ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,581 รายการ
ดอนฮุบมุง หลักฐานใหม่
จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดี
ในวัฒนธรรมโนนนกทา
โดย ทิพย์วรรณ วงค์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ
กราฟิก ทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์ ปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม
กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
#องค์ความรู้ #กรมศิลปากร #โนนนกทา
⋯⋯✧⋯⋯✧⋯✦⋯✧⋯⋯✧⋯⋯
สอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถาน
โทร. : 043-242129
E-mail : fad9kk@hotmail.com
Line ID : fad8kk
Tiktok : สำนักศิลปากรขอนแก่น
พื้นที่ในความรับผิดชอบ
ขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร
หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรการศึกษาสัดส่วนระหว่างความกว้างและความสูงของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในวัฒนธรรมสุโขทัย : กรณีศึกษาโบราณสถานในเขตจังหวัดสุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และพิษณุโลก..สัดส่วน ในทางคณิตศาสตร์หมายถึง การเท่ากันของ ๒ อัตราส่วน หมายความว่า อัตราส่วนของปริมาณที่ ๑ ต่อปริมาณที่ ๒ เท่ากับอัตราส่วนของปริมาณที่ ๓ ต่อปริมาณที่ ๔ .สัดส่วน คือ ชื่อเรียกมิติของจินตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมอันเกิดจากการประสานร่วมกันระหว่าง ความกว้างหรือความลึก : ความยาว : ความสูง ของอาคารหรือสถาปัตยกรรมนั้นๆ ที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปลักษณะ ซึ่งประกอบเข้าด้วยกันอย่างสอดคล้องและกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว เป็น “ภาพรวม” ที่แสดงความสัมพันธ์ในเชิงองค์ประกอบอย่างกว้างๆ ..เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม มีที่มาของชื่อตามลักษณะของส่วนยอดซึ่งคล้ายดอกบัวตูม และการพบเจดีย์ลักษณะเดียวกันบางองค์มีการทำกลีบบัวประดับทรงดอกบัวตูม โดยมีชื่อเรียกเจดีย์แตกต่างกันไป เช่น เจดีย์ทรงดอกบัวตูม ทรงทะนาน หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ .เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมถือเป็นรูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย เนื่องจากพบเจดีย์ทรงนี้อย่างแพร่หลายตามหัวเมืองต่าง ๆ หรือที่เกี่ยวข้องในวัฒนธรรมสุโขทัย เช่น เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว เมืองศรีสัชนาลัย เจดีย์ประธาน วัดกะโลทัย เมืองกำแพงเพชร เจดีย์ยุทธหัตถี เมืองตาก เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์ยอดทอง เมืองพิษณุโลก.เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมมีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมดังนี้.ส่วนฐาน ประกอบด้วยฐานหน้ากระดานหรือฐานเขียงอยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสจำนวน ๓ - ๕ ฐาน รองรับฐานบัวลูกแก้วอกไก่ (บัวคว่ำ-บัวหงาย) ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสจำนวน ๑ ฐาน ซึ่งมีลักษณะเป็นฐานบัวที่ยืดท้องไม้สูงประดับลูกแก้วอกไก่ ๒ เส้น.ส่วนกลาง ประกอบด้วยชุดฐานบัวลูกฟักซ้อนกันจำนวน ๒ ฐาน ส่วนใหญ่อยู่ในผังเพิ่มมุมไม้ยี่สิบ นิยมเรียกชุดฐานบัวทั้งสองฐานนี้ว่า “ชั้นแว่นฟ้า” ถัดขึ้นไปเป็นส่วนของเรือนธาตุอยู่ในผังเพิ่มมุมไม้ยี่สิบเช่นเดียวกับชุดฐานบัว เรือนธาตุนั้นมี ๒ รูปแบบ คือ เรือนธาตุไม่มีจระนำซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งพบมากที่สุด และรูปแบบที่เรือนธาตุมีจระนำซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ด้าน ซึ่งพบเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น เช่น เจดีย์ประธานวัดตระพังเงิน เมืองสุโขทัย.