ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,844 รายการ

ชื่อเรื่อง                                สมภมิต (สมพระมีต) สพ.บ.                                  360/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           52 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ  ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี 




เลขทะเบียน : นพ.บ.184/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  56 หน้า ; 5.5 x 54 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 106 (117-122) ผูก 3 (2565)หัวเรื่อง : ปาจิตฺติยปาลิ มหาริภงฺคปาลิ(พระปาจิตตีย์)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.253/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 115 (203-216) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : พฺรหฺมทตฺตชาดก(พรหมทัตต์)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เค้าสนามหลวงหลังจากเชียงใหม่ขับไล่พม่าออกจากเมืองได้สำเร็จ ภายใต้การสวามิภักดิ์และความร่วมมือของพระยาจ่าบ้านและเจ้ากาวิละ (โอรสเจ้าฟ้านครลำปาง) เชียงใหม่จึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยามในฐานะเมืองประเทศราช เมื่อพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองเชียงใหม่ถึงแก่กรรมลง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้แต่งตั้งพระเจ้ากาวิละขึ้นปกครองนครเชียงใหม่ พระเจ้ากาวิละทรงฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่จากการเป็นบ้านเมืองร้าง ให้เป็นศูนย์กลางการปกครองและทรงฟื้นฟูระบบการปกครองล้านนาให้มีเอกภาพดังเดิม มีการแต่งตั้งเสนาบดี ๔ ตำแหน่งเช่นเดียวกับขุนนางจตุสดมภ์ของส่วนกลาง และเค้าสนามหลวง เพื่อทำหน้าที่ถวายข้อคิดเห็นตามที่มีทรงหารือ คำว่า “เค้าสนามหลวง” หรือ “เค้าสนาม” ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุและหนังสือทั่วไป (เรียกชื่ออื่นได้ว่า ข่วง ข่วงสนาม หรือสนาม) ซึ่งคำนี้เป็นคำในภาษาถิ่นพายัพและเป็นคำโบราณ ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อใดราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายคำว่า เค้าสนามหลวง (ถิ่น-พายัพ; โบ) น. สำนักผู้ปกครองบ้านเมือง ที่ว่าราชการเมือง คณะผู้ว่าการบ้านเมืองซึ่งประกอบด้วย เจ้าผู้ครองเมืองหรือผู้ครองเมืองข้าหลวงประจำนครหรือเมือง ซึ่งต่อมาเรียกว่า ปลัดมณฑลประจำจังหวัด และข้าหลวงผู้ช่วย มีหน้าที่บังคับบัญชารับผิดชอบในกิจการทั่วไปของเมือง เค้าสนาม ก็ว่า อรวรรณ ภิรมจิตรผ่อง (อ้างถึง สินชัย กระบวนแสง, ๒๕๔๕) อธิบายคำว่า เค้าสนาม ว่า เป็นชื่อเรียกคณะบุคคลคณะหนึ่งที่ทำงานสำคัญต่าง ๆ ถวายพระเจ้าเชียงใหม่ วรชาติ มีชูบท อธิบายคำว่า เค้าสนามหลวง หรือที่ภาษาถิ่นล้านนาออกเสียงว่า เก๊าสนามหลวง หรือ เก๊าสนาม นั้น คือ องค์คณะขุนนางผู้ทำหน้าที่บริหารราชการบ้านเมือง เปรียบได้กับเสนาบดีจตุสดมภ์และลูกขุน ณ ศาลา และลูกขุน ณ ศาลหลวง  จินตนา กิจมี กล่าวถึงพื้นที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ว่า “...เดิมเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๖ ถึงเจ้าเทพไกรสร พระธิดา ซึ่งเสกสมรสกับเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๗ ซึ่งทรงใช้เป็น “หอคำ” ซึ่งอยู่ในบริเวณคุ้มกลางเวียง หรือ “เค้าสนามหลวง” สำนักผู้ปกครองบ้านเมือง หรือที่ว่าราชการเมืองในสมัยนั้น...” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีนโยบายรวมหัวเมืองประเทศราชเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยาม โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปการปกครองในหัวเมืองฝ่ายเหนือ อันประกอบด้วย เมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูน และเมืองลำปางขึ้นเป็นหัวเมืองลาวเฉียง โดยทรงแต่งตั้งให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร ไปบัญชาการการปฏิรูป ซึ่งทรงมีนโยบายปรับปรุงรูปแบบการปกครองให้มีความสอดคล้องกับการปกครองตามประเพณีเดิม โดยคงเค้าสนามไว้ แต่ตั้งกรมใหม่ขึ้น ๖ กรม ได้แก่ กรมมหาดไทย กรมทหาร กรมคลัง กรมยุติธรรม กรมวัง และกรมนา มีตำแหน่งเสนาทำหน้าที่เป็นเจ้ากรมเค้าสนาม มีหน้าที่คัดเลือกเจ้านายท้องถิ่น ขุนนางท้องถิ่น มาดำรงตำแหน่งเสนา เสนารอง แล้วเสนอให้พระเจ้าเชียงใหม่ทรงแต่งตั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล เชียงใหม่ยังคงใช้ระบบปกครองให้สอดคล้องกับประเพณีเดิม โดยมีเค้าสนามเป็นคณะกรรมการบริหารและเสนา ๖ ตำแหน่งตามเดิม แต่ได้ยุบตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมไป จนตำแหน่งเค้าสนามและเสนาทั้ง ๖ หมดไป ในส่วนของเอกสารจดหมายเหตุ พบในเอกสารสำคัญหลายฉบับที่ระบุถึงคณะทำงาน “เค้าสนามหลวง” ยกตัวอย่างเช่น เอกสารที่กล่าวถึงการเสด็จฯ นครเชียงใหม่ชั่วคราวของเจ้าดารารัศมี ในปี ร.ศ. ๑๒๗ – ๑๒๘ (ประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๑) พบว่า เมื่อมีคำสั่งเรื่องการเสด็จนครเชียงใหม่ของพระนางเจ้าดารารัศมี ทางส่วนราชการได้มอบหมายให้คณะทำงานเค้าสนามหลวง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำการรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ คณะทำงานเค้าสนามหลวง จึงได้สั่งการแก่กองตำรวจภูธรนครเชียงใหม่เรื่องการรับเสด็จและการจัดริ้วกระบวนดำเนินการต่อไป ผู้เรียบเรียง: นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการ และนางสาวอริสรา คงประเสริฐ นักจดหมายเหตุ อ้างอิง: ๑. กรมศิลปากร. ๒๕๖๐. ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่ม ๒๓ จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร: รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗). ๒. จินตนา  กิจมี.  ๒๕๖๒. “เค้าสนามหลวง.” ใน วงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ (บรรณาธิการ).  เชียงใหม่ นครแห่งอมต.  เชียงใหม่: บริษัท วิทอินดีไซน์ จำกัด, ๖๕-๗๒.๓. ราชบัณฑิตยสถาน.  ๒๕๕๔.  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔.  พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้น.๔. วรชาติ มีชูบท.  ๒๕๕๖.  เจ้านายฝ่ายเหนือและตำนานรักมะเมียะ.  กรุงเทพมหานคร: เอ.พี.กราฟิคดีไซน์และการพิมพ์.๕. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่.  เอกสารการจัดเตรียมต้อนรับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เสด็จกลับเมืองเชียงใหม่ ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๕๑-๒๔๕๒.  ๖. อรวรรณ  ภิรมจิตรผ่อง.  ๒๕๖๑.  “เค้าสนามหรือเค้าสนามหลวง.”  เดลินิวส์  (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑): ๒๓.



ชื่อผู้แต่ง        - ชื่อเรื่อง         พระมหาชาดก ครั้งที่พิมพ์      - สถานที่พิมพ์    - สำนักพิมพ์      - ปีที่พิมพ์          - จำนวนหน้า      ๑๕๘ หน้า หมายเหตุ.       -   (เนื้อหา)            ดำเนินความตั้งแต่สันดุสิตเทวบุตรจุติลง เกิดในครรภ์พระนางผุสดี แล้วประสูติโอรส พระนามว่าเวสสันดร จนได้อภิเษกกับพระนางมัทรี แล้วถูกเนรเทศออกจากพนะนคร เพราะได้ให้ช้างปัจจัยนาเคนทร์แก่พราหมณ์เมืองกลิงคราษฎร์ไป พระเวสสันดรจึงต้องพานางมัทรี และโอรสธิดา กัณหา ชาลี ออกจากพระนครสีพีไปอยู่ในเขาวงกต ต่อมามีพราหมณ์ชูชกได้เดินทางมาขอโอรสธิดาไป ฯลฯ  






ชื่อเรื่อง : มหาตมา คานธี ชื่อผู้แต่ง : เมอเรย์, เยอร์ทรูด ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : ศูนย์การพิมพ์ จำนวนหน้า : 244 หน้า สาระสังเขป : หนังสือ มหาตมา คานธี เล่มนี้ทางผู้เรียบเรียงได้เรียบเรียงจากต้นฉบับภาษาอังกฤษมีชื่อว่า Gandhiji : The Story of His Life โดย Gertrude Murray พิมพ์ในประเทศอินเดีย ผู้แต่งเป็นสุภาพสตรีชาวอังกฤษที่มีจิตศรัทธาในจริยาวัตรและแนวความคิดของมหาตมา คานธีเป็นอย่างสูง ทั้งได้เคยมาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศอินเดียเป็นเวลานานพอสมควร ในประเทศอินเดียเองหนังสือเล่มนี้มีผู้นิยมอ่านอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในวงการเยาวชนและนักศึกษา ดังจะเห็นได้จากสถิติการพิมพ์ในระยะเวลา 12 ปี คือตั้งแต่ พ.ศ. 2492 ถึง 2505 หนังสือเล่มนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ถึง 16 ครั้งแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่สูงมาก และเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า หนังสือเล่มนี้อยู่ในความสนใจของผู้อ่านเพียงไร


ชื่อผู้แต่ง            - ชื่อเรื่อง            ประชุมพระราชปุจฉา ภาคปกิรณกะ ครั้งที่พิมพ์      พิมพ์ครั้งที่ 2 สถานที่พิมพ์   ธนบุรี สำนักพิมพ์      โรงพิมพ์ดำรงธรรม ปีที่พิมพ์          2508 จำนวนหน้า     124 หน้า รายละเอียด                  หนังสือที่คณะสงฆ์จังหวัดธนบุรี พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระสังฆราช ญาโณทยมหาเถระเนื้อหา ประกอบด้วย ประวัติสมเด็จพระสังฆราช (ญาโณทยมหาเถร) พระราชปุจฉา ร.๒,๓,๖ พระราชปุจฉาสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระบรมโกศ สมเด็จพระนารายณ์ (เพิ่มเติม) ร.๑ ภาค ๒-๓                         ร.๓ ภาค ๔ ร.๔ ภาค ๕ และ ร.๕ นอกจากนั้นยังมีเรื่องพิธีวิสาขบูชา


