเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ #MuseumStreamingTalk#สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ #OfficeofNationalMuseumsThailand #กรมศิลปากร------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook Page : Office of National Museums, ThailandYouTube : Office of National Museums, Thailand







 ภาชนะสำหรับใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว เพื่อให้ข้าวเหนียวอยู่ได้นานตลอดวันและไม่แฉะ สมัยโบราณใช้กันทั่วไปในเขตล้านนา ทำด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น สานด้วยตอกไม้ไผ่ สานด้วยใบลาน หรือสานด้วยใบตาล มีหลายขนาด แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ ความกว้าง ๗๐ - ๘๐ ซม .ขึ้นไป เรียกก่องเข้าหลวง ใช้เมื่อมีงานใหญ่ในชุมชน ขนาดกลาง ความกว้าง ๓๐ ซม. ใช้ในครัวเรือน ขนาดเล็ก ความกว้าง ๒๐ ซม.ขึ้นไป ใช้สำหรับพกพาอาหารไปตามที่ต่าง ๆ เช่น ทำไร่ไถนา หรือ ไปค้าขายภาพ :๑. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพชุด ประเพณีทอดกฐินเมืองเหนือ๒. พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการามอ้างอิง : โรงเรียนวัดเสด็จ.ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Online). http://www.watsadet.ac.th/increase_data/local/index.html#top, สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.


ชื่อเรื่อง                                นางปัญจปาปา (เรื่องนางปัญจปาปา)   สพ.บ.                                  304/1 ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลาน หมวดหมู่                               พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                           64 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57.8 ซม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                              บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรจขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


วินยธรสิกฺขาปทวินิจฺฉย (วินยสิกฺขาปทวินิจฺเฉยฺย)  ชบ.บ.96/1-1  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.307/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 56.5 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 124  (287-301) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : อาการวตฺตสุตฺต(อาการวัตตสูตร)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อผู้แต่ง                  -         ชื่อเรื่อง                   อนุสรณ์หม่อมหลวงเวก ทัศนัยนิยมศึก(เตอะ สนิทวงศ์) ครั้งที่พิมพ์               - สถานที่พิมพ์             นครหลวงกรุงเทพธนบุรี สำนักพิมพ์               โรงพิมพ์รุ่งเรืองรัตน์ ปีที่พิมพ์                  ๒๕๑๕ จำนวนหน้า             ๙๙      หน้า รายละเอียด              หนังสืออนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพหม่อมหลวงเวก ทัศนัยนิยมศึก อดีตหัวหน้าพนักงานภูษา ประจำพระตำหนักจิตรดาในปีพ.ศ.๒๔๙๔                     หนังสือเล่มนี้ จัดพิมพ์ความรู้เกี่ยวกับโรคพยาธิและสุขภาพของคนเรา ในราชการห้องแพทย์ สถานีวิทยุยานเกราะ ๗๘๕ มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ โดยศาสตราจารย์                     นายแพทย์เสมออินทรสุขศรี


