ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ
ชื่อเรื่อง : Advanced Idioms
หัวเรื่อง : ภาษาอังกฤษ -- สำนวน
คำค้น : ภาษาอังกฤษ
รายละเอียด : -
ผู้แต่ง : กนกศักดิ์ เวชยานนท์
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์ธรรมบรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2508
วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : รวมประโยคต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มีคำอ่านภาษาไทย และคำแปลทุกประโยค รวมทั้งหมด 1,029 ประโยค ท้ายเล่มจะเป็นประโยคภาษาอังกฤษ วลีที่เป็นสำนวนนิยม
เลขทะเบียน : น. 32 บ. 5017 จบ.
เลขหมู่ : 423.1
ก125อ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 63/7หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 28 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง ฉวีงาม มาเจริญ
ชื่อเรื่อง วัดคงคาราม
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๑
จำนวนหน้า ๑๓๐ หน้า
ISBN -
เลขเรียกหนังสือ ๒๙๔.๓๑๓๕ ฉ๑๗๔ว
เลขทะเบียนหนังสือ ๐๐๓๔๖๕
หมายเหตุ -
วัดคงคาราม เป็นวัด เจ้าคณะตำบล เขต ๒ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีวัดอยู่ในปกครอง ๔ วัด คือ วัดบ้านหม้อ วัดป่าไผ่ วัดไทร และวัดดอนกระเบื้อง เป็นวัดมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันออก ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธารา จังหวัดราชบุรี เดิมชื่อว่า “วัดกลาง” ภาษามอญ เรียก “เภี่ยโต้” สันนิษฐาน ว่าเป้นวัดที่มี มาแต่เดิมก่อนที่ ชาวมอญจะอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 85/4หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 30 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง : เรื่องแหลมอินโดจีนสมัยโบราณ ภาคต้น
หัวเรื่อง : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ -- ประวัติศาสตร์
พร้อมพงศ์อธิราช, พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า, 2411-2482
หนังสืออนุสรณ์งานศพ
คำค้น : แหลมอินโดจีน
อินโดจีน
รายละเอียด : คณะข้าราชการสมัยกรมสุราและกรมศุลกากร พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระศพ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพร้อมพงศ์อธิราช ณ เมรุสุสานหลวง วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 27 มีนาคม 2482
ผู้แต่ง : อนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ), พระยา, 2431-2512
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์
ปีที่พิมพ์ : 2482
วันที่เผยแพร่ : 12 มิถุนายน 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : ต้นฉบับของกรมศิลปากร
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : เรื่องแหลมอินโดจีนสมัยโบราณฉบับนี้ กล่าวถึงประวัติของดินแดนและชนชาติต่างๆ ในแหลมอินโดจีนยุคโบราณก่อนที่ไทยได้เข้าครอบครอง ได้แก่ แหลมมะลายู ประเทศจัมปา ประเทศจัมปาตอนเสื่อม และประเทศฟูนัน
เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6210 จบ. (ร)
เลขหมู่ : ห
959.3
ร863พ
ชื่อแบบฉบับ : มหานิปาตวณฺณนา ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ผูก ง2)
ชื่อเรื่อง : ทสชาติ สุวรรณสามชาดก-นารทชาดก (ผูก ง2 นารทชาดก)
เลขทะเบียน : ชม.บ.557/ง2
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : อุบาสิภิกษุ ปีที่สร้าง : จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266)
จำนวน : 1 คัมภีร์ 14 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก ก1, ข1-3, ค1-5:4ก, ฆ1-2, ง1-2)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 74 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ล่องชาด ไม้ประกับ : ทารัก ขอบทาชาด ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : อุบาสิภิกษุสร้าง จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) มี 5 เรื่อง ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
เลขทะเบียน : นพ.บ.754/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 235 (382-392) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : มหามูลนิพาน--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑ์ (Museum) เป็นสถาบันสำคัญเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ทำหน้าที่รวบรวม สงวนรักษา ศึกษาวิจัย และจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตัวอย่างพันธุ์พืชและสัตว์ เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้และสืบสานมรดกทางปัญญาของชาติ ประวัติศาสตร์การพิพิธภัณฑ์ของโลกบันทึกไว้ว่าในหลายประเทศพิพิธภัณฑ์ได้ถือกำเนิดจากความสนใจในการเก็บรวบรวมวัตถุต่างๆ ของผู้นำประเทศหรือชนชั้นปกครอง พิพิธภัณฑ์ในระยะแรกจึงมีที่ตั้งอยู่ในพระราชวังหรือคฤหาสน์ในเมืองสำคัญ
