ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,534 รายการ

ชื่อแบบฉบับ : สจฺจสงฺเขปนิสฺสย (ผูก 1ก) ชื่อเรื่อง : นิสสัยสัจจสังเขป (ผูก 1ก) เลขทะเบียน : ชม.บ.558/1ก ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                     ผู้สร้าง : เจ้าธัมมกิตติ                ปีที่สร้าง : จ.ศ.899 (พ.ศ.2080) จำนวน : 1  คัมภีร์  5 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก, 3-3ก, 4)    จำนวนบรรทัด : 6 บรรทัด          จำนวนหน้า : 54 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                  ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา            เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ-ลานดิบ               ไม้ประกับ : ธรรมดา                 ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : เจ้าธัมมกิตติสร้าง จ.ศ.899  (พ.ศ.2080) ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.758/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 236 (393-406) ผูก 9 (2568)หัวเรื่อง : เวสฺสนตรชาตก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


          หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมละครโทรทัศน์ ย้อนวันวานละครไทยในอดีต ในวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 นี้ รับชมละครโทรทัศน์ ปากกาทอง ตอน “บทเรียนสร้างชีวิต” บทประพันธ์ โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ (รับจำนวนจำกัด 100 ที่นั่ง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand


12 สิงหาคม จากวันพระราชสมภพสู่วันแม่แห่งชาติ   วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันที่ชาวไทยร่วมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แม่หลวงของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใยต่อประชาชน ผ่านพระราชกรณียกิจมากมายที่ทรงทำเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกร จึงทำให้วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์กลายเป็นวันแม่แห่งชาติ ที่ชาวไทยทุกคนร่วมแสดงความเคารพและน้อมเกล้าถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทุ่มเททั้งความรักและความเสียสละเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การที่พระองค์ให้ความสำคัญกับการยกระดับชีวิตของประชาชนจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้วันที่ 12 สิงหาคม ถูกกำหนดเป็นวันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เพื่อให้ชาวไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่ ซึ่งไม่เพียงเป็นผู้ให้กำเนิด แต่ยังเป็นผู้ดูแลและทุ่มเทเพื่อครอบครัวและสังคม การเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติไม่เพียงแต่เป็นการเทิดทูนพระเกียรติของพระองค์ แต่ยังเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสร้างความเข้าใจในบทบาทของแม่ ความรัก ความเสียสละ และการทุ่มเทของแม่ต่อครอบครัวและสังคม การทำกิจกรรมในวันแม่ เช่น การนำดอกมะลิมาถวายแม่ หรือการทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แม่ เป็นการแสดงความเคารพและขอบคุณที่ท่านได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดู ดอกมะลิสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่แห่งชาติ ได้รับการเลือกเป็นตัวแทนของความรักบริสุทธิ์และไม่มีเงื่อนไขระหว่างแม่กับลูก ซึ่งเป็นความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด กิจกรรมต่างๆ เช่น การประดับธงชาติและโคมไฟยังสะท้อนถึงความจงรักภักดีและความเคารพต่อผู้เป็นแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งการสร้างครอบครัวและสังคมที่ดี วันที่ 12 สิงหาคม ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองพระราชกรณียกิจของพระองค์ แต่ยังเป็นการระลึกถึงความสำคัญของการดูแลและความผูกพันในครอบครัว การแสดงความเคารพและขอบคุณแม่ ผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราด้วยความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด หากสนใจหนังสือเกี่ยวกับวันสำคัญสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ห้องหนังสือทั่วไป หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี   แหล่งข้อมูลอ้างอิง เกริก ท่วมกลาง.  กิจกรรมวันสำคัญของไทย.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2553. ชลิยา ศรีสุกใส.  วันสำคัญ ประเพณีการละเล่นของไทย.  กรุงเทพฯ: พีบีซี, [ม.ป.ป.] ประชิด สกุณะพัฒน์ และอุดม เชยกีวงศ์.  วันสำคัญ กิจกรรมที่ควรนำไปปฏิบัติในโอกาสต่างๆ.  กรุงเทพฯ: ภูมิปัญญา, 2549 ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.  นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2568, จาก https://pkkc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/7771/iid/257603 Bonnevie.  พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2568, จาก https://mthai.com/news/336429.html   เรียบเรียงโดย นางสาวทิพวรรณ จันทร์ปัญญา บรรณารักษ์ปฏิบัติการ        หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี        สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี  กรมศิลปากร


