ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,480 รายการ

  ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉบับพิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 1  สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์ ปีที่พิมพ์ : 2473 หมายเหตุ : สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสมาตุจฉาเจ้า โปรดให้พิมพ์เป็นมิตรพลีขึ้นปีใหม่ เมื่อปีมะเมีย พ.ศ. 2473                            ชุมนุมพระบรมราชาธิบาย ภาคที่ 2 หมวดราชประเพณีโบราณ เล่มนี้ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับราชประเพณีโบราณ โดยนำเสนอเนื้อหาในหมวดโบราณคดี ว่าด้วยราชประเพณีโบราณ ซึ่งประกอบด้วย ประเพณีนำริ้วตรวจทางเสด็จพระราชดำเนิน ประเพณีลงสรงโสกันต์ ประเพณีพระราชทานเบี้ยหวัดและเงินเดือนแก่เจ้านายในพระราชวังบวร ประเพณีพระราชทานเบี้ยหวัดพระราชวงศานุวงศ์ที่ทรงผนวช ประเพณีพระราชทานบรรดาศักดิ์แก่พ่อค้าต่างประเทศ ประเพณีเสด็จพระราชทานพระกฐินพระอารามหลวงกรุงศรีอยุธยา และประเพณีพระสงฆ์รามัญสวดพระปริตทำน้ำพระพุทธมนตร์ในพระราชวังชั้นใน  


ตอน จิตรกรรมล้านนา ๐ สวัสดีค่าาา กลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ในวันนี้ เราขอเสนอองค์ความรู้ เรื่อง “จิตรกรรมล้านนา”  ๐ จิตรกรรมและภาพลายเส้นของล้านนานั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นศิลปะการช่างที่มีความสำคัญ และน่าสนใจมากที่สุดแขนงหนึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่สร้างขึ้น เพื่อตอบสนองต่อเงื่อนไขการดำรงอยู่ของสังคมล้านนาในอดีตแล้ว ยังสามารถบ่งบอกถึงคติความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ อีกด้วย เทคนิคและวิธีการตลอดจนการแสดงออกของศิลปะ บ่งบอกถึงงานช่าง ความรู้สึกนึกคิด และการติดต่อ สัมพันธ์กับสังคม วัฒนธรรมอื่น อีกทั้งยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีอีกด้วย ๐ เนื่องจากจิตรกรรมฝาผนังในดินแดนล้านนานั้นมีมากมายหลายแห่ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จึงคัดเลือก “จิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่นของล้านนา” จำนวน ๘ แห่ง มานำเสนอให้กับแฟนเพจทุกๆท่านค่ะ โดยเราจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๔ ตอนค่ะ  --------------------------------------- (ตอนที่ ๑) - วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) จังหวัดเชียงใหม่ : จิตรกรรมช่วงพุทธศาสนารุ่งเรืองในอาณาจักรล้านนา   พุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑ - วิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง : จิตรกรรมสกุลช่างลำปาง พุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๔ - วิหารวัดบวกครกหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ : ฝีมือช่างไทใหญ่ ครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ ๒๕  ---------------------------------------- ๐โปรดติดตามตอนต่อไป... ---------------------------------------- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. โทรศัพท์ : ๐๕๓-๒๒๑๓๐๘ e-mail : cm_museum@hotmail.com


ชื่อเรื่อง                           เทศนาสังคิณี – มาปัฏฐานสพ.บ.                             148/7ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           30 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 56.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 ธรรมเทศนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ภาษาบาลี-ไทย ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี  


ชื่อเรื่อง                                มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาดก) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (กุมาร)สพ.บ.                                  138/8ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           36 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 ธรรมะ บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดกุฏีทอง ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี




ชื่อเรื่อง                                มหานิปาต (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกปาลิ ขุทฺทกนิกาย (คาถาพัน)สพ.บ.                                 164/1กประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           52 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี



ประถม ก.กา ชบ.ส. ๑๐๒ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.32/1-1 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)






งค์ความรู้ เรื่อง กล้องยาสูบดินเผา (Pipe/Clay Pipe) ตอนที่ ๒ การศึกษาเปรียบเทียบกล้องยาสูบดินเผาที่พบในวัฒนธรรมล้านช้างกับแหล่งโบราณคดีอื่น ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเรียบเรียงข้อมูลโดย นางสาวกุลวดี สมัครไทย นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น


