ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,418 รายการ

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง ๙๐ วัสสา ผืนป่าห่มหล้า ผืนผ้าห่มเมือง องก์ที่ ๒ พระมหากรุณาธิคุณแผ่ผืนหล้าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงสาเหตุที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและถูกทำลายลงทุกขณะ จนเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของราษฎรและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยบรรเทาความแห้งแล้งและสร้างความอุดมสมบูรณ์คืนสู่ผืนดิน ทรงชักชวนและปลูกฝังให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของป่า ช่วยกันปลูกป่า และดูแลป่า รวมทั้งรู้จักใช้ประโยชน์จากป่าอย่างถูกต้อง เพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำลำธารอย่างถูกวิธีในอันที่จะสามารถพลิกผืนดินให้กลับมาชุ่มชื้นได้ ทรงมีแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ป่าให้เป็นไปอย่างเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่า ให้ป่าอยู่กับคนได้ คนอยู่กับป่าได้ โดยไม่มีการทำลาย แนวพระราชดำริของพระองค์จึงก่อให้เกิดโครงการต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ เช่นโครงการหมู่บ้านรวมไทย     พื้นที่บริเวณปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่อันตรายที่อยู่ติดแนวชายแดน มีกองกำลังต่าง ๆ มีการขนส่งยาเสพติดตามแนวชายแดน มีการทำไร่ฝิ่นของชาวเขา และบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ทรงมีความห่วงใยสถานการณ์ในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการหมู่บ้านรวมไทยขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๓ เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่มีความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่     พระองค์ทอดพระเนตรเห็นราษฎรส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภออมก๋อยมีความเป็นอยู่ยากไร้ จึงพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร โดยยึดหลัก ๓ ประการ คือ รักษาสภาพป่าไว้มิให้ถูกทำลาย ฟื้นฟูสภาพป่าให้คืนสู่สภาพธรรมชาติ โดยให้มีทั้งป่าธรรมชาติและป่าไม้ใช้สอย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีอาชีพและมีที่ทำกินถาวร ตามหลักการของพระองค์คือให้คนเป็นผู้รักษาป่าหรือคนอยู่กับป่าได้อย่างกลมกลืนและเกื้อกูลกัน โดยคนเป็นผู้ดูแลรักษาป่าในลักษณะของ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ทรงมีพระราชดำริให้บ้านห้วยไม้หก ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านนำร่องโครงการ เมื่อเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์     จัดตั้งเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๕ จุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิจัยและให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวบรวมพันธุ์ไม้ให้เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ มีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านพืช รวมทั้งเป็นสถานที่เผยแพร่ความสวยงามและคุณค่าของพรรณพฤกษชาติไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไป โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง     จัดตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๓ กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือรวม ๑๘ สถานี ภายใต้หลักการ “คนอยู่ร่วมกับป่า” โดยการพัฒนาคนให้มีความรู้ มีจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ อย่างสมดุล และมีการบริหารจัดการแบบบูรณาการ และช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่สูงดำรงชีพในพื้นที่ทำกินเดิม ไม่อพยพโยกย้ายถิ่นฐาน มีอาหารเพียงพอ มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอ้างอิง :๑.  สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.  ๒๕๖๐.  ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน.  กรุงเทพฯ: กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล.๒. คณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือไม้ดอกและไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ. ๒๕๓๖. ไม้ดอกและไม้ประดับ. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.๓. กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๖๑. จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙. กรุงเทพฯ : ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.๔. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. ๒๕๔๘. ประมวลพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.๕. กรมการศาสนา. ๒๕๕๗. พระราโชวาทและพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.๖. กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, และ สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์. ๒๕๕๐. ถักร้อยดวงใจมหกรรมทอผ้าไทย เทิดไท้พระบรมราชินีนาถ. กรุงเทพมหานคร: ศรีสยามการพิมพ์.  ๗. สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน). ม.ป.ป. ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ (Online). https://www.sacict.or.th/th/listitem/10223 , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.๘. อรุณวรรณ ตั้งจันทร, เกษร ธิตะจารี, และ นิรัช สุดสังข์. ๒๕๕๖. “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอจากผ้าปักชาวเขาเผ่าม้ง จังหวัดเพชรบูรณ์.” วารสารวิชาการ ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๔ (๒): ๕๕-๖๗.  ๙. กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๕๘. อัคราภิรักษศิลปิน. กรุงเทพมหานคร: มปท.๑๐. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ๒๕๖๔. ครูช่างทอ ผู้ได้ชื่อว่า “๔ ทหารเสือราชินี” แห่งวงการผ้าไหมไทย (Online). https://www.silpa-mag.com/culture/article_67780 , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.๑๑. กรมการพัฒนาชุมชน. ม.ป.ป. สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.