ส่วนยอด ประกอบด้วยส่วนที่เชื่อมต่อเหนือเรือนธาตุ มีชั้นซ้อนจำนวน ๑ ชั้น ประดับด้วยบรรพแถลง และกลีบขนุน แล้วจึงต่อด้วยส่วนยอด คือ ส่วนองค์ระฆัง ประกอบด้วยองค์ระฆังที่เป็นทรงพุ่มคล้ายดอกบัวตูม และเหนือส่วนยอดของดอกบัวตูมทำเป็นวงแหวนซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ลักษณะเดียวกับปล้องไฉนของเจดีย์ทรงระฆังรองรับส่วนยอดสุดคือปลี.ทั้งนี้ซุ้มบรรพแถลงของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมมักพบการประดับหน้ากาลเต็มพื้นที่ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะบรรพแถลงของเจดีย์ทรงนี้มีขนาดเล็กมากและอยู่สูงจึงมีการทำหน้ากาลเต็มพื้นที่.นอกจากนี้เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมบางกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ และเป็นเจดีย์ประธานอันสำคัญที่สุดของวัดจะมีการทำบันไดบริเวณส่วนฐานด้านทิศตะวันออกขึ้นไปถึงส่วนเรือนธาตุ .โดยรวมแล้วเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมมีลักษณะรูปแบบเดียวกับที่กล่าวถึงข้างต้น จะมีเพียงบางองค์ที่มีลักษณะแตกต่างไปคือ มีองค์ประกอบไม่ครบถ้วนตามระเบียบของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมโดยทั่วไป เช่น ไม่มีชั้นเขียง ไม่มีชั้นแว่นฟ้า มีชั้นแว่นฟ้าเพียงชั้นเดียว หรือมีการเพิ่มชั้นฐานบัว เป็นต้น ..สำหรับการดำเนินงานทางโบราณคดีนั้น มักพบโบราณสถานในลักษณะซากปรักหักพังที่เหลือเพียงส่วนฐานของเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูม จึงจำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์สัดส่วนระหว่างความกว้างและความสูงของเจดีย์เป็นแนวทางในการคำนวณเพื่อสันนิษฐานความสูงดั้งเดิมของเจดีย์ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรจึงทำการศึกษาอัตราส่วนระหว่างความกว้างของฐานเขียงชั้นที่ ๑ และความสูงของเจดีย์ จากกลุ่มตัวอย่างเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมที่มีลักษณะสมบูรณ์หรือพบตั้งแต่ส่วนฐานจนถึงส่วนปลียอด และมีส่วนฐานเขียงเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส.จากการคำนวณอัตราส่วนระหว่างความกว้างฐานและความสูงของเจดีย์กลุ่มตัวอย่าง พบอัตราส่วนตั้งแต่ ๑ : ๑.๕๐ จนถึง ๑ : ๒.๑๕ มีรายละเอียดดังนี้.จังหวัดสุโขทัย ได้แก่ เจดีย์ประธาน วัดตระพังเงิน อัตราส่วน ๑ : ๒.๑๕ เจดีย์ประธาน วัดอ้อมรอบ อัตราส่วน ๑ : ๑.๗๖ เจดีย์ วัดสะพานหิน อัตราส่วน ๑ : ๑.๙๖ เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว อัตราส่วน ๑ : ๒.๑๑ เจดีย์รายประจำทิศตะวันตกเฉียงเหนือ วัดเจดีย์เจ็ดแถว อัตราส่วน ๑ : ๑.๙๘ เจดีย์ประธาน วัดสวนแก้วอุทยานน้อย อัตราส่วน ๑ : ๑.๙๓ และวัดใหญ่ชัยมงคล ตำบลบ้านใหม่ไชยมงคล อำเภอทุ่งเสลี่ยม อัตราส่วน ๑ : ๒.๐๕.จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ เจดีย์ประธาน วัดกะโลทัย อัตราส่วน ๑ : ๒.๐๑ และเจดีย์ประธาน วัดวังพระธาตุ อัตราส่วน ๑ : ๑.๖๙.เจดีย์ยุทธหัตถี อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก อัตราส่วน ๑ : ๑.๕๐.เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์ยอดทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก อัตราส่วน ๑ : ๑.๕๘..จากการศึกษาดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีสัดส่วนเฉลี่ย ๑ : ๑.๘๘ โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัยมีสัดส่วนเฉลี่ย ๑ : ๑.๙๙.