สำหรับประเทศไทยนั้น การกำเนิดพิพิธภัณฑ์มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และพัฒนาต่อเนื่องอย่างเป็นระบบในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยแรกเริ่มพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรวบรวมสิ่งของโบราณที่ได้จากการเสด็จประพาสหัวเมืองและเครื่องราชบรรณาการจากต่างประเทศมาจัดแสดงไว้สำหรับพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ทอดพระเนตร ณ พระที่นั่งราชฤดี ในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเครื่องราชบรรณาการจากต่างประเทศได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำมาจัดแสดงไว้ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งใช้เป็นท้องพระโรงรับราชทูตและทูตต่างประเทศ และให้นำสิ่งของจากพระที่นั่งราชฤดีมาจัดแสดงที่พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน แม้จะเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ แต่ก็นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดแสดงที่เปิดให้บุคคลอื่นเข้าชม นอกจากนี้ยังทรงเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดส่งสิ่งของที่เป็นผลผลิตแห่งฝีมือคนไทยไปร่วมจัดแสดงสินค้าโลกและนิทรรศการในต่างประเทศหลายครั้ง เช่น การแสดงพิพิธภัณฑ์นานาชาติที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2404 การแสดงพิพิธภัณฑ์นานาชาติที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2409 เป็นต้น การส่งสิ่งของไปจัดแสดงในต่างประเทศไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับชาติตะวันตกของคนไทยให้กว้างขึ้นด้วย
ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “หอมิวเซียม”ณ หอคองคอเดีย (ปัจจุบันคือศาลาสหทัยสมาคม) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับสโมสรทหารมหาดเล็กในพระองค์ โดยได้นำศิลปโบราณวัตถุต่างๆ จากพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ในพระบรมมหาราชวังมาจัดแสดง และมีพิธีเปิดหอมิวเซียม เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2417 ซึ่งต่อมารัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปี เป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” จึงนับได้ว่าหอมิวเซียมที่ตั้งอยู่ ณ หอคองคอเดียนี้เป็นพิพิธภัณฑ์หลวงสำหรับประชาชนแห่งแรกของไทย ซึ่งในด้านการบริหารจัดการ ขณะนั้นได้มีระบบการจัดเก็บและจัดแสดงที่มีกระบวนการที่เป็นระเบียบมากขึ้น มีการจัดทำบัญชีศิลปโบราณวัตถุ และการจัดแบ่งเนื้อหาของศิลปวัตถุในการจัดแสดงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในหมู่ผู้ชมมากยิ่งขึ้น
ต่อมาใน พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายหอมิวเซียมจากหอคองคอเดียไปไว้ในพระที่นั่งตอนหน้าของพระราชวังบวรสถานมงคล เรียกกันว่า “พิพิธภัณฑ์วังหน้า” หรือ “มิวเซียมหลวงที่วังหน้า” และต่อมาได้พัฒนาเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ในปัจจุบัน
กิจการพิพิธภัณฑ์ไทยได้มีพัฒนาการและมีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ โดยพระมหากษัตริย์ไทยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและเป็นองค์อุปถัมภ์ในทุกรัชกาล ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอยู่ในการกำกับดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีภารกิจโดยตรงในการอนุรักษ์ พัฒนา สืบสาน สร้างสรรค์ และเผยแพร่งานด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยถือเป็นพัฒนาการสำคัญทางด้านการอนุรักษ์และการจัดการองค์ความรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ อย่างไรก็ตามการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของไทยมิได้มีเพียงบทบาทด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติเท่านั้น หากยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวของสยามเพื่อความมั่นคงของพระราชอาณาจักรในสภาวการณ์ขณะนั้นที่บรรยากาศการล่าอาณานิคมแผ่ปกคลุมทั่วทั้งภูมิภาค โดยการใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความมีอารยธรรมของชาติที่มีการสั่งสมองค์ความรู้ต่างๆ รวมไปถึงการเปิดกว้างสู่สากล ตลอดจนเป็นต้นแบบการจัดการแหล่งเรียนรู้เพื่อสาธารณชนในเวลาต่อมา
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
ปรีดี ปลื้มสำราญกิจ. พิพิธภัณฑ์: แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2568, จาก https://so06.tci- thaijo.org/index.php/tla_bulletin/article/view/132631
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประวัติศาสตร์ที่เหลืออยู่ของวังหน้า. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2568, จาก https://thestandard.co/national-museum-history-of-wangna- palace/
“รถไฟจำลอง” ความรู้ใหม่ของสยาม เครื่องราชบรรณาการจากควีนวิกตอเรียแห่งอังกฤษ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2568, จาก https://www.silpa-mag.com/old-photos-tell- the-historical-story/article_36917
ส่งศรี ประพัฒน์ทอง. พระมหากษัตริย์ไทยกับการพิพิธภัณฑ์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2541.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. อาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี. กรุงเทพฯ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, 2567.
