ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,348 รายการ
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 กรมศิลปากรได้จัดพิมพ์สมุดภาพมรดกศิลปวัฒนธรรม (สมุดบันทึก) เรื่อง “สืบศิลป์ สร้างสรรค์จรรโลงไทย” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้ ผลงานของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม ภายใต้ภารกิจของกรมศิลปากร เป็นการนำภูมิปัญญาของบรรพชนมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยยังคงคุณค่าความเป็นของแท้และดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมการพัฒนาและต่อยอดให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยมีภาพประกอบเป็นภาพเครื่องประดับ เครื่องใช้ และของที่ระลึกที่มีความสวยงามร่วมสมัย จัดพิมพ์สี่สี ปกแข็ง ด้านในประกอบด้วยกระดาษถนอมสายตาใช้บันทึกข้อความได้ พร้อมตารางนัดหมายตลอดทั้งปี จำหน่ายในราคา 270 บาท
ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) ในวันและเวลาราชการ หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th สอบถามเพิ่มเติม Facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร https://www.facebook.com/profile.php?id=100064378046167 รีบสั่งซื้อด่วนๆ มีจำนวนจำกัด
กรมศิลปากรขอเชิญร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ ระหว่างวันที่ ๒ - ๘ เมษายน ๒๕๖๙ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมฟรีการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงที่น่าสนใจมากมาย ดังต่อไปนี้
- วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล, การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงเทิด สธ., รําถวายพระพร ชุด “สองเมษามหามิ่งมงคลชนชาวไทย”, การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกําเนิดไผ่สีสุก - ศึกวิรุญจําบัง
- วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงเครื่องสายผสมแคนโหมโรงเพลงศรีสมเด็จ, ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา
- วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงมหาราช, ละคร เรื่องไกรทอง ตอนไกรทองปราบชาลวัน
- วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงมโหรีโหมโรงเพลงเยี่ยมวิมาน, โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกสัตลุง ตรีเมฆ
- วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงรัตนโกสินทร์, รําบรมวงศ์องค์จักรีอาศิรวาท, ละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอนมณฑาลงกระท่อม
- วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้แข็งโหมโรงเพลงขวัญเมือง, ละครพันทาง เรื่องพญาผานอง ตอนเสียเมือง – รักสามเส้า
- วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องวงปี่พาทย์ไม้นวมเพลงเทพสมภพ เถา, โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดบารมีพระจักรีปราบกลียุค
ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งล้วนมีส่วนเป็นเจ้าของมรดกวัฒนธรรมของชาติเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ และมีส่วนร่วมในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเป็นมรดกล้ำค่าให้ยั่งยืนสืบไป
#หนังสือดีวันนี้ ขอแนะนำ “#วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ด”
.
ในโลกยุคใหม่ ความสำเร็จอาจไม่ได้มาจากการเก่งเพียงด้านเดียวสุดทางอีกต่อไป
แต่คือการเป็นคนที่มีทักษะหลากหลาย หรือที่หลายคนเรียกว่า “คนเก่งแบบเป็ด”
แม้จะไม่ได้เก่งที่สุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
แต่สามารถทำได้หลายอย่าง มีความรู้รอบด้าน และนำทักษะเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ได้จริง
คนแบบนี้มักปรับตัวได้ดีในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ และพร้อมก้าวไปข้างหน้าได้เสมอ
.
ใครอยากรู้ว่า “คนเก่งแบบเป็ด” จะสร้างความสำเร็จได้อย่างไร
มาลองเปิดอ่านกันได้ที่ #ห้องทั่วไป ชั้น 1 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ
.
บรรณานุกรม
ฟลินน์, แพท. วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ด. กรุงเทพฯ: บิงโก, 2563.
เลขเรียกหนังสือ: 153.9 ฟ146ว
.