. สวัสดีปี๋ใหม่เมืองเจ้า...   . กลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่อีกเช่นเคยค่ะ เพื่อให้เข้ากับบรรยายกาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ มีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆมามอบให้กับแฟนเพจทุกๆท่านค่ะ โดยวันนี้เราขอเสนอองค์ความรู้ เรื่อง “ป๋าเวณีปีใหม่เมือง : ประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา” ค่ะ . ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง หรือ ประเพณีปีใหม่เมือง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวเหนือ หรือชาวล้านนา สืบเนื่องมาจากอดีตกาลที่จะยึดถือเป็นช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ โดยกำหนดจุดที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งมักจะตรงกับวันที่ 13 เมษายน หรือ 14 เมษายนของแต่ละปี และจะกินเวลาประมาณ 4-7 วัน ยาวนานกว่าสงกรานต์ของภาคอื่น ๆ . ทำไมต้องปีใหม่เมือง?? . อย่างที่เรารู้กันค่ะว่า “วันขึ้นปีใหม่” ตามสากลคือ วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี ส่วนคำว่า “ปีใหม่ไทย” มีที่มาจาก ในอดีตวันขึ้นปีใหม่ของไทยตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน รัฐบาลจึงกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ค่ะ  . คนภาคเหนือตามภาษาถิ่นจะเรียกแทนตัวเองว่า “คนเมือง” ฉะนั้นในส่วนของคนเหนือหรือคนเมืองแล้ว จะไม่ได้พูดคำว่า “สงกรานต์” เลย แต่จะเรียกกันว่า “ปี๋ใหม่เมือง” มากกว่าค่ะ และเรียกวันขึ้นต้นปี 1 มกราคมว่า “ปี๋ใหม่ไทย” แทน . ช่วงปีใหม่เมืองนี้ ชาวเหนือจะมีพิธีกรรมต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเกี่ยวกับศาสนาหรือชุมชน ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆได้ลดความสำคัญจากวันปีใหม่ไทย(ช่วงวันสงกรานต์) ให้เป็นเพียงเทศกาลสงกรานต์ มีการทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ตามปกติทั่วไป แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่ากับคนภาคเหนือค่ะ . เนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ปีนี้รัฐบาลสั่งงดการเล่นน้ำและการจัดขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์และพระพุทธรูปสำคัญ ที่ทุกปีจะมีการอัญเชิญออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำ โดยเปลี่ยนรูปแบบเป็นการสมโภชพระพุทธสิหิงค์ โดยอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานด้านหน้าวิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำแทนค่ะ  . ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและมีความสุขในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี้นะคะ ไว้พบกันใหม่ในองค์ความรู้รอบหน้าค่ะ  """""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""" พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.  (หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)  e-mail : cm_museum@hotmail.com สอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผ่านกล่องข้อความ หรือ โทรศัพท์ : 053-221308 For more information, please leave your message via inbox or call : +66 5322 1308+


