ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 4,171 รายการ

วันที่ 28 มีนาคม 2568 นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวเกมมรดกวัฒนธรรม “ศรีเทพ ผจญภัย” ในโครงการเนรมิตพิพิธวัฒนธรรม SITHEP Cultural Metaverse กรมศิลปากร โดยมี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด สร้างสรรค์เป็นพลัง Soft Power โดยมีเกม เป็นอุตสาหกรรมด้านคอนเทนต์ ความสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมที่ทรงพลังอย่างมาก เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลผลักดันให้เป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้สู่ประเทศ ดังนั้น กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำเกมมรดกวัฒนธรรม “ศรีเทพ ผจญภัย” ในโครงการเนรมิตพิพิธวัฒนธรรม SITHEP Cultural Metaverse ขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์ด้านมรดกวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์ Digital Content ที่นำมาถ่ายทอดผ่านเกม เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจมรดกวัฒนธรรม ได้ทั้งความรู้ คู่ความสนุก เปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงข้อมูลให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษใหม่ ไปสู่การเรียนรู้ที่สนุกกว่าเดิม เกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและชาติ เกิดสุนทรียะ และพัฒนาต่อยอดสู่การเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้และแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคมต่อไปได้ กรมศิลปากร ตั้งใจให้เกมเนรมิตพิพิธวัฒนธรรม SiThep Cultural Metaverse ส่งผ่านไปยังโรงเรียน สถานศึกษา สามารถเล่นได้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน หรืออุปกรณ์ Tablet เป็นเครื่องมือในการศึกษา และเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของไทย โดยผู้เล่นเกมจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ และเมืองโบราณศรีเทพ ที่ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยได้อย่างสนุกสนาน เป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้เด็กและเยาวชน เกิดการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นเกมอื่นๆ แบ่งปันประสบการณ์และการเรียนรู้ สร้างสัมพันธภาพกับคนในทุกมุมโลก ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่เน้นการใช้เทคโนโลยีในการแลกเปลี่ยนแบ่งปันซึ่งกันและกันในศตวรรษที่ 21


             วันนี้ (วันพุธที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวสุนีย์ โชคธนะสกุลชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ นายสิทธิศักดิ์ แก้วสอนทะเล ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร สำนักงานเขตภาษีเจริญ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ และเครือข่ายการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๕๐ คน                อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ เป็นกิจกรรมทำความสะอาดโบราณสถาน อาคาร สิ่งสำคัญภายในวัดที่มีความสำคัญตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเป็นการทำความสะอาดในเชิงการอนุรักษ์เป็นสำคัญ และยึดถือตามวัตถุประสงค์เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา นอกจากที่วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร กรมศิลปากรยังได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติขึ้นทั่วประเทศ เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี วัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่ วัดโพธาราม จังหวัดมหาสารคาม วัดโรง จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป                สำหรับวัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เดิมชื่อวัดหมู ตั้งอยู่แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ เป็นวัดโบราณมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) พระอุโบสถ เป็นอาคารสร้างโดยก่ออิฐถือปูน มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมศิลปะแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ ๓ หรือ ศิลปะแบบนอกอย่าง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานจำนวน ๒๘ พระองค์ ตั้งอยู่บนฐานชุกชีเดียวกัน กรมศิลปากรได้ร่วมกับทางวัดจัดทำโครงการบูรณะศาลาการเปรียญ ซึ่งถือเป็นศาลาเครื่องไม้ที่เก่าแก่หลังหนึ่งในกรุงเทพมหานคร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ โดยยึดถือตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และเสริมความมั่นคงให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ สำหรับหอไตรกลางน้ำจะมีการบูรณะส่วนเสาในปีต่อไป


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ขอเชิญท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ในเดือนกรกฎาคม 2568 มีกิจกรรมต้อนรับหน้าฝนให้ทุกท่านได้ลองทำ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ มาเรียนรู้ลวดลายเครื่องจักสานและประดิษฐ์ตะกร้าดอกไม้จากลวดกำมะหยี่สีสันสดใส ไปฝากคนที่บ้านกันได้ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4223 5040 Facebook “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum”


       เนื่องในโอกาสครบรอบวันฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี "๒๐๐ ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธามิเสื่อมคลาย" ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ขอเชิญชมโบราณวัตถุสำคัญและเรียนรู้เรื่องราวร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา "ย่าโม" วีรสตรีผู้เป็นที่เคารพรักของชาวโคราช "เสาหลักเมือง" สัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ศรัทธา และจิตวิญญาณของเมืองโคราช พร้อมไหว้พระขอพรองค์เทพที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. ซึ่งเป็นการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนเป็นพิเศษในงาน “พิพิธภัณฑ์รัตติกาล Night at the Museum” ทุกท่านจะได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์ในมุมมองที่แตกต่าง กับบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสง สี และเรื่องราวสุดน่าค้นหา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ : Maha Viravong National Museum https://www.facebook.com/profile.php?id=100057592323151  ----------------------------------------------------------------- “200 Years of Heroic Legacy, Unwavering Faith” The year 2026 marks the 200th anniversary of the Victory Celebration of Thao Suranari. You are cordially invited to explore significant historical artifacts and learn about the enduring legacy of faith surrounding 'Ya Mo', the revered heroine of Nakhon Ratchasima (Korat). The City Pillar Shrine stands as a symbol of stability, devotion, and the spiritual heart of Korat. Join us in paying respect and seeking blessings from sacred deities on display at Maha Viravong National Museum. 23 March – 3 April 2026 09:00 AM – 09:00 PM  


หอสมุดแห่งชาติ ขอท้าทุกคนมาโชว์ Vibe ที่หอสมุดแห่งชาติ กับกิจกรรม "My Library Vibes: หอสมุดในมุมมองของฉัน" ไม่ว่าจะเป็นมุมสถาปัตยกรรม มุมอ่านหนังสือชิล ๆ หรือมุมลับที่คนไม่ค่อยรู้ โดยมีกติกาการแข่งขันกันที่ยอดไลก์ (Popular Vote)  1. แชะ: ถ่ายภาพหรือคลิปมุมโปรดในหอสมุดแห่งชาติ 2. แชร์: โพสต์ลง Platform ใดก็ได้ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ Facebook, X, IG, Tiktok, Lemon8 (ตั้งสาธารณะ) 3. เขียนแคปชันเริ่ด ๆ แล้วติด #หอสมุดแห่งชาติ #NLTVibes รางวัลสำหรับผู้ที่มียอด Like & Share สูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ หูฟังไร้สาย TRUE WIRELESS จำนวน 5 รางวัล และรางวัลสุ่มผู้โชคดี ได้แก่ กระเป๋าผ้า Limited Edition "Read Vibe Only" จำนวน 10 รางวัล ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 พฤษภาคม 2569 ขอเชิญทุกท่านรีบมาถ่าย รีบมาโพสต์ แล้วเรียกเพื่อนมาช่วยกันไลก์ด่วนๆ  




 "ซุ้มประตูป่า". ซุ้มประตูป่า หมายถึง ปากทางที่จะเข้าสู่ป่า ซึ่งมักจะปรากฏอยู่เป็นเสา ตั้งอยู่ที่ชายหมู่บ้าน ขนาบทางเดินที่จะเข้าป่า ซึ่งมักจะเป็นส่วนประดับอยู่ระหว่างเสาทั้งคู่ ใช้เป็นบริเวณที่ประกอบพิธีกรรมสำหรับหมู่บ้าน. ชาวล้านนาจะเตรียมจัดตกแต่งประตูบ้านและประตูวัด ด้วยซุ้มประตูป่า โดยการนำต้นกล้วย ใบมะพร้าว ต้นอ้อย โคมหูกระต่าย โคมเงี้ยวหรือโคมชนิดอื่นๆ ดอกไม้ต่างๆ ตกแต่งเป็นซุ้มประตูป่าอย่างงดงาม เพื่อเป็นเครื่องสักการะถวายการต้อนรับพระเวสสันดรในวันยี่เป็ง ครั้งเสด็จออกจากป่าเข้าสู่เมือง ซึ่งปรากฏในเวสสันดรชาดก อันเป็นชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะประสูติเป็นพระพุทธเจ้า และเชื่อกันว่าถ้าใครตกแต่งซุ้มประตูป่าได้งดงาม อาจทำให้พระเวสสันดรเสด็จหลงเข้ามาในซุ้มประตูป่าที่จำลองเป็นป่าหิมพานต์ภายในบ้านของของเรา จะทำให้ได้อานิสงส์อย่างมาก. การสร้างซุ้มประตูป่า นอกจากมีคติความเชื่อ ในเรื่องการต้อนรับการเสด็จกลับจากป่าของพระเวสสันดรแล้ว ยังเป็นซุ้มที่ใช้จุดผางประทีป เพื่อบูชาพระเจ้าห้าพระองค์ โดยจุดไว้ในโคมหูกระต่าย อีกทั้งยังมีโคมชนิดอื่นๆ ที่ใช้ในการประดับตกแต่งอีกด้วย""""""""""""""""""""""""""""""". เอกสารอ้างอิงมณี พยอมยงค์. (๒๕๔๗). ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5 ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์.ศรีเลา เกษพรหม. (๒๕๔๒). ล่องสะเพา. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม ๑๑, หน้า ๕๘๕๐-๕๘๕๐). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.สงวน โชติสุขรัตน์. (๒๕๑๑). ประเพณีไทย ภาคเหนือ. เชียงใหม่: สงวนการพิมพ์.. ภาพถ่าย โดย คุณกานต์ธีรา ไชยนวล"""""""""""""""""""""พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.e-mail: cm_museum@hotmail.comสอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผ่านกล่องข้อความ หรือ โทรศัพท์ : 053-221308For more information, please leave your message via inbox or call: +66 5322 1308+


