ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,085 รายการ

เว็ปไซต์อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร: www.finearts.go.th/kamphaengphethistoricalpark1. ที่ตั้ง        อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง มีพื้นที่ประมาณ 3.4 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 เขต คือ เขตภายในกำแพงเมือง พื้นที่ 503 ไร่ และเขตนอกกำแพงเมืองหรือที่เรียกกันว่าเขตอรัญญิก พื้นที่ 1,611 ไร่ ตั้งอยู่บนเขาลูกรังขนาดย่อม โบราณสถานทั้ง 2 กลุ่ม ตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งของตัวจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งอยู่ไม่สุภาพงจากกรุงเทพมหานครไป ทางทิศเหนือ ประมาณ 358 กิโลเมตร กรมศิลปากรได้กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ประมาณ 2,114 ไร่ 2. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์        ในบริเวณที่ตั้งจังหวัดกำแพงเพชรปัจจุบันได้ค้นพบหลักฐานเมืองโบราณในลุ่มแม่น้ำปิง คือ เมืองแปบ เมืองเทพนคร เมือง ไตรตรึงษ์ เมืองพาน เมืองนครชุม และเมืองชากังราว เพราะความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำปิง ทำให้เกิดการตั้งบ้านเมืองทำมาหากิน ซึ่งแต่ละเมืองอยู่กันมากนัก เมืองที่ตั้งในยุคแรก ๆ น่าจะเป็นเมืองแปบที่มีตำนานเล่าว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ฝั่งนครชุม บริเวณ ตรงกันข้ามกับเมืองกำแพงเพชรในปัจจุบัน        จากหลักฐานจารึกหลักที่ 3 (ศิลาจารึกนครชุม) พ.ศ. 1900 กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) เสด็จไป พระบรมธาตุ เมืองนครชุมว่า “หากเอาพระศรีรัตนมหาธาตุอันนี้มาสถาปนาในเมืองนครชุม” เมืองนครชุมน่าจะเป็นเมืองใหญ่และมี ความสำคัญในสมัยสุโขทัย แต่มาหมดอำนาจและเป็นเมืองเล็กๆ ในสมัยอยุธยา ส่วนเมืองชากังราวยังคงมีอำนาจอยู่ในฝั่งตะวันออก และเรียกชื่อเมืองว่า กำแพงเพชรในสมัยอยุธยา เพราะหลังจากพระมหาธรรมราชาลิไทสวรรคต (พ.ศ. 1913 – 1914) เมืองต่าง ๆ ในแคว้นสุโขทัยแตกแยก บางเมืองหันมาเป็นพันธมิตรกับอยุธยา ชื่อเมืองกำแพงเพชรปรากฏ ในศิลาจารึกหลักที่ 38 หรือจารึก กฎหมายลักษณะโจรกล่าวพระนามจักรพรรดิราชได้ขึ้นเสวยราชสมบัติที่เมืองกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ. 1940 เชื่อกันว่ากษัตริย์อยุธยา ต้องการให้ศูนย์กลางของอำนาจจากเมืองนครชุมเดิม ย้ายมาอยู่ที่เมืองชากังราวหรือกำแพงเพชรนั่นเอง และภายหลังการ เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2530 เมืองกำแพงเพชร ได้ลดบทบาทลงและคงจะร้างไปในที่สุด        กลุ่มโบราณสถานเขตอรัญญิกของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร มีโบราณสถานรวมกลุ่มกันหนาแน่นในบริเวณที่ต่อเนื่อง เป็นผืนเดียวกัน ฃนอกจากนี้สภาพภูมิประเทศโดยรอบโบราณสถานยังเป็นป่าธรรมชาติที่มีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เพื่อคงไว้ซึ่ง บรรยากาศของโบราณสถานในเขตอรัญญิกหรืออรัญวาสีเช่นวันเวลาในอดีต        อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ.2534 ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงความงดงามอลังการของศิลปกรรมไทยในยุคแรกๆ ผลงานทาง ศิลปกรรมที่เป็นเลิศนี้ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมากในอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 3 แห่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอุทยานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2534 3. โบราณสถานที่สำคัญ        เมืองกำแพงเพชรลักษณะผังเมืองเป็นรูปคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู วางแนวยาวขนานไปกับ ลำน้ำปิง ตามทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงทิศตะวันออกเฉียงใต้        กำแพงเมืองกำแพงเพชรเดิม คงมีลักษณะเป็นคันดินและคูเมือง 3 ชั้น ต่อมาได้พัฒนากำแพงเมืองขึ้นไปเป็นกำแพงศิลาแลง มีการสร้างเชิงเทิน ใบเสมา และป้อมประตูรอบ ส่วนที่เป็นกำแพงด้านในยังคงปรากฎร่องรอยให้เห็นอยู่ข้างบริเวณด้านทิศเหนือ เชื่อกันว่ากำแพงศิลาแลงนี้คงมาดำเนินการก่อสร้างในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1911 – 2031)       3.1 โบราณสถานภายในกำแพงเมือง สำรวจพบแล้วมีทั้งสิ้น 20 แห่ง ที่สำคัญ คือ วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ วัดโบราณ หรือ สระมน ศาลพระอิศวร วัดกลางนคร เป็นต้น        3.2 โบราณสถานนอกกำแพงเมือง โดยทั่วไปเรียกกันว่า “เขตอรัญญิก” ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 1,611 ไร่ ตั้งอยู่บนเขาลูกรังขนาดย่อม สำรวจพบโบราณสถานแล้ว 37 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดพระนอน วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างรอบ วัดอาวาสใหญ่ วัดฆ้องชัย วัดอาวาสน้อย วัดเชิงหวาย วัดดงหวาย วัดช้าง และวัดกะโลทัย เป็นต้น        ส่วนโบราณสถานที่ตั้งอยู่ฟากตะวันตกของแม่น้ำปิง ทั้งภายในและภายนอกเมืองนครชุม ก็ยังมีกลุ่มโบราณสถานที่สำคัญตั้งอยู่ ภายใน เมืองนครชุมมีวัดพระบรมธาตุและวัดซุ้มกอ เป็นต้นส่วนที่อยู่นอกเมืองนครชุม ได้แก่ ป้อมทุ่งเศรษฐี วัดหนองพิกุล วัดหม่องกาเล และ วัดเจดีย์กลางทุ่ง เป็นต้น        อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลดกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2534 ร่วมกับ อุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัย - ศรีสัชนาลัย เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฎแสดงให้เห็นถึงผลงานอันล้ำเลิศทางสถาปัตยกรรมไทยยุคแรก ความงดงามอลังการของศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแห่งอาณาจักรสุโขทัย หลักฐานที่เป็นผลงานอันเป็นเลิศนี้ปรากฎอยู่มากมาย ในอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 3 แห่ง ดังกล่าว 4. การบริการและเเหล่งท่องเที่ยว        โดยรถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัด อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัด กำแพงเพชร ระยะทาง 358 กิโลเมตร        โดยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ กำแพงเพชร บริการทุกวัน        การเที่ยวชม     เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.                               อัตราค่าเข้าชม   ผู้มีสัญชาติไทย 10 บาท                                                       ผู้มีสัญชาติอื่น 30 บาท       การท่องเที่ยว    สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร 055 711921                               สำนักงาน ททท. 055 514341-3 หรือ 1672                               โรงแรมที่พัก      เพชรโฮเต็ล 055 712810                                                       ชากังราว 055 711315                                                       นวรัตน์ 055 711106                                                       ราชดำเนิน 055 711022                             ร้านอาหารแนะนำ เกี๋ยวเตี๋ยวไก่ลูกสาวนายหยา                                                        ร้านบะหมี่ชากังราว                                                        ร้านเรือนแพริมปิง                             ตำรวจท่องเที่ยว 1155                             ตำรวจทางหลวง 055 511340 หรือ 1193                             สินค้าพื้นเมือง กล้วยไข่ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยไข่


