ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,524 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.33/ก/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  44 หน้า  ; 4 x 50.5 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 19 (194-204) ผูก 4หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


          สืบเนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2528 - 2529 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในการทำปุ๋ยหมัก ทำนาและเกี่ยวข้าวที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ที่มีการเพาะปลูกข้าวมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ถึง 3 ครั้ง (ในขณะนั้น) ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อเกษตรกรชาวไทย ในด้านการพัฒนาการทำนา และที่สำคัญพระองค์ทรงเป็นผู้ให้ขวัญกำลังใจแก่ชาวนาไทยอย่างใหญ่หลวง           พระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดสุพรรณบุรีในพระราชกรณียกิจด้านการเกษตร ในช่วงปี พ.ศ. 2528 - 2529 (ก่อนการก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย หลังแรก) รวม 4 ครั้ง ในห้วงเวลาดังกล่าว           ครั้งที่ 1 วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2528 พระองค์ทรงทอดพระเนตรการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา ณ บ้านแหลมสะแก (บึงฉวากในปัจจุบัน) ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี           ครั้งที่ 2 วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2528 พระองค์ทรงทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวาและวัชพืชต่าง ๆ เป็นปฐมฤกษ์ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวจังหวัดสุพรรณบุรี และเกษตรกรชาวไทย ตามโครงการรณรงค์จัดทำปุ๋ยหมัก เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกรนำไปปรับปรุงคุณภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ณ บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี           ครั้งที่ 3 วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2529 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในการทำนาสาธิตโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี           ครั้งที่ 4 วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2529 พระองค์ทรงนำพสกนิกรเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิต ณ บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อทรงเกี่ยวข้าวแล้วทรงนำข้าวป้อนเข้าเครื่องนวดข้าว ผลปรากฏว่าได้เมล็ดข้าวจำนวน 1,047 กิโลกรัมต่อไร่ หรือไร่ละ 104 ถัง และได้พระราชทานข้าวที่ทรงเกี่ยวแก่เกษตรกรผู้เข้าเฝ้ารับเสด็จ พระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงหว่านข้าวในแปลงนาสาธิตบึงไผ่แขกด้วยพระองค์เอง ทรงถอดรองพระบาท ย่ำท้องนาด้วยพระบาทเปล่า (พระบรมฉายาลักษณ์จากหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสุพรรณบุรี) พระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิตบึงไผ่แขกด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นปฐมฤกษ์และเป็นขวัญกำลังใจแก่พสกนิกรเกษตรกรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นพระมหากรุณาล้นเกล้าล้นกระหม่อม (พระบรมฉายาลักษณ์จากหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสุพรรณบุรี) หมายเหตุ : อนุเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมโดย หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี ภาพจาก หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มาของข้อมูล : Facebook Page : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย Thaifarmersnationalmuseum เผยแพร่ข้อมูลในวันที่ 16 เม.ย. 2563  


ชื่อเรื่อง : ประชุมบทละคอนดึกดำบรรพ์ ฉบับหลวง หัวเรื่อง :  บทละครไทย คำค้น : - รายละเอียด : ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานช่วยเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ในงารฉลองอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ เมื่อปีชวดพ.ศ.2467 ผู้แต่ง : นริศรานุวัติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า กรมพระยา, 2406-2490 แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์ไท วันที่ : 2467  วันที่เผยแพร่ :  16 พ.ค. 68 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : เรื่องละคอนดึกดำบรรพ์ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงศ์ ทรงเรียบเรียงบทขึ้นมี 5 เรื่องด้วยกัน คือ สังข์ทอง, คาวี, อิเหนา, สังข์ศิลป์ชัย (แบ่งเป็น 2 ภาค สำหรับเล่น 2 คืน) และกรุงพาณชมทวีป เนื่องจากบทละครทั้ง 5 เรื่องนี้ ไม่มีใครเรียบเรียงไว้ครบถ้วน จึงได้มีการรวบรวมไว้ ณ หอพระสมุดสำหรับพระนคร และได้ตรวจสอบชำระความเรียบร้อยแล้ว เมื่อจะจัดพิมพ์เพื่อพระราชทานแก่เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ในครั้งนี้ จึงได้ขนานนามว่า “ประชุมบทละคอนดึกดำบรรพ์ฉบับหลวง” เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6233 จบ (ร) เลขหมู่ :  ห    895.9112             น254ป    


วันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการขุดลอกบารายเมืองพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา


ชื่อเรื่อง : ประชุมพระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงบริหารราชการแผ่นดิน ภาค 2 ระหว่าง พุทธศักราช 2434 ถึง พุทธศักราช 2453 ชื่อผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี จำนวนหน้า : 336 หน้า สาระสังเขป : ประชุมพระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเล่มนี้ ได้ประมวลเอกสารที่ทรงบริหารราชการแผ่นดิน ระหว่างพุทธศักราช 2434 ถึงพุทธศักราช 2453 เป็นพระราชหัถต์เลขาพระราชทานไปยังเสนาบดี เจ้ากระทรวง ที่กราบบังคมทูลถวายรายงานข้อราชการเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย ตั้งแต่ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 110 ถึง วันที่ 5 กรกฎาคม ร.ศ. 129 ประกอบด้วย เรื่องเกี่ยวกับชาวจีนในด้านคดีความต่าง ๆ การก่อความวุ่นวายของอั้งยี่ เป็นต้น