          ภาพสัญลักษณ์มงคลมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมจีนมาช้านาน เราสามารถพบเห็นภาพสัญลักษณ์มงคลเหล่านี้ได้ บนเสื้อผ้า อาวุธ ข้าวของเครื่องใช้ งานศิลปกรรม หรือแม้แต่เครื่องถ้วย สัญลักษณ์มงคลจีนมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ ดอกไม้ หรือตัวอักษรจีนที่มีความหมายเป็นมงคล เป็นต้น โดยสัตว์ชนิดหนึ่งที่มักพบในสัญลักษณ์มงคลจีน คือ ค้างคาว          ค้างคาว หรือในภาษาจีนกลางเรียกว่า เปียนฝู (蝙蝠) เป็นหนึ่งในสัตว์มงคลที่มักจะพบอยู่บนข้าวของเครื่องใช้ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีมีสุข เนื่องจากอักษร ฝู ในคำเรียกค้างคาวนั้นไปพ้องเสียงกับอักษร ฝู (福) ที่แปลว่า โชคดี รวมถึงพ้องเสียงกับชื่อเทพเจ้า ฝู หนึ่งในสามเทพเจ้าแห่งดวงดาวในลัทธิเต๋า ฝู ลู่ โซ่ว (福禄寿, ภาษาแต้จิ๋ว : ฮก ลก ซิ่ว) นอกจากนี้ ค้างคาวยังปรากฏอยู่ในตำนานอื่น ๆ ของจีนอีกด้วย เช่น ชาวจีนเชื่อว่าค้างคาวมีอายุยืนยาวมากเพราะดื่มกินแต่น้ำบริสุทธิ์จากในถ้ำเท่านั้น หรือเชื่อว่าหากได้กินค้างคาวสีขาวก็จะมีอายุยืนยาว          การสร้างภาพมงคลรูปค้างคาวมีหลายแบบ แต่ละแบบให้ความหมายที่แตกต่างกันไป อาทิ ค้างคาวตัวเดียว หมายถึง ความโชคดี ค้างคาวสองตัว หมายถึง ความโชคดีทวีคูณ นอกจากนี้ ค้างคาวยังถูกใช้เป็นรูปแทนเทพเจ้าฝูในฝู ลู่ โซ่วด้วย ทว่ารูปแบบหนึ่งที่พบบ่อย คือ การทำรูปค้างคาวห้าตัวซึ่งเป็นตัวแทนของอู่ฝู (五福) หรือความสุขห้าประการ คำสอนสำคัญที่ปรากฏอยู่ใน คัมภีร์ซ่างซู (尚书) ของลัทธิขงจื๊อ กล่าวถึงความสุขอันแท้จริงของมนุษย์ที่พึงได้รับ ประกอบด้วยฉางโซ่ว (长寿) หมายถึง มีอายุอันยืนยาว ฟู่กุ้ย (富贵) หมายถึง มั่งคั่งร่ำรวย คังหนิง (康宁) หมายถึง สุขภาพดีปราศจากโรคภัย เห่าเต๋อ (好得) หมายถึง คุณธรรมอันประเสริฐ ซ่านจง (善终) หมายถึง การตายอย่างสงบสุข          รูปค้างคาวแต่ละตัวจึงหมายถึงความสุขแต่ละประการข้างต้นนั่นเอง และในบางครั้งจะพบว่ามีการนำอู่ฝูมาประกอบร่วมกับสัญลักษณ์มงคลอื่น ๆ เช่น ลูกท้อ ผักกาด หรือประกอบตัวอักษรจีนประดิษฐ์ เช่น ซวงสี่ (囍, มงคลคู่, ภาษาแต้จิ๋ว : ซังฮี้) เพื่อให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองมีความเป็นสิริมงคลและได้รับโชคดี และยัง สะท้อนภาพคติความเชื่อและวิถีชีวิตของชาวจีนที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน-----------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก----------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง  ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล. ๑๐๘ สัญลักษณ์จีน. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น. ๒๕๕๖.


          สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระนามเดิมว่า บุญมา ประสูติเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีกุน จ.ศ. ๑๑๐๕ (ตรงกับวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๒๘๖) พระราชบิดารับราชการในราชสำนักกรุงศรีอยุธยามีบรรดาศักดิ์เป็นพระพินิจอักษร (ทองดี) ส่วนพระชนนีมีพระนามว่า ดาวเรือง (บางเอกสารกล่าวว่าชื่อ หยก) ทรงเป็นพระอนุชาของ นายทองด้วง (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี) เมื่อเจริญพระชนมพรรษาได้รับราชการอยู่กรมมหาดเล็กในราชสำนักอยุธยา   ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระองค์หลบหนีทหารพม่าไปเข้าร่วมเป็นทหารในกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินตีเมืองจันทบุรีและขับไล่พม่าที่เมืองธนบุรี พระองค์ได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระมหามนตรีเจ้ากรมตำรวจ ตลอดสมัยกรุงธนบุรีพระองค์เป็นทหารเอกคนสำคัญของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้รับการเลื่อนยศหลายครั้งในตำแหน่ง พระยาอนุชิตราชา พระยายมราช และพระยาสุรสีห์พิษณุวาธิราชผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก ตามลำดับ ด้วยพระอัธยาศัยที่กล้าหาญ เข้มแข็งและเด็ดขาด จึงมีพระสมัญญานามว่า “พระยาเสือ”           พ.ศ. ๒๓๒๕ เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  (รัชกาลที่ ๑) พระเชษฐาของพระองค์ พระราชทานอุปราชาภิเษกเจ้าพระยาสุรสีห์ สมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นพระมหาอุปราช ตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระบรมมหาราชวัง โดยเป็นพระราชวังที่ถ่ายแบบมาจากพระราชวังจันทรเกษม กรุงศรีอยุธยา และมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจากวังหลวง อาทิ หลังคาชั้นเดียวเป็นหลังคาทรงจั่ว มุงด้วยกระเบื้องดินเผา คันทวยรองรับหลังคาเป็นรูปนาคประดับพันธุ์พฤกษา หมู่พระวิมานไม่ทำซุ้มประตูหน้าต่าง (ยกเว้นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์) รูปแบบเช่นนี้ต่างจากงานสถาปัตยกรรมในพระบรมมหาราชวังที่นิยมทำอาคารที่แสดงฐานันดรชั้นสูง อาทิ การทำซ้อนชั้นหลังคา ทรงยอดปราสาท ประตูหน้าต่างประดับด้วยซุ้มปูนปั้นอย่างไทยประเพณี เช่น ซุ้มบันแถลง ซุ้มยอดมงกุฎ เป็นต้น           ตลอดสมัยรัชกาลที่ ๑ พระองค์ยังคงมีบทบาทในการทำสงครามอยู่หลายครั้ง ได้แก่ สงครามเก้าทัพที่ตำบลลาดหญ้า (พ.ศ. ๒๓๒๘) สงครามขับไล่พม่าที่ท่าดินแดง (พ.ศ. ๒๓๒๙) สงครามตีเมืองทวาย (พ.ศ. ๒๓๓๐) สงครามขับไล่พม่าที่เมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๓๓๘) ภายหลังเสร็จศึกกับพม่า เจ้าเมืองเชียงใหม่ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย พระพุทธสิหิงค์ พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์           ในคราวสงครามป้องกันพม่าที่เมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๓๔๕) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงยกทัพออกไปรบร่วมกับสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ แต่ระหว่างทางที่พระองค์เสด็จ พระองค์เกิดประชวรด้วยพระโรคนิ่วที่เมืองเถิน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงมีรับสั่งให้กรมพระราชวังหลังเสด็จขึ้นไปช่วยในการศึกจนกระทั่งสามารถชนะทัพฝ่ายพม่าได้ในที่สุด           ขณะเดียวกันสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงใส่พระทัยในพระราชกรณียกิจด้านศาสนา โดยเฉพาะการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดหลายแห่งในพื้นที่ฝั่งพระนคร ได้แก่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ (พระองค์พระราชทานนามว่า วัดนิพพานาราม) วิหารคดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) หอมณเฑียรธรรมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดชนะสงคราม (วัดตองปุ) วัดสังเวชวิศยาราม (วัดบางลำพู) วัดเทวราชกุญชร (วัดสมอแครง) วัดราชาธิวาส (วัดสมอราย) และวัดปทุมคงคา (วัดสำเพ็ง) วัดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ได้แก่ วัดครุฑ วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก) ส่วนวัดในหัวเมือง เช่น วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี            นอกจากนี้พระองค์ยังมีงานวรรณกรรมที่ทรงพระนิพนธ์ไว้หลายเรื่อง ได้แก่ เพลงยาวถวายพยากรณ์ (พ.ศ. ๒๓๓๒) พระนิพนธ์ในคราวที่เกิดอัสนีบาตตกมาหน้าบันมุขเด็จพระที่นั่งอินทราภิเษก (ต่อมาถูกรื้อลงแล้วสร้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นแทน) เพลงยาวรบพม่าที่นครศรีธรรมราช (พ.ศ. ๒๓๒๙) พระนิพนธ์เมื่อครั้งยกทัพไปรบพม่าที่ตั้งทัพอยู่ทางหัวเมืองภาคใต้ เพลงยาวเรื่องตีเมืองพม่า (พ.ศ. ๒๓๓๐) พระนิพนธ์ในคราวยกทัพไปตีเมืองทวาย            ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ได้กล่าวว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ประชวรเป็นโรคนิ่วนับตั้งแต่ที่พระองค์ยกทัพขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ แต่ใน พระนิพนธ์เรื่อง “นิพานวังน่า” ของ พระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตร ซึ่งเป็นพระธิดาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้บันทึกไว้ว่าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระประชวรด้วยโรควัณโรคอย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๔๕ พระอาการก็ทรุดลงตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมและทอดพระเนตรการรักษาเป็นเวลา ๖ วัน ถึงวันพฤหัสบดี เดือน ๑๒ แรม ๔ ค่ำ จ.ศ.๑๑๖๕ (ตรงกับวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๔๖) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งบูรพาภิมุข พระราชวังบวรสถานมงคล พระชนมายุได้ ๖๐ พรรษา ทรงดำรงพระอิสริยยศกรมพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นเวลา ๒๑ ปี   -------------------------------------------------   อ้างอิง กรมศิลปากร. กรมพระราชวังบวรสถานมงคลสมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๕๕. . สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๗. กัมพุชฉัตร, พระองค์เจ้าหญิง. นิพานวังน่า. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๓. ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑. (กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๓๙.


