ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,570 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.432/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 156  (131-140) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : มิลินทปัญหา--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.579/1                             ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 4.5 x 49.5 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 187  (357-364) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : สวดมนต์กลาง--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


จีวรลายดอก"ผ้ากาสาวพัสตร์" (แปลว่า ผ้าที่ย้อมด้วยน้ำฝาด) หรือ "ผ้าไตร" ที่คนไทยทั่วไปรู้จักกัน เป็นผ้าที่พระสงฆ์ใช้นุ่งห่มกายตามข้อกำหนดของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยผ้าจำนวน ๓ ผืน ได้แก่ "จีวร" (อุตราสงค์) เป็นผ้าที่ใช้ห่มด้านนอก "สบง" (อันตรวาสก) ผ้าที่ใช้สำหรับนุ่งด้านล่าง และ "สังฆาฏิ" ผ้าสำหรับนุ่งซ้อนหรือพาดบ่า การนุ่งห่มผ้าไตรนี้เป็นข้อกำหนดที่พระพุทธเจ้าทรงประทานอนุญาตไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาลและถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพระสงฆ์ ซึ่งประเทศไทยได้รับรูปแบบการแต่งกายนี้เข้ามาพร้อม ๆ กับพระพุทธศาสนา ดังที่พบในงานศิลปกรรมกลุ่มพระพุทธรูปสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖) เป็นต้นมา กระทั่งถึงปัจจุบัน พระสงฆ์ไทยยังคงใช้ผ้าไตรนุ่งห่มตามพระวินัยเช่นเดียวกับพระสงฆ์ที่พบในประเทศต่าง ๆ แม้ว่ารูปแบบการครองผ้าจะเปลี่ยนไปบ้างตามแต่ละนิกายก็ตามผ้าไตรเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรูปเคารพเนื่องในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะรูปพระพุทธเจ้าและพระสาวก แม้จะมีความแตกต่างกันบ้างตามยุคสมัยและสกุลช่างทางศิลปะ ทว่ายังคงปรากฏในรูปของผ้าสามผืน มีลักษณะเป็นผ้าเรียบ ไม่มีลาย ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าเป็นการสร้างตามรูปแบบของผ้าไตรที่พระสงฆ์ในสมัยนั้นใช้ กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ราชสำนักมีธรรมเนียมถวายผ้าจีวรที่มีลวดลายดอกไม้อย่างที่เรียกว่า "จีวรลายดอก" แด่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ดังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาทิ จดหมายเหตุบัญชีผ้าพระกฐินและผ้าไตร จ.ศ. ๑๑๘๗ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๖๘) และภาพถ่ายพระสงฆ์ในช่วงนั้น กล่าวกันว่าการถวายจีวรลายดอกน่าจะเกิดขึ้นมาแต่สมัยพุทธกาลแล้ว โดยพระพุทธเจ้าทรงประทานอนุญาตเฉพาะลายดอกไม้ขนาดเล็ก ไม่กาววาว (สีสันไม่ฉูดฉาด ไม่แวววาว) จีวรลายดอกที่นิยมถวายกันในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์จึงทำจากผ้าที่นำเข้ามาจากแคว้นเบงกอล เป็นผ้าฝ้ายเนื้อบางละเอียด ทอลายดอกไม้ขนาดเล็กทั้งผืน เรียกว่า “ผ้าย่ำตะหนี่” (Jamdani) นำมาตัดเย็บและย้อมด้วยน้ำฝาดตามพระวินัย ด้วยเหตุนี้ ความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปและพระสาวกบางกลุ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ลงมา จึงได้ถอดแบบมาจากการนุ่งห่มของพระสงฆ์จริง ๆ โดยครองจีวรลายดอกหลายรูปแบบ เช่น ลายดอกพิกุล ลายใบเทศ และลายพุ่มข้าวบิณฑ์แม้ว่าการถวายจีวรลายดอกแด่พระสงฆ์จะลดลงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) จนหายไปในที่สุด ทว่ายังปรากฏการสร้างพระพุทธรูปหรือพระสาวกที่ครองจีวรลายดอกสืบต่อมาจนกลายเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ที่ไม่พบในงานศิลปกรรมสมัยอื่นของไทย






          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ขอเชิญร่วมกิจกรรม "ไกด์ ออน เกวียน" 2 รอบสุดท้าย ในวันที่ 29 และ 30 กรกฎาคม 2566 ทริปปิดฤดูกาล ก่อนเข้าพรรษา มีเกวียนบริการวันละ 1 รอบ เวลา 10:30 น. โดยเส้นทางเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ไปหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในแวะชมหลุมขุดค้น และเดินทางต่อไปยังบ้านไทพวนอนุสรณ์สถาน และกลับมายังพิพิธภัณฑ์             ติดต่อสำรองที่นั่งได้ทาง inbox Facebook Fanpage : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum (www.facebook.com/bcnmfinearts) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4223 5040  