จึงสามารถอนุมานได้ว่า เจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมในเขตจังหวัดสุโขทัยจะมีความสูงประมาณ ๒ เท่าของความกว้างฐาน ในเขตจังหวัดกำแพงเพชรมีความสูง ๑.๗ - ๒ เท่าของความกว้างฐาน และในเขตจังหวัดตากและพิษณุโลกจะมีความสูงของเจดีย์ประมาณ ๑.๕ เท่าของความกว้างฐาน...เอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร. รายงานการปรับปรุงขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน เมืองสุโขทัยเก่า ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ปีงบประมาณ ๒๕๐๘-๒๕๐๙. ม.ป.พ., ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา].คทา จันทลักขณา. การศึกษาเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในสมัยสุโขทัย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๕.ชนินทร์ เสลา. แบบสภาพโบราณสถานวัดอ้อมรอบ. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]นอร์ทเทิร์นซัน (๑๙๓๕). รายงานการขุดค้นและบูรณะวัดใหญ่ชัยมงคล อ. ทุ่งเสลี่ยม จ. สุโขทัย. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย, ๒๕๔๖. [เอกสารอัดสำเนา].บุณยกร วชิระเธียรชัย. “สถาปัตยกรรมเครื่องยอด “ทรงจอมแห” ว่าด้วยหลักวิชาเส้น รูป และความรู้สึก : กรณีศึกษา “ยอดบุษบก-มณฑป”.” หน้าจั่ว : ว่าด้วยประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมไทย. ๑๒ (มกราคม-ธันวาคม ๒๕๕๘): ๑๕๘-๒๒๓.ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๖.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย : แนวคิด คติการสร้าง พัฒนาการทางรูปแบบ และการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.สมคิด จิระทัศนกุล. อภิธานศัพท์ช่างสถาปัตยกรรมไทย เล่ม ๑ กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย. กรุงเทพฯ: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๙.สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๐.สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย. “แบบรูปด้านเจดีย์ประธาน” ใน แบบบูรณะเจดีย์ประธานวัดใหญ่ชัยมงคล ตำบลบ้านใหม่ไชยมงคล อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย. “แบบวิเคราะห์รูปด้าน, รูปแปลน” ใน แบบโครงการอนุรักษ์และพัฒนาวัดเจดีย์ยอดทอง (งานบูรณะเจดีย์ประธาน) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๔. [เอกสารอัดสำเนา]สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย. “แบบสันนิษฐานเจดีย์วัดกะโลทัย” ใน แบบโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดอาวาสน้อย ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย. “แบบแสดงรูปด้าน, รูปแปลน” ใน แบบเจดีย์ยุทธหัตถี อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย. “แบบหลังการบูรณะทิศเหนือ - ใต้” ใน แบบโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถาน วัดวังพระธาตุ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. แบบรูปด้านเจดีย์ประธาน ทรงดอกบัวตูม วัดเจดีย์เจ็ดแถว. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. แบบรูปด้านเจดีย์วัดสวนแก้วอุทยานน้อย. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร, ๒๕๒๗. [เอกสารอัดสำเนา]อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. แบบรูปด้านเจดีย์หมายเลข ๒๕ วัดเจดีย์เจ็ดแถว. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กรมศิลปากร, ม.ป.ป. [เอกสารอัดสำเนา]อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. ทำเนียบโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (พิมพ์ครั้งที่ ๒). สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๖๑.
