ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,450 รายการ

          หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมละครโทรทัศน์ ย้อนวันวานละครไทยในอดีต ในวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 นี้ รับชมละครโทรทัศน์ ปากกาทอง ตอน “น้ำตาแม่” บทประพันธ์ โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ (รับจำนวนจำกัด 100 ที่นั่ง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand



ชื่อแบบฉบับ : ตำนานพระเจ้าตนหลวง (ผูก 1) ชื่อเรื่อง : ตำนานพระพุทธรูปเจ้าตนหลวงเมืองพะเยา (ผูก 1) เลขทะเบียน : ชม.บ.319/1  ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ              ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                  ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1  คัมภีร์  1 ผูก     จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด      จำนวนหน้า :  26 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา           ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา          เส้น : จาร ฉบับ : ล่องชาด                  ไม้ประกับ : ไม่มี                  ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : ได้มาจากวัดม่วง  ต.ปง  อ.ปง จ.พะเยา  เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.714/1คห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 226 (303-316) ผูก 1ค (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ตำรายา (ผูก 1ค) ชื่อเรื่อง : ตำรายาแก้เลือด, ลม, ฝี เป็นต้น (ผูก 1ค) เลขทะเบียน : ชม.บ.3917/1ค ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                        ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                   ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1 คัมภีร์  10 ผูก  (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ฌ)         จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด             จำนวนหน้า : 84 หน้า อักษร : ไทย                               ภาษา : ไทย                           เส้น : จาร ฉบับ : ลานดิบ                            ไม้ประกับ : ไม่มี                      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : ได้มาจากวัดสันผักแค  ต.ม่วงคำ  อ.พาน จ.เชียงราย  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


เลขทะเบียน  นม.บ.1993/1


        หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมละครโทรทัศน์ ย้อนวันวานละครไทยในอดีต ในวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 นี้ รับชมละครโทรทัศน์ ปากกาทอง ตอน “เสน่ห์นาง” บทประพันธ์ โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ (รับจำนวนจำกัด 100 ที่นั่ง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand



        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ ในงานเเผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 13 - 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.30 - 16.30 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี พบกับนิทรรศการ "เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช", นิทรรศการ "ขีดเส้นใต้พระนารายณ์ราชนิเวศน์", นิทรรศการ "King Narai Museum Special Exhibition ว่าด้วยเรื่องระบบประปาเมืองลพบุรี", นิทรรศการพิเศษจาก "พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมงานพลาดความรู้ดี ๆ จึงจัดกิจกรรมนำชมพิเศษ 10 วัน วันละ 1 รอบเท่านั้น รับจำนวนจำกัด ภาษาไทย 30 คน ภาษาอังกฤษ 30 คน เริ่มลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ จนกว่าจะเต็ม โดยสามารถแสกนคิวอาร์โค้ดในภาพ หรือกดลิงก์นี้  https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe8OIZvHbgLPlevu_tVf6P2aEW7_Az_oUIqB_pZUxbDAwFFVA/viewform สอบถามเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ : King Narai National Museum


          สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเนื่องในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ วันอังคารที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ  เวทีกลางแจ้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร พบกับการบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้แข็งโหมโรงเพลงขวัญเมือง และการแสดงละครพันทาง เรื่องพญาผานอง ตอนเสียเมือง - รักสามเส้า นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์  พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์  ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ชมการแสดงฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒


อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ เรื่อง "บัวปากระฆัง"เจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัย ประกอบด้วย ชุดฐาน ต่อด้วยชั้นบัวถลา ๓ ชั้น เหนือชั้นบัวถลาเป็นบัวปากระฆังที่รองรับองค์ระฆัง ส่วนยอดเป็นบัลลังก์ ก้านฉัตร ปล้องไฉน และปลียอด ตามลำดับ เดิมเชื่อว่าได้รับอิทธิมาจากลังกาโดยตรง แต่หากพิจารณาทางด้านศิลปะแล้ว จะเห็นได้ว่ามีศิลปะจากที่อื่นผสมผสานอยู่ด้วย อาทิ การประดับบัวปากระฆัง ซึ่งบัวปากระฆัง คือ ส่วนรองรับองค์ระฆัง มีลักษณะเป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย รูปดอกบัวบานรองรับองค์ระฆัง โดยองค์ประกอบชนิดนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะพุกาม ที่ได้รับมาจากศิลปะปาละของอินเดียอีกต่อหนึ่ง ลวดลายทั่วไปของบัวปากระฆังในศิลปะปาละและศิลปะพุกาม เป็นกลีบบัวคว่ำ – บัวหงาย ที่มีปลายกลีบแหลม และมีขอบของกลีบบัวเป็นสองชั้นการประดับลวดลายบัวปากระฆังเป็นรูปบัวคว่ำ - บัวหงาย เกิดขึ้นในศิลปะปาละ ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างยิ่งในศิลปะพุกาม ซึ่งบัวปากระฆังปรากฏเป็นครั้งแรกที่เจดีย์จำลองสลักหินที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นศิลปะปาละและมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ โดยอิทธิพลปาละที่เข้าสู่พุกามมีผลต่อรูปแบบงานศิลปกรรม เช่น การประดับบัวปากระฆังที่ปรากฏในเจดีย์พุกามบางองค์ ได้แก่ เจดีย์เสียนเยทนยิมา เป็นต้นอิทธิพลของศิลปะพุกามได้แพร่หลายมายังดินแดนล้านนา รวมถึงเมืองศรีสัชนาลัยที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับล้านนา ทำให้ได้รับศิลปะพุกามผ่านทางล้านนาด้วยเช่นกัน ซึ่งการประดับบัวปากระฆังหรือบัวปาละในสถาปัตยกรรมนั้นยังพบความนิยมในกลุ่มลวดลายปูนปั้นประดับองค์ระฆังในเมืองศรีสัชนาลัยเป็นจำนวนมาก อาทิ วัดช้างล้อม วัดเขาสุวรรณคีรี วัดสวนสัก และวัดชมชื่น เป็นต้นเอกสารอ้างอิงเชษฐ์ ติงสัญชลี. เจดีย์ในศิลปะพม่า-มอญ: พัฒนาการทางรูปแบบตั้งแต่ศิลปะศรีเกษตรถึงศิลปะมัณฑะเล. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๕๕.ณหฤทัย เพ็งแก้ว. การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบลายปูนปั้นศิลปะอมรปุระ-มัณฑะเลย์ของพม่าที่ส่งอิทธิพลต่องานประดับองค์เจดีย์จากกลุ่มตัวอย่างในจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ศิลปากร, ๒๕๖๐.สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์ เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๒. 


“คูเมืองมีห่าน พิพิธภัณฑ์มีหงส์ มาถึงเชียงใหม่ ต้องแวะมาดูให้ครบ!”ช่วงนี้ใครผ่านคูเมืองเชียงใหม่ คงได้เห็น “ห่านน้อยใหญ่”  ว่ายน้ำเพลินๆ กันเต็มไปหมดนอกจากจะน่ารักแล้ว…ห่านเหล่านี้ยังช่วยบำบัดน้ำเสีย และกำจัดวัชพืชในคูเมืองด้วยนะครับ แต่รู้ไหมว่า…ไม่ใช่แค่คูเมืองที่มีสัตว์น้ำให้ชมภายใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ยังมี โบราณวัตถุรูปหงส์และเป็ด ที่สะท้อนคติความเชื่อและงานศิลป์เก่าแก่ของชาวล้านนา  ห่านคูเมืองอาจทำให้ใจสดชื่น แต่หงส์โบราณในพิพิธภัณฑ์ จะพาเราไปสัมผัสเสน่ห์ของศิลปะและเรื่องราวในอดีต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ–อาทิตย์**ใครไปคูเมืองตามหาห่าน…แวะมาตามหาหงส์ในพิพิธภัณฑ์ด้วยนะครับ#ห่านคูเมือง #หงส์พิพิธภัณฑ์ #เที่ยวเชียงใหม่ cr.ภาพ background จากเพจ เชียงใหม่ CM108 ข่าวเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


