ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,535 รายการ
หมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี/ไทยหัวเรื่อง พุทธศาสนา—บทสวดมนต์ บทสวดมนต์ พระอภิธรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 20 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม. บทคัดย่อ
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากพระครูวิมลสังวร วัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี
กิจกรรมเนื่องในวันจดหมายเหตุสากลและวันแห่งการสถาปนาสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประกอบด้วย
1. นิทรรศการเสมือนจริง เรื่อง "หอจดหมายเหตุ: พลังแห่งสังคมความรู้ (Archives: Empowering Knowledge Societies) ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2563 ผ่านทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th
2. การเสวนาออนไลน์ ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalArchivesofThailand ตั้งแต่เวลา 14.00 น. - 15.30 น. จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 วันที่ 9 มิถุนายน 2563 เรื่อง "จดหมายเหตุส่วนบุคคล: เครือข่ายสังคมความรู้ (Private Archives: Networking Knowledge Society)"วิทยากร:1. ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ2. ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้ดำเนินรายการ: นางสาวราศี บุรุษรัตนพันธุ์
ครั้งที่ 2 วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เรื่อง "จดหมายเหตุ 2020 : หลักฐาน เทคโนโลยี มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสังคมความรู้ based on #IAW2020" แบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้(1) “Archives as Evidence and Trusted Data and Information: กรณีศึกษาจดหมายเหตุดิจิทัลในฐานะหลักฐานในชั้นศาล”วิทยากร:1. อาจารย์ ดร.วราภรณ์ พูลสถิติวัฒน์ ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร2. อาจารย์ ดร.พิมพ์พจน์ สีลาเขต ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(2) “เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเอกสารและจดหมายเหตุ: กรณีศึกษาปัจจัยการจัดการเวชระเบียน”วิทยากร:1. ผศ.เลิศชัย วาสนานิกรกุลชัย ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร2. อาจารย์ ดร.พิมพ์พจน์ สีลาเขต ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(3) “มรดกทางวัฒนธรรมกับการจัดการจดหมายเหตุสู่ความยั่งยืน"วิทยากร:1. อาจารย์ ดร.กนกพร นาสมตรึก ซิมิโอนิกะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย2. อาจารย์ ดร.นยา สุจฉายา ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ครั้งที่3 วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เรื่อง "ความปกติใหม่ (New Normal)ที่ท้าทายงาน จดหมายเหตุ: บททดสอบจากสถานการณ์แพร่ ระบาดโควิด 19"วิทยากร:1. นางจุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ2. นายแพทย์ โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)3. นางสาวชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) (วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ)4. ดร. ฐิติมา ธรรมบำรุง ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)5. นางจิราภรณ์ ศิริธร รองผู้อำนวยการส่วนบริหารงานเอกสาร บริหารงานจดหมายเหตุ และวัตถุพิพิธภัณฑ์ ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย6. นางสุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล รองผู้อำนวยการองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) (Thai PBS) ครั้งที่4 วันที่ 18 สิงหาคม 2563 เรื่อง "งานจดหมายเหตุ: บทบาทหน้าที่ในสังคมไทย"วิทยากร:1. กรมศิลปากรกับงานจดหมายเหตุ โดย นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร2. วรรณคดีคือจดหมายเหตุที่กวีเป็นผู้บันทึก โดย นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ (ภาษาและวรรณกรรม)3. จดหมายเหตุให้อะไรกับสังคม โดย นางจุฑาทิพย์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติผู้ดำเนินรายการ: นางสาวราศี บุรุษรัตนพันธุ์ #ThaiVirtualArchives2020
หนังสือเอกสารและจดหมายเหตุภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับประเทศไทยซึ่งบรรดาชาวต่างชาติผู้เคยมาประเทศไทยในสมัยก่อนได้บันทึกไว้นั้น เก็บรักษาไว้ในหอเอกสารของต่างประเทศเป็นจำนวนมากล้วนแต่มีค่าควรแก่การศึกาาค้นคว้าทั้งสิ้น
ศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร), พระยา. มูลบทบรรพกิจ วาหนิต์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ พิศาลการันต์ แบบสอนหนังสือไทย. พระนคร : กรมศิลปากร, 2508.
มูลบทบรรพกิจ วาหนิต์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ และพิศาลการันต์ ทั้งหมดนี้ ว่าด้วยวิธีใช้ตัวอักษร พยัญชนะเสียงสูงต่ำ การผัน การประสมอักษร และตัวสะกดการันต์.
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม. พระนคร : กรมศิลปากร, 2511.
ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงอธิบายลักษณะเจ้านายประเภทต่าง ๆ โดยละเอียด และเปรียบเทียบกับลักษณะของประเทศใกล้เคียง ให้ความรู้เกี่ยวกับราชประเพณีและรัฐประศาสโนบายในสมัยรัชกาลที่ 5
ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย อักษร/ภาษา : อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ประวัติ : พบเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๒ โดยนายจรง ชูกลิ่น และนายถวิล ช่วยเกิด ที่หุบเขาช่องคอย หมู่ที่ ๕ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะของศิลาจารึก : ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย เป็นจารึกที่ทำขึ้นโดยใช้แผ่นหินธรรมชาติขนาดใหญ่ รูปทรงเหมือนเรือ กว้าง ๑๖๐ ซม. ยาว ๖๘๓ ซม. หนา ๑๒๐ ซม. อยู่ใกล้กับร่องน้ำที่ไหลลงมาจากยอดเขา จารึกมีทั้งหมด ๓ ตอน มีความหมายต่อเนื่องกัน ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย ด้านที่ ๑ อักษรปัลลวะ ภาษาสันสฤต พุทธศตวรรษที่ ๑๑ คำอ่าน - ตอนที่ ๑ ศฺรีวิทฺยาธิการสฺย คำแปล - ตอนที่ ๑ (ศิลาจารึกนี้เป็น) ของผู้เป็นเจ้าแห่งวิทยาการ (พระศิวะ) ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย ด้านที่ ๒ อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต พุทธศตวรรษที่ ๑๑ คำอ่าน - ตอนที่ ๒ บรรทัดที่ ๑ นโมสฺตุตไสฺมปตเยวนานำ บรรทัดที่ ๒ นโมสฺตุตไสฺมปตเยสุราณาม บรรทัดที่ ๓ ปฺโยชนาจฺฉิวนมาคตาเสฺต บรรทัดที่ ๔ ทาตวฺยมิตฺยตฺร ภวทฺภิเรภยะ คำแปล - ตอนที่ ๒ ขอความนอบน้อม จงมีแก่ท่านผู้เป็นเจ้าแห่งป่า ขอความนอบน้อม จงมีแก่ท่านผู้เป็นเจ้าแห่งเทพ ทั้งมวล ชนทั้งหลายผู้เคารพต่อพระศิวะ คิดว่า ของอัน ท่านผู้เจริญ (พระศิวะ) นี้จึงให้มีอยู่ในที่นี้ จึงมาเพื่อประโยชน์ (นั้น) ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย ด้านที่ ๓ อักษรปัลลวะ ภาษาสันสฤต พุทธศตวรรษที่ ๑๑ คำอ่าน -ตอนที่ ๓ บรรทัดที่ ๑ เยษานฺนิลยเทเศษุ ดิษฺฐติมานุชาวราะ บรรทัดที่ ๒ ยทิ เตษําปฺรสาทาจฺจ การฺยฺยนฺเตษํา ภวิษฺยติ II คำแปล - ตอนที่ ๓ ถ้าคนดีอยู่ในหมู่บ้านของชนเหล่าใด ความสุข และผล (ประโยชน์) จักมีแก่ชนเหล่านั้น (นายชูศักดิ์ ทิพย์เกสร และนายชะเอม แก้วคล้าย อ่าน-แปล) การค้นพบศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย ทำให้ทราบว่าในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑ มีกลุ่มคนและนักบวชที่ใช้ภาษาสันสกฤต นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิไศวนิกาย จากอินเดียเดินทางเข้ามาใช้พื้นที่บริเวณหุบเขาช่องคอยเพื่อปฏิบัติศาสนกิจตามลัทธิของตนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ศิลาจารึกหุบเขาช่องคอย ถือเป็นจารึกอักษรปัลลวะ ที่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ที่เก่าที่สุดในประเทศไทย โดยมีอายุร่วมสมัยกับศิลาจารึกเขาพระนารายณ์เมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จารึกเยธฺมาฯ ๑ และ ๒ จังหวัดนครปฐม จารึกเมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และจารึกเหรียญเงินเมืองพรหมทิน จังหวัดลพบุรี จากการพบจารึกหุบเขาช่องคอย กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๒ ตอนพิเศษ ๙๘ง หน้า ๓ วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๘ เนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่ ----------------------------------------ค้นคว้า/เรียบเรียงข้อมูล : น.ส.สุขกมล วงศ์สวรรค์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ ----------------------------------------อ้างอิง : หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร. จารึกในประเทศไทย เล่ม ๑ อักษรปัลลวะ อักษรหลังปัลลวะ พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔. พิมพ์ครั้งที่ ๒. แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ : หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร,๒๕๕๙.