องค์ความรู้เรื่อง "มณฑลพิธี : บทบาทที่สำคัญในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ" ค้นคว้าเรียบเรียงโดย นายชญานิน นุ้ยสินธุ์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มจารีตประเพณี สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นิมนต์พระภิกษุ สามเณร เข้าชมพิพิธภัณฑ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2569 วันอาทิตย์ที่ 2 และวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยนิมนต์พระภิกษุ สามเณร สักการะพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และร่วมกิจกรรมนำชมห้องจัดแสดงต่าง ๆ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อศึกษาเรียนรู้มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ นำชมรอบเช้า เวลา 09.30 น. รอบบ่าย เวลา 13.30 น. และสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ตามอัธยาศัย ระหว่างเวลา 08.30 – 16.00 น.
กิจกรรมนี้สืบเนื่องจากประเพณีอันทรงคุณค่าที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2464 เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอาราธนาพระภิกษุสามเณรเข้าเยี่ยมชมหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครเป็นกรณีพิเศษ และได้สืบทอดมาสู่การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จนถึงปัจจุบัน ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคปัจจัยและกัปปิยภัณฑ์ เพื่อถวายแด่พระภิกษุสามเณรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ งานธุรการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. 0 2224 1370 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ฝ่ายวิชาการ โทร. 0 2224 1402 และ 0 2224 1333 (เปิดทำการวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น.)
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 7 ฉบับที่ 437 (22 ก.ย.2507)ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2507ลักษณะวัสดุ 16 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง : สาส์นสมเด็จ ลายพระหัตถ์สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ภาค 22)
หัวเรื่อง : ประดับ อิศรเสนา, ม.ล.หญิง, 2425-2496
จดหมาย
คำค้น : -
รายละเอียด : พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ หม่อมหลวงหญิงประดับ อิศรเสนา ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
ผู้แต่ง : นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยา, 2406 - 2490
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์ฉัตรา
ปีที่พิมพ์ : 2499
วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, 2405 - 2486
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือสาส์นสมเด็จเป็นลายพระหัตถ์สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีโต้ตอบกัน เนื้อหาสาระสอดแทรกความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ วรรณคดี และการปกครอง
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79846 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
895.916
น254สป
***รายการบรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
กรมศิลปากร. ละตอนนอก เรื่อง แก้วหน้าม้า ตอน ถวายลูก. พระนคร : ศิวพร, ๒๕๐๕.
ชื่อเรื่อง : ซอพื้นบ้าน ศิลปะการขับขานล้านนา ผู้แต่ง : ชมรมสืบสารตำนานปี่ซอ ปีที่พิมพ์ : 2548 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : นพบุรีการพิมพ์ ซอเป็นศิลปะการขับขานของล้านนาที่มีมานานเป็นสื่อพื้นบ้านแขนงหนึ่งในบรรดาสื่อพื้นบ้านต่างๆ ที่มีในล้านนา ซอถูกนำไปใช้ในแง่ของสื่อที่สร้างความบันเทิงในงานต่างๆ พร้อมกันนั้นก็สอดแทรกสาระความรู้ต่างๆ ให้กับผู้ฟังด้วนเช่นกัน โดยเนื้อหาสาระที่ช่างซอนำมาสื่อนั้นมีอย่างหลากหลาย ทั้งเรื่องราวในท้องถิ่นประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เหตุการณ์สำคัญ ในช่วงเวลาต่างๆ รวมไปถึงบทซอที่แต่งขึ้นใช้เฉพาะในประเพณีต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานของผู้ที่สนใจเรื่องซอผู้หัดเรียนซอและแต่งซอเบื้องต้นให้เกิดความรู้และความเข้าใจในหลักการของซอเบื้องต้น จึงเป็นประโยชน์สำหรับการหัดซอในระดับสูงต่อไป