องค์ความรู้ เรื่อง “ลลิตะ” บนใบเสมา สมัยทวารวดี เรียบเรียง/ภาพ นางสาวพรพิณ โพธิวัฒน์ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น



ปรีชา พันธเสน. คู่มือสอบชุดวิชา กฎ ข้อบังคับ และระเบียบ กองทัพเรือและกระทรวงกลาโหม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สูตรไพศาล, 2562.376 หน้า. ภาพประกอบ. 300 บาท.รวบรวมกฎ ข้อบังคับ และระเบียบของกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมสอบเลื่อนฐานะนายทหารประทวน สอบเลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตร และผู้ที่ต้องการมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ของกองทัพเรือ ติดตามอ่านได้ในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้343ป467ค (ห้องหนังสือทั่วไป1)


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม(สงฺคิณี-มหาปฏฐาน) สพ.บ.                                  อย.บ.52/5ประเภทวัสดุมีเดีย                   คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           28 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทสวด                                           พระวินัย                                            คำสอน บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


           กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมนิทรรศการ "ร.ศ. ๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงานศิลป์" ชมความงดงามของศิลปะลายรดน้ำ จากตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.            ตู้ลายทอง ถือได้ว่าเป็นศิลปะอันวิจิตรที่มีศาสนาเป็นบ่อเกิด คือ เกิดจากแรงศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนผู้ปรารถนาอุทิศตนสร้างผลงานอันวิจิตรงดงามสะท้อนผ่านพุทธศิลป์ชั้นเลิศด้วยฝีมือชั้นครูของช่างหลายแขนง สำหรับงานประณีตศิลป์บนตู้พระไตรปิฎกหรือตู้พระธรรมนั้น เป็นตัวอย่างของจิตรกรรมชั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนวัตถุ ที่ช่างฝีมือสมัยโบราณบรรจงจำหลักเส้นสายที่งดงามและแช่มช้อย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวคำสอนในพระพุทธศาสนาผ่านลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายรดน้ำ ลายกำมะลอ ลวดลายเหล่านี้ประดับตกแต่งส่วนต่าง ๆ ของตู้ การจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับตู้พระธรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยจัดแสดงตู้พระธรรม จำนวน ๔๗ ตู้ และนาฬิกา ๑ เรือน แบ่งการจัดแสดงออกเป็น  ห้องที่ ๑ จัดแสดงนาฬิกาปารีส ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพประทานแก่หอพระสมุด   วชิรญาณ ในโอกาสที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ครบรอบ ๒๕ ปี ห้องที่ ๒  จัดแสดงตู้พระธรรมในสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ห้องที่ ๓ จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเกี่ยวกับเรื่องราวของพระพุทธบาท ห้องที่ ๔  จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเกี่ยวกับเรื่องการสังคายนาพระไตรปิฎก ห้องที่ ๕  จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายในเรื่องรามเกียรติ์ ห้องที่ ๖  จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายที่เป็นรูปทวารบาลทั้งไทยและจีน ห้องที่ ๗ จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องพุทธประวัติ ห้องที่ ๘  จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องชาดก ห้องที่ ๙  จัดแสดงตู้พระธรรมที่มีลวดลายเรื่องป่าหิมพานต์และสัตว์หิมพานต์ ตู้พระธรรมที่นำมาจัดแสดงนอกจากจะได้เห็นถึงศิลปะในเชิงช่างสมัยรัตนโกสินทร์ผ่านลวดลายต่าง ๆ บนตู้พระธรรมที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ตามห้องจัดแสดงดังกล่าวแล้ว ยังมีตู้พระธรรมที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ อาทิ ตู้พระธรรม กท.๒ ที่ได้มาจากวัดจันทารามวรวิหาร กรุงเทพฯ ตกแต่งลวดลายจากเรื่องรามเกียรติ์ มีความพิเศษด้วยภาพที่หน้าบานประตูของตู้พระธรรมซึ่งโดยปกติ ภาพของทวารบาลจะเป็นภาพใหญ่เต็มองค์บนบานประตูตู้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา แต่สำหรับตู้ใบนี้ภาพทวารบาลจะอยู่ที่ด้านล่างของหน้าบานประตู ซึ่งเป็นภาพทวารบาลที่ดูแปลกตาแตกต่างออกไป           ตู้ไซอิ๋ว เป็นตู้พระธรรมลายภาพเขียนสีบนพื้นรักสีแดง เป็นสมบัติเดิมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ มีการตกแต่งตู้ด้วยภาพเขียนสีแบบจีน บอกเล่าเรื่อง ไซอิ๋ว หรือเรื่องราวการเดินทางไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญคัมภีร์พระไตรปิฎกของพระถังซำจั๋ง ที่ขอบบนของตู้มีจารึกเป็นอักษรและภาษาจีน อ่านว่า “เต้าก้วงสือปาเนียนลี่” หมายถึง ปีที่ ๑๘ ในรัชสมัยของพระเจ้าเซียนจง ซึ่งตรงกับ พ.ศ.๒๓๘๑ - ๒๓๘๒ ประมาณรัชกาลที่ ๓ ของสมัยรัตนโกสินทร์ ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่ง            ตู้พระธรรมแต่ละใบล้วนสร้างด้วยเทคนิคและลวดลายที่แตกต่างกัน ลวดลายอันอ่อนช้อยที่ปรากฎอยู่บนตู้พระธรรมเป็นงานศิลปะไทยของช่างศิลป์โบราณ อันเกิดจากขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อที่บ่มเพาะสืบทอดต่อกันมา และความเชื่อมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมาช้านานจนก่อเกิดเป็นงานศิลป์ที่มีรูปแบบเฉพาะ กลายเป็นความงามบนพื้นฐานวิถีแห่งไทย วิถีแห่งธรรม ที่นำความภาคภูมิใจของคนในชาติมาจนถึงปัจจุบัน            ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ "ร.ศ. ๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงานศิลป์" ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 155/3 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนีเผด็จ) ชบ.