          วันนี้ (วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕) เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ ห้องดอกไม้สด สำนักหอสมุดแห่งชาติ นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต และศาสตราจารย์กิตติคุณสุกัญญา สุจฉายา ร่วมกันแถลงข่าวการประกาศยกย่องวรรณคดีเรื่อง มหาชาติคำหลวง เป็นวรรณคดีแห่งชาติ และการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “วรรณกรรมเรื่องมหาชาติในวัฒนธรรมไทย”          คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ ได้พิจารณาคัดเลือกหนังสือวรรณคดีที่มีคุณค่าโดดเด่น ทั้งความงดงามทางวรรณศิลป์ รวมถึงแนวคิดด้านสังคม จริยธรรม จารีตประเพณีและวัฒนธรรม อันทรงอิทธิพลต่อสังคมไทย เพื่อประกาศยกย่องให้เป็น “วรรณคดีแห่งชาติ” ซึ่งพุทธศักราช ๒๕๕๓ ได้ประกาศยกย่องวรรณคดีเรื่อง “ไตรภูมิกถา” ให้เป็นยอดของวรรณคดีสมัยสุโขทัย พุทธศักราช ๒๕๕๘ ประกาศยกย่องพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง “รามเกียรติ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช” เป็นวรรณคดีแห่งชาติ และพุทธศักราช ๒๕๖๕ นี้ คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ประกาศยกย่องวรรณคดีเรื่อง “มหาชาติคำหลวง” เป็นวรรณคดีแห่งชาติ ทั้งนี้ “มหาชาติคำหลวง” เป็นวรรณคดีที่เล่าเรื่องราวของพระเวสสันดรอันเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ซึ่งได้บำเพ็ญบารมีครบถ้วนทั้ง ๑๐ ประการก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตร่วมกันแปลแต่งขึ้นจากเรื่องเวสสันดรชาดกซึ่งเป็นภาษาบาลีในพระไตรปิฎกเป็นคำประพันธ์ภาษาไทยเมื่อพุทธศักราช ๒๐๒๕ แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๑๓ กัณฑ์ แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทร่าย โคลง ฉันท์ และกาพย์อันไพเราะงดงามยิ่ง มหาชาติคำหลวงเป็นต้นแบบการแปลแต่งวรรณคดีพระพุทธศาสนาเรื่องอื่น ๆ และเป็นต้นแบบการแต่งคำประพันธ์ในสมัยหลัง จึงเป็นวรรณคดีเรื่องสำคัญที่ทรงคุณค่าในด้านวรรณศิลป์ ทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับสังคมและประเพณีวัฒนธรรมไทย รวมถึงคติความเชื่อโดยเฉพาะเรื่องการให้ทาน          ด้วยคุณค่าความสำคัญของวรรณคดีเรื่องมหาชาติ กรมศิลปากร ในนามคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ ได้กำหนดจัดการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง วรรณกรรมเรื่องมหาชาติในวัฒนธรรมไทย เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องมหาชาติคำหลวงและวรรณคดีเรื่องมหาชาติสำนวนต่าง ๆ ที่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ตลอดจนคุณค่าด้านวัฒนธรรม ประเพณี และคติความเชื่อ ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ รับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง facebook fanpage กรมศิลปากร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ทางอีเมล finearts.thai@gmail.com หรือโทร. ๐ ๒๑๖๔ ๒๕๐๑ ต่อ ๖๐๗๖


ชื่อเรื่อง                                    มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (หิมพานต์-นครกัณฑ์)สพ.บ.                                       สพ.บ.421/13ประเภทวัสดุ/มีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                  พระพุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                48 หน้า กว้าง 4.7 ซม. ยาว 58.8 ซม.หัวเรื่อง                                     พุทธศาสนา                                                ชาดก                                                เทศน์มหาชาติ                                                กัณฑ์นครกัณฑ์บทคัดย่อ/บันทึก              เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


