ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,349 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.690/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 56 หน้า ; 5.5 x 58 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 217 (202-207) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : นิปุณณมก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



อธิบดีกรมศิลปากรตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา  โบราณสถานสำคัญยังไม่ได้รับผลกระทบ ย้ำติดตามใกล้ชิดเตรียมความพร้อมป้องโบราณสถานเต็มที่           วันจันทร์ที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากรติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมป้องกันโบราณสถานและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดธรรมาราม และป้อมเพชร พร้อมทั้งรับฟังแผนการบริหารจัดการและการป้องกันโบราณสถานจากเหตุอุทกภัย อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางของประเทศไทย ส่งผลให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันโบราณสถานและติดตามสถานการณ์ในทุกวัน ซึ่งมีโบราณสถานที่รับผิดชอบ จำนวน ๓๙๔ แห่ง เป็นโบราณสถานในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ๑๘๙ แห่ง และนอกเกาะเมือง ๒๐๕ แห่ง          นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า ได้ย้ำให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุและอุปกรณ์ ตลอดจนประสานความร่วมมือเพื่อบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการป้องกันโบราณสถานจากเหตุภัยพิบัติ โดยปัจจุบันพื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานสำคัญสูงสุดยังไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดจนเส้นทางคมนาคมยังสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้บรรจุแผนงานมาตรการลดผลกระทบจากภัยพิบัติไว้ในแผนปฏิบัติการการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พุทธศักราช ๒๕๖๖ -๒๕๗๕ มีการบริหารจัดการเป็นขั้นตอนในทุกปี


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ขอเชิญร่วมกิจกรรม Workshop พวงกุญแจจากผ้าทอ พร้อมรับผลงานกลับบ้าน ฟรี!! หากท่านโพสต์รูปพร้อมผลงานและ Check in พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ ๑๕  ๑๖, ๒๒ – ๒๓, ๒๙ - ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๐๐ - ๒๐.๓๐ น. ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามวันและเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า (ขออนุญาตจำกัดจำนวน ๑ ท่าน / ๑ ชิ้นงาน)         กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ Night museum สามารถเข้าชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙ เปิดให้บริการถึง เวลา ๒๐.๓๐ น. วันพุธ - วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ยกเว้นวันจันทร์ - วันอังคาร สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๑๑๘๖ เฟซบุ๊ก: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน         นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเดินชมกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน บริเวณถนนวังซ้าย และถนนรถแก้ว ด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. ตั้งแต่วันนี้ - ๔ มกราคม ๒๕๖๙





“พระพุทธมิ่งเมืองมงคล” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเหลือบต่ำ พระขนงโก่งยกเป็นแถบ มีเส้นเชื่อมต่อสันพระนาสิก พระนาสิกโด่งเป็นสัน ปลายบานเล็กน้อย พระโอษฐ์หยักเป็นคลื่น พระกรรณยาวปลายงอนเล็กน้อย มีขอบไรพระศก เม็ดพระศกแหลมเล็ก พระรัศมีเปลว ชายสังฆาฏิเป็นแถบสี่เหลี่ยมปลายตกแต่งเป็นลายกลีบบัวยาวเหนือพระนาภี ประทับขัดสมาธิราบบนฐานเขียง ซึ่งพุทธลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้ ตรงกับศิลปะแบบล้านช้าง ฐานเขียงมีจารึกอักษรธรรมอีสาน จำนวน ๓ บรรทัด ข้อความจารึก อ่านถอดความโดย นางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักภาษาโบราณเชี่ยวชาญ กรมศิลปากร ได้ความว่า“ศักราช ๒๓๖๗ เดือนยี่ แรม ๔ ค่ำ ๔ มหาราชครูเจ้าทั้ง ๒ วัดกลางเมืองร้อยเอ็ด ทั้งอันเตวาสิต แลมหาราช แลกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา พร้อมกันหล่อพระพุทธรูปนี้” คำว่า มหาราช ในที่นี้ก็คือ พระยาขัติยะวงษา (สีลัง) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดท่านที่สอง ซึ่งเป็นสมัยเดียวกับที่สร้างพระอุโบสถ ปัจจุบันจังหวัดร้อยเอ็ด มีประกาศลงวันที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด และถวายนามว่า พระพุทธมิ่งเมืองมงคล เอกสารอ้างอิง ฉวีงาม มาเจริญ และคณะ. ปกิณกวัฒนธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๓. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๔.


