ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,751 รายการ

           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ขอเชิญรับฟังการบรรยายพิเศษโครงการเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี พิพิธภัณฑสถานวิทยา และศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2566 ในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30- 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์            การบรรยายมีหัวข้อที่น่าสนใจ ดังนี้            - เวลา 09.30 การบรรยาย เรื่อง พิพิธภัณฑสถาน อะไร อย่างไร โดย นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา.            - เวลา 11.00 การบรรยาย เรื่อง ชมเพลินแหล่งท่องเที่ยวอำเภอสังขะ โดย นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์            - เวลา 12.30 เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดย นายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์            - เวลา 13.30 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัวข้อ พิพิธภัณฑสถานกับชุมชน โดย คุณนพรัศม์ เมธีวราธนานันท์ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ นางสาวพรธิดา เข็มเพ็ชร์ เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงาน และนายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์            ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โทร. 0 4451 3274 หรือทาง Facebook Page : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ กรมศิลปากร


วารสารเครือข่ายกรมศิลปากรเป็นวารสารรายไตรมาสออกทุก ๓ เดือน


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จัดการบรรยายทางวิชาการออนไลน์สาธารณะ ประจำปี พ.ศ.2566  "คนพิพิธภัณฑ์อยากจะเล่า" ครั้งที่ 7 ขอเชิญร่วมฟังเรื่องเล่า ในหัวข้อ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดกิจกรรมอย่างไรให้มีความน่าสนใจ" เล่าเรื่องโดย นางสาวธีรนาฎ มีนุ่น ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป           ผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง facebook live : Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง


         เหรียญรูปปูรณฆฏะและศรีวัตสะ สมัยทวารวดี          เหรียญรูปปูรณฆฏะและศรีวัตสะ จัดแสดงอาคารจัดแสดง ๒ ชั้น ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง          เหรียญเงินกลมแบน เส้นผ่านศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร มีรูปสัญลักษณ์มงคลทั้ง ๒ ด้าน แต่ละด้านมีรายละเอียด ดังนี้          ด้านที่ ๑ มีรูปปูรณฆฏะขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ตรงกึ่งกลางเหรียญ โดยมีลักษณะเป็นหม้อทรงกลม ป่องกลาง  คอคอด ปากกว้างผายออก มีลายพันธุ์พฤกษาห้อยลงมาทั้งสองข้าง ใต้หม้อมีสิ่งรองรับอาจเป็นใบไม้หรือดอกไม้ ขอบด้านนอกตกแต่งด้วยลายจุดกลมโดยรอบ          ด้านที่ ๒ มีรูปศรีวัตสะ และสัญลักษณ์มงคลอื่นๆ ประกอบ โดยมีศรีวัตสะอยู่ตรงกึ่งกลาง ลักษณะเป็นโครงลายเส้น โดยเส้นฐานล่างเป็นเส้นตรง เส้นด้านข้างทั้งสองด้านเชื่อมกับเส้นฐานล่าง ส่วนด้านบนตรงกึ่งกลางมีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ด้านในมีรูปวัชระ ลักษณะเป็นอาวุธมีปลายแฉกทั้ง ๒ ด้าน ส่วนบนด้านขวาเป็นรูปพระอาทิตย์ และด้านซ้ายเป็นรูปพระจันทร์ ถัดลงมาด้านขวามีรูปอังกุศ (ขอสับช้าง) ลักษณะเป็นแท่งยาวมีปลายแหลมยื่นออกมาที่ด้านข้าง ส่วนด้านซ้ายสันนิษฐานว่าเป็นภาพจามร (แส้) ลักษณะเป็นแท่งยาวมีพู่ ใต้ศรีวัตสะมีรูปปลาหันไปทางขวา           ลวดลายที่ปรากฏบนเหรียญเป็นสัญลักษณ์มงคลที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์และความอุดมสมบูรณ์ พบเหรียญตราในลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ตามแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี แต่มีรายละเอียดสัญลักษณ์มงคลบางประการแตกต่างกันออกไป ได้แก่ เหรียญรูปสังข์และศรีวัตสะ เหรียญรูปพระอาทิตย์และศรีวัตสะ เหรียญรูปภัทรบิฐและศรีวัตสะ เหรียญรูปสัตว์และศรีวัตสะ เป็นต้น          นอกจากเหรียญตราชิ้นนี้แล้ว ยังพบเหรียญรูปปูรณฆฏะและศรีวัตสะที่มีรายละเอียดของลวดลายแตกต่างกันบางประการอีกจำนวนหนึ่ง ที่เมืองนครปฐมโบราณ จังหวัดนครปฐม และแหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทิน จังหวัดลพบุรี กำหนดอายุเหรียญตราชิ้นนี้ในสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว       เอกสารอ้างอิง วิภาดา อ่อนวิมล. “เหรียญตราในประเทศไทยช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๖”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๑.


