ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,253 รายการ

หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          ธรรมเทศนา                                    อานิสงส์ประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    12 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม  ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534  



เลขทะเบียน : นพ.บ.11/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  52 หน้า  ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 7 (74-82) ผูก 3หัวเรื่อง : จูฬวคฺคปาลิ--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อผู้แต่ง        วิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) พระยาและสวัสดิ์คีรีศรีสมันตราษฎร์นายก (เย็น สุวรรณปทม),พระยา ชื่อเรื่อง         พงศวดารเมืองสงขลา ครั้งที่พิมพ์     พิมพ์ครั้งที่ 9 สถานที่พิมพ์   นครหลวงกรุงเทพธนบุรี สำนักพิมพ์     โรงพิมพ์สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ปีที่พิมพ์        2515   จำนวนหน้า     71 หน้า หมายเหตุ      จัดพิมพ์เนื่องในโอกาศทำบุญฉลองอายุ ๘๐ ปี นางทำนุ ประชากิจ (เชี้ยว ลิมปิษเฐียร)                    พงศวดารเมืองสงขลา ภาคที่ ๑ เรียบเรียงโดยพระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) ตั้งแต่สมัยเมืองสงขลา สมัยเจ้าเมืองสงขลาการตระกูล ณ สงขลา ภาคที่ ๑ ถึงสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) เจ้าเมืองตระกูล ณ สงขลา ลำดับที่ ๔ .  ภาคที่ ๒ พระยาสวัสดิ์คีรีศรีสมันตราษฎร์นายก (เย็น สุวรรณปทม) เรียบเรียงต่อในสมัยพระยาวิเชียรคีรี (บุญสัง) เจ้าเมืองตระกูล ณ สงขลา ลำดับที่ ๕ จนถึงสมัยพระยาวิเชียรคีรี (ชม) เจ้าเมืองตระกูล ณ สงขลา คนที่    ๘พงศารวดารฉบับนี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองสงขลาในสมัยตระกูล ณ สงขลา เป็นเจ้าเมืองและประวัติตระกูล ณ สงขลา


ชื่อผู้แต่ง        :  -ชื่อเรื่อง         :   พุทธเจดีย์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างครั้งที่พิมพ์      :  พิมพ์ครั้งที่สองสถานที่พิมพ์    :   กรุงเทพมหานครสำนักพิมพ์      :   โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัยปีที่พิมพ์         :   ๒๕๑๙จำนวนหน้า     :   ๑๖๘ หน้าหมายเหตุ        :  พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายทองหล่อ  ทองบุญรอด ณ เมรุวัดพุทธโคดม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  วันที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙                     หนังสือเรื่องพุทธเจดีย์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างนี้ ได้คัดมาจากเรื่องตำนานวัตถุสถานต่างๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาและราชบัณฑิตยสภา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จัดการหอพระสมุดฯ ในเวลานั้น ได้เรียบเรียงขึ้นไว้เป็น ๒ ภาคด้วยกัน คือ ตำนานวัตถุสถาน  พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง และตำนานวัตถุสถาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง เป็นหนังสือที่ให้ความรู้แก่ผู้อ่านอย่างกว้างขวาง เนื่องจากวัตถุสถานต่างๆ เช่นวัด พระราชวัง และสถานที่สำคัญอื่นๆ ส่วนใหญ่สร้างขึ้นใน ๒ รัชกาลนี้


 ชื่อผู้แต่ง          หอสมุดแห่งชาติ   ชื่อเรื่อง           จักวาฬทีปนี   ครั้งที่พิมพ์        -   สถานที่พิมพ์      กรุงเทพมหานคร   สำนักพิมพ์        หจก.เซ็นทรัลเอ็กเพรสศึกษาการพิมพ์    ปีที่พิมพ์          พ.ศ. 2523                 จำนวนหน้า 526 หน้า   หมายเหตุ         -                                                       วัตถุประสงค์ของการจัดพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ มี ๓ ประการ คือ   ๑. เพื่อให้มีคัมภีร์จักกวาฬทีปนี อักษรไทย สำหรับใช้ศึกษาค้นคว้าประการหนึ่ง   ๒. ให้มีหนังสือประเภทโลกศาสตร์เพื่อเผยแพร่และศึกษาแนวความคิดเรื่องโลกตามแนว   ศาสนาเพิ่มขึ้นประการหนึ่ง   ๓. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาและผู้สนใจค้นคว้าศึกษาวิชาประเภทวรรณคดีบาลี   อีกประการหนึ่ง


           รวบรวมภาพ พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร ในขณะครองราชย์ ดำรงพระอิสริยยศเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ บรมนารถบพิตร รัชกาลที่ 9 ประจำปี พ.ศ. 2545          ผู้แต่ง                   สำนักงานเสิมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล          โรงพิมพ์                เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป         ปีที่พิมพ์                2545         ภาษา                    ไทย - อังกฤษ          รูปแบบ                 pdf           เลขทะเบียน          หช.จบ. 045 จบ (ร) (194)


