ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,708 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.440/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 3.5 x 59.5 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 157  (141-148) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : วินัยสิกขาบท--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.585/3                            ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 40 หน้า ; 4.5 x 55.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ-ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 189  (372-377) ผูก 3 (2566)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมีหลวง--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



เมืองโบราณยะรัง EP.5 : การศึกษาตำแหน่งที่ตั้งโบราณสถานด้วยเทคโนโลยีไลดาร์ (Li-DAR)   องค์ความรู้ตอนที่ 5 ที่นำเสนอในวันนี้มีชื่อว่า "เมืองโบราณยะรัง : การศึกษาตำแหน่งที่ตั้งโบราณสถานด้วยเทคโนโลยีไลดาร์ (Li-DAR)”   เทคโนโลยีไลดาร์ เป็นหนึ่งเทคโนโลยีการสำรวจจากระยะไกล (Remote Sensing) โดยคำว่า Li-DAR เป็นตัวย่อจากคำว่า “Light detection and ranging” วัตถุประสงค์หลักที่สำคัญคือการใช้แสงเพื่อวัดระยะ หรือความสูงของพื้นผิว หลักการทำงานคือการส่งแสงเลเซอร์ไปกระทบวัตถุหรือพื้นผิวต่างๆ ซึ่งระหว่างทางระบบจะทำการคำนวณเวลาในการเดินทางของแสงตั้งแต่ถูกปล่อยออกจากอุปกรณ์จนสะท้อนกลับมาที่ตัวรับสัญญาณเพื่อวัดระยะ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์พื้นผิวได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น การสร้างเส้นชั้นความสูง (Contour Line) พื้นที่การมองเห็น (Viewshed) ความลาดชัน (Slope) การตกกระทบของแสง (Hillshade) การหาปริมาตรในการขุดและถมที่ (Cut and Fill) เป็นต้น อย่างไรก็ตามการใช้ไลดาร์ซึ่งใช้หลักการการสะท้อนกลับของคลื่นแสง ก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับการแปลความวัตถุประเภทกระจก โลหะหรือน้ำที่สามารถสะท้อนแสงได้ดี ในพ.ศ.2565 สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ได้ดำเนินการสำรวจเนินโบราณสถานเมืองโบราณยะรังด้วยเทคโนโลยีไลดาร์ (Li-DAR) ในพื้นที่เมืองโบราณยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ผลการศึกษาพบตำแหน่งร่องรอยผิดวิสัยจำนวน 40 จุด (มีตำแหน่งซ้ำกัน 4 จุด) พบพื้นที่พื้นที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเนินโบราณสถานเพิ่มเติมจำนวน 2 แห่ง อย่าลืมติดตามตอนสุดท้าย Ep.6 เมืองโบราณยะรัง : การศึกษาชายฝั่งทะเลโบราณอ่าวปัตตานี ด้วยนะคะ --------------------------- Ep.1 เมืองโบราณยะรัง : เมืองโบราณสำคัญในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ https://www.facebook.com/fad11songkhla/posts/628320109334790 Ep.2 เมืองโบราณยะรัง = ลังกาสุกะ? https://www.facebook.com/fad11songkhla/posts/pfbid023vs8jRqA2iqonHKfjBgCMWEC6GfQLWyYHFy8ogMX3RVt1UG1uy2pSNVxkd2s9BT6l Ep.3 เมืองโบราณยะรัง : การดำเนินงานทางด้านโบราณคดี https://www.facebook.com/fad11songkhla/posts/pfbid02yA8FEeS67MfC8HzjSBSYFYPtYd2b3nmNpXf9FQuwkajWb5X4woZgmPtHJ4vyyA8dl Ep.4 เมืองโบราณยะรัง : โบราณสถานและโบราณวัตถุชิ้นพิเศษ https://www.facebook.com/fad11songkhla/posts/pfbid0va5D37FDUqFdjb2uGRWXaLWPdEzE3awHxN52dk6ztdmCYgt5gfxBoVdH84dGAf5hl EP.5 เมืองโบราณยะรัง : การศึกษาตำแหน่งที่ตั้งโบราณสถานด้วยเทคโนโลยีไลดาร์ (Li-DAR) Ep.6 เมืองโบราณยะรัง : การศึกษาชายฝั่งทะเลโบราณอ่าวปัตตานี



ชื่อเรื่อง                     ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏธกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถา (ธมฺมปทขั้นต้น, คาถาธมฺมปท)อย.บ.                       244/7ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               50 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 53.5 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