            ผ้าไทยเป็นศิลปหัตถกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความงดงามของวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน ลวดลายบนผืนผ้ามิได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางความงาม หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราว ความเชื่อ และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติสู่ศิลปะการออกแบบ หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นลายผ้าไทยร่วมสมัย “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปะ และงานหัตถกรรมไทยเข้าด้วยกันอย่างงดงาม คือพรรณไม้ที่ปรากฏอยู่ในพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพรรณไม้ทั้งสี่ชนิด ได้แก่ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ บัวควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ และกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ ซึ่งล้วนมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว              ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ (Mussaenda Queen Sirikit)             ไม้พุ่มที่มีดอกรูปดาวเหลืองขนาดเล็กเป็นช่อ ซ้อนด้วยกลีบรองสีชมพูที่ปลายกิ่ง เป็นลูกผสมระหว่าง Mussaenda Dona Luz และ M. philippica var. aurorae อยู่ในวงศ์ Rubiaceae ที่มหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ผสมขึ้น และกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” มาเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยือนประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2506 ลักษณะของดอนญ่าควีนสิริกิติ์เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-3 เมตร ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ปลูกง่ายและราคาไม่แพงบัวควีนสิริกิติ์ (Nymphaea Queen Sirikit)             บัวลูกผสมพันธุ์ใหม่ ซึ่งผสมข้ามสกุลย่อยระหว่างบัวฝรั่งพันธุ์ Perry’s Fire Opal ของสหรัฐอเมริกากับบัวพันธุ์นางกวักฟ้าของไทย ออกมาเป็นดอกสีม่วงบริเวณปลายกลีบ ส่วนโคนกลีบมีสีขาว ซึ่งถือเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร และสมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธยมาเป็นชื่อของบัวลูกผสมพันธุ์นี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555 บัวพันธุ์นี้เป็นไม้น้ำที่ดอกบานเต็มที่ในช่วงเช้าและค่อยๆ ห่อตัวในช่วงบ่าย อายุการบานประมาณ 3 วัน กุหลาบควีนสิริกิติ์ (Rosa Queen Sirikit)             ดอกกุหลาบสีเหลืองสดแต้มด้วยขอบสีชมพูแกมส้ม อยู่ในวงศ์ Rosaceae เป็นลูกผสมระหว่างกุหลาบพันธุ์ Königin der Rosen และ Golden Giant เกิดเป็นพันธุ์ Peer Gynt ได้นำออกเผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2511 และได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกุหลาบ ณ กรุงเบลฟาสต์ เขตไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร ใน พ.ศ. 2513 โดย Mr. André Hendrickx ผู้อำนวยการเรือนกุหลาบ Grandes Roseraies Du Val de Loir ประเทศฝรั่งเศส ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “Queen Sirikit” เป็นชื่อดอกกุหลาบลูกผสมพันธุ์นี้ เมื่อ พ.ศ. 2514 ลักษณะของกุหลาบควีนสิริกิติ์เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร มีดอกสีเหลืองสด ขอบกลีบดอกเป็นสีชมพูแกมสีส้ม มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ (Cattleya Queen Sirikit) เป็นกล้วยไม้สีขาวบริสุทธิ์ โดดเด่นด้วยสีเหลืองทองบริเวณกึ่งกลาง อยู่ในวงศ์ Orchidaceae เป็นกล้วยไม้ลูกผสมระหว่าง Cattleya Bow Bells กับ Cattleya o’ brieniana var. alba ซึ่งบริษัทกล้วยไม้เก่าแก่ Black & Flory ประเทศอังกฤษเป็นผู้ผสม โดยได้จดทะเบียนชื่อพันธุ์ว่า Exquisite ใน พ.ศ. 2501 และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากสมาคมพืชสวนหลวงประเทศอังกฤษ ทางบริษัทจึงได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “Queen Sirikit” มาเป็นชื่อของกล้วยไม้ลูกผสมพันธุ์นี้ ลักษณะของกล้วยไม้มีทรงต้นกะทัดรัด ดอกสีขาว มีแต้มสีเหลืองทองบริเวณกึ่งกลาง ออกดอกเกือบทั้งปี           สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงต่อยอดพรรณไม้ทั้ง 4 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ในพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ผ้าลายพระราชทานประเภทผ้าบาติก “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่ทุกลายล้วนเปี่ยมไปด้วยความหมายในการน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกอบด้วย ลายดอนญ่าควีนสิริกิติ์ ลายบัวควีนสิริกิติ์ ลายกุหลาบควีนสิริกิติ์ ลายกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ และลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ พระราชทานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี            การนำพรรณไม้สี่ชนิดที่ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัย โดยถ่ายทอดรูปทรง สีสัน และความหมายเชิงสัญลักษณ์ของดอกไม้สู่ลวดลายบนผืนผ้าอย่างสร้างสรรค์ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมไทย และการออกแบบสมัยใหม่ ช่วยยกระดับคุณค่าของผ้าไทยให้มีเอกลักษณ์ งดงาม และสามารถประยุกต์ใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัยได้ พร้อมทั้งเป็นการเทิดพระเกียรติและสืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยอย่างยั่งยืน     แหล่งข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ “บุปผาราชินี” พรรณไม้ทรงคุณค่า งดงามในพระนาม “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569,      จาก https://www.thaipbs.or.th/now/infographic/527 ผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ”.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569, จาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1210762981229298&set=a.551179130521023 ผ้าลายพระราชทาน บุปผาบรมราชินีนาถ.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569, จาก https://www.lemon8-app.com/@blue2blood/7609730463280448018?region=th   ศิลป์ปักษ์ใต้งามวิจิตร ยกระดับหัตถกรรมชุมชนภาคใต้สู่ความยั่งยืน.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569,      จาก https://suratthani.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/74/iid/326078 สถิตกลางใจไทยนิรันดร์.  กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2569.     เรียบเรียงโดย    นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร  บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร



น้องข้าวเม่าเล่าความดี




ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12 ฉบับที่ 672 (20 ม.ค.2513)ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2513ลักษณะวัสดุ               12 หน้า. : กว้าง 40 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา                       ไทย


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 10  ฉบับที่ 626 (30 ก.ย. 2511) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2511 ลักษณะวัสดุ                12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                             ไทย


ชื่อเรื่อง : เสภาเรื่อง อาบูหะซัน แต่งโดยกระแสรับสั่งเมื่อในรัชกาลที่ 5 หัวเรื่อง : นิทานอาหรับ      คำค้น : อาบูหะซัน           เสภาเรื่องนิทราชาคริช              รายละเอียด : สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี ทรงแจกในการพระกุศลสมโภชพระอัฏฐิ พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎฯ ซึ่งสิ้นพระชนม์มาบรรจบรอบปี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2473 ผู้แต่ง : หลวงพิศณุเสนี (ทองอยู่) ... [และคนอื่น ๆ] แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ปีที่พิมพ์ : 2473 วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม  2569              ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ : ต้นฉบับจากราชบัณฑิตยสภา รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือเสภาเรื่องอาบูหะซันนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระยาศรีสุนทรโวหาร ร่วมกับกวีท่านอื่นอีก 10 คน ช่วยกันแต่งเป็นเสภาสำหรับขับถวายเวลาทรงเครื่องใหญ่ ในหนังสือเล่มนี้นำเสนอเนื้อหาเพียง 5 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 แต่งโดย เริ่มเรื่องด้วยบทสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเล่าเรื่องนิทราชาคริตตั้งแต่เริ่มไปจนถึงเมื่อกาหลิบวางยาอาบูหะซันแล้วพาเข้าไปในวัง ตอนที่ 2 เล่าเรื่องตั้งแต่อาบูหะซันเข้าไปอยู่ในวัง ได้ลงโทษและให้รางวัลผู้คนตามที่ตนต้องการไปจนถึงตอนที่อาบูหะซันเพลิดเพลินกับเหล่านางกำนัล ตอนที่ 3 กาหลิบวางยาอาบูหะซันแล้วพากลับไปส่งบ้าน ตอนที่ 4 เล่าเรื่องตั้งแต่เมื่ออาบูหะซันฟื้นขึ้นที่บ้านของตน และไม่ยอมเชื่อว่าตนมิใช่กาหลิบ ได้เข้าทำร้ายมารดาจนถูกจับไปลงโทษ ไปจนถึงตอนที่อาบูหะซันสำนึกได้ และตอนที่ 5 เล่าเรื่องต่อเมื่ออาบูหะซันพบกาหลิบอีกครั้ง ไปจนถึงตอนที่อาบูหะซันถูกวางยาแล้วพาเข้าไปในวังเป็นครั้งที่สอง เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79202 จบ. (ร.) เลขหมู่ :       ห              895.9112               อ629สส


black ribbon.