ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,717 รายการ
ผู้แต่ง : -
ฉบับพิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 1
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2505
หมายเหตุ : พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเอกเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2505
พระยาตรังได้รวบรวมบทประพันธ์ที่กวีสมัยโบราณ เช่น พระพระยาเยาวราช พระเทวีสุโขทัย ศรีธนญชัย พญาตรัง เป็นต้น ได้แต่งไว้ได้นำถวายสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ เมื่อเข้ามารับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ คำประพันธ์ทั้งหมดแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ โคลงเบ็ดเตล็ด โคลงกลบทกับโคลงกระทู้ โคลงนิราศของกวีสมัยอยุธยาตอนปลาย และบทประพันธ์อื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 127 บท
Title
จันท์ยิ้ม ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม - เดือนพฤศจิกายน 2561
Subject
จันทบุรี
Description
วารสารประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสารเมืองจันทบุรี ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี
Rights
องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี
Format
PDF
Language
ภาษาไทย
Type
สื่อสิ่งพิมพ์
๐ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ 'ประเพณียี่เป็ง' ของล้านนาแล้วค่ะ (ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของภาคกลาง) สังเกตได้จากการประดับประดาโคม การจุดผางประทีป ตามวัดและบ้านเรือนต่างๆ ก่อให้เกิดเป็นภาพงดงามซึ่งจะมีโอกาสได้เห็นกันในช่วงประเพณีนี้นั่นเองค่ะ
๐ ประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ เป็นประเพณีเก่าแก่ของล้านนาที่ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๔ โดยคำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา
๐ ตำนานที่กล่าวถึงที่มาของประเพณียี่เป็งมีอยู่หลายตำนาน เช่น หนังสือตำนานโยนกและจามเทวีวงศ์ กล่าวว่า ประเพณีลอยโขมด หรือลอยไฟ เป็นประเพณีดั้งเดิมที่สืบเนื่องกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว การลอยโขมด เกิดขึ้นที่อาณาจักรหริภุญไชย เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๔๙๐ มีกลุ่มคนมอญหรือเม็งที่อาศัยอยู่ในเมืองหริภุญไชยได้อพยพหนีอหิวาตกโรคที่เกิดขึ้นในเมืองไปอยู่ที่เมืองสะเทิม ต่อมาเมื่ออหิวาตกโรคในหริภุญชัยได้สงบลงแล้ว จึงเดินทางกลับหริภุญไชย เมื่อถึงวันครบรอบปีที่ได้จากพี่น้องที่เมืองสะเทิม จึงจัดดอกไม้ธูปเทียน เครื่องสักการะ พร้อมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ใส่ลงใน สะเปา ลักษณะคล้ายเรือ หรือใส่ในสะตวงหรือกระทงลอยลงน้ำแม่ปิง น้ำแม่กวง แม่ทา เพื่อส่งความระลึกถึงญาติพี่น้องที่ยังอยู่เมืองหงสาวดี จึงเป็นมูลเหตุของการลอยสะเปาหรือลอยโขมด หรือลอยกระทงนับแต่นั้นมาถึงปัจจุบัน
๐ งานประเพณีจะมีทั้งหมด 3 วัน คือ
- วันขึ้นสิบสามค่ำ หรือ ชาวพื้นถิ่นเรียกว่า ‘วันดา’ จะเป็นวันสำหรับการซื้อของตระเตรียมสิ่งต่างๆ ไปทำบุญที่วัด (ในปีนี้ตรงกับวันที่ ๒๙ ต.ค. ๒๕๖๓)
