ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,517 รายการ
ชื่อเรื่อง นิไสอิติปิโส (นิไสอิติปิโส) สพ.บ. 414/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 48 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.6 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์ภาษา บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
โบราณวัตถุทั้ง ๑๓ ชิ้นที่ต้องห้ามพลาด เมื่อมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ได้แก่ ๑. งาช้างดำ เป็นโบราณวัตถุคู่บ้าน คู่เมืองน่าน ที่อยู่คู่กับหอคำหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน มาจนถึงปัจจุบัน ๒. อาณาจักรหลักคำ หรือ กฎหมายเมืองน่าน เขียนขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๓๙๖ โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๖๒ เพื่อใช้เป็นกฎหมายเฉพาะของเมืองน่าน และเมืองต่างๆ ที่ขึ้นกับเมืองน่าน ๓. พระสุพรรณบัฏ จารึกพระนามเพื่อเลื่อนฐานันดรศักดิ์ เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๖๓ ผู้สร้างหอคำหรือคุ้มหลวงเมืองน่าน ๔. ตราประทับรูปโคอุสุภราช ทำจากงาช้าง ใช้เป็นตราเมือง สำหรับประทับในหนังสือกราบบังคมทูลถวายรายงานและหนังสือราชการงานเมืองต่างๆ ๕. ศิลาจารึกหลักที่ ๖๔ จากวัดพระธาตุช้างค้ำฯ กล่าวถึงการกระทำสัตย์สาบานเป็นมิตรไมตรีต่อกันระหว่างเจ้าผู้ครองนครน่านและกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ๖. ศิลาจารึกหลักที่ ๗๔ กล่าวถึงการบูรณะซ่อมแซมวัดหลวงกลางเวียงหรือวัดพระธาตุช้างค้ำฯ โดยพญาพลเทพฤาชัย ๗. พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ศิลปะอยุธยา อายุราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ได้จากโบสถ์วัดท่าปลา บริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ๘. พระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืน ศิลปะล้านนา อายุราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๒๔ ทำด้วยไม้ ลงรักปิดทอง จากวัดบุญยืน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน สันนิษฐานว่าเจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๕๗ คงให้สร้างขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกับวิหารวัดบุญยืน๙. หีบพระธรรม จากวัดบุญยืน อำเภอเวียงสา ทำจากไม้ลงรักปิดทอง สลักภาพนูนต่ำเรื่องพระเจ้าสิริจุฑามณี มีจารึกระบุว่าพระเถระชื่อทิพพาลังการ และเจ้าผู้ครองนครน่าน (เจ้าอัตถวรปัญโญ) ให้สร้างขึ้นเมื่อ จ.ศ. ๑๑๕๗ หรือ พ.ศ. ๒๓๓๘ ๑๐. ปัญจรูป สัตว์ในความเชื่อของพม่า มีลักษณะเป็นสัตว์ผสม ๕ ชนิด ได้แก่ มีหัวเป็นสิงห์ มีงวงและงาเป็นช้าง มีขาและเขาเป็นกวาง มีปีกเป็นหงส์ มีลำตัวและหางเป็นปลา บ้างก็ว่าลำตัวเป็นพญานาค ๑๑. หน้ากากฝาโลงไม้ สมัยก่อนประวัติศาสตร์มีลักษณะพิเศษของส่วนฝาโลง ซึ่งแกะสลักเป็นรูปนูนต่ำคล้ายคนหรือสัตว์ ไม่เคยพบที่ใดมาก่อนในประเทศไทย ได้จากถ้ำผาเวียง ๓ หรือถ้ำหีบ ตำบลส้าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ๑๒. กลองมโหระทึก สำริด อายุประมาณ ๒,๐๐๐ - ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว พบจำนวน ๒ ใบ ที่บ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ๑๓. ซิ่นลายน้ำไหล มีลักษณะลวดลาย ที่จำลองภาพของสายน้ำหรือคลื่นน้ำ ซึ่งมีลักษณะเคลื่อนไหวและมีชีวิตชีวา เป็นเอกลักษณ์ของผ้าซิ่นเมืองน่านรูปแบบหนึ่ง--------------------------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน https://www.facebook.com/1116844555110984/posts/3557601037701978/
สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ปัจจุบันจัดแสดงใน พระตำหนักแดง
โคมหวด เครื่องตามประทีป ประเภท ตะเกียง มีที่ห่อหุ้มดวงไฟแต่แสงสว่างสามารถลอดออกมาได้ ดวงโคมทำจากแก้วทรงกระบอกก้นมนคล้ายหวดดินเผา ที่ใช้สำหรับนึ่งอาหาร ปากโคมเลี่ยมด้วยโลหะ มีปลอกรัดใต้ขอบปากติดขอแขวนสายโซ่สามเส้น โยงขึ้นไปรวมกันติดห่วงตอนบนใต้ฝาบังไอความร้อนขึ้นไปรมเพดาน ซึ่งอาจทำให้ลุกไหม้เป็นอันตราย ฝามีลักษณะคล้ายฝาละมี โคมหวด ปัจจุบันพบเห็นได้ไม่ยาก มักแขวนในพระอุโบสถ พระวิหาร หรืออาคารโบราณสถาน โคมหวดใบนี้มีความพิเศษ คือ เป็นแก้วสีเขียว และแกะลายเถาดอกไม้ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นแก้วใสเกลี้ยงๆ
ชื่อเรื่อง อสีติมหาสาวกนิพฺพาน (พระอสีติมหาสาวกนิพพาน)
สพ.บ. 265/2ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 72 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง พุทธสาวก--ชีวประวัติ สงฆ์--ชีวประวัติ
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ชื่อผลงาน: ภาพร่างต้นแบบจิตรกรรมฝาผนัง เวสสันดรชาดก วัดราชาธิวาส
ศิลปิน: สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (พ.ศ. 2406 - 2490) และคาร์โล ริโกลี ศิลปินอิตาลี (พ.ศ. 2426 - 2505)
เทคนิค: จิตรกรรมสีฝุ่นบนแผ่นไม้
ขนาด: กว้าง 100 ซม. สูง 70.5 ซม.