เครื่องถ้วยจีน พบจากการขุดค้นทางโบราณคดี  ณ โบราณสถานวัดหลง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ----- จากการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี โบราณสถานวัดหลง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญหลายประการ เช่น แนวอิฐ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินกึ่งมีค่า ชิ้นส่วนเครื่องแก้วสีเขียว อิฐบัว อิฐดินเผา ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดินมีลายกดประทับ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์สุ้ง (พุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๙) ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐) เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง (พุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๒) ที่น่าสนใจคือพบว่าชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่โบราณสถานที่ต่อเนื่องยาวนานหลายสมัย จากการขุดค้นพบเครื่องถ้วยจีนทั้งหมด ๑๐๖ ชิ้น สามารถกำหนดอายุได้ ๓ สมัย ได้แก่   ๑. สมัยราชวงศ์สุ้ง พุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๙ ส่วนใหญ่เป็นเศษภาชนะดินเผาเคลือบสีเขียว มีแหล่งผลิตจาก “เตาถงอัน มณฑลฝูเจี้ยน” และ “เตาหลงเฉวียน มณฑลเจ้อเจียง” โดยการส่งออกเครื่องปั้นดินเผาในระยะนี้มักพบบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคกลางของประเทศไทย ๒.  สมัยราชวงศ์หยวน พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ ส่วนใหญ่เป็นเศษภาชนะดินเผาเคลือบสีเขียว มีแหล่งผลิตจาก “เตาหลงเฉวียน มณฑลเจ้อเจียง” โดยการส่งออกเครื่องปั้นดินเผาในระยะนี้มักพบบริเวณภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทยมากกว่าภาคใต้ ซึ่งก็สอดคล้องกับจำนวนเครื่องถ้วยจีนที่พบในหลุมขุดค้นที่มีปริมาณน้อยสุดในบรรดาราชวงศ์ต่าง ๆ ที่กำหนดอายุได้ ๓. สมัยราชวงศ์หมิง พุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๒ ส่วนใหญ่เป็นเศษภาชนะดินเผาประเภทลายคราม โดยมีแหล่งผลิตจาก “เตาผิงเหอ มณฑลฝูเจี้ยน” และ “เตาจิ่งเติ๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี” โดยการส่งออกเครื่องปั้นดินเผาในระยะนี้มักพบบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศไทย   จากการขุดค้นพบเครื่องถ้วยจีนดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถานวัดหลง กับจีนสมัยราชวงศ์สุ้งถึงสมัยราชวงศ์หมิง รวมทั้งชุมชนโบราณร่วมสมัยแห่งอื่น ๆ ทั้งในอำเภอไชยา และในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย เช่น โบราณสถานวัดเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ แหล่งโบราณคดีทุ่งตึก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา คลองท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช และเมืองสทิงพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีการค้นพบเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์สุ้งและสมัยราชวงศ์หยวน นอกจากนี้ ด้วยลักษณะทำเลที่ตั้งของโบราณสถานวัดหลงซึ่งตั้งอยู่ริมเส้นทางน้ำ ยังเหมาะสมต่อการตั้งชุมชน (โดยพบว่าชุมชนสำคัญในไชยามักตั้งถิ่นฐานอยู่บนแนวสันทรายไชยา และแนวลำคลองไชยา เช่น วัดพระบรมธาตุไชยาฯ วัดแก้ว วัดเวียง และวัดศาลาทึง) และเอื้อต่อการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนโบราณแห่งอื่น ๆ ทั้งในอำเภอไชยา และชุมชนภายนอกจากที่เข้ามาทางฝั่งทะเลตะวันออก โดยมีแหลมโพธิ์เป็นเมืองท่าการค้าสำคัญซึ่งสามารถติดต่อกับต่างชาติได้โดยตรง เนื่องจากอยู่ริมชายฝั่งทะเล และมีบริเวณที่เป็นอ่าวขนาดใหญ่ซึ่งเหมาะแก่การจอดเรือสินค้า ทำให้มีโอกาสรับวัฒนธรรมที่หลากหลายจากบ้านเมืองภายนอกเข้ามา ดังปรากฏจากหลักฐานโบราณสถาน และโบราณวัตถุทั้งที่สร้างขึ้นเนื่องในศาสนา และโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น สินค้าจากจีน (ดังมีการค้นพบเครื่องถ้วยจีนหลากหลายสมัยในวัดหลง และชุมชนโบราณแห่งอื่น ๆ ในอำเภอไชยา) อินเดีย และตะวันออกกลาง ด้วยความเหมาะสมด้านทำเลที่ตั้งและการเข้ามาของวัฒนธรรมจากต่างชาติดังกล่าว จึงส่งผลให้ชุมชนโบราณไชยามีพัฒนาการและเจริญรุ่งเรืองขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและศาสนาที่สำคัญในสมัยศรีวิชัย และมีการใช้พื้นที่สืบมาจนถึงสมัยหลัง ----- เรียบเรียง/กราฟิก : นางสาวโสมสินี สุขเกษม นักวิชาการวัฒนธรรม กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ----- อ้างอิง ๑. กรมศิลปากร. รายงานการปฏิบัติงานโครงการขุดแต่งและบูรณะวัดหลง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพฯ : หน่วยศิลปากรที่ ๑๔ กองโบราณกรมศิลปากร, ๒๕๒๕ ๒. กรมศิลปากร. แหลมโพธิ์ แหล่งเศรษฐกิจของศรีวิชัย. กรุงเทพฯ : กองโบราณกรมศิลปากร, ๒๕๓๑ ๓. ทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์. การศึกษาเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถังถึงสมัยราชวงศ์สุ้งที่พบในการขุดค้นแหล่งโบราณคดีเมืองขีดขิน ตำบลบ้านหมอ อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี. ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๐ ๔. บุณญฤทธิ์ ฉายสุวรรณ. ทุ่งตึกจุดเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมทางทะเล. สงขลา : ทริโอ ครีเอชั่น, ๒๕๕๒ ๕. เพลงเมธา ขาวหนูนา. พัฒนาการทางวัฒนธรรมของชุมชนโบราณในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ ภาควิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร), ๒๕๕๗ ๖. สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช. โบราณสถานและแหล่งโบราณคดีในพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช เล่ม ๒ : สุราษฎร์ธานี. นครศรีธรรมราช : สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช, ๒๕๕๔


black ribbon.