ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,681 รายการ

ตอนที่ ๒) ๐ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ : ฝีมือช่างเชียงใหม่ ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๒๕ --------------------------------------- ๐โปรดติดตามตอนต่อไป... ---------------------------------------- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. โทรศัพท์ : ๐๕๓-๒๒๑๓๐๘ e-mail : cm_museum@hotmail.com.


รวบรวมและเรียบเรียงโดย นางรสสุคนธ์ ตั้งนภากร บรรณารักษ์ชำนาญการ


ชื่อเรื่อง                           เทศนาสังคิณี – มาปัฏฐานสพ.บ.                             148/4ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           40 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 56.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 ธรรมเทศนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ภาษาบาลี-ไทย ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี  


ชื่อเรื่อง                                อุณฺหิสวิชย (ทิพมนต์)สพ.บ.                                  235/1ขประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           32 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 57 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา--บทสวดมนต์                                           บทสวดทิพย์มนต์ บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน  เส้นจาร ฉบับลานดิบ ภาษาบาลี-ไทยอีสาน ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                                มหานิปาต (เวสฺสนฺตรชาดก) ชาตกปาลิ ขุทฺทกนิกาย (คาถาพัน)สพ.บ.                                  137/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           52 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 ธรรมะ บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดกุฏีทอง ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี


>>รอยพระพุทธบาทหลังเต่า ได้ชื่อมาจาก เพิงหินรูปร่างคล้ายเต่าที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งรอยพระพุทธบาทหลังเต่าตั้งอยู่ทางใต้สุดของกลุ่มแหล่งโบราณคดีในอุทยานประวัติศาสตร์ ลักษณะของรอยพระพุทธบาทเป็นรูปร่างคล้ายฝ่าเท้าเป็นเว้าลึกลงบนพื้นหิน โดยที่ปลายเท้าชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตรงกลางฝ่าพระบาทมีรอยสลักนูนรูปดอกบัวบานซ้อนกลีบ นอกจากนี้รอบๆรอยพระบาทยังพบรอยสกัดเป็นหลุมกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียงกันเป็นแถว ลักษณะคล้ายกับหลุมเสาของอาคารอีกด้วย ซึ่งการพบรอยหลุมกลมหรือรอยสกัดในลักษณะนี้ เราสามารถพบได้ตามโบราณสถานของภูพระบาท เช่น หอนางอุสา ลานหินหน้าวัดพ่อตา กู่นางอุสา เป็นต้น >>>จากการสัมภาษณ์ของชาวบ้านเมื่อครั้งที่มีการสำรวจพบรอยพระพุทธบาทหลังเต่าได้ระบุว่า แต่เดิมรอยพระพุทธบาทหลังเต่าเป็นเพียงรอยสกัดบนพื้นหินอย่างหยาบๆ มีเศษหินเรียงก่อล้อม ต่อมาจึงถูกโบกปูนทับทำรูปนิ้วให้ครบถ้วนโดยชาวบ้านที่มาพบและมีความศรัทธา >>>สำหรับอายุสมัยของรอยพระพุทธบาทหลังเต่านั้นยังไม่สามารถกำหนดอายุได้อย่างชัดเจนว่ามีอายุเก่าสุดเท่าไหร่ นักวิชาการบางท่านก็สันนิษฐานว่า น่าจะสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยทวารวดี (ราว 1000 ปีมาแล้ว) ในขณะที่บางท่านเสนอว่า น่าจะมีอายุไม่เก่ากว่าสมัยล้านช้าง จากเศษภาชนะดินเผาที่พบ


ชื่อเรื่อง                                มหานิปาต (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกปาลิ ขุทฺทกนิกาย (คาถาพัน)สพ.บ.                                  164/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           70 หน้า กว้าง 6 ซ.ม. ยาว 67 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี




คาถาพระเจ้า 5 พระองค์ ชบ.ส. ๑๐๑ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.31/1-7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)




          นิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ประจำปี ๒๕๖๔ เรื่อง “ศักย ขุนพลพิทักษ์” ได้ขยายเวลาจัดแสดงนิทรรศการออกไปถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔           ศักย ขุนพลพิทักษ์ : ศิลปินผู้ประสานจิตรกรรมไทยและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ในบรรดางานจิตรกรรมแบบสมัยใหม่ ที่รับอิทธิพลตะวันตกในแนววิชาการแบบตะวันตก (academic) พื้นฐานงานมักเริ่มจาก ภาพหุ่นนิ่ง (still life) ภาพทิวทัศน์ (landscape) และภาพเหมือน (portrait) ซึ่งให้ความสำคัญกับเรียนรู้ในแนวเสมือนจริง ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนลดทอนรูปร่าง พัฒนาเทคนิค และนำเสนอเรื่องราวให้หลากหลายยิ่งขึ้น ในกลุ่มผลงานต่างๆที่กล่าวมานั้น งานกลุ่มภาพเหมือนถือเป็นงานที่มีความเข้มข้นและมีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน           ศิลปินภาพเหมือนในประเทศไทยนั้น มีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่บุคคลที่ได้รับการยอมรับว่ามีฝีมือ และความลึกซึ้งในผลงานนั้น กลับมีไม่มากนัก ศักย ขุนพลพิทักษ์ อดีตจิตรกรเชี่ยวชาญ ของกรมศิลปากร ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในแวดวงศิลปะแนวภาพเหมือน ถึงแม้ ศักย จะเป็นชื่อที่กลุ่มคนในแวดวงงานศิลปะกลุ่มอื่นอาจจะมีความรับรู้ หรือจดจำไม่มากนัก แต่ในแวดวงศิลปะของทั้งกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร ศักย ขุนพลพิทักษ์ คือครู คือศิลปินภาพเหมือนผู้มุ่งมั่นในสไตล์งานที่มีพื้นฐานแบบตะวันตก ในขณะเดียวกันยังเป็นศิลปินที่สามารถเขียนภาพจิตรกรรมไทยแบบดั้งเดิมและภาพจิตรกรรมแบบใหม่ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้อย่างลงตัว โดยได้ฝากฝีมือการออกแบบ เขียนภาพจิตรกรรมไทย ในวัดสำคัญๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก           กรมศิลปากรขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส "ศักย ขุนพลพิทักษ์" ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ณ อาคารนิทรรศการ ๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร



black ribbon.