         พระวิษณุสี่กร          พุทธศตวรรษที่ ๑๓          ได้มาจากเมืองศรีเทพ พระยานครพระราม สมุหเทศาภิบาล มณฑลพิษณุโลก ส่งมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒          ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องลพบุรี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          พระวิษณุสี่กร ทรงยืนตริภังค์ พระเศียรทรงกิรีฏมกุฎ* (หมวกทรงกระบอก) พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเนตรโปน พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา พระวรกายท่อนบนเปลือย พระวรกายท่อนล่างทรงพระภูษาสั้น ยืนตริภังค์ ทรงยืนบนฐานสี่เหลี่ยม พระวิษณุมีสี่กร จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระวิษณุจตุรภุช กล่าวคือ “จตุร” หมายถึงสี่ “ภุช” หมายถึงกรหรือแขน          ประติมากรรมองค์นี้ยังคงแสดงอิทธิพลจากศิลปะอินเดียอย่างชัดเจน ได้แก่ การยืนตริภังค์ แสดงการยืนเอียงส่วนพระโสณี (สะโพก) ค่อนข้างมาก รูปแบบดังกล่าวนี้ปรากฏในงานประติมากรรมศิลปะอินเดียอย่างชัดเจนตั้งแต่สมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๙-๑๑) เป็นต้นมา และส่วนพระเศียรที่ทรงกิรีฏมกุฎนั้นแสดงถึงรูปแบบเดียวกับ กิรีฏมกุฎที่ปรากฏในศิลปะปัลลวะ ของอินเดียใต้ ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ เป็นหมวกทรงกระบอกเรียบ ตั้งตรงไม่สอบเข้าหากัน ไม่มีลวดลาย มีเส้นรอบวงเท่ากับพระเศียร และไม่มีกระบังหน้า รูปแบบดังกล่าวปรากฏในประติมากรรมที่ทรงกิรีฏมกุฎ อาทิ พระวิษณุ พระสุริยะ แพร่กระจายทั่วพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่ง ทั้งในศรีวิชัย ทวารวดี และเขมรก่อนเมืองพระนคร**          อำมาตย์โท พระยานครพระราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก มีจดหมายรายงานการพบเทวรูป องค์นี้ ถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลงวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ความตอนหนึ่งกล่าวว่า          “..ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปตรวจพบรูปพระนารายณ์หินอีกองค์หนึ่งอยู่ห่างจากกำแพงเมืองศรีเทพทางทิศใต้ราว ๒๕ เส้น มีขนาดเท่าคนร่างใหญ่ เบื้องล่างหักเพียงข้อพระบาท แต่ฐานที่ตั้งและพระบาทยังอยู่พอจะต่อเข้ารูปกันได้ ส่วนเบื้องบนพระกรขวาหักเพียงศอก พระกรซ้ายหักเพียงศอกกรหนึ่งเพียงข้อพระหัดถ์กรหนึ่ง พระพักตร์กะเทาะบ้างเล็กน้อย นอกนั้นยังดีอยู่ แต่ที่หักแล้วหายหาไม่พบ ทรงเครื่องอย่างเขมรขัดเตี่ยว (เหมือนผู้ที่แต่งตัวจะเข้าชกมวย) แต่สนับเพลาสั้นมาก มาลาที่ทรงคล้ายหมวกเตอร์กี ข้าพระพุทธเจ้าได้สั่งให้นำมาไว้ที่อำเภอวิเชียรแล้ว...”          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยำรงราชานุภาพทรงมีลายพระหัตถ์ตอบกลับ อำมาตย์โท พระยานครพระราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก ลงวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ความตอนหนึ่งว่า          “...ของโบราณซึ่งได้พบมาแล้วที่เมืองศรีเทพมักเปนของดี ๆ เสมอ ฉันคิดว่ายังจะมีของดี ๆ เหลืออยู่อีกขอให้เจ้าคุณพยายามค้นหาต่อไป พระนารายณ์ที่เจ้าคุณได้พบแล้วนั้นก็คงจะเปนของดีอีก ขอให้จัดการส่งลงไปเถิด ฉันขอขอบใจเจ้าคุณเปนอันมากที่เอาใจใส่ในเรื่องของโบราณอันเปนราชการสำคัญของบัณฑิตยสภา...”            *กิรีฏะ  ในภาษาสันสกฤตแปลว่า มงกุฎ ดังนั้นจึงปรากฏกับประติมากรรม เทพเจ้า หรือบุคคลที่มีอำนาจ เช่น พระวิษณุ พระอินทร์ พระสูรยะ และบุคคลที่เป็นกษัตริย์           **โดยเฉพาะในวัฒนธรรมเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร มีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ปัลลวะค่อนข้างชัดเจน อาทิ สร้อยพระนามกษัตริย์จะลงท้ายด้วย “-วรมัน” เช่นเดียวกับกษัตริย์ในราชวงศ์ปัลลวะของอินเดีย     อ้างอิง เชษฐ์ ติงสัญชลี. บทบาทของศิลปะอินเดียต่อเครื่องแต่งกายประติมากรรมบุคคลในเอเชียอาคเนย์. กรุงเทพฯ: มติชน,๒๕๖๒. เชษฐ์ ติงสัญชลี. มุทรา ท่าทาง เครื่องทรง สิ่งของรูปเคารพในศาสนาพุทธ เชน ฮินดู. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๕. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔)ศธ. ๒.๑.๑/๕๐. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง เทวรูปศิลาซึ่งพบที่เมืองศรีเทพ เข้ามายังพิพิธภัณฑสถานฯ (๑๓-๑๕ เมษายน ๒๔๗๒).


