ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 4,173 รายการ
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ วันพระราชสมภพสองยุวกษัตริย์
----------------------------
พุทธศักราช 2528 (ปี 1985) เป็นปีที่องค์การสหประชาชาติหรือ UN (United Nations) ประกาศให้เป็นปีเยาวชนสากล (International Youth Year: IYY) ด้วยเหตุนี้ ดร. สายสุรี จุติกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ หรือ สยช. (ปัจจุบันคือคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ หรือกดยช.) จึงเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติของประเทศไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2528 คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ด้วยเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ ซึ่งเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นยุวกษัตริย์แต่ยังทรงพระเยาว์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร จึงถือเป็นวันสิริมงคลในการพัฒนาเยาวชน และเป็นโอกาสให้เยาวชนไทยได้ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพมหามกุฎ บุรุษยรัตนราชรวิวงศ์ วรุตมพงศบริพัตร สิริวัฒนราชกุมาร เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ากับอยู่หัวกับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระราชสมภพเมื่อวันอังคาร เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จุลศักราช 1215 ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2396
ครั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต จึงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ มะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1230 ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2411 มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2411 เมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบรรลุพระราชนิติภาวะแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2416
ตลอดรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกอปรพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อพัฒนาสยามให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันสมัย และทรงปฏิรูปการศึกษาให้ราษฎรมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังทรงพัฒนาสาธารณูปโภคและการสาธารณสุขให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีและสะดวกสบายขึ้น ตลอดจนทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2468 ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมันนี เป็นพระโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระเชษฐภคินีและพระอนุชา คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชสมบัติในวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2477 สภาผู้แทน ราษฎรมีมติเห็นชอบให้คณะรัฐบาลอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จักนรนฤบดินทร์สยามินทราธิราช ขณะมีพระชนมายุ 9 พรรษา โดยมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เรียบเรียงโดย นางสาวพุธิตา ขำบุญลือ นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ คณะทำงานด้านการจัดการองค์ความรู้ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
----------------------------
อ้างอิง
กรมกิจการเด็กและเยาวชน. ประวัติความเป็นมา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.dcy.go.th/ content/1636520311278/1636520514570 สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565.
กรมศิลปากร. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล. กรุงเทพฯ: บริษัท ส.ศิลป์ (2521) จำกัด, 2529.
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อานันทมหิดล ผู้เป็นที่รักของแผ่นดิน พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 4 มิถุนายน 2460 กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์, 2560.
มูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ในพระสังฆราชูปถัมภ์. พระราชประวัติพระมหาษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ บทพระราชนิพนธ์ในการเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ 2 ในรัชกาลที่ 5 ประวัติเมืองกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: มูลนิธิปริยัติศึกษา ญสส. ในพระสังฆราชูปถัมภ์, 2537.
สำนักนายกรัฐมนตรี. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ. 25 ปี สยช. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/
1646493472100-674880574.pdf สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารชุดกระทรวงศึกษาธิการ จัดครั้งที่ 2 (2) ศธ26/2195 เรื่องส่งตัวอย่างพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเผยแพร่และจำหน่าย (4 - 7 ตุลาคม 2487).
อรวรรณ ทรัพย์พลอย. พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2546.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 2/30 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ฉายคราวเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2481.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 3/63 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขณะประทับโต๊ะทรงพระอักษร.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 6/5 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขณะทรงพระเยาว์ฉลองพระองค์ปกกลาสี.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพกองจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมจากแหล่งอื่น ๆ ภ 001 กจช (อ) 7/28 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงฉลองพระองค์เต็มยศพร้อมเครื่องพระบรมราชอิสริยยศราชูปโภค พระบรมฉายาลักษณ์ทรงฉายในคราวเสด็จนิวัติพระนครครั้งแรก (พฤศจิกายน 2481).