#เรื่องมีอยู่ว่า.... ตอน #onedaytripราชบุรี#ศาลหลักเมืองราชบุรีที่อยู่ : ค่ายภาณุรังษี ตำบลพงสวาย อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรีเวลาเปิด : 8.00 – 18.00 น.ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้าศาลหลักเมืองราชบุรี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คู่บ้านคู่เมืองราชบุรี สร้างขึ้นในปี 2360 สมัยรัชกาลที่ 2 ภายในศาลหลักเมืองประกอบด้วย เสาหลักเมือง, เจว็ด, พระพิฆเนศ ประชาชนทั่วไปสามารถสักการะ และไหว้ขอพรหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลหลักเมือง และเดินชมประตูและกำแพงเมืองที่สร้างร่วมสมัยกับเสาหลักเมืองในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย นอกจากไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองแล้วยังมีการปล่อยปลายี่สกลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งทางค่ายภาณุรังษีได้จัดเตรียมลูกปลาสำหรับจำหน่าย พร้อมรถกอล์ฟให้บริการในการไปปล่อยปลา#วัดมหาธาตุวรวิหารราชบุรีที่อยู่ : ถนนเขางู ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรีเวลาเปิด : 08.00 – 18.00 น.ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้าวัดมหาธาตุหรือเดิมเรียกว่า วัดหน้าพระธาตุ เป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดเก่าแก่สำคัญของเมืองราชบุรี ภายในวัดมีพระปรางค์ประธาน และพระปรางค์บริวาร 3 องค์บนฐานเดียวกัน และด้านหน้าพระปรางค์จะมีวิหาร จำนวน 5 หลัง โดยวิหารหลวงมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่สององค์ คือ พระมงคลบุรี พระศรีนัคร์ และวิหารจำนวน 4 หลังที่เหลือก็จะมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งหัน พระปฤษฎางค์ชนกันหรือนั่งหันหลังชนกัน ส่วนของระเบียงคดมีพระพุทธรูปที่หลากหลายทางศิลปะ ทั้งศิลปะทวารวดี เขมร อยุธยา และรัตนโกสินทร์#เขาแก่นจันทน์ที่อยู่ : ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 2 กิโลเมตรเวลาเปิด : 07.00 – 18.00 น.ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้าเขาแก่นจันทน์ มีความสูงประมาณ 141 เมตร มีถนนตัดขึ้นไปถึงยอดเขา บนยอดมีวิหารประดิษฐานพระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่เรียกว่า พระสี่มุมเมือง เป็นพระ 1 ใน 4 องค์ที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดต่าง ๆ ทั้งสี่ทิศได้แก่ ทิศเหนือที่จังหวัดลำปาง ทิศใต้ที่จังหวัดพัทลุง ทิศตะวันออกที่จังหวัดสระบุรี และทิศตะวันตกที่จังหวัดราชบุรี  ด้านบนยอดเขาสามารถชมวิวทิวทัศน์เมืองราชบุรีได้รอบทิศทาง และบริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ที่ชาวราชบุรีได้สร้างในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี และสร้างเป็นสวนสาธารณะจักรีอนุสรณ์สถาน#อุทยานหินเขางูที่อยู่ : ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรีเวลาเปิด : 9.00 – 17.00 น.ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้าเขางูเป็นศาสนสถานสำคัญสมัยทวารวดีพบหลักฐานพระพุทธรูปสลักภายในถ้ำ 4 แห่ง ได้แก่1. ถ้ำฤๅษี ภายในถ้ำพบพระพุทธรูปสลักจากหินประทับนั่งห้อยพระบาท2. ถ้ำจีน ภายในถ้ำพบพระพุทธรูปปูนปั้นประดับอยู่บนผนังสององค์3. ถ้ำจาม ภายในถ้ำพบภาพสลักบนผนังทุกด้าน ได้แก่ ด้านทิศเหนือเป็นภาพสลักตอนยมกปาฏิหาริย์ ด้านทิศใต้และตะวันออกเป็นภาพบุคคลขี่คอกัน และด้านทิศตะวันตกเป็นภาพพระพุทธรูปปางไสยาสน์4. ถ้ำฝาโถ ภายในถ้ำพบภาพสลักพระพุทธปางไสยาสน์ขนาดใหญ่มีประภามณฑลหลังพระเศียรนอกจากศาสนสถานภายในถ้ำแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ได้แก่ สวนสาธารณะที่มีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานแขวนและทางเดินเลียบริมน้ำ พร้อมทั้งมีเรือเป็ดให้บริการ#กาดวิถีชุมชนคูบัวที่อยู่ : วัดโขลงสุวรรณคีรี ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เวลาเปิด : 09.00 น. – 20.00 น. ทุกวันเสาร์ – วันอาทิตย์ค่าเข้า : ไม่เสียค่าเข้ากาดวิถีชุมชนคูบัวเป็นตลาดนัดของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยวน จำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ได้แก่ ผ้าจกคูบัว อาหารพื้นบ้าน ขนมหวานพื้นถิ่น และของฝากจากชุมชน ในช่วงเวลา 17.00 น. – 19.00 น. มีการแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยวนให้รับชมร่วมกับการรับประทานอาหารบนขันโตก นอกจากนั้นภายในพื้นที่วัดโขลงสุวรรณคีรีสามารถเข้ากราบสักการะพระพุทธสิริสุวรรณภูมิ ชมโบราณสถานสมัยทวารวดี และพิพิธภัณฑ์จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว ที่แสดงเรื่องราวและสิ่งของเครื่องใช้ของชาวไทยวนเรียบเรียงและศิลปกรรม: นางสาวธนาภรณ์ พันธ์ประเสริฐนิสิตฝึกงาน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา


black ribbon.