แนะนำโดย นางอุษา ลีลามโนธรรม เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน
กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
#NLTKORAT #คนเก่งแบบเป็ด #พัฒนาตัวเอง #ทักษะรอบด้าน #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แ
“ผี” และ “สิ่งมีชีวิตเร้นลับ”ในภาคใต้
ตายาย ผีบรรพบุรุษของชาวพุทธ
ตายาย คือ พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายและบรรดาญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว และจะได้รับอนุญาต ให้กลับมายังโลกมนุษย์ในช่วงเทศกาลเดือนสิบ ชาวพุทธใต้จึงจัดให้มีพิธีรับ-ส่งตายาย (บุญแรก-บุญหลัง) และมีพิธีอุทิศส่วนกุศลให้เป็นพิเศษ โดยการจัดสำรับที่เรียกว่า “หฺมฺรับ” เพื่อนำไปถวายพระที่วัด ถือเป็นการทำบุญใหญ่ประจำปี ที่ชาวใต้ทุกคนจะกลับบ้านมาอยู่พร้อมหน้ากัน แต่เนื่องจาก “ตายาย” มีบุญกุศลเดิมอยู่ไม่เท่ากัน จึงมักกลับมาในรูปลักษณ์ต่างๆ แต่รูปลักษณ์ที่เป็นตัวแทนตายายที่คุ้นเคยกันดีคือรูปของเปรต จึงนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เปรตตายาย”
ยายกาหลา ตากาหลี ผู้คุ้มครองรักษาเปรว
เปรว คือป่าช้าของชาวใต้ เชื่อกันว่าเปรวทุกแห่งอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของ ยายกาหลา ตากาหลี หรือยากะลา ตากะลี ซึ่งเรียกกันด้วยภาษาท้องถิ่นว่า “เจ้าเปรว” เมื่อจะนำศพไปฝังในเปรวจึงต้องทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตและขอซื้อที่กับเจ้าเปรว เพื่อให้ผู้ตายสามารถนอนหลับใหลอยู่ในเปรวได้อย่างมีความสุข
เปรต ผู้ไม่ใช่ผี แต่ต้องเป็น “ผี”
เปรต คือสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน “ภูมิเปรต หรือเปตตวิสัยภูมิ” สิ่งมีชีวิตชนิดนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ได้กระทำบาปกรรมต่างๆ กันไป ตำราโบราณแบ่งเปรตออกเป็น ๔ ประเภทบ้าง ๑๒ ประเภทบ้าง และ ๒๑ ประเภทบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ มีเพียงปรทัตตุปชีวิกเปรตเท่านั้นที่มีโอกาสรับส่วนบุญที่เหล่าญาติอุทิศให้ได้ และมีเงื่อนไขว่าจะต้องกล่าวอนุโมทนาบุญว่าสาธุด้วยจึงจะได้รับผลบุญที่มีผู้อุทิศให้นั้นได้ เปรตจึงมีฐานนะเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่เกิดในภพภูมิเฉพาะ ดังเช่นเหล่ามนุษย์เกิดในมนุษยภูมิ เหล่าเดรัจฉานเกิดในเดรัจฉานภูมิ แต่ด้วยรูปร่างอันน่าเกลียดน่ากลัว จึงถูกเรียกเหมารวมไปในชื่อของ “ผีเปรต”
ทวดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน
ทวด คือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถให้คุณให้โทษได้ โดยมักปรากฏกายให้เห็นได้ทั้งในรูปคน และสัตว์เช่นเสือ และงู และมักมีการสร้างศาล ศาลา เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพของทวด และเป็นพื้นที่สื่อสารทางจิตวิญญาณคือ การบนบานสานกล่าว การบวงสรวงขอพร ขอความคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัย และกิจกรรมอื่นๆของชาวบ้านผู้นับถือทวด
"ผีจีน" ผู้หลับไหลในฮวงซุ้ย
ในภาคใต้มีการอพยพของชาวจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก และมีการสร้าง “ฮวงซุ้ย” ไว้เป็นสถานที่ฝังศพตามประเพณีจีน สำหรับชาวจีนที่เสียชีวิตไป และชาวใต้มักเรียกฮวงซุ้ยในอีกชื่อหนึ่งว่า “เปรวจีน”
“ผีหลังกลวง” ผู้พ่ายแพ้แก่ปลาหมอ
ผีหลังกลวง เป็นผีที่มีรูขนาดใหญ่อยู่กลางหลัง มีถิ่นอาศัยบริเวณเชิงเขาบูกิตบือซาฝั่งทิศเหนือแถบบ้านทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ผีกลุ่มนี้บ้างก็ว่าเป็นผีดิบดูดเลือด บ้างก็ว่าเป็นผีที่ชอบแอบเข้ามาปะปนกับชาวบ้านเพื่อช่วยตำข้าว หากชาวบ้านเผลอก็จะขโมยข้าวที่ดีและขาวที่สุดไป ทิ้งไว้แต่เม็ดกรวดและข้าวที่เสียหายอยู่ในครกตำข้าว โดยวิธีที่จะเอาชนะมันได้ก็คือการเอาปลาหมอใส่ในรูข้างหลังของมัน ซึ่งจะทำให้มันกรีดร้องทรมานและวิ่งหนีไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าของชาวสตูล ซึ่งเล่าว่าบริเวณเขาแก้ว มักมีผีหลังกลวงมาช่วยดำนาในช่วงบ่ายๆเย็น แต่พอรุ่งเช้าก็จะพบว่าต้นกล้าที่ดำไว้มักถูกถอนทิ้งไปหมดแล้ว