ประเพณีการแอ่วสาว ผิดผี และความเชื่อเรื่องผีประจำตระกูล อาณาจักรหลักคำ หรือกฎหมายเมืองน่าน สร้างขึ้นและใช้ในพุทธศักราช ๒๓๙๖ – ๒๔๕๑เพื่อใช้เป็นกฎหมายเฉพาะของเมืองน่าน และเมืองต่างๆ ที่ขึ้นกับเมืองน่าน       ในด้านความเชื่อชาวน่านนับถือพุทธศาสนาเป็นหลัก อย่างไรก็ตามความเชื่อในเรื่องผีก็ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตอยู่ไม่น้อย เช่น การนับถือผีปู่ย่าตายาย หรือผีบรรพบุรุษ เมื่อบรรพบุรุษเสียชีวิตไปก็เชื่อว่าวิญญาณของท่านเหล่านั้นยังวนเวียน หรือไปสู่สุคติแล้วบางโอกาสยังมาดูแลเป็นที่พึ่งของลูกหลานอยู่ เช่น ผีเรือน ผีปู่ย่า เป็นต้น รวมถึงผีประจำในชุมชนที่มีฐานะเป็นผีเมืองหรือผีอารักษ์ โดยส่วนใหญ่ผีระดับเมืองมักออกนามเป็นเจ้าหลวง ซึ่งในอดีตเป็นเจ้าเมือง ผู้นำ หรือผู้ปกครอง ที่ได้รับความเคารพนับถือ มีวีรกรรมความกล้าหาญ หรือแม้กระทั่งการตายที่ผิดปกติ บางหมู่บ้านยังมี ใจบ้าน เป็นเสาหลักปักกลางหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่คู่กันมากับการตั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านเชื่อว่าสามารถให้คุณให้โทษ ต้องเคารพบูชาหรือเซ่นไหว้ตามประเพณีในทุกๆปี     แอ่ว ในภาษาโบราณแปลว่าเกี้ยวสาว ซึ่งระยะหลังนอกจากเป็นคำกริยาที่แปลว่า เที่ยวไป หรือไปหา เพื่อประสงค์ความสนุกหรือสบาย การแอ่วสาวหรือการไป "จีบผู้หญิง" เป็นกิจกรรมที่พวกบ่าวหรือชายหนุ่มจะไปกันในเวลากลางคืน โดยเริ่มเวลาประมาณตั้งแต่ ๒ ทุ่มขึ้นไป การไปนั้นอาจไปคนเดียว ไป ๒ คน หรือไปเป็นกลุ่ม บางกลุ่มอาจบรรเลงเครื่องดนตรีไปตามทางด้วยเครื่องดนตรีก็มีสะล้อ ซึ่ง ขลุ่ย ในระหว่างที่เดินทางบ่าวอาจจะช้อย (อ่าน "จ๊อย") หรือขับเพลงไปตามทางด้วย การแอ่วสาวเป็นการเสนอตัวของฝ่ายชายให้สาวเป็นผู้เลือกคู่ครอง โดยชายจะขอความรักความเห็นใจจากฝ่ายหญิง การอู้สาวก็คือการพูดจาเกี้ยวหญิง เมื่อหญิงใดอยู่นอกก็แสดงว่าพร้อมที่จะเลือกคู่ ในการไปแอ่วสาวซึ่งอยู่ในหมู่บ้านหรือตำบลที่อยู่ห่างไกลพวกหนุ่มจะพกอาวุธเพื่อป้องกันตัวในระหว่างการเดินทางไปด้วยอาวุธส่วนใหญ่จะเป็นมีดเล็กปลายแหลมที่เรียกว่า มีดซุยหรือไม่ก็เป็นดาบแลว ซึ่งเป็นดาบขนาดกลาง การนำอาวุธติดตัวไปก็เพื่อการป้องกันตัว ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากคนร้ายหรือสัตว์ร้าย ซึ่งเมื่อไปถึงบ้านสาวก่อนจะขึ้นบ้านจะต้องนำอาวุธเหล่านั้นซ่อนไว้ข้างล่าง เช่น ตามโคนไม้ พุ่มหญ้าจะไม่นำขึ้นบ้านสาว เพราะว่าสาวจะไม่ชอบถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติแก่สาว ในอาณาจักรหลักคำเมื่อแอ่วสาวผู้ชายห้ามพกอาวุธ ปกปิดหน้าตา ดังข้อความที่ว่า....อัน 1 ด้วยคนทังหลายและร้างบ่าวอันเป็นลูกเจ้าหลานนาย ลูกท้าวหลานขุนไพร่ไทยทังหลาย แอ่วค่ำมาคืนก็ดี แอ่วร้างจาสาวตามปเวณีบ้านเมือง อย่าได้ถือสาตราอาวุธและกระทำตัวบ่หื้อหันหน้า หันตาและบ่หื้อรู้จักตัว พ้อยเอาผ้าปกบังเสีย กระทำฉันนี้บ่แม่นปเพณีบ้านเมือง เหตุบ่รู้จักว่าเป็นผู้ร้ายผู้ดี อย่าหื้อได้กระทำเป็นอันขาด คันว่าบุคคลผู้ใดบ่ฟังยังกระทำจับตัวได้ จักเอาตัวเข้าใส่ราชวัตรไว้เฆี่ยน 30 แส้..การเสียผี.