๕ พฤศจิกายน วันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย  เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ ๑๐ มหาอำมาตย์โท พลตรี เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ นามเดิม เจ้าน้อยจักรคำ สมภพ ณ วันพุธขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน สัปตศก ตรงกับวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๘ ที่คุ้มหลวงนครลำพูน เป็นโอรสองค์ที่ ๓ ของเจ้าอินทยงยศโชติ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ ๙ กับเจ้าแม่รถแก้ว  เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณมีความดีความชอบมาโดยลำดับ ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งพระยาวังขวา เจ้าบุรีรัตน ตามลำดับ เมื่อเจ้าอินทยงยศโชติถึงแก่พิราลัย จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณ  จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานสัญญาบัตรเป็นเจ้าผู้ครองนครลำพูน เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ มีราชทินนามว่า "เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ อรรคสัตยาทิคุณ หริภุญไชยรัษฎาธิวาส ประชาราษฎร์บริบาล ธาตุเจติยสถานบูชากร ลำพูนนครเชษฐกุลวงษ์ จำนงภักดีนราธิปก เอกัจโยนกชนาธิบดี เจ้านครลำพูน"เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ได้บริจาคทรัพย์เพื่อการสาธารณกุศลในจังหวัดลำพูนมากมาย เช่น ได้ประทานที่ดินสำหรับสร้างโรงเรียนจักรคำคณาทร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๔  ประทานเงินเพื่อซื้อที่ดินสร้างสนามบินลำพูน จำนวน ๑๕๖ ไร่ ในปีพ.ศ. ๒๔๖๙ ได้เตรียมการรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ เสด็จฯ เลียบมณฑลพายัพและได้เสด็จมาทรงสักการะพระธาตุหริภุญชัยและพระราชทานพระแสงราชศัสตราประจำจังหวัดและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก(เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ ๑ ประถมาภรณ์ช้างเผือก) แก่เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ยังได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานมณฑลพายัพ ร่วมกับพระยาราชนุกูลวิบูลย์ภักดี (อวบ เปาโรหิตย์) นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของภาคเหนือ ภายหลังได้ย้ายออกมาตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชยในปัจจุบัน) เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ได้เริ่มประชวรด้วยโรคเนื้องอกในประเพาะปัสสาวะ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๖ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสรีเริงฤทธิ์   (โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่) ได้รักษาจนสุดความสามารถ จึงได้ถวายคำแนะนำให้เสด็จไปรักษาพระอาการที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการดูแลจากคณะผู้สำเร็จราชการในพระองค์ในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และคณะรัฐมนตรี ต่างไปเยี่ยมอาการประชวรอยู่เสมอ เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ทราบว่าอาการประชวรนี้ไม่อาจรักษาหายได้ จึงมีความประสงค์จะกลับมารับการรักษาที่คุ้มหลวงลำพูน และได้ถึงแก่พิราลัย เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๒ สิริชันษาได้ ๖๘ ปี คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ได้ใหสำนักพระราชวังจัดเครื่องเกียรติยศประกอบศพ และพระราชทานเพลิง ณ สุสานบ้านหลวย จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ นับว่าเป็นเจ้าผู้ครองนครฝ่ายเหนือองค์สุดท้ายที่ถึงแก่พิราลัย เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามสกุล ณ ลำภูน (ปัจจุบันใช้คำว่า ณ ลำพูน) เขียนเป็นตัวอักษรโรมันว่า na Lambhun  เมื่อ วันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๖  อ้างอิง จ ค นะ ลำพูน ตัวตายดีกว่าชื่อตาย. พิมพ์แจกไนงานพระราชทานเพลิงสพ พลตรี เจ้าจักรคำขจรสักดิ เจ้าผู้ครองนครลำพูน นะ เมรุสุสาน นะ บ้านหลวย ๒๔ ธันวาคม ๒๔๘๖. พระนคร: พระจันท, ๒๔๘๖.พิเชษฐ์ ตันตินามชัย. เจ้าหลวงลำพูน. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์, ๒๕๕๘.


การสำรวจศิลปกรรมภาพลายเส้นใบเสมาบ้านคอนสวรรค์ โดย นางสาวนิตยา สาระรัตน์ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส ใบเสมาบ้านคอนสวรรค์ ตั้งอยู่บ้านคอนสวรรค์ หมู่ที่ ๘,๙ และ ๑๑ ตำบลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นชุมชนโบราณที่ปรากฎหลักฐานและร่องรอยการอยู่อาศัยของคนในอดีตมาตั้งแต่สมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๖ หลังจากนั้นปรากฏพบหลักฐานร่องรอยวัฒนธรรมขอมภายในชุมชน แต่พบหลักฐานค่อนข้างน้อย และเป็นไปได้ว่าชุมชนอาจทิ้งร้างไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งในสมัยวัฒนธรรมไท – ลาว เมื่อประมาณ ๑๐๐ – ๒๐๐ ปีมาแล้ว มีคนกลุ่มใหม่เข้ามาอยู่อาศัยภายในชุมชนอีกครั้ง ดังปรากฏอาคารโบราณสถานอุโบสถ (สิม) สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สร้างตั้งอยู่ในวัดบ้านคอนสวรรค์ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา (ขณะนั้น) ดำเนินงานบูรณะอาคารอุโบสถ (สิม) วัดบ้านคอนสวรรค์ ใบเสมาบ้านคอนสวรรค์ เป็นใบเสมาที่ทำจากหินทรายจำนวนมาก บริเวณที่พบนั้นเป็นเนินดินที่อยู่นอกเมือง เรียกว่า โนนกู่ ใบเสมาเหล่านี้ถูกนำไปเก็บไว้ที่ต่างๆ รอบหมู่บ้าน จนกระทั่งปัจจุบันได้นำมารวบรวมเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านคอนสวรรค์ ใบเสมาเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแผ่นหิน และพบการสลักลวดลายประดับเป็นภาพบุคคลตามเรื่องราวชาดกตอนต่างๆ ในพุทธศาสนา ได้แก่ เวสสันดรชาดก สุวรรณสามชาดก ภูริฑัตชาดก เตมียชาดก มโหสถชาดก เทวธรรมชาดกหรือสีวิรราชชาดก มาตุโปสกชาดก ขั้นตอนการดำเนินงาน ๑. ดำเนินการสำรวจเก็บข้อมูลภาพลายเส้นตามร่องรอยที่หลงเหลืออยู่จริง ๒. ดำเนินการวิเคราะห์ลายเส้นใบเสมา ร่วมกับนักโบราณคดี เพื่อเติมเต็มภาพลายเส้นให้สมบูรณ์ ๓. ดำเนินการเติมภาพลายเส้นให้สมบูรณ์ ที่ได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ๔. ดำเนินการจัดทำเสกลหน้างานจากแหล่งใบเสมา เพื่อให้ได้ความแม่นยำของระยะของลวดลาย ๕. ดำเนินการวาดภาพลายเส้นใบเสมาให้สมบูรณ์ตามแนวทางการวิเคราะห์ร่วมกับนักโบราณคดี ๖. ภาพผลงานการวาดลายเส้นลวดลายใบเสมาที่เติมเต็มให้สมบูรณ์ บนกระดาษกราฟที่เข้าเสกลตามสัดส่วนจริง ๗. นำภาพผลงานการวาดลายเส้นลวดลายใบเสมาที่เติมเต็มให้สมบูรณ์ มาดำเนินการวาดเส้นในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Illustrator เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายต่อไป