เอนก นาวิกมูล. แรกมีในสยาม ภาค 1. กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2559.
เรียบเรียงโดย นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง "250 ปีเมืองร้อยเอ็ด" ร่วมเรียนรู้เรื่องเมืองร้อยเอ็ด เมืองที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำ จัดแสดงตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด พิเศษ! สำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการ 500 ท่านแรก จะรับของที่ระลึกพวงกุญแจโหวด ฟรี!! เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4351 4456 หรือ Facebook : Roi-Et National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
กรมศิลปากรได้จัดพิมพ์หนังสือ เรื่อง “ศรีวิชัยในสุวรรณทวีป” ผลงานของ ดร.อมรา ศรีสุชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของกรมศิลปากร สำหรับผู้สนใจศึกษาค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พัฒนาการทางวัฒนธรรม สังคมของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำหน่ายในราคาเล่มละ ๑,๔๕๐ บาท
หนังสือเรื่อง ศรีวิชัยในสุวรรณทวีป มุ่งเน้นนำเสนอเรื่องอาณาจักรศรีวิชัยที่อยู่บนผืนแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็น สุวรรณทวีป (เกาะทอง) หรือที่เรียกกันว่า คาบสมุทรมลายู ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซีย อีกทั้งยังประมวลสาระสำคัญของศรีวิชัยที่ปรากฏบนเกาะสุมาตรา เกาะชวา และเกาะอื่นๆ ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบางครั้งได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น “สุวรรณทวีป” เช่นเดียวกัน
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เป็นผลจากการศึกษา ค้นคว้า วิจัยของ ดร.อมรา ศรีสุชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของกรมศิลปากร ผู้ปฏิบัติงานในฐานะโบราณคดีและภัณฑารักษ์ ทั้งจากการสำรวจและขุดค้นโบราณคดีภาคสนามในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย สหพันธรัฐมาเลเซีย และอินโดนีเซีย อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี โดยนำเสนอภาพ “ศรีวิชัยในสุวรรณทวีป” จากการแปลความหมายและวิเคราะห์หลักฐาน ทั้งที่เป็นศิลาจารึก เอกสารโบราณ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ทั้งเก่าและใหม่ โดยใช้ภาพประกอบเนื้อหาเป็นสื่อสำคัญ ทั้งนี้ การนำเสนอเรื่องราวได้แยกเป็นบท เน้นเฉพาะเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปซึ่งไม่ใช่นักประวัติศาสตร์-โบราณคดี สามารถเข้าใจได้ง่าย และได้รับความรู้หรือได้รับคำตอบบางประการในเรื่องรัฐ/ประเทศบนสุวรรณทวีปก่อนศรีวิชัยและเมื่อเป็นศรีวิชัยในสุวรรณทวีป และที่สำคัญ เนื้อหาสาระที่ลงในหนังสือนี้สามารถใช้อ้างอิงในการวิจัยได้
จำหน่ายราคาเล่มละ ๑,๔๕๐ บาท (ไม่รวมค่าบริการจัดส่ง) ผู้สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๒ ๐๙๓๔, ๐ ๒๒๒๒ ๓๕๖๙ (คุณรัชณี งามเจริญ)
ชื่อเรื่อง : ประวัติพระยาพิชัยดาบหัก ต้นสกุล”วิชัยขัทคะ” ผู้แต่ง : ทิว วิชัยขัทคะ ปีที่พิมพ์ : 2532 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : ส.ทรัพย์การพิมพ์ ประวัติพระยาพิไชยดาบหัก ต้นสกุล “วิชัยขัทคะ” เป็นหนังสือ ประวัติวีรกรรม 41 ปี แห่งชีวิตพระยาพิชัยดาบหัก โดยย่อ ตั้งแต่ชีวิตเริ่มต้นชีวิตวัยรุ่น ชีวิตผจญภัย ชีวิตวัยหนุ่ม ชีวิตร่วมทำสงครามสู้รบกอบกู้เอกราชในฐานะทหารเอกคู่พระทัยพระเจ้าตากสินมหาราช และชีวิตอวสาน