เสียผีหรือใส่ผี คือพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่จัดทำขึ้นเมื่อเกิดการผิดผีขึ้นในครัวเรือน เมื่อทำเรื่องผิดจริยธรรมหรือผิดผี ผิดจารีตประเพณีจึงต้องเซ่นพลีเสียผีตามความผิดที่หนักเบาเพื่อให้ผียกโทษ ทั้งนี้เพราะในเรือนนั้นจะมีผีเรือนหรือผีบรรพบุรุษของแต่ละตระกูล ผีนี้จะให้คุณให้โทษแก่บุคลคลในเรือน โดยเฉพาะในกรณีที่มีลูกสาวอยู่ในเรือนด้วยนั้นจะต้องระวังไม่ให้มีการผิดผีเกิดขึ้น การผิดผีในกรณีนี้หมายถึงการที่หญิงสาวถูกชายถูกเนื้อต้องตัวทั้งในที่ลับหรือที่แจ้ง ทั้งโดยความยินยอมหรือไม่ยินยอมของหญิงก็ตาม ทั้งฝ่ายชายล่วงล้ำจนถึงธรณีประตูเรือนนอนของฝ่ายหญิง ชายนั้นจะต้องเสียผีทุกกรณี หรือการเสียเงินค่าผี หรือเลี้ยงผีบรรพบุรุษตามประเพณีในกรณีที่ผู้ชายทำผิดผี และฝ่ายหญิงก็พึงพอใจที่จะได้ชายนั้นมาเป็นคู่ครอง หญิงก็จะบอกให้พ่อแม่ของตนไปสัญญาคือบอกกล่าวแก่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายให้ไปเสียผีตามธรรมเนียมและจะได้จัดการแต่งงานกันต่อไปการเสียผีในกรณีนี้เรียกว่า ใส่เอาส่วนการเสียผีอีกวิธีหนึ่งเรียกว่า ใส่บ่เอา หรือเสียผีไม่เอา ในกรณีที่บ่าวสาวไม่ปลงใจจะแต่งงานกัน แต่เกิดการผิดผีขึ้นแล้ว ฝ่ายชายจะต้องเสียผี การเสียแบบนี้ต้องเสียเงินมากกว่าการใส่เอาและนับเป็นเรื่องที่น่าอาย สาวที่ถูกชายผิดผีแล้วไม่เอาเป็นเมียนั้นจะถูกนินทา บางคนถูกหนุ่มหลอกผิดผีหลายครั้งจนอายถึงกับต้องย้ายไปอยู่ถิ่นอื่นเพื่อไม่ให้ฝ่ายชายกระทำผิดประเพณีการลักลอบขึ้นบ้านฝ่ายหญิงแล้วมีการได้เสียกันแต่ฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ กฎหมายอาณาจักรหลักคำจึงให้ฝ่ายชายจ่ายเงินให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง ไม่ว่าเป็นหญิงชาวบ้านหรือลูกหลานเจ้านายและห้ามต่อรอง อัตราค่าเสียผีเป็นเงินจำนวนมากหรือน้อยนั้น แล้วแต่ผีของฝ่ายสาวกินไก่หรือหมูหรือควาย ดังนี้... คันว่าผู้ญิงมานแล้ว พ้อยบ่เอา หื้อแปงค่าเดือนไฟ 72 น้ำผ่ายากต่อเกิ่ง คันออกดีเป็นแล้ว คันออกบ่ดีตาย หื้อเสียค่าเฝ้า 330 น้ำผ่ายากต่อเกิ่ง ในเนื้อความทังหลายฝูงนั้น คันได้ชำระกันเถิงกว้านหื้อขุนกินยากต่อเกิ่ง คันว่าบ่ได้ชำระ หากยอมกันนอก กว้านด้วยดี หื้อเอายากเกิ่งยากด้วยลายแปงผีนั้น คันว่าผีกระกูลกินควายก็ดี ผีกินหมูก็ดี ผีกินไก่ก็ดี หื้อแปงผีกินควายตัวเดียวหื้อเป็นแล้ว คันว่าผีกระกูลกินหมูก็ดี ผีกินไก่ก็ดี หื้อแปงผีกินหมูตัวเดียวเป็นแล้ว...#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน #ฮาโลวีน #ผิดผี เอกสารอ้างอิงชฎาพร จีนชาวนา. การวิเคราะห์สังคมเมืองน่านจากกฎหมายอาณาจักรหลักคำ (พ.ศ.2395-2451). ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ไทย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 2549.ศรีเลา เกษพรหม. "แอ่วสาว (การไปจีบผู้หญิง)ง)." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 15. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542.อู้สาว (พูดคุยเกี้ยวสาว)." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 15. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.47 กฎหมายประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยขาวISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  กฏหมายลักษณะวัสดุ              30; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    กฏหมาย         ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 16 ส.ค..2538


พระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทน์ แห่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี .. ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร ชั้นล่างของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี มีการจัดแสดงพระพุทธรูปยืนปางห้ามพระแก่นจันทน์อยู่ ๑ องค์ เป็นพระพุทธรูปยืนที่หล่อขึ้นจากโลหะผสมประเภทสำริด มีการตกแต่งพระพุทธรูปองค์นี้ด้วยการลงรักปิดทองและประดับกระจก และทำลวดลายบนจีวร ด้วยเทคนิคขึ้นลายด้วยรักกระแหนะ .. พระพุทธรูปยืนปางห้ามพระแก่นจันทน์องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปในอิริยาบถยืน พระกรขวาทอดลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นมาเสมอพระอุระ แสดงอภัยมุทรา มีการครองจีวรห่มเฉียง โดยจีวรนั้นมีการตกแต่งลวดลายให้เป็นลายดอกพิกุล ด้วยเทคนิคขึ้นลายด้วยรักกระแหนะ ซึ่งเป็นเทคนิคของช่างที่ทำให้ลวดลายของจีวรคมชัด ซึ่งจีวรลายดอกพิกุลนี้เป็นที่เป็นที่นิยมมากในการสร้างพระพุทธรูปในสมัยรัตนโกสินทร์เลยก็ว่าได้ .. พระพุทธรูปยืนองค์นี้ปรากฎอุษณีษะ พระรัศมีหักหายไป และยังมีความชำรุดของผิวพระพุทธรูปด้วยลวดลายบางส่วนแตกหลุดหายไป ตามกาลเวลา พระพุทธรูปยืนองค์นี้ ยืนบนฐานบัวทรงกลม ที่รองรับด้วยฐานแปดเหลี่ยมที่ซ้อนกัน ๔ ชั้น บริเวณฐานพระพุทธรูปชั้นล่างสุด ด้านหน้า ปรากฎจารึกว่า “นายพุ้ม เป็นที่หลวงประชุม คุนแม่ทิมภรรยา ทร่างแต่ปี ๑๑๖” จากจารึกดังกล่าวทำให้ทราบว่าพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นปีที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ .. ความเป็นมาของการสร้างพระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทน์ มีอยู่ว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์แห่งเมืองสาวัตถีและชาวเมือง ต่างระลึกถึงพระพุทธองค์ พระเจ้าปเสนทิโกศล จึงโปรดให้ช่างสลักรูปพระพุทธองค์ด้วยไม้แก่นจันทน์หอมอย่างดี ประดิษฐานไว้บนพระแท่น ในพระราชนิเวศน์เดิมของพระพุทธเจ้า เพื่อไว้ทรงกราบไหว้บูชา ครั้นต่อมาเมื่อพระพุทธองค์เสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาถึงที่ประทับ พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์นั้นก็เสมือนมีชีวิตจิตใจ จึงได้ลุกขึ้นเพื่อถวายความเคารพพระพุทธองค์ พร้อมกับเคลื่อนองค์ออกจากพระแท่นที่ประทับ แต่พระพุทธเจ้าก็ได้ยกพระหัตถ์ซ้ายห้ามเอาไว้ พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์จึงกลับขึ้นประทับยังพระแท่นที่ประทับดังเดิม พระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทน์องค์นี้ เดิมอยู่ที่วัดพระบรมธาตุวรวิหาร โดยพระชัยนาทมุนี (นวม สุทัตโต) เป็นผู้รวบรวมไว้ ภายหลังจึงมอบให้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เก็บรักษาและจัดแสดงจวบจนถึงปัจจุบัน         ความรู้สึกทั้งหมด 2828      