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภ 001 หวญ 12/9(3) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงฉายกับสมเด็จพระบรมราชโอรสองค์ใหญ่ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนพินิตประชานาถ เมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2411 พระชันษา 16 ปี ขณะนั้นสมเด็จพระบรมชนกนาถ มีพระชนมายุ 65 พรรษา.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภ 001 หวญ 19/12 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 พระชันษา 16 ปี.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพอัลบั้ม กระทรวงการต่างประเทศ ภอ. กต. 2/99 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (ทรงฉายคราวบรมราชาภิเษกครั้งที่สอง).
วันนี้ในอดีต 21 เมษายน 2566 ครบรอบ 241 ปี วันสถาปนา “กรุงรัตนโกสินทร์” ตอนที่ 1
ต่อมาในเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เมษายน ปีพุทธศักราช 2325 เวลา 06.54 นาฬิกา เป็นวันที่พระองค์ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทำ “พิธียกเสาหลักเมือง” โดยเป็นประเพณีไทยโบราณเมื่อมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่ จะต้องหาฤกษ์มงคลสำหรับฝังเสาหลักเมืองเป็นประการแรก เพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมืองและประชาชน
โดยเรื่องราวของ “หลักเมือง” คือเรื่องราวที่ปรากฏในลักษณะเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา และแฝงด้วยความอาถรรพ์ แต่ทว่ายังคงมีเรื่องราวแห่งความจริง ซึ่งเป็นแก่นรวมอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เล่าถึง “หลักเมือง” ไว้ว่า
“พิธีสร้างพระนครหรือสร้างบ้านสร้างเมืองต้องฝังอาถรรพณ์ ๔ ประตูเมือง ต้องฝังเสาหลักเมือง การฝังเสาหลักเมือง และเสามหาปราสาท ต้องเอาคนมีชีวิตทั้งเป็น ๆ ลงฝังในหลุมเพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมืองป้องกันอริราชศัตรู ในการทำพิธีดังกล่าวนี้ต้องเอาคน ชื่อ อิน จัน มั่น คง มาลงฝังในหลุมจึงจะศักดิ์สิทธิ์ ”
สำหรับเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เชื่อว่าได้รับอิทธิพลทางพิธีการของพราหมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องในพิธีจารึกดวงชะตาพระนคร โดยสำคัญอย่างยิ่งในด้านความเชื่อถือ ซึ่งมีผลโดยตรงทางด้านจิตใจและเป็นการสร้างความมั่นใจผ่านทางพิธีกรรมเพื่อความมงคลว่าบ้านเมืองจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนั้น ภายหลังยังมีการประดิษฐาน “ศาลเทพารักษ์” เพื่อเป็นที่สถิตของเทพารักษ์ประจำหลักเมือง คอยอำนวยความสุข ความมงคล และป้องกันเภทภัยแก่ผู้ที่เคารพบูชา ประกอบด้วยเทพารักษ์จำนวน ๕ พระองค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และ เจ้าหอกลอง
ปัจจุบันเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยามีเนื้อที่ประมาณ ๑ งาน ๑๕ ตารางวา อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ภายในบริเวณเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ ได้จัดพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วนรับรองการมาสักระนมัสการของประชาชน
ในวาระการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๔๑ ปี ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๖ นี้ ถือเป็นโอกาสดีที่คนไทย โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ จะได้เรียนรู้และสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญร่วมกิจกรรมบรรยายทางวิชาการ ในหัวข้อ “อันเนื่องมาจากเครื่องพุทธบูชา กรุพระเจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ์” โดยวิทยากร นางสาวศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในวันศุกร์ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องบรรยายฯ อาคารเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังการบรรยายได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสแกน Qr code ในภาพด้านบน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ต่อ ๑๑
กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ขอเชิญชมนิทรรศการ เรื่อง “ตามรอยพระศาสดาและพุทธสถานในอินเดีย” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี จัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม - ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