- วันขึ้นสิบสี่ค่ำ จะไปทำบุญกันที่วัด พร้อมทำกระทงใหญ่ไว้ที่วัดและนำของกินมาใส่กระทงเพื่อทำทานให้แก่คนยากจน (ในปีนี้ตรงกับวันที่ ๓๐ ต.ค. ๒๕๖๓)
- วันขึ้นสิบห้าค่ำ จะนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กส่วนตัวไปลอยในลำน้ำ (ในปีนี้ตรงกับวันที่ ๓๑ ต.ค. ๒๕๖๓)
๐ กิจกรรมที่ชาวล้านนานิยมกระทำในประเพณียี่เป็ง คือ การจุดผางประทีปและโคมไฟบูชาพระเจ้าห้าพระองค์ การปล่อยว่าว จุดบอกไฟชนิดต่างๆ วัด การไปทำบุญที่วัดในวันยี่เป็ง การฟังเทศน์ใหญ่ ที่เรียกว่า เทศมหาชาติ และการทำซุ้มประตูป่า
๐ โดยชาวล้านนาจะเตรียมจัดตกแต่งประตูบ้านและประตูวัด ด้วยซุ้มประตูป่า โดยการนำต้นกล้วย ใบมะพร้าว ต้นอ้อย โคมหูกระต่าย โคมเงี้ยวหรือโคมชนิดอื่นๆ ดอกไม้ต่างๆ ฯลฯ ตกแต่งเป็นซุ้มประตูป่าอย่างงดงาม เพื่อเป็นเครื่องสักการะถวายการต้อนรับพระเวสสันดรในวันยี่เป็ง ครั้งเสด็จออกจากป่าเข้าสู่เมือง ซึ่งปรากฏในเวสสันดรชาดก อันเป็นชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะประสูติเป็นพระพุทธเจ้า และเชื่อกันว่าถ้าใครตกแต่งซุ้มประตูป่าได้งดงาม อาจทำให้พระเวสสันดรเสด็จหลงเข้ามาในซุ้มประตูป่าที่จำลองเป็นป่าหิมพานต์ภายในบ้านของของเรา จะทำให้ได้อานิสงส์อย่างมากอีกด้วยค่ะ
๐ เอกสารอ้างอิง :
มณี พยอมยงค์. (๒๕๔๗). ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5 ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์.
ศรีเลา เกษพรหม. (๒๕๔๒). ล่องสะเพา. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม ๑๑, หน้า ๕๘๕๐-๕๘๕๐). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
สงวน โชติสุขรัตน์. (๒๕๑๑). ประเพณีไทย ภาคเหนือ. เชียงใหม่: สงวนการพิมพ์.
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทสนา(เทศนาสังคิณี-มหาปัฏฐาน)สพ.บ. 108/4ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 48 หน้า กว้าง 4.9 ซ.ม. ยาว 55 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง กฐินทานานิสํสกถา (อานิสงส์กฐิน)สพ.บ. 183/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 28 หน้า กว้าง 4.6 ซ.ม. ยาว 54.4 ซ.ม. หัวเรื่อง อานิสงส์กฐินบทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ภาษาบาลี-ไทย ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณภิธมฺมเทสนา (เทศนาสังคิณี-ยมก)สพ.บ. 127/1กประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 56 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง ธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทสนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฏฐาน)สพ.บ. 160/7ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 36 หน้า กว้าง 4.5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์ พระอภิธรรม
