ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,480 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน) อย.บ. 147/5หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 46 หน้า : กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.4 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมฟังการบรรยายทางวิชาการ เรื่อง "เรียน เขียน อ่าน อักษรโบราณ จากคัมภีร์ใบลาน" รับฟังความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านอักษรโบราณเกี่ยวกับอักษรธรรมอีสาน และร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญาของบรรพชนในอดีต โดยวิทยากรจากกลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้แก่ นายจุง ดิบประโคน นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก และนายนรวิชญ์ มีชัย นักภาษาโบราณ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ห้องอีสานศึกษา หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/skL7K3UUa7W7F6Lu7 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (รับจำนวนจำกัด) ทั้งนี้ จะประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมฟังการบรรยาย ผ่านทาง Facebook หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา https://www.facebook.com/nlt.korat
สังวรานุสรณ์ เล่มนี้ พิมพ์แจกเป็นที่ระลึกเนื่องในงานฉลองสัญญาบัตรพัดยศ พระครูสังวรธรรมโชติ ศึกษาอำเภอกันตัง วัดตรังภูมิพุทธาวาส อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เนื้อหาภายในเล่มกล่าวถึงประวัติพระครูสังวรธรรมโชติ บทความเรื่องหลักปกครองตนเอง พุทธภาษิต และบทสวดมนต์รวมอยู่ด้วยบรรณานุกรมสังวรานุสรณ์. ตรัง: วัดตรังคภูมิพุทธาวาส, ๒๕๐๓. (จัดพิมพ์แจกเป็นมุทิตาภัณฑ์เนื่องในงานฉลองสัญญาบัตรพัดยศ พระครูสังวรธรรมโชติ ศึกษา อำเภอกันตัง วัดตรังคภูมิ์พุทธาวาส อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓).
เลขทะเบียน : นพ.บ.611/10 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับ ชื่อชุด : มัดที่ 198 (19-32) ผูก 10 (2568)หัวเรื่อง : สัตตัปปกรณาภิธรรม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.669/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4 x 48 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 214 (174-184) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : วินัยรวม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อแบบฉบับ : กุสราชชาดก (ผูก 2)
ชื่อเรื่อง : กุสราช (ผูก 2)
เลขทะเบียน : ชม.บ.754/2
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : นันทมหาขนาน ปีที่สร้าง : จ.ศ.1084 (พ.ศ. 2265)
จำนวน : 1 คัมภีร์ 2 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 2)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 68 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ล่องชาด ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : นันทมหาขนาน สร้าง จ.ศ.1084 (พ.ศ.2265) ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมศึกษาเรียนรู้และสืบสานพระราชอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลป์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในนิทรรศการพิเศษ ชุด “วรรณกรรมในธีรรัชสมัย”
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นอัจฉริยกษัตริย์ในด้านอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้ว ร้อยกรอง บทละครพูด ละครร้อง ละครรำ โขน ตลอดจนนิทานและบทความ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ ดังที่วรรณคดีสโมสรประกาศยกย่อง เช่น "หัวใจนักรบ" เป็นยอดแห่งบทละครพูด, "พระนลคำหลวง" เป็นหนังสือแต่งดีในกวีนิพนธ์ และ "มัทนะพาธา" เป็นหนังสือแต่งดีในละครพูดคำฉันท์ นอกจากนี้ยังทรงนำวรรณคดีอมตะของต่างประเทศมาทรงแปลเป็นภาษาไทย เช่น เรื่องเวนิส-วานิช ตลอดจนวรรณคดีสันสกฤตของอินเดีย เช่น ศกุนตลา
นิทรรศการเปิดให้ชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. (ปิดวันเสาร์ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ ภายในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก เพจ “มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ ร.๖” https://www.facebook.com/rama6memorial
"พระพุทธรูปไม้อีสาน"
ค้นคว้า/เรียบเรียง
ทิพย์วรรณ วงค์อัสสไพบูลย์
นักโบราณคดีชำนาญการ