หนังสือแนะนำวัฒนธรรมไทยภาษาอังกฤษ


วันที่ 27 สิงหาคม 2557 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร และคณะผู้บริหารกรมศิลปากร ร่วมประชุมผู้บริหารกรมศิลปากร ครั้งที่ 8/2557 (สัญจร) ณ ห้องประชุมโรงแรมเพชรรัตน์การ์เด้นท์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร   ในการนี้ อธิบดีกรมศิลปากรและคณะผู้บริหาร ได้ร่วมงาน Creative Fine Arts 2014 : สร้างความสุขที่ยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 28 สิงหาคม 2557 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (บึงพลาญชัย) จังหวัดร้อยเอ็ด  




อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 20 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด


> > ไม่อยากออกจากบ้าน ! ! < < ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กันใช่มั้ยล่ะคะ ถ้าเช่นนั้นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ขอนำเสนอทุกท่าน เข้ามาสัมผัสกับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ในรูปแบบ "เสมือนจริง 360 องศา" รับรองว่าไม่คิดโควิค19 แน่นอนค่ะ   เพียงแค่ท่านคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์   I I I v v v   http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/surin/index.php/th/   เพียงเท่านี้ ทุกท่านก็จะสามารถเข้ามาเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ได้ทุกห้องนิทรรศการ ไม่ว่าท่านจะกักตัว work from home อยู่ที่บ้าน หรือจะศึกษาออนไลน์อยู่ที่ใดก็ตาม แค่มีสมาร์ทโฟนและสัญญาณอินเตอร์เน็ตแรงๆ เท่านี้ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ได้แล้วค่ะ   + + + นอกจากหน้าเว็บไซต์ของพิพิธภัฑณสถานแห่งชาติ สุรินทร์ แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในสังกัดกรมศิลปากร กว่าอีก 40 แห่งให้ท่านเลือกเที่ยวชมผ่านทางเว็บไซต์   http://www.virtualmuseum.finearts.go.th   หลังสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด19 บรรเทาลง และหายสิ้นไปแล้ว อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชม ' พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ' ตัวจริงเสียงจริงกันด้วยนะคะ ....ขอให้ทุกท่านปลอดภัยปราศจากโรคภัยค่ะ


วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒เวลา ๑๐.๒๐ น.คณะอาจารย์จากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๔ คนเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงโดยมีนายสุพัฒน์ สุทธิบุญ เป็นวิทยากรนำชม


ชื่อวัตถุ เสี่ยหนา เลขทะเบียน ๒๗/๓๖/๒๕๓๙ แบบศิลปะ/อายุสมัย รัตนโกสินทร์ วัสดุ ไม้ไผ่และโลหะ ขนาด สูง ๔๐ เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๗ เซนติเมตร ประวัติ นางวรณีตัณฑวณิช ราษฎรบ้านเลขที่ ๑๔ ถนนชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มอบให้ศูนย์วัฒนธรรมภูเก็ต ในนาม นายอยู่จั๋วตัณฑวณิช(บิดา) และนางยกอิ่น ตัณฑวณิช(มารดา) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง รับมาจากศูนย์วัฒนธรรมเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๙ สถานที่เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางภูเก็ต “เสี่ยหนา” เสี่ยหนา คือ ปิ่นโตหรือตะกร้าซึ่งเป็นเครื่องใช้ของชาวจีน คำว่า “เสี่ยหนา” เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า “มงคล” เสี่ยหนาจึงเป็นของใช้ในงานพิธีมงคลต่างๆ อาทิ งานแต่งงาน เสี่ยหนาของชาวจีนฮกเกี้ยนมีเอกลักษณ์ คือ ทำจากไม้ไผ่สานลงรักสีดำ แดง และปิดทอง รูปทรงของเสี่ยหนามี ๒ รูปทรง คือ ทรงกระบอกส่วนฐานและฝาแบนเรียบ และทรงรีส่วนฐานและฝาโค้ง บนตัวของเสี่ยหนาจะมีการตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ อาทิ เทพจีน สัตว์ ดอกไม้ และต้นไม้ เป็นต้น ขนาดของเสี่ยหนามีหลายขนาดขึ้นอยู่กับจำนวนชั้นพบมี ๑ ชั้น ๓ ชั้น และ ๗ ชั้น สำหรับเสี่ยหนาซึ่งเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เป็นปิ่นโต ๓ ชั้น พร้อมฝาสานด้วยไม้ไผ่ ชั้นบนสุดเป็นลายโปร่งมีลายสีทองรูปดอกไม้และนก ที่ด้ามจับมีห่วงโลหะไว้สำหรับใส่คาน “เสี่ยหนา” เป็นของใช้ที่สำคัญในพิธีแต่งงานของชาวจีนฮกเกี้ยน โดยถูกใช้ในขั้นตอนการหมั้นซึ่งญาติฝ่ายเจ้าบ่าวจะนำของหมั้น อาทิ แหวน และขนมมงคลต่างๆ ใส่ลงในเสี่ยหนาและมอบให้ญาติฝ่ายเจ้าสาว ซึ่งในจังหวัดภูเก็ตนั้นมีชาวจีนฮกเกี้ยนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ชาวจีนเหล่านี้ได้เข้ามาแต่งงานกับคนพื้นเมืองและได้นำ “เสี่ยหนา” เข้ามาใช้ในพิธีหมั้นด้วย ในปัจจุบันชาวภูเก็ตได้ประยุกต์การงานเสี่ยหนา โดยนำเสี่ยหนาที่มีขนาดเล็กมาใช้แทนกระเป๋าถือเมื่อสวมใส่ชุดพื้นเมืองหรือที่เรียกว่า “ชุดยาย๋า” “เสี่ยหนา” ถือเป็นเครื่องใช้ที่สำคัญของชาวจีนฮกเกี้ยนในจังหวัดภูเก็ต จึงถือเป็นศิลปวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงประเพณีของชาวจีนในภูเก็ตได้เป็นอย่างดี เอกสารอ้างอิง - ฤดี ภูมิภูถาวร. วิวาห์บาบ๋า. ภูเก็ต : บริษัท เวิลด์ออฟเซ็ทพริ้นติ้ง จำกัด, ๒๕๕๓.