นิทรรศการ “ตามรอยพระศาสดาและพุทธสถานในอินเดีย” The Buddhist Exhibition “Buddha Carika – in Footsteps of Buddha” จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมประชาสัมพันธ์การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ประดิษฐาน ณ จังหวัดอุบลราชธานี ตามความร่วมมือของรัฐบาลไทยและอินเดีย และเป็นความร่วมมือทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตเชิงพระพุทธศาสนา (Buddhism Diplomacy) ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี และ สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาเมืองคู่มิตรระหว่างกันต่อไป โดยจัดแสดงภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวพระพุทธประวัติจากโบราณสถานในอินเดีย พร้อมรับหนังสือนิทานชาดกที่ระลึกสำหรับเด็กและเยาวชนฟรี
ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการนี้ได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังการเสวนาอวดของสะสม “นักสะสมบันทึกสยามจากต่างแดน” ภายใต้งานนิทรรศการพิเศษ เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม ณ ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567 เวลา 13.00-16.00 น. วิทยากรโดย นายอรรถดา คอมันตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.พีรศรี โพวาทอง และเรืออากาศตรี สามารถ เวสุวรรณ์ ดำเนินรายการโดยนางภาวิดา สมวงศ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการ พร้อมจัดแสดงเอกสาร ภาพถ่ายเก่า และศิลปวัตถุทรงคุณค่าจารึกสยาม ในความดูแลของภาคเอกชนในงานเสวนา เพียงวันเดียวเท่านั้น !
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานรับฟังการเสวนา พร้อมลุ้นรับของที่ระลึก ตาม QR Code หรือผ่านลิงก์ https://url.in.th/kJBWs รับจำนวนจำกัด 100 ท่าน สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้ หรือจนกว่าจะเต็ม
คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมกิจกรรม Open House เปิดบ้านคลังกลางฯ ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน กับการเสวนาวิชาการที่จะหยิบยกโบราณวัตถุไม่คุ้นตามาบอกเล่าเรื่องราวภายใต้หัวข้อ "บอกเล่า ไม่เข้าใจ" ที่อยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมทำความเข้าใจไปพร้อมกัน พบกันวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2567 เวลา 13.00 น. - 16.00 น. ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี
เปิดบ้านคลังนี้...พิเศษกว่าครั้งไหน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/pmheKyhSvhDk26ie7 หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด โดยจะแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมผ่านทาง e-mail หลังจากปิดรับลงทะเบียน สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Inbox : Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ สู่ผลงานสะสมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” วิทยากร นางสาววัชราภรณ์ มธุรกันต์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และนางสาวณิชนันท์ รักพงษ์ไทย ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๘
กรมศิลปากรขอเชิญผู้สนใจร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ ๒ - ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีกิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาทางวิชาการ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ และการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงที่น่าสนใจมากมาย
โดยในวันอาทิตย์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ น. รับฟังการเสวนา เรื่อง "สหวิทยาการงานช่าง : เจดีย์ยักษ์ วัดพระยาทำ" โดยวิทยากร ๕ ท่าน ได้แก่ ๑.นายฤทธิเดช ทองจันทร์ นักวิชาการช่างศิลป์เชี่ยวชาญ ๒.นายสมัคร ทองสันท์ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส ๓.นางจิรนันท์ คอนเซพซิออน นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ ๔.นางกิริยา ชยะกุล สิทธิวัง นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการพิเศษ ๕.ดร.สายจิต ดาวสุโข ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และผู้ดำเนินรายการ นายปฏิวัติ ทุ่ยอ้น สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม ทั้งนี้ สามารถรับชมการถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม หรือ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
