ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,828 รายการ




เลขทะเบียน : นพ.บ.714/1ฉห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 226 (303-316) ผูก 1ฉ (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ตำรายา (ผูก 1ฌ) ชื่อเรื่อง : ตำรายาแก้เลือด, ลม, ฝี เป็นต้น (ผูก 1ฌ) เลขทะเบียน : ชม.บ.3917/1ฌ ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                        ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                   ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1 คัมภีร์  10 ผูก  (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ฌ)         จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด             จำนวนหน้า : 128 หน้า อักษร : ไทย                               ภาษา : ไทย                           เส้น : จาร ฉบับ : ลานดิบ                            ไม้ประกับ : ไม่มี                      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : ได้มาจากวัดสันผักแค  ต.ม่วงคำ  อ.พาน จ.เชียงราย  เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมพิเศษ “บอกลาปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยกลิ่นหอมนานาชนิด” กิจกรรม Workshop สาธิตการทำเครื่องหอมโบราณ โดยเรือนธนบดี รักษ์ความเป็นไทย ระหว่างวันที่ 26 – 30 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. ณ พระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา          กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสุดพิเศษในโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” จัดให้ยาวๆ ตลอดเดือนธันวาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 พบกับกิจกรรม “Night at The Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม” เปิดให้เข้าชมพระราชวังจันทรเกษมยามค่ำคืน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. พิเศษปีนี้! เปิดให้เข้าชมภายในอาคารพลับพลาจตุรมุข อีกด้วย         อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum


         หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช ขอเชิญชวนน้องๆ นักเรียนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เรียนรู้ศิลปะการทำพัดระบายสี “ศิลปะบนใบพัด” ต้อนรับหน้าร้อน วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องเด็กและเยาวชน หอสมุดแห่งนครศรีธรรมราช ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ "ฟรี" ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สมัครได้ตั้งแต่วันที่เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook หอสมุดแห่งชาติ นครศรีธรรมราช หรือ โทร. 0 7532 4137


แนะนำหนังสือการท่องเที่ยว เรื่อง บึงกาฬ เสน่ห์ตระการแห่งอีสานเหนือ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอแนะนำหนังสือการท่องเที่ยว เรื่อง บึงกาฬ เสน่ห์ตระการแห่งอีสานเหนือ แนะนำหนังสือโดยนางสาวปุณยาพร จีระประภา บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ หนังสือเล่มนี้จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติม ระดับมัธยมศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวไทยเชื้อสายต่าง ๆ ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในจังหวัดหนองคาย ซึ่งต่อมา คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้แยก ๘ อำเภอ ได้แก่ บึงกาฬ เซกา โซ่พิสัย บุ่งคล้า บึงโขงหลง ปากคาด พรเจริญและศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย เพื่อรวมจัดตั้งขึ้นเป็น “จังหวัดบึงกาฬ” จังหวัดลำดับที่ ๗๗ ของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นมา นอกจากเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ยังนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจอื่น ๆ ของจังหวัดบึงกาฬ ยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดบึงกาฬได้ชื่อเป็นเมืองที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยว ล้ำค่าแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติ มีอุทยานแห่งชาติ ภูลังกา บริเวณถ้ำนาคามีหินขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายส่วนหัวและลำตัวของงูหรือพญานาค เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว มีน้ำตกถ้ำพระและน้ำตกเจ็ดสี พื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง และเที่ยวชมลักษณะโดดเด่นทางภูมิศาสตร์ของ หินสามวาฬ ณ ป่าภูสิงห์ “บึงกาฬไม่มีทะเลนะ แต่ที่นี่มีหาดทรายสวยด้วยล่ะ” ได้แก่ หาดทรายริมโขง หาดสีดา และหาดคำสมบูรณ์ คำขวัญจังหวัดบึงกาฬคือ "ภูทอกแหล่งพระธรรม ค่าล้ำยางพารา งามตาแก่งอาฮง บึงโขงหลงเพลินใจ น้ำตกใสเจ็ดสี ประเพณีแข่งเรือ เหนือสุดแดนอีสาน นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ศูนย์รวมใจศาลสองนาง" เป็นคำขวัญที่เน้นถึงสถานที่ท่องเที่ยวและเอกลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดนั่นเอง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประเพณีวิถีวัฒนธรรม ได้แก่ บุญผะเหวด บุญบั้งไฟ บุญข้าวประดับดิน บุญข้าวสาก บุญออกพรรษา รวมถึงพิธีสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ พิธีบวงสรวงเจ้าปู่อือลือนาคราช พิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนาง การสืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้านของบึงกาฬ ได้แก่ การจักสานกระติบข้าวจากต้นคล้า ชาสิรินธรวัลลี ผ้าทอพื้นบ้าน ที่ขาดไม่ได้คืออาหาร ถ้าหากได้มาเที่ยวอย่าลืมเสาะแสวงหาอาหารท้องถิ่น ได้แก่ ลาบปลาเผาะ แจ่วโอด ข้าวผัดแสนพัน เป็นต้น ท่านใดสนใจหนังสือที่แนะนำสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ห้องหนังสือทั่วไป อาคาร ๑ ชั้น ๒ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. บึงกาฬ เสน่ห์ตระการแห่งอีสานเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๖๔.


     สัมนาถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการและฑราวาสโครงการดูแลทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรมของชาติของพระสังฆาธิการ วันที่ ๕ - ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


การบรรเลงเพลงสุดใจ และเพลงสายสมร จากโน๊ตเพลงของลาลูแบร์ โดยวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ในการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “ประวัติศาสตร์อยุธยา : ประวัติศาสตร์อาเซียน”วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร เพลงสุดใจ กับเพลงสายสมร เป็นชื่อเพลงในตระกูลมโหรีกรุงเก่า แบบ“ร้องเนื้อเต็ม” ในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็น ๒ เพลง ที่ทูตจากฝรั่งเศสบันทึกเป็นโน้ตสากล กำกับด้วยคำร้องภาษาไทย แต่เขียนด้วยอักษรโรมัน  เพลงสุดใจ เป็นเพลงที่อ้างอิงมาจาก นิโคลาส์ แซร์แวส ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาประเทศไทยในแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์ ระหว่าง พ.ศ. ๒๒๒๔ – ๒๒๒๙ ซึ่งนายนิโคลาส์ได้ทำการบันทึกเพลงไว้สองเพลง แต่ในการพิมพ์จดหมายเหตุนี้ครั้งแรกที่ฝรั่งเศสกลับมีโน้ตเพลงประกอบเพียงเพลงเดียว คือเพลง สุดใจ (Sout Chai) เพลง สุดใจ เขียนขึ้นด้วยการร้อยทำนองสองทำนองเข้าด้วยกัน มีทำนองหลักอยู่ด้านบน และให้ทางเบสอยู่ไลน์ต่ำ ซึ่งเป็นขนบนิยมของของดนตรีตะวันตก ซึ่งเมื่อได้ทดลองบรรเลงดูแล้ว เสียงที่ออกมาก็ไม่คล้ายดนตรีตะวันออกแต่อย่างใด ในส่วนของเนื้อร้องก็ยังไม่ไปกับท่วงทำนองดนตรีมากนัก เพลงสายสมร เป็นอีกเพลงหนึ่งที่สันนิษฐานว่าเป็นอีกเพลงที่ นิโคลาส์ แซร์แวส บันทึกไว้ แต่ถูกนำไปบรรจุไว้ในหนังสือจดหมายเหตุอีกเล่มหนึ่งของ ซีมง เดอ ลาลูแบร์ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วง พ.ศ. ๒๒๓๐ โดยเพลงที่ถูกพิมพ์ไว้ในจดหมายเหตุของลา ลู แบร์ นั้นมีชื่อว่า A Siamese Song และมีเนื้อร้องที่ขึ้นต้นว่า Say Samon ซึ่งตรงกับชื่อเพลง "สายสมร" ที่สูญหายไป เมื่อเทียบกับเพลง สุดใจ นั้น เพลง สายสมร เป็นการบันทึกทำนองที่มีความพิถีพิถันในการจะทำให้เนื้อร้องเข้ากับทำนองมากกว่า แต่จากการทดลองบรรเลงกลับพบว่า ไม่สะดวกกับการขับร้อง และท่วงทำนองก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นเพลงตะวันออกแต่อย่างใด   หมายเหตุ : ข้อมูลและภาพประกอบ ได้จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร   ทั้งนี้ จากกรณีที่คุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ท้วงติงว่า ได้นำภาพมาใช้โดยไม่ให้เครดิต นั้น จากการตรวจสอบข้อมูล ส่วนหนึ่งได้มาจาก atibhop.wordpress.com และหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยเป็นอย่างสูง และขออนุญาตใช้ภาพเพื่อการศึกษา มา ณ ที่นี้


. โรงเรียนพระวรสาร . อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ทัศนศึกษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี 21 สิงหาคม 2558




วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๓๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง ประวัติศาสตร์ชาติไทย ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และทรงเปิดหอสมุดปิยมหาราชรฦก ณ อาคารถาวรวัตถุ ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร โดยมีพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ       ในปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๘  กระทรวงวัฒนธรรม  โดยกรมศิลปากร  ได้ปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการภายในพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร  โดยแก้ไขห้องจัดแสดงเดิมให้มองเห็นรูปแบบสถาปัตยกรรมภายในองค์พระที่นั่งและนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นเอกที่พบในประเทศไทย จำนวน ๑๑๑ รายการ  มาจัดแสดงเรียงตามลำดับเวลาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี   ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  โดยมุ่งเน้นถึงความงามของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้ความสำคัญกับการออกแบบตู้จัดแสดง แท่น ฐาน และการจัดวางโบราณวัตถุ โดยเฉพาะการจัดแสง ที่ถูกออกแบบเพื่อการจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งโบราณวัตถุและศิลปวัตถุเหล่านี้สามารถบ่งบอกถึงเรื่องราวของ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวันพุธ ถึงวันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ตั้งแต่วันพุธที่ ๓๐ กันยายนนี้เป็นต้นไป   สำหรับหอสมุดปิยมหาราชรฦก ตั้งอยู่ที่อาคารถาวรวัตถุ ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร     ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ปรับปรุงอาคารถาวรวัตถุ จัดตั้งเป็นหอสมุด “ปิยมหาราชรฦก” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสร้างความเจริญนานัปการให้แก่ประเทศไทย และเป็นศูนย์ข้อมูลการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาท   สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แบ่งเป็น ๓ ห้อง คือ ห้องให้บริการหนังสือใหม่ เป็นหนังสือเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ ห้องบริการหนังสือหายาก รวมหนังสือที่จัดพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้แก่  พระราชนิพนธ์ที่จัดพิมพ์ครั้งแรก  หนังสือของหอพระสมุดวชิรญาณ  ราชกิจจานุเบกษา  สมุดไทย และเอกสารทรงบริหารราชการแผ่นดิน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เป็นต้น และห้องบริการระบบสืบค้นข้อมูลและสื่อโสตทัศน์ ให้บริการ D-Library  การสืบค้นฐานข้อมูลห้องสมุดอัตโนมัติ  และการสืบค้นฐานข้อมูลพระปิยมหาราชจากคอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลและคอมพิวเตอร์ทัชสกรีน หอสมุดปิยมหาราชรฦก เปิดให้บริการวันพุธ ถึงวันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.   


อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ 


black ribbon.