          สำนักหอสมุดแห่งชาติ โดยกลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก ได้ดำเนินงานโครงการเผยแพร่ความรู้ทางด้านเอกสารโบราณ ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อจัดทำวีดิทัศน์การเรียนการสอนการเขียนอักษรขอม พยัญชนะตัวเชิงการผสมสระกับพยัญชนะ โดยมีการนำเสนอในรูปแบบการ์ตูน  เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาอักษรขอม และการฝึกเขียนอักษรขอม โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็นสองส่วน      1. การเขียนอักษรขอม พยัญชนะตัวเชิง      2. การผสมสระกับพยัญชนะ           ผู้สนใจสามารถรับชมได้ทาง YouTube :  National Library of Thailand (หอสมุดแห่งชาติ) ที่  https://www.youtube.com/watch?v=4pwhCHeWSf8


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ป่าน้ำว้า ตำบลขึ่ง ตำบลไหล่น่าน -- เมื่อหลายสิบปีก่อน อุตสาหกรรมป่าไม้ของไทยได้รับความนิยม ป่าไม้ในภาคเหนือเช่นที่จังหวัดน่านมีพันธุ์ไม้ชั้นดีมากมาย รัฐได้กำหนดผืนป่าบางส่วนสำหรับสัมปทานทำไม้หรือเรียกกันทั่วไปว่า " เปิดป่า " . เอกสารจดหมายเหตุของสำนักงานป่าไม้จังหวัดน่านฉบับหนึ่ง คือแผนที่ป่าไม้นอกโครงการน้ำน่านฝั่งซ้าย แสดงบริเวณป่าน้ำว้า ตำบลขึ่งและตำบลไหล่น่าน ที่เจ้าหน้าที่หรือเอกชนร่างการสำรวจไว้เพื่อขอทำไม้. ลักษณะแผนที่ถูกจัดทำในขนาดมาตราส่วน 1: 50,000 ภายในพื้นที่มีแม่น้ำว้าไหล่ผ่านกลางจากทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก ลำห้วยต่างๆ แตกสาขาจากแม่น้ำออกไปดั่งเส้นเลือดฝอย เช่น ห้วยเดีย ห้วยปง ห้วยหนวน ห้วยสะลื่น ห้วยสวน และห้วยผายาว ฯลฯ ริมแม่น้ำประกอบไปด้วยหมู่บ้านเป็นระยะ ได้แก่ บ้านขึ่ง บ้านท่าลี่ บ้านห้วยสวน บ้านห้วยเม้น และบ้านหาดไร่ ถึงแม้แผนที่จะไม่แสดงความเขียวครึ้มของผืนป่า หากผู้สำรวจได้ระบายสีม่วงบริเวณพื้นที่ขอทำไม้ไว้ แสดงว่าจุดนั้นต้องอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ต่างๆ แน่นขนัด ที่สำคัญมันอยู่เลียบแม่น้ำว้าทั้งสองฝั่งและกว้างเกือบ 3 ใน 4 ของแผนที่ ทั้งมิต้องกล่าวถึงพันธุ์สัตว์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ด้วย คงจะมีปริมาณมากเช่นกัน. อย่างไรก็ดี นอกจากองค์ประกอบทางกายภาพแล้ว แผนที่ยังสะท้อนนัยให้เราทราบอีกบางประการ เช่น. 1. คนอยู่กับป่า ทั้งดำรงชีพหรือพึ่งพาอาศัยกันและกันมาแต่แรก 2. ระบบนิเวศน์อุดมสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นไม่ถูกสำรวจเพื่อขอทำไม้ 3. ชื่อแผนที่คือ " ป่านอกโครงการ ... " สันนิษฐานว่าอาจเคยถูกกันเอาไว้ไม่ให้รับสัมปทาน เพื่อสงวนพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์. น่าเสียดายที่แผนที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม แม้กระทั่งวันเวลาที่จัดทำ มิฉะนั้น เราจะเข้าใจผืนป่าแห่งนี้มากขึ้น และตอบคำถามหนึ่งได้ว่า สุดท้ายผืนป่าน้ำว้า ตำบลขึ่ง ตำบลไหล่น่าน ถูกสัมปทานหรือไม่ ??.ผู้เขียน: นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา).เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสำนักงานป่าไม้จังหวัดน่าน ผจ นน 1.6/11 แผนที่ป่านอกโครงการน้ำน่านฝั่งซ้าย แสดงบริเวณป่าน้ำว้า ตำบลขึ่ง ตำบลไหล่น่าน อำเภอสา จังหวัดน่าน [ ม.ท. ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


          หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชวนร่วมงานเสวนาเรื่อง จากบุพเพสันนิวาสสู่พรหมลิขิต : พลังแห่งวรรณกรรมสู่ซอฟต์พาวเวอร์ วิทยากรโดย จันทร์ยวีร์ สมปรีดา นักประพันธ์เจ้าของนามปากกา "รอมแพง" ภายในงานมีกิจกรรมสาธิตการทำขนมไทยฉบับในวัง การแสดงเครื่องเเต่งกายสมัยสมเด็จพระนารายณ์ และหนังสือแนะนำให้อ่านตามรอยวรรณกรรม  ในวันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.00 - 16.30 น.  ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ  (*รับจำนวนจำกัดเพียง 70 ท่าน และขอปิดรับสมัครเมื่อมีผู้ลงทะเบียนครบตามจำนวน) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าด้วยการสแกน QR Code หรือทาง https://forms.gle/Et7o37wozX9AH6537            ทั้งนี้ ผู้สนใจที่ลงทะเบียนไม่ทัน หรือไปร่วมงานไม่ได้ ยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการเสวนาดังกล่าวได้ผ่านทาง Facebook Live: National Library of Thailand



          เศียรพระพุทธรูป           แบบศิลปะ : อยุธยา (ศิลปะอู่ทอง)           ชนิด : สำริด           ขนาด : สูง 27 เซนติเมตร กว้าง 12 เซนติเมตร           ลักษณะ : พระรัศมีเป็นเปลว เม็ดพระศกเล็กแหลม มีกรอบไรพระศก พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระกรรณยาว พระนลาฏกว้าง พระขนงต่อกันเป็นปีกกา พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่งเป็นสัน พระโอษฐ์แย้มพระสรวล พระศอเป็นปล้อง           สภาพ : ชำรุด พระศอและพระเศียรด้านหลัง เนื้อสำริดแตกหักหายไป           ประวัติ : พระอธิการยุค วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี มอบให้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2471 ย้ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544           สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/10/   ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi


ดาวน์โหลด พระพุทธสิหิงค์ รุ่น ครบรอบ 112 ปี กรมศิลปากร.pdf


ครุฑยุดนาควัสดุ : ไม้ ล่องชาด ปิดทอง ประดับกระจกแบบศิลปะ/อายุสมัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ (๑๐๐-๒๐๐ ปีมาแล้ว)ประวัติ : ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านรับมอบจากพระครูศิริคุณาทาน เจ้าอาวาสวัดท่าล้อ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน สันนิษฐานว่าเดิมประดับอยู่ในส่วนของหน้าบันอาคาร เช่น วิหาร เป็นต้นครุฑ อ้าปาก สวมมุงกุฎยอด หรือมงกุฎชัย กรรณเจียกจร กรองศอ กำไลแขน กำไลข้อมือ เปลือยท่อนบน นุ่งผ้าชายเพือย ทำท่าในลักษณะเท้าทั้งสองจับส่วนลำตัวนาค แขนทั้งสองจับส่วนหัว และส่วนหางของนาค ปีกทั้งสองสยายออกข้างลำตัว กล่าวว่าการจับนาคจะจับบริเวณต้นกับเกือบถึงปลายหางเพื่อป้องการการเหนี่ยวรัดและแว้งกัด กรงเล็บจะขย้ำลงที่ใต้ท้องนาคในครุฑปุราณะ กล่าวว่า นางกัทรุขอพระจากพรกัศยปมุนีให้มีบุตรเป็นนาค ส่วนนางวินตามีบุตรเป็นครุฑ ซึ่งนางทั้งสองแก่งแย่งชิงดีกัน ครุฑมักจะกินนาคเป็นอาหารเสมอ แม้ในวรรณคดีสันสกฤตเอง ยังมีการกล่าวถึงครุฑว่า ครุฑมีอาหารเป็นนาค เพราะฉะนั้นครุฑจึงกินนาคเป็นอาหาร ในกาลต่อมาครุฑกับนาค จึงกลับกลายมาเป็นศัตรูกันสืบมาครุฑยุดนาค หรือ ครุฑจับนาค เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ระหว่างดีและชั่วเอกสารอ้างอิงพระบุญสม ธมฺมวโร (เชิดสูงเนิน). การศึกษาเปรียบเทียบครุฑในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพุทธศาสนาเถรวาท. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ๒๕๖๓.


เส้นทางสายบุญ ไหว้สิมโบราณริมโขง • เชียงคาน • เลยEp.2 วัดศรีคุณเมือง        สิมอายุ 187 ปี        มีศิลปะที่สวยงาม ทรงคุณค่า       อยู่ใกล้ถนนคนเดิน เดินทางสะดวกมากสอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถานโทร. :  043-242129Line : finearts8kkE-mail : fad9kk@hotmail.comTiktok : สำนักศิลปากรขอนแก่นพื้นที่ในความรับผิดชอบขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี#สิม #เลย #ความรู้ #สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น #กรมศิลปากร #โบราณสถาน #เส้นทางสายบุญ #สิมริมโขงเชียงคาน #สิม #สิมโบราณ #คนไทยเลย #เลยก๋อ #เชียงคานเชียงใจ


black ribbon.