เลขทะเบียน 0900


เลขทะเบียน 0911


เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งเวียนมาบรรจบครบ ๒๑๒ ปี ในวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ คนไทยทุกคนต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ทรงทุ่มเทประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถเป็นอเนกประการในการรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นสืบมาจนถึงทุกวันนี้                      สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ๒๓๔๖) ทรงดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) พระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ๒๓๕๒) มีพระนามเดิมว่า บุญมา เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประสูติในสมัยอยุธยา ตรงกับรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน๑๑ ขึ้นค่ำ ๑ ปีกุน พ.ศ.๒๒๘๖ ต่อมาในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวสุริยามรินทร์ ทรงรับราชการตำแหน่ง   นายสุดจินดา มหาดเล็กหุ้มแพร ครั้นกรุงเก่าเสียแก่พม่าแล้ว ก็เสด็จหลบหนีออกไปอาศัยอยู่ ณ เมืองชลบุรี จนทรงทราบว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ขณะทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการ ผู้สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชร หรือที่นิยมขานพระนามกันทั่วไปว่า พระยาตาก หรือ เจ้าตาก) เสด็จไปรวบรวมกำลังตั้งอยู่เมืองจันทบุรีแล้ว นายสุดจินดาจึงตัดสินใจพาพรรคพวกตีฝ่าวงล้อมของพม่าเดินทางไปสมัครรับราชการ ด้วยเหตุที่ทรงคุ้นเคยกันมาแต่เมื่อรับราชการครั้งกรุงเก่า                      ต่อมาภายหลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และมีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกใน พ.ศ. ๒๓๑๑  แล้ว ทรงปูนบำเหน็จรางวัลแก่บรรดาแม่ทัพนายกอง          ในการนี้ โปรดเกล้าฯเลื่อนนายสุดจินดาเป็นที่พระมหามนตรี เจ้ากรมพระตำรวจ ด้วยมีความเข้มแข็งในการรบจนเป็นที่ปรากฏ และทรงได้รับบรรดาศักดิ์เลื่อนขึ้นเป็นพระยาอนุชิตราชา และพระยายมราช ตามลำดับ  ต่อมาเมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จขึ้นไปปราบเจ้าพระฝางเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ โปรดเกล้าฯให้คุมทัพบกยกกำลังไปทางตะวันออกก่อนทัพหลวง  ครั้นปราบเจ้าพระฝางแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้พระยายมราชเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณวาธิราชครองเมืองพิษณุโลก โปรดให้บังคับบัญชาป้องกัน พระราชอาณาจักรอยู่ทางฝ่ายเหนือนับแต่นั้นมา พระเดชานุภาพเลื่องลือมากจนได้รับพระนามว่า “พระยาเสือ” ในครั้งนั้น                      ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระเชษฐาธิราชเสด็จปราบดาภิเษกเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์  จึงได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราชเป็นพระมหาอุปราช  กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ (ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖  ทรงเฉลิมพระนามพระอัฐิว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) ครั้งนั้นยังมีศึกสงครามอยู่ เพราะพม่าเห็นไทยตั้งตัวเป็นปึกแผ่นขึ้นอีก สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงเป็นกำลังสำคัญช่วยสมเด็จพระเชษฐาธิราชในการป้องกันพระราชอาณาจักรและปราบปรามอริราชศัตรูมาตลอดมา                      นอกจากพระราชกรณียกิจสำคัญในการป้องกันประเทศแล้ว พระองค์ยังเป็นกำลังหลักในการสร้างพระนครให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงและเป็นสง่าเชิดชูพระเกียรติแห่งพระราชวงศ์ กล่าวคือ ทรงสร้างพระราชวังบวรสถานมงคล ป้อม ประตูยอด  สะพาน วังเจ้านาย บ้านรับแขกเมืองและบ้านข้าราชการหลายแห่ง ทรงสร้างโรงเรือถวายเป็นส่วนของพระบรมมหาราชวัง  รวมทั้งพระราชวังบวรสถานมงคลทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนทรงบำรุงพระบวรพุทธศาสนาโดยการสถาปนาพระอารามต่าง ๆ อาทิ วัดมหาธาตุวัดชนะสงคราม   วัดโบสถ์   วัดบางลำพู   วัดสมอแครง   วัดส้มเกลี้ยง   และทรงบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามเก่า คือ วัดสำเพ็ง   วัดปทุมคงคา  วัดครุฑ  วัดสุวรรณคีรี   วัดสุวรรณดาราราม   และทรงช่วยสมทบทำหอมณเฑียรธรรมในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  วิหารคดวัดพระเชตุพน ตลอดจนทรงสร้างอาคารต่าง ๆ ที่ใช้ในงานศพด้วยถาวรวัตถุที่วัดสุวรรณาราม                      สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทประชวรพระโรคนิ่ว เมื่อครั้งเสด็จยกทัพขึ้นไปช่วยเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๕ พระอาการมาก ต้องพักรักษาพระองค์อยู่ที่เมืองเถิน เมื่อเสร็จราชการศึก พระโรคคลายแล้ว จึงเสด็จยกกองทัพกลับลงมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๖ ต่อมาพระโรคกำเริบขึ้น เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๒ แรม ๔ ค่ำ ปีกุน เบญจศก ตรงกับวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๔๖ พระชนมายุ ๖๐ พรรษา สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระราชโอรสธิดา รวม ๔๓ พระองค์                  ทั้งนี้ กรมศิลปากร กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ในวันอังคารที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


black ribbon.