         ศีรษะนางแมว          ศิลปะรัตนโกสินทร์ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๐          สมบัติของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) เจ้าจอมมารดามรกฎในรัชกาลที่ ๕ มอบให้เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๙          ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ พระที่นั่งทักษิณาภิมุข หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          ศีรษะนางแมว  (หัวโขนนางวิฬาร์) ประดิษฐ์ด้วยโลหะทองแดง ประดับแก้ว โดยลักษณะของนางวิฬาร์ น่าจะตรงกับคุณลักษณะแมวสายพันธุ์โกญจาซึ่งมีขนสีดำละเอียด นัยน์ตาสีดอกบวบ          ศีรษะนางแมว ใช้สำหรับแสดงละครนอกเรื่อง ไชยเชษฐ์ นิทานพื้นบ้านที่มามาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และมีผู้นำนิทานเรื่องนี้มาเล่นเป็นละครเพราะเรื่องราวที่สนุกสนาน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงนำนิทาน เรื่องไชยเชษฐ์ มาพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอก เดิมละครนอกเป็นละครที่ราษฎรเล่นกัน ผู้ชายแสดงเป็นตัวละครทั้งหมด พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องไชยเชษฐ์ เพื่อให้เป็นบทละครนอกของหลวง และโปรดให้ผู้หญิงที่เป็นละครหลวงแสดงอย่างละครนอก          หัวโขนนางวิฬาร์นี้ เดิมเป็นของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง ผู้ก่อตั้งคณะละคร และโรงละคร “ปรินซ์เธียร์เตอร์” (Prince Theatre) กระทั่งถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ เครื่องละครส่วนหนึ่งตกเป็นมรดกของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม* ซึ่งเจ้าจอมมารดามรกฎ (ธิดา) ได้นำมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ดังปรากฏใน “หนังสือราชการ ปี ๑๑๕ เรื่องศีศะละครที่ส่งไปไว้ในพิพิธภัณฑ์” ระบุรายการเครื่องละครทั้งสิ้น ๑๘ รายการ และหนึ่งในรายการเครื่องละครที่ส่งมาให้แก่ทางพิพิธภัณฑ์คือ “ศีรสะแมว ๑”          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)** ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ร.ศ. ๑๑๕ มีข้อความตอนหนึ่งว่า          “...ด้วยมรกฎ นำชฎาหน้าโขน กระบังหน้า เครื่องลครของเจ้าพระยามหินธรศักดิธำรงมาให้ สำหรับตั้งไว้ในโรงพิพิธภัณฑ์ตามความปรารถนาของพ่อเขา ซึ่งได้สั่งไว้ว่า ถ้าลูกชายเพ็ญ [หมายถึง พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒน์พงศ์] ไม่ได้เล่นลครต่อไปแล้ว อย่าให้ ฃายสิ่งของเหล่านี้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ให้นำมาถวายสำหรับตั้งไว้ในโรงพิพิธภัณฑ์...”           ทั้งนี้พระองค์ทรงมีความเห็นว่าควรตั้งไว้ในตู้กระจกอีกด้วย และเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลถึงพระราชกระแสเรื่องตั้งเครื่องละครไว้ในตู้กระจก ความว่า          “...ในส่วนที่ควรจะมีตู้กระจกนั้น ถ้าท่านผู้ให้ [หมายถึง เจ้าจอมมารดามรกฎ] ส่งมาแต่ชะฎาน่าโขน หรือกระบังน่าเปล่าแล้ว จะได้รับประดับตู้สำหรับมิวเซียมไว้ตู้หนึ่งต่างหาก...”     *พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔๑ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ กับเจ้าจอมมารดามรกฎ (ธิดาของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล))   ** เสนาบดี กระทรวงธรรมการ   อ้างอิง หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.๕ บ.๑๑/๑๐. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ ๕ เบ็ดเตล็ด เรื่อง พิพิธภัณฑต่างๆ ในกรุงสยาม (๔ กุมภาพันธ์ ๑๑๑ - ๓ ตุลาคม ๑๑๗). ไพโรจน์ ทองคำสุก. “แมว: วิฬาร์ในการแสดงละครนอกเรื่องไชยเชษฐ์.” ศิลปากร. ๕๒, ๑ (มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒): ๔-๑๗.


          หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญร่วมโครงการพัฒนาและส่งเสริมหอสมุดแห่งชาติเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปี 2566 กิจกรรม "อ่านเป็นเล่นสนุก สร้างความสุขให้ทุกคน" ครั้งที่ 2 ในแนวคิด "เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยพลังแห่งการอ่าน"           พบกับกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ รวมถึงกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลายจากหน่วยงานกรมศิลปากร ในวันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ชวนมาพบกับนิทรรศการพิเศษ “เราและ (เจ้า) นาย: ส่องความสัมพันธ์ของมนุษย์และแมวในประวัติศาสตร์” ที่น้องแมวจะเป็นผู้เล่าสายสัมพันธ์อันยาวไกลระหว่างสองสายพันธุ์ด้วยตัวเอง พร้อมกับเตรียมกิจกรรมพิเศษให้ทุกคนได้ร่วมสนุกสนานไปกับการเดินทางในครั้งนี้ อาทิ  ............................................................................. Art Toy แมวกวักมงคลตามตำราไทย โดย อาร์ท ดิก ดิก Art Dig Dig มีทั้งหมด 8 แบบให้ร่วมสุ่มและสะสม โดยน้องไม่ได้มีดีเพียงความน่ารัก หากยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการบันดาลความมงคลด้านต่าง ๆ กระซิบว่าเป็นสินค้าปั้นมือ และมีจำนวนจำกัด ช้าหมด อดแน่นอน  ............................................................................. Filter Story ตามหาแมวมงคลในมิวเซียม ร่วมสนุกได้ทั้ง Facebook และ Instagram โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยในการให้คำแนะนำเรื่องการจัดทำ งานนี้เรามีของที่ระลึกน่ารัก ๆ ให้ผู้ร่วมสนุกติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยนะ  ............................................................................. นอกจากนี้ยังมี Standy น้องแมวมงคลตามตำรา ประดับฉากถ่ายรูปสุดน่ารัก ให้ทุกคนมีภาพอัพลงโซเชียลเก๋ ๆ รวมถึงสนุกไปกับการส่องหาน้องแมวในงานจิตรกรรมไทย   .............................................................................. โดยในวันเปิดนิทรรศการ 17 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 14.00น.-16.00น. พบกับกิจกรรมสุดพิเศษ คือ   - เปิดวงเสวนาในบรรยากาศสบาย ๆ กับ 2 ประเด็น ได้แก่ “เลี้ยงแมวแล้วดีต่อใจ” โดยผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และ “แมวดำ แมวมงคลตามตำรา” โดยนักภาษาโบราณ หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา ในเวลา 14.00น.-15.00น.  - Pets Clinic ฉีดวัคซีนแมว ฟรี !!! โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ตั้งแต่เวลา 14.00น.-16.00น. โดยเปิดรับลงทะเบียนออนไลน์ https://docs.google.com/forms/d/1nNQ4VIrvKgeVOA1z13cpRzmIx-nwYDvJQlynickXHhY/viewform?pli=1&fbclid=IwAR0OoNZM-IlYdA_mpdCFj2Wbxs44b8fQwO5a84vfdw5HUAX6HK1enVzMXFA&pli=1&edit_requested=true หรือสแกน QR Code และรับบัตรคิวหน้างาน ด่วน !! จำนวนจำกัดเพียง 30 ตัวเท่านั้น ! 