ชื่อเรื่อง                      ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏธกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถ (ธมฺมปทขั้นปลาย)อย.บ.                           240/18หมวดหมู่                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               56 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ; ยาว 55 ซม.หัวเรื่อง                        พุทธ                                      ศาสนา                                                           บทคัดย่อ/บันทึก     เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ



            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี เชิญชมนิทรรศการหมุนเวียน "Object of the Month" วัตถุจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประจำเดือน "พฤศจิกายน" เชิญพบกับ "ใบหน้าบุคคล" ประติมากรรมปูนปั้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ จัดแสดงให้ชมระหว่างวันที่ ๑ – ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖             โบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ได้แก่ "ใบหน้าบุคคล" ประติมากรรมปูนปั้นศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๘ พบจากการขุดแต่งโบราณสถานเนินทางพระ ตำบลบ้านสระ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะเป็นใบหน้าบุคคลหรือเทวดา รูปหน้าค่อนข้างกลม สีหน้าอิ่มเอิบ ทรงผมมวยเกล้าจุกทั้งสองข้างกระหม่อม แสดงอาการสงบดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการสร้างประติมากรรมอิทธิพลศิลปะขอมแบบบายนในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ผสมผสานกับฝีมือช่างฟื้นถิ่น             ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ "ใบหน้าบุคคล" ประติมากรรมปูนปั้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ (ปิดวันจันทร์ วันอังคาร) ณ ห้องโถงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐ หรือเฟสบุ๊ก: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี



ควันหลงวันแมวโลก (8 สิงหาคม) วันนี้หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ มีหนังสือนิทานอ่านสนุก เอาใจน้องๆ สายทาสเหมียว รักแมวมาแนะนำหลายเล่มเลย แต่ละเล่มมีแมวเป็นตัวละครเอก มีทั้งแมวส้ม แมวดำ แมวสามสี และอีกหลายแมวมาอ่านกันได้ที่ห้องหนังสือเยาวชน หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่นะ เมี๊ยว #นิทานทาสแมว#NLTCHIANGMAI#แนะนำนิทานอ่านสนุก#บรรณารักษ์ชวนอ่าน


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.77 โหราศาสตร์_ตำราดูฤกษ์ยามประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยดำISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  โหราศาสตร์ลักษณะวัสดุ              23; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    โหราศาสตร์                  ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 15 ส.ค..2538