เทพนพเคราะห์ คือ เทพทั้ง ๙ องค์ ผู้ครองเรือนชะตาของมนุษย์ มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์) ซึ่งมีเทพบริวารอีก ๘ องค์ รวมเป็น ๙ องค์ ซึ่งให้โทษหรือสร้างอุปสรรคให้กับมนุษย์มากกว่าจะให้คุณ ต่อมาจึงต้องมีผู้ควบคุมเทพนพเคราะห์อีกชั้นหนึ่ง นั่นคือ พระคเณศ เทพผู้เป็นใหญ่เหนืออุปสรรคทั้งมวล เทพนพเคราะห์ทั้ง ๙ องค์ ประกอบด้วย พระอาทิตย์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพ นพเคราะห์ทั้งปวง พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ ๖ ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกาย สีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์ เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร สัญลักษณ์เลข ๑ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๖พระจันทร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา ๑๕ นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี สัญลักษณ์เลข ๒ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕พระอังคาร พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์ สัญลักษณ์เลข ๓ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘พระพุธ พระอิศวรทรงใช้ช้าง ๑๗ เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษมีผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุม รอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู สัญลักษณ์เลข ๔ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๗
พระพฤหัสบดี พระอิศวรสร้างจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์ สัญลักษณ์เลข ๕ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี
พระศุกร์ พระอิศวรทรงสร้างจากโค ๒๑ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤตเป็นพระศุกร์ มีผิวกายสีฟ้า ทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์ สัญลักษณ์เลข ๖ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๒๑ พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์พระเสาร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ ๑๐ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤตได้พระเสาร์มีสีกายดำคล้ำ ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์ สัญลักษณ์เลข ๗ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๐พระราหู พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก ๑๒ หัว (บางตำราว่าผีโขมด ๑๒ ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระราหู มีกายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมาน สีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับ พระพุธ สัญลักษณ์เลข ๘ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๒พระเกตุพระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค ๙ ตัว กายสีทองคำ ทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา (เปลวไฟ) ประจำอยู่ในทิศท่ามกลาง บ้างว่า พระเกตุเกิดจากหางของพระราหู ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข ๙
การบูชาเทวดาเสวยอายุ
หากต้องการทราบว่าเทพนพเคราะห์องค์ใดเสวยอายุให้นับอายุเต็มเป็นตัวตั้ง เริ่มต้นนับกำลังของเทพนพเคราะห์ประจำวันเกิดเวียนขวาไปตามผังทักษา แต่ละองค์จะเสวยอายุตามกำลังแห่งตน ยกเว้นพระเกตุจะไม่เข้าเสวยอายุ แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเคราะห์กรรมหรือเพิ่มความเจริญรุ่งเรือง คนไทยโบราณได้ผนวกความเชื่อจากศาสนาฮินดูเข้ากับศาสนาพุทธ โดยให้จัดเครื่องบูชาถวาย ดังนี้ ข้าวปั้นจำนวนเท่ากำลังพระเคราะห์ใส่กระทง พร้อมข้าวตอก ดอกไม้ หมากพลู แล้วเขียนเลขประจำตัวพระเคราะห์(บัตร)ใส่กระทงนั้นไปบูชาพระพุทธรูป จากนั้นจุดธูปตามจำนวนกำลังพระเคราะห์ หรือหล่อพระพุทธรูปประจำเทพนพเคราะห์ถวายวัด