บ 181/17เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ครบรอบ ๓๐ ปี พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่         หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ สังกัดสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มีพื้นที่รับผิดชอบ ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน มีลำดับการก่อตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ดังนี้          พ.ศ.๒๕๒๖ มีสถานภาพเป็นหน่วยจดหมายเหตุ ตั้งอยู่ ณ ชั้น ๔ อาคารสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่         พ.ศ.๒๕๓๕ มีสถานภาพเป็นหน่วยจดหมายเหตุ ตั้งอยู่ ณ ชั้นล่าง อาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่         พ.ศ.๒๕๓๖ ก่อสร้างอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ         ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์อาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖         หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บรักษาเอกสารจดหมายเหตุไว้เป็นหลักฐานชั้นต้นในการค้นคว้า อ้างอิงถึงการดำเนินงานของหน่วยงานเจ้าของเอกสาร และเป็นประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นรวมถึงประวัติศาสตร์ของประเทศ ด้วยวิธีการปกป้อง คุ้มครอง สงวนรักษาเอกสารจดหมายเหตุแต่ละประเภทให้ถูกต้องเหมาะสม และได้มาตรฐานตามหลักวิชาการจดหมายเหตุสากล เพื่อยืดอายุเอกสารจดหมายเหตุนั้น ๆ ให้มีสภาพที่สมบูรณ์ มีอายุยืนยาว คงคุณค่าของความเป็นหลักฐานในการศึกษาค้นคว้า อ้างอิงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่มีคุณค่าถาวรตลอดไป           เอกสารจดหมายเหตุที่ให้บริการ ค้นคว้า และวิจัย ได้แก่ เอกสารจดหมายเหตุลายลักษณ์และเอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ เปิดให้บริการนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และหน่วยงานที่สนใจ ในวันและเวลาราชการ โดยผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยการให้บริการแก่ประชาชนของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ การทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุ อัตราค่าทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุและค่าบริการอื่น พ.ศ. ๒๕๖๔         ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้บริการเอกสารได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๒๐๐ ในวันและเวลาราชการ ปิดให้บริการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือสามารถใช้บริการสืบค้นได้ในระบบสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุ https://archives.nat.go.th หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บริการเอกสารจดหมายเหตุ สามารถติดต่อได้ที่  โทร ๐ ๕๓๒๘ ๑๔๒๔ โทรสาร ๐ ๕๓๒๘ ๑๔๒๕หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่6 กุมภาพันธ์ เวลา 12:07 น.  · Chiang Mai National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่6 กุมภาพันธ์ เวลา 08:30 น.  · วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ครบรอบ 50 ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ .พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกในภาคเหนือตอนบน เริ่มก... ดูเพิ่มเติมหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่5 กุมภาพันธ์ เวลา 14:26 น.  · #nowadayschiamgmai#วันนี้ที่เชียงใหม่#เชียงใหม่ #มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖         มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ ๔๖ ประจำปี ๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๓ - ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่3 กุมภาพันธ์ เวลา 10:38 น.  · ชุมชนบ้านฮ่อ         ชุมชนชาวจีนยูนนานที่นับถือศาสนาอิสลามดั้งเดิมของเมืองเชียงใหม่ มากมายด้วยเรื่องราวครั้งอดีต ที่ยังคงอัตลักษณ์มาถึงปัจจุบัน ตามถนน ตรอกซอกซอยประกอบไปด้วยอาคารบ้านเรือน ศาสนสถาน และกาดนัดจีนยูนนาน หรือกาดบ้านฮ่อ ที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวครั้งอดีต ผ่านวัฒนธรรมประเพณี อาหารการกิน รวมทั้งสีสันของชุมชน ถ่ายทอดให้คนภายนอกได้เข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด         เข้าสู่ศูนย์กลางชุมชนครั้งอดีต ณ บ้านขุนชวงเลียง (เจิ้งชงหลิ่ง) หรือบ้านลือเกียรติ คือสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวยูนนาน ครั้งมีชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นจึงมีการสร้างมัสยิดขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ซึ่งเป็นอาคารมัสยิดหลังแรกของชาวยูนนาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่รู้จักในนาม มัสยิดเฮดายาตูลอิสลามบ้านฮ่อ และมีการรื้อถอนอาคารหลังเดิมและก่อสร้างอาคารใหม่ (หลังปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๙         จากจุดเริ่มต้นของชาวมุสลิมที่มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ณ บ้านไม้ของขุนชวงเลียง ชักชวนกันตั้งร้านค้าตลาดชุมชนเล็ก ๆ บอกเล่าปากต่อปาก จนกลายเป็นศูนย์รวมของผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน พ่อค้าแม่ค้าต่างนำสินค้าที่ดูแปลกตา พืชผักผลไม้จากพื้นที่สูง วัตถุดิบการปรุงอาหารหลากหลายชนิด อาหารการกินที่ชวนให้ได้ลิ้มลอง อาทิ ข้าวแรมฟืน ข้าวโพดทอดสูตรยูนนาน ข้าวหมกหลากหลายสีสัน ฯลฯ ปัจจุบันกาดบ้านฮ่อได้กลายเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนชาวมุสลิมจีนยูนนานที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มายาวนานกว่า ๓ ทศวรรษ ผู้เรียบเรียง : นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ #กาดบ้านฮ่อ #เชียงใหม่อ้างอิงคณะทำงานฝ่ายรวบรวมประวัติและพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่. ๒๕๓๙. มรดกศาสนาในเชียงใหม่. เชียงใหม่ : นพบุรีการพิมพ์.