และในเวลา ๑๘.๐๐ น. รับชมรายการแสดง ๑. การบรรเลงวงปี่พาทย์เสภา โหมโรงเพลงประสิทธิ์ประสาทพร ๒. รำอาศิรวาทราชสดุดีจักรีวงศ์ ๓. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกอสุรกำปั่น - พรหมาสตร์ นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต
นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้นำตัวอย่างของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม โดยสำนักช่างสิบหมู่ ได้ดำเนินโครงการออกแบบและจัดทำของที่ระลึกของกรมศิลปากร ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมจากแหล่งเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม ออกมาให้ประชาชนได้เลือกซื้อเลือกชมกันอีกด้วย
-----------------------------------------------
ข้อมูลการเสวนาและการแสดง https://www.finearts.go.th/promotion/view/56210-ชวนร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย-รับฟังการเสวนาทางวิชาการ-และชมการแสดงนาฏศิลป์---ดนตรี-วันที่-๒---๘-เมษายนนี้
Circles of Centres นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก ครั้งที่ ๓ บันทึกช่วงเวลาอันโดดเด่นในประวัติศาสตร์สยาม
วันพุธที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษ ภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุด หอพระสมุดวชิรญาณ ครั้งที่ ๓ Glass Plate Negatives: Circles of Centres โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และนายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้แทนมูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว ฟิล์มกระจก เป็นเอกสารจดหมายเหตุประเภทโสตทัศนวัสดุ เป็นฟิล์มชนิดหนึ่งที่มีภาพในลักษณะเนกาทีฟและโพสซิทีฟปรากฏบนแผ่นกระจก เป็นหนึ่งในวิทยาการด้านการถ่ายภาพที่นิยมในช่วงพุทธศักราช ๒๓๙๕ - ๒๔๗๒ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช ๒๕๖๐ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศให้ฟิล์มกระจกและภาพถ่ายต้นฉบับจากฟิล์มกระจก ชุด หอพระสมุดวชิรญาณ เป็นมรดกความทรงจําแห่งโลก (Memory of the World) ในฐานะที่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรม ผ่านมุมมองของผู้ถ่ายภาพ สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการด้านต่างๆ ทั้งการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ บุคคล สถานที่ และเหตุการณ์สำคัญในอดีต มีคุณค่าทางวัฒนธรรม เป็นของแท้ดั้งเดิมและมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่สามารถหาสิ่งอื่นใดมาทดแทนได้ นิทรรศการพิเศษ Circles of Centres เป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นภัณฑารักษ์และผู้อำนวยการโครงการ ได้รวบรวมภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุด หอพระสมุดวชิรญาณ จำนวน ๘๔ ภาพ นำมาจัดแสดงโดยได้รับแรงบันดาลใจจากโรล็องด์ บาร์ตส์ (Roland Barthes) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Circles of Centres คือการบันทึกช่วงเวลาอันโดดเด่นในประวัติศาสตร์สยาม ภาพถ่ายส่วนใหญ่มาจากช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ ทรงนำพาประเทศผ่านความสับสนของยุคเปลี่ยนผ่าน สะท้อนภาพชีวิตอันหลากหลายของพระองค์ ไม่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ยังรวมถึงการเสด็จประพาสหัวเมืองสยาม อันเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ไปถึงสงขลา เรื่อยไปจนถึงรัฐสุลต่านต่าง ๆ ทางตอนใต้ เช่น ตรังกานู และอื่น ๆ
ทั้งนี้ ได้กำหนดจัดพิธีเปิดนิทรรศการฯ ในวันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ แล้วจึงเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม - ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ (ปิดวันจันทร์) เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น ๙ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.nat.go.th หรือโทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๑ ๑๕๙๙ ต่อ ๒๒๘-------------------------------------------ตัวอย่างภาพส่วนหนึ่งในนิทรรศการภาพ : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสรงมูรธาภิเษกสนาน ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2448 ณ มณฑปพระกระยาสนาน ที่ชาลาข้างพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