กราฟิก ทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์
ปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม
กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
⋯⋯✧⋯⋯✧⋯✦⋯✧⋯⋯✧⋯⋯
สอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถาน
โทร. : 043-242129
E-mail : fad9kk@hotmail.com
Line ID : fad8kk
Tiktok : สำนักศิลปากรขอนแก่น
พื้นที่ในความรับผิดชอบ
ขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร
หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี
#องค์ความรู้ #สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น #กรมศิลปากร
#อีสาน
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเนื่องในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ วันเสาร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับการบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงมหาราช และการแสดงละคร เรื่อง"ไกรทอง ตอนไกรทองปราบชาลวัน" นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ชมการแสดงฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นำเสนอข้อมูล เรื่อง รูปหล่อโลหะ ช้างเนียมทรงเครื่องคเชนทราภรณ์ เทคนิคการหล่อโลหะ หล่อแบบสูญขี้ผึ้ง (Loss wax) โดยใช้แบบหล่ออนุรักษ์(หล่อดินไทย) ดำเนินการโดย กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมกระบวนการรูปหล่อโลหะ ช้างเนียมทรงเครื่องคเชนทราภรณ์ ได้ทางลิ้งก์ https://datasipmu.finearts.go.th/portfolio/117 ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ในระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
“ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร” เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะไทย ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) อาทิ งานช่างปิดทองประดับกระจก การสร้างลวดลายในงานโลหะ การจัดสร้างหุ่นหลวง การเขียนภาพจิตรกรรมไทย การตอกกระดาษตอกฉลุหนัง การแกะแม่พิมพ์หินสบู่ การประดับมุกแบบญี่ปุ่น ฯลฯ และชมผลงานของสำนักช่างสิบหมู่ได้อีกมากมาย ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้งานด้านศิลปกรรม ของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ https://datasipmu.finearts.go.th
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วิหารราย วัดเชิงหวาย : โบราณสถานที่พบใหม่ ณ เมืองกำแพงเพชรวัดเชิงหวาย พิกัด UTM (WGS ๑๙๘๔) ๔๗ Q ๐๕๕๕๗๒๗ E ๑๘๒๔๐๕๓ N ตั้งอยู่ริมถนนที่เลียบคลองชลประทานในเขตท้องที่ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยอยู่นอกเมืองโบราณกำแพงเพชรไปทางเหนือ โบราณสถานสำคัญภายในวัดประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงระฆังก่อด้วยอิฐ วิหารประธานตั้งอยู่ทางตะวันออกของเจดีย์ประธาน และมีกำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบเขตพุทธาวาสเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรสำรวจพบโบราณสถานแห่งใหม่ที่พิกัด UTM (WGS ๑๙๘๔) ๔๗ Q ๐๕๕๕๘๙๘ E ๑๘๒๔๐๕๗ N โดยตั้งอยู่นอกกำแพงแก้วของวัดเชิงหวายมาทางตะวันออกเป็นระยะประมาณ ๑๑๗ เมตร เป็นโบราณสถานยังไม่เคยได้รับการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีมาก่อน อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรจึงได้ดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี (archaeological survey) เพื่อบันทึกข้อมูลสภาพโบราณสถาน มีข้อมูลโดยสังเขปดังนี้สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบ โบราณสถานมีลักษณะเป็นเนินดินสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๒ เมตร ด้านเหนือมีขนาด ๑๓.๖๐ เมตร ด้านตะวันออกมีขนาด ๑๕.๔๐ เมตร ด้านใต้มีขนาด ๑๕.๕๐ เมตร และด้านตะวันตกมีขนาด ๑๕.๕๐ เมตร บริเวณเนินโบราณสถานพบชิ้นส่วนอิฐและชิ้นส่วนกระเบื้องดินเผามุงหลังคาประเภทดินขอกระจายตัวอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีเสาศิลาแลงทรงสี่เหลี่ยมบนเนินโบราณสถานจำนวน ๑๐ ต้น บางต้นปรากฏร่องรอยการสกัดเสาเป็นรูปวงกลมและรอยบากรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๑๘ เซนติเมตร และลึก ๖ เซนติเมตร รอยบากดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับเสาศิลาแลงที่วิหารพระนอน วัดพระนอน ในเขตอรัญญิกของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรบริเวณปลายเนินโบราณสถานด้านตะวันออกพบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ คือ โกลนพระพุทธรูปศิลาแลง มีลักษณะเป็นส่วนพระเพลาของพระพุทธรูปประทับนั่งแบบขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง ๙๑ เซนติเมตร และสูง ๒๘ เซนติเมตรจากการพบร่องรอยโกลนพระพุทธรูปทำให้ระบุได้ว่าเนินโบราณสถานแห่งนี้เป็นอาคารเนื่องในพุทธศาสนาและเป็นส่วนหนึ่งของวัดเชิงหวาย โดยสันนิษฐานว่าเป็นวิหารราย หมายถึง วิหารขนาดเล็กที่สร้างเรียงรายในวัด โดยมีลักษณะเป็นอาคารที่มีเสาศิลาแลงรับรองโครงสร้างหลังคาที่ทำจากไม้และมุงด้วยกระเบื้องดินเผาประเภทดินขอนอกจากนี้ ยังพบร่องรอยของกลุ่มหลักฐานทางโบราณคดีบริเวณโดยรอบวิหารราย วัดเชิงหวาย สามารถจำแนกได้เป็น ๓ จุด ดังนี้- จุดที่ ๑ ด้านตะวันออกของวิหารราย วัดเชิงหวาย มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดกว้างประมาณ ๙.๕๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๖ เมตร สูงจากผิวดินโดยรอบประมาณ ๐.๕ เมตร วางตัวต่อเนื่องมาจากวิหารราย วัดเชิงหวาย มีชิ้นส่วนศิลาแลงกระจายตัวอยู่บนเนิน สันนิษฐานว่าถูกรบกวนมาจากบริเวณยอดเนินของวิหารราย- จุดที่ ๒ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของวิหารราย วัดเชิงหวาย ระยะ ๑๖.๕๐ เมตร มีลักษณะเป็นกลุ่มศิลาแลงกระจายตัว สันนิษฐานว่าถูกรบกวนจากการไถปรับพื้นที่เพื่อทำเกษตรกรรม- จุดที่ ๓ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของวิหารราย วัดเชิงหวาย ระยะห่าง ๒๗ เมตร มีบ่อน้ำรูปวงกลม บริเวณปากบ่อน้ำและภายในก่อสร้างด้วยอิฐหน้าวัว บ่อน้ำมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรอบนอก ๑๑๐ เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางในวงบ่อ ๘๕ เซนติเมตร ลึกประมาณ ๑๔๐ เซนติเมตร สันนิษฐานว่าใช้ในการอุปโภคบริโภคสำหรับพระสงฆ์และฆราวาสในวัดเชิงหวายจากการสำรวจทางโบราณคดีด้วยวิธีการเดินเรียงแถว (transect survey) จากด้านตะวันออกของวัดเชิงหวายถึงด้านตะวันออกของวิหารราย พบตัวอย่างโบราณวัตถุบนผิวดิน (surface finds) ดังนี้ - ชิ้นส่วนปาก เครื่องลายครามจีนสมัยราชวงศ์หมิง เขียนลายพรรณพฤกษาและลายเรขาคณิตในกรอบสี่เหลี่ยม จำนวน ๑ ชิ้น มีขนาดกว้าง ๒.๔ เซนติเมตร ยาว ๓.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๒ เซนติเมตร กำหนดอายุได้พุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒ - ชิ้นส่วนลำตัว เครื่องลายครามจีนสมัยราชวงศ์หมิง จำนวน ๑ ชิ้น มีขนาดกว้าง ๑.๖ เซนติเมตร ยาว ๒.๓ เซนติเมตร หนา ๐.๓ เซนติเมตร กำหนดอายุได้พุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒- ชิ้นส่วนลำตัว เครื่องถ้วยสังคโลก เคลือบสีเขียว ผิวเรียบ ไม่มีการเซาะร่อง จำนวน ๑ ชิ้น มีขนาดกว้าง ๓.๑ เซนติเมตร ยาว ๓.๗ เซนติเมตร หนา ๐.๖ เซนติเมตร เป็นผลิตภัณฑ์จากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย กำหนดอายุได้พุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ - ชิ้นส่วนศิลาแลงจำนวนมาก โดยตัวอย่างศิลาแลงชิ้นสมบูรณ์มีขนาดกว้าง ๒๖.๕ เซนติเมตร ยาว ๔๖.๕ เซนติเมตร หนา ๘ เซนติเมตร- ชิ้นส่วนอิฐดินเผาจำนวนมาก- ชิ้นส่วนกระเบื้องดินเผาประเภทดินขอจำนวนมากจากการสำรวจทางโบราณคดีเบื้องต้น สามารถสันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานที่พบใหม่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดเชิงหวายที่ตั้งอยู่ด้านนอกกำแพงแก้ว ทางตะวันออกของวัดเชิงหวาย มีหน้าที่การใช้งานเป็นวิหารราย ซึ่งเป็นอาคารเนื่องในพุทธศาสนา เนื่องจากพบโกลนพระพุทธรูปบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ โบราณสถานภายในวัดเชิงหวาย ได้แก่ เจดีย์ประธาน วิหารประธาน กำแพงแก้ว และวิหารราย ยังไม่ได้ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี ขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน จึงใช้โบราณวัตถุที่พบบนผิวดินในการกำหนดอายุสมัยเบื้องต้น สันนิษฐานว่ามีอายุร่วมสมัยกับโบราณสถานแห่งอื่นในเมืองโบราณกำแพงเพชร คือ ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ตรงกับสมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยาเอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร. ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ : สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๐.กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และสว่าง เลิศฤทธิ์. ศิลปะเครื่องถ้วยในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : โอสถสภา, ๒๕๓๙.