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดน้อยชมภู่ ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ความเชื่อเรื่อง ชุธาตุ ของชาวล้านนา ที่มีความเชื่อว่าก่อนที่มนุษย์จะมาเกิดในครรภ์มารดา ได้เคยสถิตอยู่กับต้นไม้ซึ่งมีภูตผีหรือสัตว์รักษาอยู่ แต่ด้วยความไม่เหมาะสมที่วิญญาณของมนุษย์จะอยู่กับอมนุษย์หรือสัตว์ทั้งหลาย จึงได้ลาไปจากต้นไม้ดังกล่าว แล้วดวงจิตได้ไปสถิตอยู่ที่พระธาตุ ต่างๆ ก่อนที่จะถือกำ เนิดเชื่อว่าดวงจิตของมนุษย์ก่อนกำเนิดสถิตกับพระธาตุที่ต่างกันตามแต่ละปีนักษัตร การได้สักการะบูชาหรือไปแสวงบุญยังพระธาตุประจำ ปีนักษัตรของตนจึงจะนำ มาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิต สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีฉลู หรือปีวัว ภาษาเหนือเรียกว่าปีเป้า
___สำหรับชุธาตุ หรือพระธาตุประจำปีเกิดของปีฉลูนั้น คือพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ซึ่งวัดพระธาตุลำปางหลวงนั้นเป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ตั้งอยู่บนม่อนหรือเนินดินล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองและคูน้ำ ตามตำนานพระธาตุลำปางหลวงกล่าวถึงมหาราชเทวี อันหมายถึงพระราชชนนีของพระยาสามฝั่งแกน ได้เสด็จมายังลัมภกัปปนครได้ทอดพะเนตรเห็นพระธาตุแสดงปาฏิหาริย์จึงเสด็จไปทรงนมัสการพระธาตุแห่งนี้ ต่อมา หมื่นหาญแต่ท้องซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับพระเจ้าติโลกราช ได้ขอพระราชานุญาตสร้างวัดแห่งนี้ ทั้งข้อมูลจากหลักฐานประเภทจารึกและเอกสารต่างกล่าวถึงศาสนสถานต่างๆที่สร้างขึ้นในสมัยของหมื่นหาญแต่ท้องตรงกับสมัยพระเจ้าติโลกราชเป็นต้นมา
___พระธาตุลำปางหลวงตั้งอยู่ภายในเขตพุทธาวาส พื้นเป็นลานทราย ล้อมรอบด้วยวิหารและระเบียงคดแสดงถึงคติจักรวาลของล้านนาโดยมีพระธาตุเป็นศูนย์กลาง รูปแบบของเจดีย์นั้น หุ้มด้วยแผ่นโลหะทั้งอค์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วยฐานเป็นฐานบัวย่อเก็จ ต่อด้วยชั้นมาลัยเถาบัวถลาซ้อนกัน ๓ ชั้น อันเป็นอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยแพร่หลายขึ้นมายังล้านนาเมื่อคราวพระสุมนเถระขึ้นมาเผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่บัวปากระฆังตกแต่งเป็นลายกลีบบัวมีเกสร ถัดขึ้นไปเป็นองค์ระฆังประดับด้วยประจำยามรัดอกดุนเป็นลวดลาย เหนือขึ้นไปเป็นบัลลังก์ต่อด้วยบัวฝาละมีประดับลายฉลุห้อยลงมาคล้ายฉัตรต่อด้วยปล้องไฉน ปลียอดตามลำดับ
___นอกจากพระธาตุลำปางหลวงแล้ว ภายในวัดยังมีปูชนียวัตถุสำคัญคือพระเจ้าทองทิพย์ประดิษฐานภายในโขงทรงปราสาทภายในพระวิหารหลวงที่อยู่ด้านหน้าพระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสขึ้นปีใหม่นี้อีกด้วย
ตำรายาแผนโบราณ ชบ.ส. ๘๙
เจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕
เอกสารโบราณ (สมุดไทย)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.30/1-3
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
.....วันที่ ๒๐ มกราคม เช้าตื่นขึ้นราว ๐๗.๐๐ น. เศษ หมอกยังลงเต็มเห็นอะไรไม่ถนัด ปรอท ๕๖ องศาฟาเรนไฮต์ รู้สึกหนาวพอทน รับประทานข้าวกันแล้วก็ออกรถไปเมืองน่านระยะทาง ๑๒๐ กิโล ถนนเรียบร้อยวิ่งได้เร็วได้ข้ามห้วยแม่คำมี ซึ่งมีชื่อมาแต่ก่อนว่าต้องข้ามห้วยไม่น้อยกว่า ๓๐ - ๔๐ ครั้งจึงจะถึงเมืองน่าน.....