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
ฉบับพิมพ์ :พิมพ์ครั้งที่ 2
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2553
หมายเหตุ : -
เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโขน ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ประจำชาติที่มีการพัฒนาสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นมหรสพของหลวงที่เล่นสมโภชในงานพระราชพิธีสำคัญ ๆ โขน เป็นประมวลวิจิตรศิลป์หลายสาขาไว้ด้วยกัน กล่าวคือ กระบวนท่ารำและกระบวนรำจัดเป็นนาฏศิลป์ หน้าโขนหรือหัวโขนที่ผู้แสดงสวมใส่ต้องขึ้นรูปด้วยดินจัดเป็นงานประติมากรรม หัวโขนที่ทำด้วยกระดาษ เขียนลวดลายลงสีเป็นงานจิตรกรรม ส่วนประกอบของอาภรณ์เครื่องประดับต่าง ๆ ปักลวดลายอย่างวิจิตรบรรจงด้วยงานหัตถศิลป์ชั้นสูง เรื่องราวที่นำมาแสดงคือรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่ง และในการแสดงต้องมีวงปี่พาทย์ประกอบ จึงนับว่าเป็นมหรสพที่ประกาศความเป็นอัจฉริยลักษณ์ของงานประณีตศิลป์ไทยได้อย่างเต็มภาคภู
เหรียญอาหรับ พบที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ปัจจุบันมีหลักฐานการพบเหรียญอาหรับจากเมืองโบราณอู่ทอง จำนวนไม่น้อยกว่า ๙ เหรียญ สำหรับเหรียญอาหรับ จำนวน ๒ เหรียญ ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เป็นเหรียญทองแดง ขนาดเล็ก ผ่านศูนย์กลาง ๑.๙ เซนติเมตร ทั้ง ๒ ด้านมีจารึกตัวอักษรอาหรับ ภาษาอาหรับตรงกลางเหรียญและริมขอบเหรียญ จารึกบางส่วนค่อนข้างลบเลือนทำให้เกิดข้อจำกัดของการอ่านและแปลความ จากการอ่านและแปลความของนักวิชาการทำให้ทราบว่า เนื้อหาบนเหรียญทั้ง ๒ ด้าน มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาอิสลาม ดังนี้ ด้านที่ ๑ จารึกข้อความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ไม่มีภาคีใดเสมอพระองค์ ด้านที่ ๒ จารึกข้อความว่า มุฮัมมัดศาสนทูตของอัลลอฮ์ อัดล์(ยุติธรรม?) เหรียญของชาวอาหรับ ผลิตขึ้นหลังการปฏิรูปเหรียญตรา โดยเปลี่ยนจากต้นแบบเหรียญโรมัน-เปอร์เซียที่มีรูปบุคคล เป็นเหรียญแบบที่มีแต่ตัวอักษรอาหรับ ระบุข้อความที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาอิสลาม เช่น ข้อความจากคัมภีร์อัล-กุรอ่าน คำปฏิญาณ รวมถึงปีและสถานที่ผลิตเหรียญ เมื่อปี พ.ศ. ๑๒๓๙ ในสมัยคอลีฟะฮ์อับดุลมาลิค บิน มัรวาน (Caliph Abd al-Malik ibn Marwan) คอลีฟะฮ์หรือกาหลิบแห่งราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (Umayyad Dynasty, พ.ศ. ๑๒๐๔ – ๑๒๙๓) ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวอาหรับที่นับถือศาสนาอิสลาม เหรียญอาหรับที่ผลิตขึ้นในสมัยดังกล่าว ใช้วัสดุแตกต่างกัน ๓ ชนิด ได้แก่ เหรียญทอง ดีนาร์ (Dinar) เหรียญเงิน ดิรฮัม (Dirham) และเหรียญทองแดง ฟิลส์ (Fils) เหรียญอาหรับที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง กำหนดอายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว โดยสันนิษฐานว่าผลิตขึ้นในสมัยคอลีฟะฮ์อัล-มันซูร (Caliph al-Mansur) แห่งราชวงศ์อับบาสิยะห์ (Abbasid Dynasty, พ.ศ. ๑๒๙๓ – ๑๘๐๑) ทรงครองตำแหน่งในระหว่าง พ.ศ. ๑๒๙๗ – ๑๓๑๘ เป็นผู้ทรงริเริ่มก่อสร้างนครแบกแดด (ปัจจุบันกรุงแบกแดดเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐอิรัก) ซึ่งในเวลานั้นเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าสำคัญที่มีการติดต่อค้าขายทางทะเลกับประเทศจีน และดินแดนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การค้นพบเหรียญอาหรับจากเมืองโบราณอู่ทอง ถือเป็นหลักฐานหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ มีการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนจากดินแดนตะวันออกกลาง มาตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากเหรียญที่พบมีจำนวนไม่มากนัก จึงสันนิษฐานว่า เหรียญดังกล่าว อาจไม่ได้ใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนหรือค้าขาย แต่อาจเป็นของที่ระลึก หรือของที่นำติดตัวมากับพ่อค้าชาวตะวันออกกลาง ซึ่งเดินทางเข้ามาในพื้นที่บริเวณเมืองโบราณอู่ทองในช่วงเวลาดังกล่าว --------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง --------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง โครงการศิลป์เสวนา ฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑). สุนิติ จุฑามาศ. โบราณคดีอิสลาม การค้าทางทะเลสู่อิสลามานุวัตรในยุคโบราณทวารวดี-ศรีวิชัย สู่รัฐสุลต่านมลายูปาตานี. ศิลป์เสวนาเรื่อง “โบราณคดีอิสลาม จากรัฐทวารวดี ศรีวิชัย ถึงอยุธยา”. [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=8INszwEqcuA วิภาดา อ่อนวิมล. “เหรียญตราในประเทศไทยช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๖”. วิทยานิพนธ์ปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๑. สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. ทวารวดี : ประตูสู่การค้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเล. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.