กรมศิลปากรจัดโครงการวัฒนธรรมสัญจรสู่สถานศึกษา ประจำปี ๒๕๕๙ ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ราชบุรี ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงนาฏศิลป์ จากสำนักการสังคีต , รถพิพิธภัณฑ์สัญจร จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ , กิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการ การออกร้านจำหน่ายหนังสือ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ โดยมีคณะครูและนักเรียนให้ความสนใจ เข้าร่วมกิจกรรม กว่า ๓,๐๐๐ คน
1. ที่ตั้ง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ และตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตัวเมืองโบราณศรีสัชนาลัย อยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ ประมาณ 550 กิโลเมตร เมืองโบราณศรีสัชนาลัยมีสภาพภูมิประเทศที่ตั้งของเมืองเป็นที่ราบเชิงเขาพระศรี และ เขาใหญ่ ทางด้านทิศตะวันตก และมีลำน้ำยมอยู่ทางด้านทิศตะวันออก กรมศิลปากรได้กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประมาณ 28,217 ไร่2. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ตั้งของเมืองศรีสัชนาลัย มีความเหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐาน คือมีทั้งที่ราบลุ่มริมแม่น้ำยมและที่ลาดเชิงเขาพระศรี และเขาใหญ่ ทำให้มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่และสิ่งป้องกันทางธรรมชาติที่ใช้ในการป้องกันข้าศึกศัตรูได้อย่างดีด้วย จากหลักฐานที่สำรวจพบ พวกขวานหินขัด (เครื่องมือ เครื่องใช้ ของคนสมัยโบราณ) ที่พบที่ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัยรวมทั้งจาก หลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดชมชื่น แสดงว่ามีชุมชน เข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 9 (พ.ศ.800)เป็นต้นมาเป็นชุมชนร่วมสมัย ทวารวดีในภาคกลางถัด ขึ้นมาเป็นหลักฐานของวัฒนธรรมร่วมสมัยลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 18,พ.ศ. 1700) ปรากฏหลักฐานที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ในระยะนั้นเมืองศรีสัชนาลัยมีชื่อว่าเมืองเชลียง ตามหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึก ตำนานและพงศาวดารที่ยืนยันว่ามีเมืองโบราณ 2 เมือง อยู่ในลุ่มน้ำยมก่อนแล้ว คือ เมืองสุโขทัย และเมืองเชลียงต่อมาได้มีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้นทางด้านทิศเหนือของเมืองเชลียงห่างออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เมืองศรีสัชนาลัยมีความสำคัญควบคู่กันมากับเมือง สุโขทัย โดยจากหลักฐานได้กล่าวถึงพ่อขุนศรีนาวนำถม ว่าเป็นกษัตริย์ครอง 2 นคร คือ เสวยราชย์ทั้งเมืองสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัย (ก่อน พ.ศ. 1781) ต่อมาจนถึงพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรสุโขทัย (พ.ศ.1781 - 1822) ทรงโปรดให้พ่อขุนบาลเมืองไปครองเมืองศรีสัชนาลัย ส่วนพ่อขุนรามคำแหง พระยาลิไทก็เคยครองเมืองศรีสัชนาลัย ก่อนขึ้นเสวยราชย์เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของสุโขทัย ต่อมาจนแม้กระทั่งสุโขทัยตกอยู่ภายใต้อำนาจของกรุงศรีอยุธยา และได้เปลี่ยนชื่อเรียกว่า เมืองสวรรคโลก เมืองศรีสัชนาลัยหรือเมืองสวรรคโลกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็นเมืองสำคัญที่ผลิตภาชนะเครื่องเคลือบสังคโลกให้แก่กรุงศรีอยุธยา ในสมัยต่อมาเมื่อมีการจัดระบบการปกครองปรับปรุงเรื่องเชื้อสายราชวงศ์ให้เข้าอยู่ในระบบราชการเรียบร้อยแล้ว กรุงศรีอยุธยา ได้เป็นผู้แต่งตั้งเจ้าเมืองเข้ามา ปกครองเมืองสวรรคโลกมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นนอกระดับเมืองโท หลังเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 เมืองศรีสัชนาลัยหรือ สวรรคโลกถูก ทิ้งร้าง ต่อมาเมืองสวรรคโลกได้จัดตั้งขึ้นใหม่ ที่บ้านท่าชัยอยู่ด้านทิศใต้ของเมืองเดิม และในสมัยรัตนโกสินทร์ได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านวังไม้ขอน ซึ่งคือที่ตั้งของอำเภอสวรรคโลกในปัจจุบัน ส่วนชื่อเมืองศรีสัชนาลัยถูกนำไปตั้งเป็นชื่อของอำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งได้รวมเอาเขตพื้นที่เมืองศรีสัชนาลัยโบราณไว้ด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรใน พ.