ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,049 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.615/1ก  ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 88 หน้า  ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 201 (49-56) ผูก 1ก (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.685/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 216 (196-201) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : เสี่ยงฟ้าไขบักตู--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.747/ค/8ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 72 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 233 (362-369) ผูก ค8 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายนมูล --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




ชื่อ : เอื้องเขาแพะ Cleisostoma arietinum ลักษณะเด่น: มีใบอวบกลมยาวและโค้งงอคล้ายเขาแพะ จึงเป็นที่มาของชื่อ ลักษณะดอก: ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ สีขาวครีมหรือเหลืองอ่อน โดยมีปลายกลีบปากสีชมพูเข้ม การอยู่อาศัย: เป็นพืชอิงอาศัยที่เกาะตามลำต้นหรือกิ่งของต้นไม้ใหญ่เพื่อรับความชื้นและแร่ธาตุ สถานะ: เป็นกล้วยไม้หายากที่ทนแดดทนฝนได้ดี พบมากทางภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ) #อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท #PhuPhrabatWorldHeritageSite #ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท


เลขทะเบียน 0874


ครั้งที่พิมพ์ : Edition:  พิมพ์ครั้งที่ 1 พุทธศักราช 2554 ผู้พิมพ์ : Publisher:  กรมศิลปากร ISBN:  978-974-417-678-9 ราคา : Price:  ไม่จำหน่าย หนังสือภูมิแผ่นดินมรดกไทย:พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการเสด็จพระราชดำเนินแหล่งมรดกไทย เป็น หนังสือที่จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นการรวบรวมพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการ เสด็จพระราชดำเนินแหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ในทุกแห่งที่ได้เสด็จพระราชดำเนินได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ สืบทอดมรดกวัฒนธรรมแก่กรมศิลปากร ซึ่งกรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รักษาสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ ได้น้อมนำเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หนังสือเล่มนี้จะเป็นประจักษ์พยานแห่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการรักษา สืบทอดมรดกวัฒนธรรมของชาติ ตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปีที่เสด็จดำรงในสิริราชสมบัติ สามารถศึกษาค้นคว้าได้ที่หอสมุดแห่งชาติ และห้องสมุดประชาชน ทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๒๐๕๐





วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายสหวัฒน์ แน่นหนา อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เข้าร่วมฟังการบรรยายโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ครั้งที่ ๕/๒๕๕๙ โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานในการเปิดการบรรยาย หัวข้อเรื่อง เขมรัฐ...นครเชียงตุง ร้อยเรียงเรื่องราวผ่านคำบอกเล่าจากเจ้านางสุคันธา ราชธิดาเจ้าฟ้าหลวงนครเชียงตุง วิทยากรโดย อาจารย์ไพศาล จั่วทอง อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า ๑๗๐ คน


นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสก้าวสู่ปีที่ ๓๖ ของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๖


โบราณวัตถุชิ้นสำคัญในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานีมีอยู่ด้วยกันหลาย ชิ้น เช่น เครื่องมือหินกะเทาะก่อนประวัติศาสตร์สมัยสังคมคนล่าสัตว์ อายุประมาณ ๑๒,๐๐๐-๗,๗๐๐ ปี ขวานหินขัดสมัยสังคมเกษตรกรรม อายุประมาณ ๔,๐๐๐ ปี กลองมโหระทึก อายุประมาณ ๒,๕๐๐-๒,๑๐๐ ปี ใบหอกและหัวขวานสำริด อายุประมาณ ๑,๘๐๐-๑,๕๐๐ ปี ศิลาจารึกปากแม่น้ำมูล อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๒ พระพุทธรูปสมัยทวารวดี พระพุทธรูปศิลปะลาว ทับหลังศิลปะขอมที่มีลวดลายค่อนข้างสมบูรณ์ ธรรมาสน์ไม้ลงรักปิดทองประดับกระจก หีบพระธรรม กากะเยียและสัปคับที่แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง   โบราณวัตถุชิ้นสำคัญและถือว่าเป็นศิลปะชิ้นเยี่ยมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ก็คืออรรธนารีศวรที่ย้ายมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาตั้งแสดงในห้องจัดแสดงสมัยปรัติศาสตร์เริ่มแรกวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรม เจนละ เพราะเป็นโบราณวัตถุที่ได้พบในจังหวัดอุบลราชธานี   อรรธนารีศวรเป็นประติมากรรมเนื่องในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย ที่สร้างขึ้นตามเรื่องราวระหว่างพระอุมาและฤาษีภิริงกิต ผู้ซึ่งเคารพพระศิวะเพียงองค์เดียว ทำให้พระอุมาทรงพิโรธและสาปให้ร่างกายไร้เลือดเนื้อ ต่อมาภายหลังพระนางทรงละอายต่อสิ่งที่ได้กระทำต่อฤาษีตนนี้ จึงคืนคำสาปและอธิษฐานขอให้พระวรกายของพระนางเข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งขององค์ พระศิวะ    ลักษณะของประติมากรรมสลักเป็นรูปพระศิวะและพระอุมารวมเป็นองค์เดียวกัน โดยภาพรวมมีขนาดความสูง ๖๘ เซนติเมตร ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัวหงาย ยกพระกรทั้งสองข้างขึ้นเหนือพระเพลา พระ หัตถ์หักหายไป พระพักตร์ค่อนข้างยาว พระเนตรที่สามปรากฏอยู่กึ่งกลางพระนลาฏ พระเกศาเกล้าสูง ทรงกุณฑลขนาดใหญ่และพาหุรัดลายดอกไม้กรองศอเรียบและไม่มีลวดลาย ลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือพระวรกายซีกขวามีลักษณะเป็นบุรุษเพศ หรือพระศิวะ มีรูปพระจันทร์เป็นวงกลมติดอยู่บนพระเศียร พระเกศาเป็นขมวดกลม มีไรพระมัสสุริมพระโอษฐ์ นุ่งผ้าสั้นเหนือพระชงฆ์ คาดเข็มขัดลายเชือกถัก มีบ่วงบาศคล้องที่พระหัตถ์ ส่วนพระวรกายซีกซ้าย หรือพระอุมาแสดงลักษณะกายวิภาคเป็นสตรีเพศ ทรงทองพระกรและนุ่งผ้ายาวไปจดข้อพระบาท มีแนวชายผ้าพาดจากใต้พระเพลาไปยังข้อพระกร คาดเข็มขัดลายลูกประคำ    อรรธนารีศวรรูปนี้สร้างในสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ นับเป็นอรรธนารีศวรที่เก่าแก่ที่สุดรูปหนึ่งเท่าที่พบในเอเชียอาคเนย์ มีลักษณะค่อนข้างพิเศษทั้งด้านกายวิภาคและรายละเอียดของเครื่องประดับ รวมทั้งอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จึงนับเป็นศิลปะชิ้นเยี่ยมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานีที่มีค่าและน่าหวงแหนอีกชิ้นหนึ่งของประเทศ



black ribbon.