แท่งแก้วทับกระดาษ ทำจากแก้วใสเห็นลายเส้นของอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกีรยติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เหมาะสมที่จะเป็นของที่ระลึก ราคาอันละ 150 บาท สินค้ามีจำนวนจำกัด สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดช ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทูมธานี โทร 02-9027940


***บรรณานุกรม***  หนังสือหายาก  พระญาณโมลี.  คูหาภิมุข  ยะลา.  พระนคร : บริษัท รุ่งนคร จำกัด, ๒๔๙๖.


ชื่อผู้แต่ง         ธวัช  ปุณโณทก ชื่อเรื่อง          สุภมิต – เกสินี พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       โรงพิมพ์ตำรวจ ปีที่พิมพ์          2519 จำนวนหน้า      146 หน้า                      สุภมิต – เกสินี  เป็นวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องหนึ่งของจังหวัดนครราชศรีมา    การจัดรวบรวมวรรณกรรมท้องถิ่น  ทั้งเป๋นการธรรมรงรักษาวรรณกรรมวัฒนธรรม ที่นายธวัช  ปุณโณทก  รวบรวม  ศึกษาค้นคว้าได้ถอดอักษรตัวธรรมจากต้นฉบับเดิม  เพื่อให้ผู้ศึกษาสามราถอ่านเข้าใจเนื้อหาได้  ส่วนลักษณะคำประพันธ์  ก็ได้คงไว้ตามต้นฉบับเดิม                     


ชื่อเรื่อง : สารัตถคดี ประเสริฐ ณ นคร ผู้แต่ง : ประเสริฐ ณ นคร ปีที่พิมพ์ : 2527 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : พิฆเณศ           นายประเสริฐ ณ นคร เป็นข้าราชการบำนาญ ศาสตราจารย์เกียรติคุณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาเอกในสาขาวิชาสถิติ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ได้รับปริญญาอักษรศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในสาขาวิชาประวัติสาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาอักษรศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในสาขาวิชาโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ถึงจะเป็นข้าราชการบำนาญ แต่ก็ยังคงปฏิบัติงานทางวิชาการและมีบทบาทในการบริหารการศึกษาและการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต่างๆ นายประเสริฐ ณ นคร ก็ยังมีผลงานด้านต่างๆ อย่าง ผลงานด้านการประพันธ์เพลง ผลงานค้นคว้าประวัติศาสตร์ วรรณคดีและภาษาถิ่น และมีเกร็ดความรู้การบริหาร เป็นบุคคลทรงคุณวุฒิที่ทำประโยชน์ให้แก่การศึกษาของชาติอีกด้วย


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          ธรรมเทศนา                                    วรรณกรรมพุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    18 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม  ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534  


black ribbon.