อายุสมัย: รัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 6
รายละเอียดเพิ่มเติม: หนึ่งในงานศิลปกรรมสำคัญชิ้นประวัติศาสตร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่าง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ได้รับการยกยกว่า “สมเด็จครู” และ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” กับ คาร์โล ริโกลี จิตรกรมีชื่อชาวอิตาลี ซึ่งทางราชสำนักว่าจ้างให้เข้ามาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ในเทคนิคปูนเปียกแบบตะวันตก ประดับภายในพระอุโบสถวัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร
Title: mural sketch for a fresco in Uposot (ordination hall) of Wat Rachatiwat, depicted a scene from Vessantara Jataka
Artist: HRH Prince Narisara Nuvadtivongs (1863 - 1947) & Carlo Rigoli (1883 - 1962)
Technique: tempera on wooden panel
Size: 100 × 70.5 cm.
Period: Rattanakosin era, first quarter of 20th Century, some years in the reign of King Vijiravudh (Rama VI)
Detail: One of our important pieces of art which is an evidence of a significant collaboration between HRH Prince Narisara Nuvadtivongs whom the public praised as “Nai-Chang Yai” (the great artisan) of Rattanakosin era, and Carlo Rigoli (Italian painter) whom Siamese court commissioned to paint fresco as a decoration in Uposot (ordination hall) of Wat Rachatiwat, Bangkok.
ประเพณียี่เป็ง ตรงกับวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ (เดือนสิบสองของภาคกลาง) หนึ่งในประเพณีสิบสองเดือนของล้านนา เป็นวันพระและวันสุดท้ายของการทอดกฐิน หรือครบ ๓๐ วันหลังวันออกพรรษา ประเพณียี่เป็งเป็นประเพณีที่ผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาและวิถีชีวิตของชาวล้านนาก่อนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ชาวล้านนาจะเตรียมอาหารทำบุญ ดอกไม้ธูปเทียน สำหรับไปวัดและทานขันข้าว แขวนโคมประดับประดาบ้านเรือน ทำซุ้มประตูป่า เพื่อเป็นเครื่องสักการะถวายการต้อนรับพระเวสสันดรครั้งเสด็จออกจากป่าเข้าสู่เมืองเมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ช่วงเช้า ชาวล้านนาจะเข้าวัด ใส่บาตร ฟังเทศน์ ทานขันข้าวบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ปล่อยโคมควัน สำหรับในช่วงกลางคืน จะเข้าวัดอีกครั้ง เพื่อนำผางประทีปไปจุดที่วัด แล้วกลับมาจุดผางประทีปบริเวณต่าง ๆ ในบ้าน เพื่อบูชาพระเจ้าห้าพระองค์และรำลึกถึงบุญคุณของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว มีการเล่นดอกไม้ไฟบนฝั่งแม่น้ำหรือที่บ้าน และปล่อยโคมไฟ ถือเป็นประเพณีสนุกสนานรื่นเริงของชาวล้านนา ต่อมา ได้มีการนำวัฒนธรรมการลอยกระทงผนวกเข้าไปในประเพณียี่เป็งด้วยในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาจัดตั้งสำนักงานที่จังหวัดเชียงใหม่และสนับสนุนให้ประเพณียี่เป็งเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยส่งเสริมการลอยกระทงแบบกรุงเทพฯ ที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างจริงจังและร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ มีการจัดประกวดขบวนกระทงเล็ก ขบวนกระทงใหญ่ รวมทั้งการจัดประกวดขบวนโคมยี่เป็งของสมาคมผู้ประกอบการย่านไนท์บาร์ซาร่วมด้วยอีกหนึ่งวันผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : สำนักข่าวเห็ดลมอ้างอิง :๑. ปลายอ้อ ทองสวัสดิ์. ๒๕๖๒. “ยี่เป็ง พุทธบูชา.” ใน วงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ (บรรณาธิการ). เชียงใหม่ นครแห่งอมต. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์, ๑๓๓-๑๓๗.๒. ศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว. ๒๕๕๗. “ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ จากการสักการะในเดือนยี่ สู่ประเพณีเพื่อการท่องเที่ยว.” เวียงเจ็ดลิน ๔ (๒): ๔-๘.