ภาพ : พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการในพระราชสำนัก แต่งกายเต็มยศประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม
ภาพ : การพระกุศลพระชนมพรรษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ครบ 65 พรรษา เสมอด้วยพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์ พระชนก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 18-19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2466
ภาพ : กระบวนวอของหม่อมและพระธิดาที่ตามเสด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย กำลังข้ามแม่น้ำปัตตานี นอกเมืองยะลา ระหว่างเสด็จตรวจราชการมณฑลปักษ์ใต้ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พุทธศักราช 2449
ภาพ : ช้างพระที่นั่งของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ระหว่างเสด็จตรวจราชการมณฑลปักษ์ใต้ ด้านหลังเห็นวอของหม่อมและพระธิดาที่ตามเสด็จ ถ่ายเมื่อเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 2449
ภาพ : ปากถ้ำพระพุทธโฆษาจารย์ ถ้ำที่อยู่สูงขึ้นไปเหนือหมู่กุฏิวัดมหาสมณาราม พระนครคีรี เมืองเพชรบุรี ถ่ายเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสมณฑลราชบุรี วันที่ 13 กันยายน พุทธศักราช 2452
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ขอเชิญชวนประชาชนไหว้พระขอพรรับปีใหม่ ๒๕๖๙ ระหว่างวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ - ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ โดยอัญเชิญพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา ออกมาให้ขอพรด้านสุขภาพให้แข็งแรง, พระพิฆเณศ ขอพรให้มีความสำเร็จทุกประการ, พระพุทธรูปปางประทานพร ขอพรอันประเสริฐเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐ บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๔๕๑ ๓๒๗๔ Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/surinmuseum.finearts
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ - ชูกล่องดวงใจ เนื่องในเทศกาลโขนกรุงศรี ปีที่ ๗ วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๔๕ น. ณ ลานข้างวัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย เอกภชิต วงศ์สิปปกร นาฏศิลปินอาวุโส, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญชวนทุกท่านเที่ยวสงกรานต์วัดไชยฯ ชวนแต่งไทยเข้าวัด ในงาน "สงกรานต์ วัดไชยฯ ปีใหม่ไทยอยุธยา" ระหว่างวันที่ 9 - 13 เมษายน 2569 เวลา 09.00 - 21.00 น. ตลอด 5 วัน 5 คืน ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกิจกรรมภาคกลางวัน เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ประกอบด้วย
- สรงน้ำพระรับสิริมงคลต้อนรับปีใหม่
- ก่อพระเจดีย์ทราย เสริมสวัสดิมงคล พร้อมกิจกรรมสาธิตมากมาย
- เล่นน้ำ สาดน้ำวิถีไทย
- จับจ่ายตลาดอาหารคลายร้อน อาทิ ข้าวแช่ เมี่ยงคำกลีบบัว ไอติมตัดโบราณ ไอติมหมุน ไอติมหลอดโบราณ น้ำแข็งไส ยี่สุ่นเทศ และตลาดย้อนยุคยามเย็น กว่า 100 ร้าน
และกิจกรรมภาคกลางคืน เวลา 19.00 - 21.00 น. ชมดนตรี รำวงย้อนยุค และการแสดงศิลปวัฒนธรรม มีการแสดงที่น่าสนใจดังนี้
- วันที่ 9 เมษายน 2569 อ๊อด โฟร์เอส - รำวงย้อนยุค
- วันที่ 10 เมษายน 2569 เพชรในเพลง และวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยมีศิลปิน หนู มิเตอร์, นัน อนันต์, ใบเฟริ์น, นัท มาลิสา, ผิงผิง
- วันที่ 11 เมษายน 2569 วงไกรลาศ พรภิรมย์
- วันที่ 12 เมษายน 2569 สุนทราภรณ์
- วันที่ 13 เมษายน 2569 วงไกรลาศ พรภิรมย์
อัตราคาเข้าชม แบบตั๋วเดี่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 80 บาท และอัตราค่าเข้าชม แบบตั๋วรวม (เข้าชมได้ 7 ที่ ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดไชยวัฒนาราม วัดมเหยงคณ์ และวัดกุฎีดาว) ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 300 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525 ติดตามข้อมูลกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park” https://www.facebook.com/AY.HI.PARK --------------------------------------------------
Ticket fee
Single ticket 80 baht per person
Combine ticket 300 baht person
(7 momuments including Wat Mahathat, Wat Rachaburana, Wat Phra Ram, Wat Phra Si Sanphet and Royal Palace, Wat Chaiwattanaram, Wat Maheyong and Wat Kudi dao)