องค์ความรู้ เรื่อง “กู่ฤาษีหนองเยือง: สถานขจัดทุกข์ทางกาย และทุกข์ทางใจ ของราษฎร ในวัฒนธรรมเขมรโบราณ แห่งบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์”   เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา


          พระพิมพ์ คือ รูปเคารพขนาดเล็กในพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นจากแม่พิมพ์ โดยวัสดุในการสร้างนั้นมีหลายประเภท เช่น โลหะประเภทต่าง ๆ และสิ่งที่ไม่ใช่โลหะ อันได้แก่ ดิน ซึ่งมีทั้งดินเผา และดินดิบ           คติในการสร้างพระพิมพ์นั้นมีหลากหลาย เช่น สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการจาริกแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน สร้างขึ้นเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นเพื่อเป็นกุศลสำหรับตัวเองหรืออุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้อื่น หรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน ที่สร้างขึ้นเพื่อการสักการบูชาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเฉกเช่น เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล            พระพิมพ์ปางสมาธินี้ สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๕ (ประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว) เป็นพระพิมพ์เนื้อผง ที่มีขนาดกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร สูง ๒ เซนติเมตร           พระพิมพ์มีลักษณะเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับในอิริยาบถสมาธิ พระเศียร (หัว) ค่อนข้างกลม พระกรรณ (หู) ยาว พระเกตุมาลา (ส่วนยอดเหนือพระเศียร) แหลม พระอังสา (ไหล่) กว้าง หงายพระหัตถ์ (มือ) วางซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) ครองจีวรห่มเฉียง ประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิราบบนฐานบัว พระพิมพ์องค์นี้อยู่ในรูปทรงสามเหลี่ยมมุมมน ฐานด้านล่างองค์พระปรากฏรูที่เกิดจากขั้นตอนการนำพระออกจากแม่พิมพ์            ตามประวัติบันทึกไว้ว่า พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท สร้างพระพิมพ์ปางสมาธิเนื้อผง (พระหลวงปู่ศุข พิมพ์แจกแม่ครัว) นี้ ขึ้นราว พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๔๖๓ นักสะสมพระเครื่องพระพิมพ์ เรียกพระพิมพ์นี้ว่า “พระหลวงปู่ศุข พิมพ์แจกแม่ครัว” เนื่องด้วยมีการเล่าขานกันต่อมาว่า มีการแจกพระพิมพ์นี้ให้กับผู้ที่มาช่วยทำครัวที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยพระพิมพ์องค์นี้ พระครูแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ได้มอบให้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ สืบไป           ผู้สนใจสามารถเข้าชมพระพิมพ์ปางสมาธิ (พระหลวงปู่ศุข พิมพ์แจกแม่ครัว) นี้ได้ที่อาคารจัดแสดงชั้น ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี จังหวัดชัยนาท ----------------------------------------------------- ที่มาภาพ : หนังสือพระพิมพ์ : พระเครื่องเมืองไทย ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี  https://www.facebook.com/1944769395803916/posts/3357825074498334/  


black ribbon.