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗             วันพุธที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗) เวลา ๑๔.๓๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร เฝ้าฯ รับเสด็จ            นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดนิทรรศการฯ  และขอพระราชทานพระราชานุญาตทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแผ่นทองคําจารึกพระราชสมัญญา “พระอัครราชูปถัมภิกาการจดหมายเหตุไทย” (พระ-อัก-คะ-ระ-รา-ชู-ปะ-ถำ-พิ-กา-การจดหมายเหตุไทย)ด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการจดหมายเหตุไทย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลเบิกผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ ได้แก่ พระภิกษุ จำนวน ๕ รูป และบุคคลทั่วไป จำนวน ๓๑ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากนั้นเสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการ และทอดพระเนตรนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ โอกาสนี้ ทรงเขียนไปรษณียบัตรที่ระลึก จำนวน ๒ แผ่น และทรงหย่อนไปรษณียบัตรลงในตู้ไปรษณีย์ด้วย            คณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการเรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของเอกสารสำคัญในความดูแลของกรมศิลปากร นิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากรัฐจารีตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นรัฐสมัยใหม่ในห้วงศตวรรษที่ผ่านมา โดยจัดแสดงเอกสารต้นฉบับ ๔๑ ชุด กว่า ๒๐๐ รายการ ที่ล้วนเป็นเอกสารทรงคุณค่าสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งหลายฉบับยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน แบ่งการจัดแสดงออกเป็น ๖ หัวข้อ ได้แก่              ๑. “จารจารึก บันทึกสยาม” เป็นชุดเอกสารโบราณที่บันทึกอยู่ในรูปของศิลาจารึก หนังสือสมุดไทย และเอกสารใบลาน ได้แก่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ นันโทปนันทสูตรคำหลวง คัมภีร์อัลกุรอาน ไตรภูมิฉบับพระมหาช่วยจารที่วัดปากน้ำ จินดามณี จุลศักราช ๑๑๔๔ รามเกียรติ์ บทละครพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ หนังสือสมุดไทย เรื่อง สามก๊ก มหาชาติคำหลวง และ    อุรังคธาตุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพเค้าโครงทางประวัติศาสตร์ช่วงสมัยสุโขทัยจนถึงก่อนการปฏิรูปประเทศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว               ๒. “แผนภูมิของแผ่นดิน” จัดแสดงแผนที่โบราณของประเทศไทย ประกอบด้วย แผนที่สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ และตราประจำจังหวัด              ๓. “นิติสารเมื่อเพรงกาล เล่าขานประวัติศาสตร์ไทย” นำเสนอเอกสารด้านกฎหมายและความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศ อาทิ กฎหมายตราสามดวง สนธิสัญญาเบาว์ริ่ง เอกสารเกี่ยวกับการเลิกทาส              ๔. “เมื่อแรกมีการพิมพ์” จัดแสดงชุดเอกสารกลุ่มแรก ๆ ในสังคมไทยที่เปลี่ยนจากการจดจารด้วยวัสดุและเทคนิคแบบโบราณ มาเป็นการบันทึกด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบตะวันตก เช่น หนังสือจดหมายเหตุบางกอกรีคอร์เดอร์ คัมภีร์ครรภ์ทรักษา ราชกิจจานุเบกษา รัชกาลที่ ๔              ๕. “ต้นร่างสร้างเมือง เรืองรองศิลปกรรม” จัดแสดงเอกสารการออกแบบก่อสร้างอาคารสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตามรูปแบบตะวันตก เช่น แบบแปลนวังพญาไท แบบยอดพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท แบบหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แบบก่อสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ            ๖. “ด้วยความทรงจำอันงดงามและความคิดถึง” ย้อนระลึกถึงวันวานกับของสะสมในความทรงจำ ที่สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมตะวันตกได้มีอิทธิพลมาสู่วิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคมไทยอย่างแพร่หลาย เช่น การเขียนจดหมาย การส่งไปรษณียบัตร             ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” ระหว่างวันที่ ๒๘ มีนาคม - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร) ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