เลขทะเบียน : นพ.บ.420/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 150  (90-95) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.559/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 182 (2)  (324-328) ผูก 1ก (2566)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



องค์ความรู้: ความทรงจำแห่งโลกในประเทศไทย จารึกวัดโพธิ์ Epigraphic Archives of Wat Pho จารึกวัดโพธิ์ Epigraphic Archives of Wat Pho มีแผ่นหินที่บันทึกเรื่องราว เป็นภาษาไทยเกี่ยวกับความรู้และสรรพวิชาต่าง ๆ ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การค้าขาย และวัฒนธรรม ทั้งหมด 1,431 แผ่น ในช่วงตั้งแต่ปีค.ศ. 1831-1841 ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อปีพ.ศ.2551 และขึ้นทะเบียนในระดับโลกใน ปีพ.ศ.2554 “วัดโพธิ์” หรือ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร” เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่ราษฎรสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต่อมาได้ถือว่าเป็นพระอารามหลวงประจารัชกาลที่ 1 และมีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งได้เริ่มมี “จารึกวัดโพธิ์” ขึ้น โดยพระองค์ได้ทรงมีพระราชประสงค์ให้พระอารามแห่งนี้เป็น “มหาวิทยาลัย” สำหรับประชาชนทั่วไป พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาเอาองค์ความรู้จากปราชญ์ของไทยและสรรพศิลปวิทยาการต่างๆ เช่น ตาราการแพทย์ โบราณคดี และวรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนทั้งหลาย ฯลฯ มาจารึกลงบนแผ่นหินอ่อน ประดับไว้ตามบริเวณผนัง-เสาพระระเบียงรอบพระอุโบสถ พระวิหาร พระวิหารคด และศาลารายรอบพระมณฑปภายในวัด ซึ่งทรงมุ่งหวังให้ยั่งยืนและเผยแพร่ให้ประชาชนศึกษาได้อย่างเสรี เป็นแหล่งเล่าเรียนวิชาความรู้ของมหาชน โดยไม่เลือกชนชั้น วรรณะ ยศถาบรรดาศักดิ์ เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีหนังสือ ไม่มีโรงเรียน การเล่าเรียนส่วนใหญ่จะมีสอนให้อยู่ตามวัดต่างๆ เท่านั้น พระอารามแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เพิ่มเติมจากการเล่าเรียนวิชาสามัญศึกษาที่มีอยู่ตามวัดทั่วไป แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า178 ปี วัดโพธิ์ก็ยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้สรรพวิทยา เห็นได้จากความรู้เกี่ยวกับโยคะศาสตร์และตำราการนวดแผนโบราณวัดโพธิ์ เป็นที่รู้จักแพร่หลายออกไปทั่วโลกในปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกความทรงจำเอเชียแปซิฟิก วันที่ 21/2/2551 ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกความทรงจำโลก วันที่ 27/5/2554 ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกความทรงจำประเทศไทย วันที่ 21/12/2558 ข้อมูล/ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ


เรื่อง วัดสำคัญกลางเมืองชลบุรี ชลบุรีมีทั้งปูชนียสถาน และรมณียสถาน ตัวเมืองคับคั่งไปด้วยตึกรามถนนหนทาง ยวดยานพาหนะขวักไขว่ โรงภาพยนตร์ โรงแรม ทุกอย่างมีพร้อม ผู้ที่เที่ยวเมืองชลบุรีรักความสนุกสำราญก็ไปกันประเภทหนึ่ง ผู้ที่รักจะศึกษาปูชนียสถานก็จะไปที่วัดสำคัญๆ มีวัดสำคัญตั้งอยู่กลางเมืองเดิมชื่อ วัดอินทาราม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดใหญ่อินทาราม เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดชลบุรี เข้าไปชมจะพบศิลปต่างๆ สมัยกรุงศรีอยุธยา และที่พลับพลาตัวมุขมีรูปหล่อสัมฤทธิ์ขนาดโตกว่าคนธรรมดา ทรงเครื่องอาภรณ์อย่างกษัตริย์ มีเครื่องประดับองค์นุ่งผ้าเชิงและสวมมงกุฎ รูปนี้ชาวบ้านเชิญมาจากวัดสมณโกฏิ ซึ่งเป็นวัดร้างอยู่ห่างจากวัดนี้ประมาณ ๑ กิโลเมตร นำมาประดิษฐานไว้ ณ พลับพลานี้โดยก่อทำเป็นซุ้มสำหรับตั้งโดยเฉพาะ และขนานนามว่า “หลวงพ่อเฉย” หลวงพ่อองค์นี้มีอิทธิฤทธิ์ในการบันดาลให้เด็กเล็กซึ่งเจ็บออดแอดสามวันดีสี่วันไข้ กลับเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอย่างน่าพิศวง เวลาเย็นจะพบชาวบ้านนำเด็กขี้โรคมาจุดธูปเทียน ถวายเป็นลูกหลวงพ่อเฉยกันมากมาย เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ก็ฉีกชายผ้าเหลืองที่ห่มคลุมองค์หลวงพ่อเฉยผูกข้อมือเด็ก แล้วเด็กนั้นจะหายโรคภัยเลี้ยงง่าย ผ้าที่ฉีกกันไปคนละชิ้นไม่มีหมดสิ้น เพราะมีผู้มาห่มถวายให้ใหม่มิได้ขาด อีกวัดหนึ่งคือ วัดเขาบางทราย มีพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ที่ตั้งเขาพระพุทธบาทบางทรายอยู่ก่อนจะถึงตัวเมืองชลบุรี ที่นั่นจะเห็นเขาอยู่ลูกหนึ่งที่เชิงเขามีวัด คือวัดเขาบางทรายนั่นเอง พระพุทธบาทประดิษฐานอยู่บนมณฑปยอดเขา วัดเขาบางทรายเป็นสถานที่สำคัญคือเคยเป็นสถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาแต่เดิมมา ที่มา ประยูร พิศนาคะ. ของดี ๗๑ จังหวัด. พิมพ์ครั้งที่ ๒. พระนคร: สำนักหอสมุดกลาง ๐๙, ๒๕๑๓.



black ribbon.