           กลับมาอีกครั้งด้วยชื่อใหม่ไฉไลกว่าเดิม!!! "ยามค่ำอยุธยา 2567 Ayutthaya Sundown 2024" อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขยายเวลาเยี่ยมชมโบราณสถานในยามค่ำคืนออกไปจนถึงเดือนเมษายน 2567             สำหรับโบราณสถานที่เปิดให้เข้าชมยามค่ำคืนภายใต้งาน "ยามค่ำอยุธยา 2567 Ayutthaya Sundown 2024" ประกอบด้วย            - วัดราชบูรณะ เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ https://maps.app.goo.gl/5pBcp5spathZk7J48            - วัดไชยวัฒนาราม เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และเทศกาลสำคัญ https://maps.app.goo.gl/YKfkUVqtnADsb8zL9           นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมความสวยงามของโบราณสถานยามค่ำคืนได้ตั้งแต่ เวลา 18.00 - 22.00 น. (สามารถซื้อบัตรได้ถึง 21.00 น.) ค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท (ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โทร 0 3524 2286 ต่อ 101 E-mail Ayh_hispark@hotmail.com หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมอื่นๆได้ที่ Facebook Page : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park


            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุุธยา ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรม "ชม ชิด แชะ" ถ่ายภาพความประทับใจในงาน  “Night at The Palace  ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม” พร้อมติดแฮชแท็ก #NightatThePalace ลุ้นรับของรางวัลพิเศษทุกสัปดาห์  ประกาศรางวัลทางเพจ Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum ทุกวันพุธ ตลอดเดือนมีนาคม             สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อขอใช้พื้นที่ โทร. 0 3525 1 586  E-mail : wangchantra@gmail.com, Inbox Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum


black ribbon.