.....เมื่อผ่านทางอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเรือกสวนไร่นาแล้ว ก็เข้าในเขตเขาซึ่งเรียกว่า เขากึ่ง คือครึ่งทางระหว่างแพร่ - น่าน ถนนราดยางเรียบดีกว่าในกรุงเทพฯ มากมาย เพราะพื้นเป็นตัวเขาอยู่แล้ว ถนนลดเลี้ยวไปตามไหล่เขาตามลำธาร ตามช่องเขา ตามริมแม่น้ำน่าน บางตอนงามจนยากที่จะพรรณนา แม้ไม่ถึงในสวิตเซอร์แลนด์ก็นับเป็นญาติกันได้ ข้าพเจ้าคิดว่างามกว่าทุกสายในเมืองไทยในเวลานี้ เวลาอยู่หว่างเขาเห็นน้ำใสไหลรินอยู่ในลำธาร มีต้นเลาขึ้นอยู่เห็นพงอยู่ตามริมน้ำ ดอกอ่อนสีเขียว ดอกสาวสีม่วง ดอกแก่สีโพลง แลดูราวกับปักขนนกไว้เป็นหมู่ๆ งามอัศจรรย์.....
.....เข้าเมืองน่าน ถึงเวลาเที่ยง ๑๐ นาที ถนนหนทางกว้างใหญ่ บ้านเรือนมีฝารอบขอบชิดเป็นส่วนสัด เห็นได้ว่าเป็นเมืองไม้ทั้งแพร่และน่านเพราะมีเรือนฝากระดานแผ่นไม่ใช่เล็กๆ หลังคาก็ทำด้วยไม้เป็นรูปกระเบื้อง เข้าเมืองไปสัก ๒ - ๓ เลี้ยวก็ถึงคุ้มหลวง (ซึ่งเป็นศาลารัฐบาลบัดนี้) และวัดช้างค้ำ อยู่ตรงหน้าคุ้ม วัดพรหมินทร์ (ภูมินทร์) อยู่ทางขวา วังเจ้านายอยู่ข้างซ้าย เราตรงไปศาลารัฐบาลดูงาช้างดำซึ่งเหลืออยู่ข้างหนึ่งในห้องคลังสีม่วงๆ และเป็นงาตัน ถ้าเอาเทียบกับงาขาวธรรมดาแล้วก็ควรเรียกว่า ดำ.....พวกวิทยาศาสตร์เขาว่าช้างเป็นโรค แล้วแต่ผู้ใดจะเชื่ออย่างไร.....
.....ออกจากศาลารัฐบาลไปเยี่ยมเจ้าราชบุตร์ (เจ้าน้อยหมอกฟ้า ณ น่าน) ดูท่าทางท่านก็สบายดีแต่คงเปล่าเปลี่ยวเพราะเหลือกันน้อยองค์แล้ว แล้วไปเฝ้าเยี่ยมเจ้าราชวงศ์ซึ่งกำลังประชวรมากอยู่ในเตียง...ท่านชนมายุถึง ๘๐ เศษแล้วและทุกคนเข้าใจว่าประชวรเป็นครั้งสุดท้าย...ท่านบอกว่า ได้นึกถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงอยู่เสมอไม่ลืมได้เลย...เฝ้าอยู่พอไม่ให้ท่านเหนื่อยแล้วก็ทูลลากลับมาขึ้นรถออกไปรับประทานข้าวกลางวันที่พักกรมทางนอกเมือง เจ้าเลี่ยมคำ (เจ้านายเมืองแพร่ในสายสกุล"วังซ้าย") ทำอาหารใส่ปิ่นโตมาในรถด้วยเอร็จอร่อยลำแต๊.....
ส่วนหนึ่งจากเอกสาร "แพร่ - น่าน ๒๔๙๓" นิพนธ์โดย หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ครั้งเสด็จจังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ ๘ - ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓
พิมพ์รวมเล่มอยู่ในส่วนภาคผนวกในหนังสือ "อธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่ถึงปากน้ำโพธิ์"