เลขทะเบียน  นม.บ.11/2ฆ



        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ขอเชิญชวนผู้ชื่นชอบท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แวะประทับตรา เก็บไว้เป็นที่ระลึก ได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และอาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี เมื่อได้ไปเที่ยวแล้วอย่าลืม “แชร์ความประทับใจ” ให้เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าคุณคือนักสะสมประสบการณ์ ผู้เก็บบันทึกทุกเรื่องราวไว้ในสมุดแห่งความทรงจำ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6100 Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum 


ชื่อเรื่อง                     วัดดงหวาย ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาผู้แต่ง                        พเยาว์ เข็มนาค สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา.ประเภทวัสดุ/มีเดีย    หนังสือท้องถิ่นหมวดหมู่                   ศาสนาเลขหมู่                      294.3135 พ225วสถานที่พิมพ์              กรุงเทพฯสำนักพิมพ์                 สมาพันธ์ปีที่พิมพ์                     2552ลักษณะวัสดุ              96 หน้า : ภาพประกอบ หัวเรื่อง                     วัดดงหวาย ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา                  ภาษา                        ไทยบทคัดย่อ/บันทึก             วัดดงหวายเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ในเขตอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีโบราณสถานที่กรมศิลปากรกำลังบูรณะซ่อมแซม คือ อุโบสถหลังเก่าและวิหารพระนอน ทั้งสองเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 และที่ 5 ทั้งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีชุมชนเกิดขึ้นที่นี่แล้ว


5 วัน ·   #หนังสือกรมศิลป์น่าอ่าน  วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง "#ศิลปสถาปัตยกรรมไทยในพระเมรุมาศ".หนังสือเล่มนี้ จัดทำเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวันอนุรักษ์มรดกไทยปี 2539เปิดเบื้องหลัง “พระเมรุมาศ” งานสถาปัตยกรรมไทยชั้นสูงที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหมายตามคติจักรวาล.เจาะลึกงานช่าง วิศวกรรม และการตกแต่งอย่างวิจิตรถ่ายทอดความงดงามของพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอย่างครบถ้วนครบทั้งประวัติศาสตร์ การออกแบบ และคำศัพท์เฉพาะทาง.อ่านเล่มเดียว เข้าใจคุณค่าศิลปะไทยอย่างลึกซึ้งร่วมเรียนรู้และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยอันล้ำค่า.ผู้สนใจอ่านได้ที่  #ห้องค้นคว้า ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ หรืออ่านได้เลยที่  https://digitalcenter.finearts.go.th/ebook/6451049698141.บรรณานุกรมกรมศิลปากร. สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. ศิลปสถาปัตยกรรมไทยในพระเมรุมาศ. กรุงเทพฯ: กรม, 2539.เลขเรียกหนังสือ: ศก 725.597 ศ528ศ.แนะนำโดย นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงานกราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ#NLTKORAT #พระเมรุมาศ #ศิลปสถาปัตยกรรมไทย #มรดกไทย #งานช่างไทย #กรมศิลปากร #องค์ความรู้ #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือดีบอกต่อ  ดูน้อยลง