          วัดท่าเรือ (ร้าง) ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์การ้อง ๕ ตําบลช่องสะแก อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีปัจจุบัน มีสภาพเป็นพื้นที่โล่งไม่มีโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างใด ๆ หลงเหลือ ด้านประวัติที่มาไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด ใครเป็นผู้สร้างรวมถึงถูกทิ้งร้างตั้งแต่เมื่อใด //จากการสอบถามคุณลุงวันชัย สีรุ้ง เจ้าของพื้นที่คนปัจจุบัน ทําให้ทราบว่าแต่เดิมบริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้มีเพียงเจดีย์ที่มีความเสียหายมาก คล้ายกับวัดทุ่งเสือข้าม และเนื่องจากไม่ได้รับการบูรณะจึงมีการเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนมีสภาพดังที่เห็นในปัจจุบัน           ที่ตั้งของวัดท่าเรือ ตั้งอยู่บริเวณแถบชานเมืองฝั่งตะวันออกของทางรถไฟในปัจจุบัน บริเวณพื้นที่ของวัดทางทิศใต้ติดกับถนนโพธิ์การ้อง๕ ฝั่งตรงข้ามของถนนมีลําคลองขนาดเล็กจากวัดโคกหม้อไหลผ่าน ถัดลงไปทางทิศใต้ประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของวัดโคกหม้อ เนื่องจากบริเวณทิศใต้ของพื้นที่มีลําคลองไหลผ่าน ประกอบกับชื่อวัดคือ วัดท่าเรือ ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากความนิยมการตั้งชื่อสถานที่ตามลักษณะโดดเด่นทางภูมิศาสตร์ของคนในสมัยก่อนเพื่อง่ายแก่การจดจํา จึงสันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้อาจจะเคยเป็นพื้นที่ติดต่อขนส่งสินค้าทางเรือกับชุมชนอื่น ส่วนด้านทิศตะวันตกห่างไปประมาณ ๑ กิโลเมตร คือแนวเขตกําแพงเมืองเก่า ปัจจุบันสร้างเป็นถนน ชาวบ้านนิยมเรียกว่า ถนนสูง           แผนผังเนื่องจากพบเพียงเศษอิฐ เศษกระเบื้องดินเผา และ เศษภาชนะดินเผา ที่อยู่กระจัดกระจายทั่วบริเวณ จึงทําให้ไม่สามารถระบุตําแหน่งที่ตั้งของโบราณสถานได้อย่างชัดเจน แต่สามารถศึกษารายละเอียดโบราณวัตถุต่างๆที่พบได้แก่ อิฐ พบทั้งอิฐลักษณะสมบูรณ์ ขนาดประมาณ ๑๓ x ๑๘ x ๖ เซนติเมตร และเศษอิฐ กระจายตัวทั่ว บริเวณพื้นที่รวมถึงด้านข้างของลําคลองเนื้อวัสดุทําจากดินเผาผสมฟางข้าว มีสีส้มอมแดงจากการพบอิฐที่มีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบัน ทั้งยังมีการผสมฟางข้าวลงไปในเนื้อดิน แสดงความเป็นลักษณะเฉพาะตัวของอิฐในศิลปะสมัยอยุธยา จึงสันนิษฐานว่าตัวสถาปัตยกรรมก่อนหน้านี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะอยุธยา           เศษกระเบื้องดินเผา พบเศษกระเบื้องดินเผาบริเวณใกล้แนวพุ่มไม้ โดยสามารถแยกได้เป็นกระเบื้องกาบูตัวผู้และกระเบื้องกาบูตัวเมีย เนื้อวัสดุทําจากดินเผา มีสีส้ม จากการพบเศษกระเบื้องดินเผา จึงสันนิษฐานว่าเดิมพื้นที่ตรงนี้น่าจะมีอาคารหลังคาคลุมอย่างแน่นอน และด้วยรูปแบบลักษณะของกระเบื้องมีความเด่นชัดว่าเป็นกระเบื้องกาบู จึงสันนิษฐานต่อว่า อาคารหลังคาคลุมดังกล่าวน่าจะเป็นอุโบสถหรือวิหาร เพราะเป็นความนิยมของงานสถาปัตยกรรมไทยที่นิยมใช้กระเบื้องกาบูในการประดับชั้นหลังคา           เศษภาชนะดินเผา พบบริเวณใกล้แนวพุ่มไม้เช่นเดียวกับเศษกระเบื้องดินเผา ส่วนมากเป็นชิ้นส่วนของลําตัว เนื้อวัสดุทําจากดินเผา มีสีส้ม ขึ้นรูปโดยการใช้นิ้วมือ มีการตกแต่งเป็นลวดลายเชือกทาบ และการขูดขีดเป็นลวดลาย จากการพบเศษภาชนะดินเผาที่มีลายเชือกทาบ ซึ่งเป็นลวดลายที่มีปรากฏตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในวัฒนธรรมบ้านเชียง โดยมีระยะห่างกันทั้งช่วงเวลาและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ จึงสันนิษฐานว่าพื้นที่แห่งนี้อาจมีการผสมผสานหรือการส่งต่อวัฒนธรรมจากพื้นที่อื่นเข้ามา ภาพที่ 1 พื้นที่บริเวณวัดท่าเรือในปัจจุบัน ภาพที่ 2 เศษกระเบื้องดินเผา และเศษภาชนะดินเผาที่กระจายตัวทั่วบริเวณ ภาพที่ 3 เศษอิฐ ที่พบในบริเวณวัดท่าเรือ ภาพที่ 4 เศษภาชนะดิน ภาพที่ 5 เศษกระเบื้องดินเผา ผู้เรียบเรียงข้อมูล : นายณัฐพล ชัยมั่น ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ที่มาข้อมูล: นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ, 2558. รายงานการสำรวจโบราณสถานและศาสนสถานภายในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี. จังหวัดเพชรบุรี : คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. บุญมี พิบูลย์สมบัติ, 2559. “วัดร้าง จากเส้นทางไปวัดพระรูป.” ที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์พัดยศ พระพิพิธพัชโรดม : 118-151.