"โต๊ะชาย" ปู่โสมเฝ้าทรัพย์
ตำนานท้องถิ่นมักกล่าวถึงดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาทรัพย์สมบัติของบรรพชน วิญญาญ
เหล่านี้จึงมีสถานะเป็นที่เคารพนับถือของผู้คน ในบางพื้นที่เรียกวิญญาณเหล่านี้ว่าทวด แต่ในพื้นที่โบราณสถานโคกอิฐ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เรียกดวงวิญญาณนี้ว่า "โต๊ะชาย" ซึ่งเล่ากันว่ามีลักษณะเป็นดวงวิญญาณ ๔ ดวง คือ ลุงดำ ลุงอิน ลุงลาย และลุงเพชร โดยชาวบ้านยังคงนิยมไปบนบานกับโต๊ะชายอยู่เป็นเนืองนิตย์มาจนปัจจุบัน
ฮันตูปารี “นางไม้” แสนงามและจิตใจดี
ฮันตูปารี คือเหล่านางไม้ซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์สมบัติในถ้ำ ซึ่งในอดีตมักอนุญาตให้ชาวบ้านหยิบยืมถ้วยโถโอชามและสิ่งของมากมายไปใช้ในงานพิธีต่างๆ โดยมีข้อแม้ว่าเมื่อเสร็จงานแล้วจะต้องนำสิ่งของมาคืนให้ครบถ้วน แต่สุดท้ายชาวบ้านมักทำข้าวของแตกหักเสียหายและบางรายไม่นำมาคืน ฮันตูปารีจึงปิดสถานที่เก็บของแล้วหายตัวไปไม่ปรากฏให้ใครเห็นอีก กล่าวกันว่าลักษณะของฮันตูปารีที่สังเกตได้นั้นคือเวลาสนทนากันจะไม่สบตาคู่สนทนาและจะเป็นฝ่ายตอบเท่านั้น และจมูกของนางจะมีเพียงรูเดียวคือไม่มีผนังกั้นระหว่างรูจมูกทั้งสอง
"ญิน" สิ่งมีชีวิตเร้นลับของชาวมุสลิม
ญิน ไม่ใช่ผี แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าสร้างขึ้นจากไฟที่ไร้ควัน และทำให้มันไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาของมนุษย์ จึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเร้นลับ ญินที่ถูกสร้างขึ้นนี้มีทั้งมีคุณสมบัติบางอย่างคล้ายมนุษย์เช่น สติปัญญา มีความสามารถพิเศษในการเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ญินอยู่อาศัยทั่วไปบนแผ่นดิน แต่ส่วนใหญ่พบได้ในทะเลทราย สถานที่ปรักหักพัง และสกปรก ทั้งนี้ในหมู่ญินปรากฏทั้งญินที่ดี และญินที่ไม่ดี โดยญินที่คิดร้ายและกลายเป็นญินชั่วจะได้แก่ ชัยฏอน และอิบลีส แต่ญินชั่วร้ายมันก็ไม่มีอำนาจใดๆเหนือมนุษย์ นอกจากการกระซิบและการหลอกลวง ให้มนุษย์หลงผิดไปจากเส้นทางที่พระเจ้าได้กำหนดไว้
เรียบเรียง : นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ
28 ก.ค.69 กรมศิลปากรเปิดเข้าชมฟรีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ
พร้อมเปิดไฟประดับโบราณสถานยามค่ำคืน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากรงดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และโบราณสถานทั่วประเทศ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งจะเปิดไฟประดับโบราณสถานสำคัญให้สว่างไสวไปพร้อมกัน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีคุณูปการต่องานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างหาที่สุดมิได้
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า นอกจากจะงดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และโบราณสถานทั่วประเทศแล้ว กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการประดับไฟโบราณสถานสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ด้วยการประดับไฟให้มีความงดงามในยามราตรี ส่งเสริมให้โบราณสถานทำหน้าที่มากกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้กับท้องถิ่น โดยจะเปิดไฟให้สว่างไสวไปพร้อมกัน ระหว่างวันที่ 27 – 29 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี สร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองอย่างสวยงามยามค่ำคืน และให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมภาคภูมิใจในคุณค่าของโบราณสถานอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ดังนี้
1. ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์
2. ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์
3. เมืองโบราณเวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่
4. เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย บริเวณวัดป่าสัก วัดเจดีย์หลวง วัดพระบวช วัดมุงเมือง วัดพระยืน วัดเชตวัน (กาเผือก) และวัดอาทิต้นแก้ว
5. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
6. โบราณสถานบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) จังหวัดลพบุรี
7. ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
8. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช วัดชนะสงคราม และวัดสระศรี
9. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
10. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12 ฉบับที่ 700 (30 ต.ค. 2513)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2513
ลักษณะวัสดุ 12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง : พระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล)หัวเรื่อง : ธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล), เจ้าพระยา, 2420 - 2485 จดหมายคำค้น : - รายละเอียด : พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ณ วัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ. 2485 ผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2396 - 2453แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีสำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยเขษมปีที่พิมพ์ : 2485วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2423 - 2468ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -ลิขสิทธิ์ : -รูปแบบ : PDF.ภาษา : ภาษาไทยประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพตัวบ่งชี้ : -รายละเอียดเนื้อหา :หนังสือจัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ณ วัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ. 2485 ภายในเล่มมีประวัติและรูปภาพของผู้วายชนม์ และคำกล่าวไว้อาลัยเนื้อหาภายในเล่มเป็นการรวบรวมพระราชหัตถเลขาส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทานแก่เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดีเลขทะเบียน : น. 68 บ. 80052 จบ. (ร.)เลขหมู่ : ห 895.916 จ657พ
***บรรณานุกรม***
เบ็นเนตต์,โรล์ฟ (พันแหลม)
ประพฤติการแห่งนายเรือเอกลอเล็สส์ ของ พันแหลม มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศลซึ่งสมเด็จพระเจ้าภคินี เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญพระกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 26 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2513 ครบ 45 ปี
พระนคร
โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
2513
นที่พบ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2531
สถานที่พบไร่นายแพทย์สำนวน ปาลวัฒน์วิไชย บ้านหัวถนน ตำบลหางน้ำสาคร อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ห่างจากเมืองอู่ตะเภาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร ห่างจากเนินโคกวัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 200 เมตร (จากคำบอกเล่า เนินโคก วัดคือบริเวณโบสถ์โบราณ)
เหตุที่พบ บริเวณนี้เดิมปลูกต้นสน หลังจากถูกตัดเหลือแต่ตอ ชาวบ้านมาขุดเอาไปเผาถ่าน จึงพบโดยบังเอิญ ความสำคัญของธรรมจักร เป็นธรรมจักรลักษณะโปร่งขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบในประเทศไทย
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร มีจารึกเป็นอักษรปัลลวะ ภาษาบาลี เรื่องธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ตั้งอยู่บนเสาแปดเหลี่ยม กว้างเหลี่ยมละ 20 ซ.ม. อายุของธรรมจักร ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12