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยงานด้านจดหมายเหตุมาตั้งแต่ครั้งยังทรงศึกษา ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ และทรงให้ความสำคัญกับเอกสารจดหมายเหตุในฐานะเป็นเอกสารชั้นต้นที่สะท้อนถึงภารกิจของหน่วยงานเจ้าของเอกสาร ซึ่งสามารถนำไปอ้างอิงวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ได้ในทุกสาขาวิชา           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีสายพระเนตรที่กว้างไกล พระองค์มีพระราชปรารภถึงความจำเป็นที่ควรจัดให้มีหลักสูตรการศึกษาวิชาการจดหมายเหตุในระดับอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาวิชาชีพจดหมายเหตุในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือจากนานาอารยประเทศ อีกทั้งเพื่อปลูกฝังให้ประเทศไทยได้รู้จักงานจดหมายเหตุ เข้าใจถึงคุณค่าและมีความหวงแหนเอกสารประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ในชั้นแรกหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้มอบหมายให้นักวิชาการที่มีความรู้และประสบการณ์ในงานจดหมายเหตุ ร่วมกันจัดทำเอกสารเรื่อง “วิชาการพื้นฐานการบริหารและจัดการจดหมายเหตุ” เพื่อเป็นเอกสารทางวิชาการสำหรับผู้ปฏิบัติงานจดหมายเหตุและผู้สนใจทั่วไป และได้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย  พร้อมทั้งจัดทำคู่มือเทคนิควิธีเกี่ยวกับกระบวนงานจดหมายเหตุ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติยังจัดหลักสูตรการฝึกอบรมความรู้ด้านกระบวนงานจดหมายเหตุ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามความประสงค์ของผู้ขอรับการฝึกอบรม ทั้งที่เป็นหน่วยงาน ผู้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และผู้สนใจทั่วไปด้วย           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงให้ความสำคัญในขั้นตอนการซ่อมอนุรักษ์เอกสารจดหมายเหตุมากเป็นพิเศษ เพราะทรงเข้าพระราชหฤทัยในธรรมชาติของเอกสารจดหมายเหตุซึ่งเป็นของเก่า และมีอยู่เพียงชุดเดียวหรือมีเพียงจำนวนจำกัด แต่ต้องเก็บรักษาให้คงอยู่ตลอดไป จึงโปรดให้ผู้มีหน้าที่ดูแลหอพระสมุดส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเรียนวิธีซ่อมอนุรักษ์เอกสาร และหนังสือส่วนพระองค์อย่างง่ายๆ เพื่อนำความรู้ไปใช้ที่หอพระสมุดดังกล่าว ทรงแนะนำให้บรรณารักษ์หอสมุดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาเรียนวิธีซ่อมอนุรักษ์เอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมทั้งทรงนำนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามาศึกษาดูงานที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติและหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติดำเนินการอนุรักษ์และซ่อมสงวนรักษาแผนที่โบราณในหอพระสมุดส่วนพระองค์ และพระราชทานความเห็นในการซ่อมเอกสารของหอจดหมายเหตุแห่งชาติว่า “หนังสือซ่อมแล้วทำให้เอกสารอ่านยาก เพราะกระดาษสาใช้เสริมความแข็งแรงของเอกสารเป็นกระดาษสาที่ผลิตในประเทศ กระดาษสามีความหนากว่ากระดาษสาของญี่ปุ่น แต่กระดาษสาของญี่ปุ่นมีราคาสูง”หอจดหมายเหตุแห่งชาติจึงได้ประสานกับบริษัทผู้ผลิตกระดาษสาให้พัฒนาปรับปรุงการผลิตกระดาษสาให้บางลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งให้มีสีหลากหลาย เพื่อให้พนักงานซ่อมเอกสารสามารถเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีของกระดาษของเอกสารที่จะซ่อมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้เอกสารที่ซ่อมแล้วอ่านได้ง่ายขึ้น และนำตัวอย่างกระดาษสาไทยไปให้หน่วยงานที่ผลิตกระดาษสาสำหรับการซ่อมอนุรักษ์ของญี่ปุ่นวิเคราะห์ ซึ่งทางหน่วยงานของญี่ปุ่นชื่นชมบริษัทผลิตกระดาษสาของไทยที่ผลิตกระดาษสาได้บางมาก แม้จะยังไม่เหนียวเท่ากระดาษสาของญี่ปุ่น เพราะกระดาษสาของญี่ปุ่นมีเยื่อกระดาษมากและยาวกว่ากระดาษสาของไทย ซึ่งอาจเนื่องมาจากดินที่ปลูกต้นปอสาที่ใช้ผลิต           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระมหากรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดนิทรรศการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติไม่น้อยกว่า ๑๑ ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะทรงตรัสถามถึงความเป็นอยู่ สุขภาพพลานามัยของเจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติด้วยความห่วงใย และมีพระเมตตาให้คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จัดทำโครงการตรวจและรักษาสุขภาพเจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐ นอกจากนี้ ในการเสด็จพระราชดำเนินมาแต่ละครั้งได้มีพระราชดำริพร้อมคำแนะนำในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนางานจดหมายเหตุอยู่เสมอ           หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้สนองพระราชดำริในด้านนี้ โดยได้จัดทำโครงการอ่านภาพเก่า โครงการประกวดภาพเก่า โครงการอวดภาพเก่า โครงการรวบรวมและรับบริจาคภาพจากบุคคลสำคัญ รวมทั้งการรับมอบภาพจากการประกวดภาพถ่ายของหน่วยงานต่างๆ           นอกจากเสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงประกอบพิธีเปิดหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาค เช่น ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุนายรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๙ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่      เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๖ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิม   พระเกียรติฯ ตรัง เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๖ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๖ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ยะลา เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๖ และทรงประกอบพิธีเปิดหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓           ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงกำหนดให้มีการศึกษาดูงานด้านจดหมายเหตุในหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินในแต่ละครั้งด้วยเสมอ ซึ่งเป็นการขยายองค์ความรู้ด้านจดหมายเหตุในพระองค์ และพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนางานจดหมายเหตุในประเทศไทย อาทิ ทรงเสนอให้จัดทำโครงการรวบรวมศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับประเทศไทยในต่างประเทศ หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้สนองแนวพระราชดำริในเรื่องนี้ ซึ่งในปัจจุบัน        หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีเอกสารที่เกี่ยวกับประเทศไทยจากประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ โปรตุเกส ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เบลเยี่ยม ไว้ให้บริการค้นคว้า           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนับสนุนและพระราชทานคำแนะนำในการปฏิบัติงานด้านจดหมายเหตุเสมอมา ซึ่งบรรดาข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกคนของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยที่พระองค์ทรงห่วงใยอาทรบุคลากรและงานจดหมายเหตุ บุคลากรของ       หอจดหมายเหตุแห่งชาติทุกคนจึงร่วมใจกันมุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการงานจดหมายเหตุ การปฏิบัติงาน รวมทั้งให้การบริการเอกสารจดหมายเหตุให้ผู้มาใช้บริการได้รับความพึงพอใจและได้รับประโยชน์สูงสุด   เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดไป   หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา            หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา  เกิดขึ้นจากกรมศิลปากรขยายงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติออกไปสู่ส่วนภูมิภาคทั้ง ๑๒  เขตการศึกษา การจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติในเขตการศึกษาที่ ๓  ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา กรมศิลปากรพิจารณาว่าควรจัดตั้งขึ้นที่จังหวัดสงขลา และได้รับความร่วมมือจากนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ (นายเคร่ง  สุวรรณวงศ์) อนุญาตให้ใช้ที่ดินในบริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่  จำนวน ๓ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการนี้  กรมศิลปากรได้รับพระมหากรุณาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระบรมราชานุญาต  ให้ใช้ชื่ออาคารนี้ว่า  “หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  สงขลา”  เมื่อวันที่ ๗  พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๓๖ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๖               หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลาปฏิบัติงานตามภารกิจหลักในการรับมอบ ติดตาม เเสวงหา และประเมินคุณค่าเพื่อการจัดเก็บ พัฒนา อนุรักษ์  เผยเเพร่เเละให้บริการเอกสารจดหมายเหตุประเภทต่าง ๆ บันทึกเหตุการณ์สำคัญของชาติ ภารกิจดังกล่าว หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ได้น้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาใช้ปฏิบัติงาน ดังกระแสพระราชดำรัสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากภาพถ่ายเก่าและจัดทำคำบรรยายภาพที่เก็บรักษาเป็นหลักฐานด้านจดหมายเหตุในพิธีเปิดนิทรรศการ เรื่อง “สังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕”   เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑  ความว่า  “การจัดนิทรรศการอย่างนี้เป็นผลดีแน่ ภาพจดหมายเหตุจะสามารถเล่าเรื่องต่างๆ ได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยคำบรรยายมากนัก ขอแสดงความคิดเห็นบางประการ (เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ คงกำลังกระทำอยู่บ้างแล้ว)ถ้าทำได้ควรจะคอยสอดส่องหาภาพต่างๆ ในอดีตทั้งใกล้และไกลมาเก็บไว้อีก พยายามขอจากคนที่มีภาพ ถ้าเจ้าของไม่มอบให้เป็นสมบัติของหอจดหมายเหตุแห่งชาติก็พยายามขอยืมมาก๊อบปี้เอาไว้  ค่อยๆ ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับภาพให้ดีที่สุด โดยค้นจากเอกสารและสอบถามจากผู้รู้เรื่องหลายๆ ท่าน สอบทานกัน”




นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้าวนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย พ.ต.อ.ธนวรรธน์ อยู่คง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นางนงคราญ สุขสม ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย และนางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2558 โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤศจิกายน นี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ด้านผู้ว่าราชการการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผย ถึงการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวว่า ขณะนี้มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดเตรียมสถานที่ การประชาสัมพันธืงาน รวมถึงร้านค้าต่างๆที่จะนำมาจัดแสดง และจำหน่ายในบริเวณงาน ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีลอยกระทง จัดขึ้นเพื่อต้องการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น และเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานลอยกระทงมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จังหวัดสุโขทัย พยายามอนุรักษ์ตรงนี้ไว้ให้ยั่งยืน ในรูปแบบงาน ขรึม ขลัง อลังการ โดยในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้ จะมีพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 มีขบวนอัญเชิญไฟพระประทีปพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ มีพิธีเปิดงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กิจกรรมการประกวดนางนพมาศ ประกวดกระทงเล็ก กระทงใหญ่ โคมชัก โคมแขวน การแสดงแสง-เสียงตำนานอาณาจักรสุโขทัย ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ การแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง การแสดงหมู่บ้านวิถีไทย ตลาดแลกเบี้ย ตลาดปสาน ตลอดจนการแสดงนาฏศิลป์ และการแสดงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เพลงลอยกระทง : ลายสือไท Lai Sue Thaiขับร้อง : คณะนักร้องกรมศิลปากรทำนอง : มนตรี ตราโมท





black ribbon.