ศ.2534 เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทยยุคแรกและเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.25333. โบราณสถานที่สำคัญ เมืองโบราณศรีสัชนาลัย มีขอบเขตของผังเมืองที่ก่อสร้างทับซ้อนอยู่บนบริเวณ เมืองเชลียงเดิม กล่าวคือ แนวกำแพงเมืองเชลียงเดิม ทำเป็นคันดินยาวขนานไปตามลำน้ำยมโดยเริ่มจาก บริเวณวัดมหาธาตุเชลียงขนานลำน้ำยมเลยผ่านเขาพนมเพลิงออกไปซึ่งยังคงปรากฎหลักฐานคันดินให้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้น จึงได้พิจารณาเลือกบริเวณที่มีสภาพ ภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขา กำหนดขอบเขตการก่อสร้างกำแพงเมืองจากศิลาแลง ลักษณะผังเมืองเป็น รูปหลายเหลี่ยมไม่สม่ำเสมอตามทิศทางของแม่น้ำยม ในช่วงนี้ลักษณะของกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยมี หลายแนวเพราะคงมีการผสมผสานเอาแนวกำแพงคันดินในสมัยที่เป็นเมืองเชลียงเข้ามาใช้ประโยชน์ด้วย โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีทั้งภายในและภายนอกกำแพงเมือง ซึ่งรวมทั้งหมดมีไม่น้อยกว่า 215 แห่งโบราณสถานที่สำคัญมีดังนี้3.1 โบราณสถานภายในกำแพงเมือง สำรวจพบแล้วมีทั้งสิ้น 28 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดสวนแก้ว เป็นต้น3.2 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 35 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดกุฎีราย เตาทุเรียงบ้านป่ายาง เตา ทุเรียงบ้านเกาะน้อย ซึ่งเป็น แหล่งผลิตภาชนะดินเผา “เครื่องสังคโลก” ที่สำคัญของเมืองศรีสัชนาลัย3.3 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดสวนสัก วัดป่าแก้ว เป็นต้น3.4 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 24 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดชมชื่น วัดเจ้าจันทร์ และวัดโคกสิงคาราม เป็นต้น3.5 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 19 แห่ง ที่สำคัญ คือ วัดพญาดำ วัดราหู วัดสระประทุม วัดพรหมสี่หน้า วัดยายตา เป็นต้น3.6 โบราณสถานนอกกำแพงเมืองบนภูเขา สำรวจพบแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 15 แห่ง ที่สำคัญคือ วัดเขาใหญ่บน วัดเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจดีย์รอบ และวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นต้น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ร่วมกันกับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ในปี พ.ศ. 2534 เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฎแสดงให้เห็นถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น นับเป็นตัวแทนของศิลปกรรมไทย ยุคแรก และเป็นต้นกำเนิดของการสร้างประเทศ4. การบริการและเเหล่งท่องเที่ยว รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร เข้าสู่เส้นทาง หลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอพรานกระต่าย อำเภอคีรีมาศ เข้าสู่จังหวัดสุโขทัย จากนั้นเมื่อถึงสี่แยกบ้านสวน เข้าอำเภอศรีสำโรง ผ่านอำเภอสวรรคโลก ไปตามทางหลวงหมายเลข 1201 ระยะทาง 18 กิโลเมตร ถึงทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย รถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งสายเหนือ เส้นทางกรุงเทพฯ – สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย เปิดบริการทุกวัน
การเที่ยวชม
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม
ผู้มีสัญชาติไทย 10 บาทผู้มีสัญชาติอื่น 30 บาท
การท่องเที่ยว
สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย 055 679211สำนักงาน ททท. 055 252743 หรือ 1672
โรงแรมที่พัก
ไพลินสุโขทัย 055 613310ศุภาลัยเพลซ 055 641627ราชธานี 055 611031สุโขทัย 055 611133โลตัส วิลเลจ 055 612081
ร้านอาหารแนะนำ ร้านเก่งศักดิ์ วังยมรีสอร์ทตำรวจท่องเที่ยว 1155ตำรวจทางหลวง 055 259503 หรือ 1193สินค้าพื้นเมือง ผ้าหาดเสี้ยว ผ้าซิ่นตีนจก เครื่องทองและเงินโบราณ