ตามหาร่องรอย "#เมืองพิมาย" ใน นิทรรศการพิเศษ "#เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม" . พี่นักโบ ตั้งใจพามาชม นิทรรศการพิเศษ กรมศิลปากร ประจำปี พุทธศักราช 2567 ภายใต้เรื่อง ”เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม“ ในส่วนของหัวข้อ "แผนภูมิของแผ่นดิน" โดยนิทรรศการพิเศษในปีนี้ ตั้งใจนำเสนอสุดยอดเอกสารสำคัญในความดูแลของกรมศิลปากรฉบับจริงจำนวนกว่า 41 ชุด รวมทั้งสิ้นกว่า 200 รายการ ซึ่งหลายฉบับยังไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน ถูกนำมาจัดแสดงให้ชมในนิทรรศการนี้เป็นครั้งแรก . เอกสารฉบับหนึ่ง ที่พี่นักโบหยิบยกมานำเสนอในวันนี้ ได้แก่ "แผนที่ยุทธศาสตร์ ครั้งรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1" โดยฉบับที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ พิมพ์จากต้นฉบับเดิมของกรมแผนที่ทหาร ซึ่งได้ทูลเกล้าถวายล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 คราวพระองค์เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมกรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2513 . หากเอ่ยถึงพระนาม "สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1" หลายคงอาจหลงคิดไปไกลว่าคือปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อพิจารณาจากชื่อบ้านนามเมืองที่ปรากฏในแผนที่แล้ว "สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1" ในที่นี้คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช นั่นเองครับ โดยสันนิษฐานว่าแผนที่ฉบับนี้ถูกร่างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ แล้วเขียนเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.2367-2394) . ความน่าสนใจของแผนที่ฉบับนี้ คือการเขียนลักษณะภูมิประเทศ ทั้งภูเขา แม่น้ำไว้อย่างชัดเจน รวมไปการกำหนดจุดหมายตา หรือ Landmark ในจุดต่าง ๆ อาทิ ต้นไม้ใหญ่ หนองน้ำ บันทึกลงไว้ในแผนที่เพื่อเป็นจุดกำกับในการเดินทางระหว่างเมืองด้วย นอกจากนี้ยังมีการกำกับระยะทางระหว่างเมือง ด้วยเส้นสีดำ ว่าแต่ละเมืองอยู่ห่างกันเป็นจำนวนกี่คืน หรือกี่วัน ซึ่งง่ายสำหรับผู้ใช้แผนที่ . "#เมืองพิมาย" เป็นหนึ่งในหลายเมืองในภูมิภาคอีสานใต้ที่ถูกเขียนไว้ในแผนที่ด้วย จากแผนที่พบว่าทางด้านทิศเหนือของ เมืองพิมาย มีแม่น้ำมูล ซึ่งเชื่อมลำน้ำเชียงไกรไหลผ่าน ซึ่งถูกต้องตามภูมิประเทศ และยังทำให้ผู้ใช้แผนที่ทราบว่า ถ้าเราต้องการเดินทางจาก เมืองพิมาย ไป เมืองพุทไทสง (อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์) ใช้เวลา 1 คืน จากเมืองพุทไทสง ไป เมืองแปะ (อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์) จะต้องข้ามแม่น้ำมูลและจะพบกับต้นดุม ใช้เวลา 3 คืน ซึ่งจากเมืองแปะ สามารถเดินทางไปเมืองอื่น ๆ ได้ อาทิ เมืองนางรอง (อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์) เมืองตะลุง (อ.ประโคนชัย จ.สุรินทร์) หรือเมืองสุริน (อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์) . ความน่าสนใจอีกประการของแผนที่ฉบับนี้ คือ เมืองนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ของ เมืองพิมาย มิได้ถูกเขียนชื่อกำกับไว้ แต่กลับมีข้อความ เขียนกำกับไว้นอกกรอบเมืองว่า "โคกพะญา" มีเส้นทางน้ำไหลเข้ามายังกลางเมือง ซึ่งปัจจุบันไม่หลงเหลือสภาพแล้ว หรืออาจเป็นทางน้ำเชื่อมระหว่างลำตะคองกับคูเมืองด้านทิศเหนือ บริเวณแยกประตูน้ำ ? ถึงแม้ว่าจะไม่มีการกำกับชื่อเมืองเช่นเดียวกับเมืองอื่น ๆ ไว้ แต่เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งที่ตั้ง จึงทราบได้ทันทีว่าเป็น เมืองนครราชสีมา . จากแผนที่แสดงให้เห็นว่า #เมืองนครราชสีมา เป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า "ประตูสู่อีสาน" เมื่อเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีเมืองสำคัญ ๆ อยู่รายรอบ อาทิ เมืองปัก (อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา) ด้านทิศใต้ เมืองสี่มุม (อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ) ด้านทิศเหนือ เมืองชนบท (อ.ชนบท จ.ขอนแก่น) ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเมืองพิมาย ด้านทิศตะวันออก . แผนที่อายุกว่า 170 ปี ฉบับนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สำคัญที่ปรากฏชื่อบ้านนามเมือง ลักษณะภูมิประเทศ และจุดหมายตาทั้งพระราชอาณาจักรสยามขณะนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในภูมิภาคอีสานใต้ของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่ชื่อบ้านนามเมืองในตอนนั้นกลายเป็นชื่ออำเภอ และจังหวัดในปัจจุบัน นับเป็นหนึ่งใน "แผนภูมิของแผ่นดิน" อันทรงคุณค่าของชาติ หากมีโอกาส พี่นักโบ ขอเชิญชวนทุกคนไปเยี่ยมชมนิทรรศการพิเศษ "เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม" ได้ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2567 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ กันครับ . เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา . อ้างอิงข้อมูลจาก - ป้ายข้อมูลภายในนิทรรศการพิเศษ "เอกสารล้ำค่า จารึกสยาม" - กรมศิลปากร. เอกสารประกอบนิทรรศการ "เอกสารล้ำค่า จารึกสยาม". กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. 2567.


black ribbon.