ว่าด้วยตำรายาเกร็ด เช่น แก้อสรพิษ, แก้ริดสีดวง, ยาสุม,ยาคตทะราช, แก้สันนิบาต, ยาแก้หอบ, แก้คอแห้ง, ยาทองเนื้องาม, แก้เลือดตีขึ้น ฯลฯ


ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 23 ตำนานการเกณฑ์ทหาร กับตำนานกรมทหารราบที่ 4 ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์ จำนวนหน้า : 98 หน้า สาระสังเขป : เรื่องตำนานการเกณฑ์ทหาร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเรียบเรียงขึ้นถวาย จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 4 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ตำนานและต้นเหตุของการเกณฑ์ทหารไทยแต่โบราณ การตั้งทำเนียบศักดินา พงศาวดารว่าด้วยการตั้งกองทหารชาวต่างประเทศ การกำหนดเวลารับราชการ การจัดประเภททหาร เป็นต้น ส่วนตำนานกรมทหารราบที่ 4 นั้น กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ได้ทรงเรียบเรียงขึ้นพิมพ์แจกในงานฉลองธงชัยของกรมทหารราบที่ 4 กล่าวถึงประวัติการจัดตั้งกรมฯ ประวัติผู้บังคับการ ฐานะของกรมฯซึ่งแต่เดิมเป็นกองพลอิสระ และประวัติผลงานทั้งด้านการศึกและการปราบปราม เป็นต้น









ชื่อผู้แต่ง          สถาบันรวบรวมเอกสารประวัติศาสตร์ ชื่อเรื่อง           บันทึกเอกสารประวัติศาสตร์ ฉบับที่ 3 เรื่องพระราชอาณาจักรสยามในสงครามโลก ครั้งที่ 2 ครั้งที่พิมพ์        - สถานที่พิมพ์      กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์        โรงพิมพ์พิทยาคาร (ในความอุปการะของรัฐบาล) ปีที่พิมพ์          2522 จำนวนหน้า      107   หน้า รายละเอียด           บันทึกเอกสารประวัติศาสตร์ ฉบับที่ 3 เรื่องพระราชอาณาจักรสยามในสงครามโลก ครั้งที่ 2  กล่าวถึงหนังสือราชการต่างๆ ที่เป็นการติดต่อระหว่างกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เป็นความลับสุดยอดในระหว่างมหาสงครามขณะนั้น ซึ่งจะทำให้ทราบทัศนคติของรัฐบาลแห่งสมเด็จพระเจ้ากรุงอังกฤษและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่าแตกต่างกันอย่างไรทั้ง 2 ประเทศมีนโยบายทางการเมืองอย่างไร ในขณะที่ประเทศสยามได้ประกาศสงครามกับอภิมหาอำนาจเหล่านั้น อีกทั้งได้สดุดีและชื่นชมวีรชนผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติในการรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติไทยไว้เหนือสิ่งอื่นใด ท้ายเล่มมีเอกสารแนบท้ายประกอบ



           เครื่องประดับทองรูปทรงคล้ายมกุฎ ส่วนฐานเป็นวงแหวนซึ่งทำด้วยการนำทองเม็ดเล็กๆ มาติดกันไว้ (Granulated gold beads) ส่วนบนทำเป็นทรงกรวยคล้ายเครื่องประดับศีรษะ คือ “มกุฎ” ทอง ถือเป็นวัตถุดิบที่มีค่า หายาก เครื่องประดับทองได้ถูกค้นพบในเมืองท่าโบราณในภาคใต้ของประเทศไทยทั้งทางฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เช่น แหล่งโบราณคดีภูเขาทอง จังหวัดระนอง แหล่งโบราณคดีคลองท่อมจังหวัดกระบี่ แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร แหล่งโบราณคดีโคกทองจังหวัดสงขลา รูปทรงของเครื่องประดับที่พบมีหลากหลาย เช่นลูกปัดทองแบบรูปไข่ (Oval) ลูกปัดทองแบบกลม (Globular) ลูกปัดทองแบบเม็ดกลมต่อกันเป็นปล้อง ๆ (Segmented bead) ลูกปัดทองแบบวงแหวน (Annular) และแหวนทอง เป็นต้น           สำหรับเครื่องประดับทองคำชิ้นนี้พบจากแหล่งโบราณคดีบ้านบางกล้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองท่าโบราณภูเขาทอง เจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖ - ๙ ลักษณะเด่นของโบราณวัตถุชิ้นนี้คือส่วนฐานของเครื่องประดับที่ทำเป็นรูปวงแหวน ซึ่งเป็นการนำทองเม็ดเล็กๆ มาติดกัน และยังพบเครื่องประดับที่นำลูกปัดทอง มาใช้ในลักษณะเช่นนี้รูปแบบอื่นๆ ที่ภูเขาทองอีกด้วย ในภาคใต้ยังพบเครื่องประดับทองรูปแบบนี้ที่เมืองท่าโบราณอื่นๆ อาทิ เขาสามแก้วและโคกทอง สำหรับในต่างประเทศพบที่เมืองตักศิลาประเทศอินเดีย และที่ประเทศอิหร่าน           จากข้อมูลที่ได้กล่าวมานั้นแสดงให้เห็นว่าเครื่องประดับทองที่ทำด้วยการนำทองเม็ดเล็กมาต่อติดกัน เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงท่าการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกิดขึ้นในอดีต และจากรูปแบบของเครื่องประดับทองชิ้นนี้ซึ่งมีความงดงามและละเอียดมาก จึงเป็นไปได้ว่าเครื่องประดับทองชิ้นนี้คงถูกนำเข้ามาจากต่างแดนมาสู่เมืองท่าโบราณภูเขาทองในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๙ ---------------------------------------ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง


black ribbon.