กรมศิลปากร.  ตำนานพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช กลอนสวด.  พระนคร : กรมศิลปากร, 2504.         หนังสือตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราช ฉบับกลอนสวดนี้ กล่าวถึงตำนานของพระมหาธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ชาวนครศรีธรรมราช นิยมอ่านกันในวัดในวันพระ หรือวันอุโบสถ



ชื่อเรื่อง : สุภาษิตสามอย่าง ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2502 สถานที่พิมพ์ พระนคร สำนักพิมพ์ : บุญส่งการพิมพ์ จำนวนหน้า : 124 หน้า สาระสังเขป : หนังสือสุภาษิตสามอย่างแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. สวัสดิรักษา เป็นคำสอนชายไทย เรื่องแนวทางประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติทั้งต่อตนเองและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แนวทางปฏิบัติทุกประการล้วนมุ่งรักษา “สิริ” อันจะทำให้เกิดสวัสดิมงคลแก่ตนเอง เพื่อให้ประสบแต่สิ่งดีงามและส่งผลสู่เชื้อสายวงศ์ตระกูล 2. สุภาษิตสอนเด็ก เป็นกลอนคำสอนเด็ก ให้คบคนดีไม่คบคนชั่ว สอนเรื่องการแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่น และให้ประหยัดอดออม เป็นต้น 3. สุภาษิตสอนหญิง เป็นคำสอนสำหรับสตรี มีทั้งข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ ในเรื่องของการวางตัว กิริยามารยาท การพูดจา การเลือกคู่ครอง ความซื่อสัตย์ต่อสามี การดูแลบ้านเรือน เป็นต้น


THAI CULTURE, NEW SERIES No. 17 AN APPRECIATION OF SUKHOTHAI ART BY PROFESSOR SILPA BHIRASRI PUBLISHED BY THE FINE ARTS DEPARTMENT BANGKOK, THAILAND B.E.


ชื่อผู้แต่ง        สงวน เสถียรทิพย์และเทพ ชาญนรงค์ ชื่อเรื่อง         หนังสือเรื่องการทอดกฐินได้บุญอย่างไร ครั้งที่พิมพ์     - สถานที่พิมพ์   พระนคร สำนักพิมพ์     โรงพิมพ์พิรัยกิจ ปีที่พิมพ์        2492      จำนวนหน้า    42   หน้า หมายเหตุ       พิมพ์ในทอดกฐิน ณ วัดหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา                   หนังสือเรื่องการทอดกฐินได้บุญอย่างไรของคณะกฐินเหิรฟ้าสามัคคีในครั้งนี้เป็นการนำเรื่องของบทความที่จัดการประกวดบทความเรื่องการทอดกฐินได้บุญอย่างไร โดยนำผลงานของนายสงวน เสถียรทิพย์ ซึ่งได้รับชนะเลิศแห่งคณะยุวพุทธิกะและของนายเทพ ชาญนรงค์ รองชนะเลิศ รวม 2 บทความ


บรรณานุกรม                                         หนังสือหายาก ชื่อหนังสือ  จดหมายเหตุระยะทาง เสด็จประพาส ร.5 เสด็จประพาส ร.5 เสด็จประพาสไทรโยคครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2413


ชื่อเรื่อง                     วารสารวิสามัญศึกษา  ปีที่ 7 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2513 ผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   รวมเรื่องทั่วไปเลขหมู่                      089.95911 ว781วสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์คุรุสภาพระสุเมรุปีที่พิมพ์                    2513ลักษณะวัสดุ               40 หน้า หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา--บทสวดมนต์ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก       วารสารวิสามัญศึกษา เป็นวารสารรวบรวมเรื่องราวบทความต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษา ครูอาจารย์ โรงเรียน ฯลฯ


black ribbon.