โบราณสถานวัดน้ำรอบ    ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ บ้านน้ำรอบ ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี วัดน้ำรอบ เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา พร้อมกันกับวัดถ้ำสิงขร และวัดเขาพระอานนท์ มีตำนานกล่าวว่า ในอดีตมีลูกสาวชาวบ้านน้ำรอบนางหนึ่งได้เป็นพระสนมในพระเจ้าแผ่นดิน พี่ชายมีความปรารถนาที่จะพบน้องสาวจึงบวชเป็นพระไปศึกษาบาลีในเมืองหลวงจนสำเร็จเปรียญ และต่อมาได้รับนิมนต์เข้าไปรับสลากภัตในพระราชวัง ทำให้ได้พบกับพระสนมผู้เป็นน้องสาว พระสนมกราบบังคมทูลให้พระเจ้าแผ่นดินทรงทราบ จึงโปรดให้สร้างวัดขึ้น ๓ วัดคือ วัดถ้ำสิงขร วัดน้ำรอบ และวัดเขาพระอานนท์   สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถ สร้างด้วยไม้ตำเสา เป็นอาคารทรงไทยหลังคาจั่วมีช่อฟ้าใบระกาและปีกนกรองรับ ๒ ชั้น หลังคาแอ่นโค้งคล้ายท้องสำเภาผนังโบสถ์เป็นผนังเตี้ย ก่ออิฐฉาบปูนตำ อิฐก่อขึ้นมาจากพื้น ไม่มีฐานบัวรองรับเหมือนโบสถ์ทั่วไป สันนิษฐานว่าของเดิมอาจเป็นไม้ทั้งหลัง    ภายในอุโบสถปรากฏงานศิลปกรรมท้องถิ่นสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวรัชกาลที่ ๓ นอกจากนี้ยังพบเจดีย์ราย ก่ออิฐอีก ๒ องค์ ตั้งอยู่ด้านหน้าอุโบสถทางทิศตะวันออก และฐานเจดีย์ก่ออิฐ ย่อมุมไม้สิบสองขนาดเล็ก เหลือเพียงส่วนฐานกับตอนล่างขององค์ระฆัง อยู่ทางด้านทิศเหนือของอุโบสถ    ส่วนโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืนปางห้ามญาติ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สำริด พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรสำริดลงรักปิดทอง และศิลาจารึก ทำจากหินชนวนเป็นจารึกอักษรไทย ภาษาไทย จารึกใน พ.ศ. ๒๓๙๑ สันนิษฐานว่าเป็นเนื้อความย่อจากเอกสารกัลปนา วัดน้ำรอบ   อายุสมัย : สมัยอยุธยา - สมัยรัตนโกสินทร์ โบราณสถานวัดน้ำรอบ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๔ ตอนพิเศษ ๘๐ ง หน้า ๕ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๐ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๘๑ ตารางวา   จัดทำโดย นางสาวเพ็ญณิกา เตี้ยพานิช นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาขาวิชาการจัดการทางวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี


คณะจาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ (เวลา 13.30) จำนวน 150 คนวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีนายธิริทธิ์ เรืองทวีทรัพย์ ตำแหน่ง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ และว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่ง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้


           สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญฟังการบรรยายเรื่อง "กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์กับละครร้อง"  ภายใต้โครงการเผยแพร่ความรู้ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ฯ ประจำปี 2567 วิทยากรโดย ผศ. ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 เวลา 13.30-16.30 น. ณ อาคารดำรงราชานุภาพ 2490 ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 08 6891 2548, 08 9545 3194 9 สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live : National Library of Thailand  https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand


ชื่อเรื่อง                     ลักษณะพระพุทธรูปสมัยต่างๆโดยสังเขปผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ศาสนาเลขหมู่                      294.31873 ล225สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวพร ปีที่พิมพ์                    2511ลักษณะวัสดุ               88 หน้า หัวเรื่อง                     พระพุทธรูปภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธรูป


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ขอเชิญร่วมกิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ เนื่องในเทศกาลลอยกระทง พุทธศักราช 2567 ระหว่างวันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคารจัดแสดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร (ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วมกิจกรรม)


             กรมศิลปากรมอบของขวัญปีใหม่ต่อเนื่องให้กับประชาชนกับกิจกรรม“ห้องสมุดยามค่ำคืน Night Library @ National Library of Thailand” จัดขึ้นปีนี้เป็นปีแรก ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ              หอสมุดแห่งชาติ เป็นแหล่งเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทุกสาขาวิชาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไว้ในรูปของทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท รวมทั้งมีภารกิจในการให้บริการและส่งเสริมการอ่านแก่ประชาชนทุกคน สำนักหอสมุดแห่งชาติ จึงได้จัดโครงการห้องสมุดยามค่ำคืน เพื่อเป็นการใช้พื้นที่ของหอสมุดแห่งชาติในการช่วยขยายโอกาสให้ผู้ใช้บริการได้เข้าถึงองค์ความรู้และการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น              ผู้สนใจสามารถไปอ่านหนังสือเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทยกับ Night Library ชมนิทรรศการแผ่นเสียงในสยาม ชมภาพยนตร์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Netflix ใช้บริการ Co-working & Meeting Room, Notebook and Gadget Zone และเก็บภาพสวยที่จุด Check-in ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม - 31 มีนาคม 2568 เวลาเปิดบริการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 -19.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 09.00 - 17.00 น. และอาคาร Smart Library เปิดวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 06.30 - 19.30 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 09.00 - 17.00


ชื่อเรื่อง : อนุสรณ์ 7 รอบ หัวเรื่อง : ไทย -- ความเป็นอยู่และประเพณี คำค้น : ประเพณีไทย           การโกนจุก           เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย รายละเอียด : จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานทำบุญอายุครบ 7 รอบ 84 ปี ของคุณหญิงประยงค์ ถ่องดิกิจฉการ ผู้แต่ง : ประยงค์ ถ่องดิกิจฉการ แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์อักษรสาสน์ ปีที่พิมพ์ : 2517 วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือกล่าวถึงบทสนทนาระหว่างแม่กับลูก บอกเล่าเรื่องราวของหญิงไทยทั้ง 3 สมัย คือ สมัยโบราณ สมัยกลาง และสมัยใหม่ ซึ่งผู้เขียนต้องการเปรียบเทียบและสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของหญิงสาวในแต่ละยุคสมัย สอดแทรกเรื่องของความเป็นอยู่และประเพณีไทย รวมทั้งเรื่องเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เลขทะเบียน : บ. 250682 จบ. เลขหมู่ : 390.01593             ป361ก


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       63/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               30 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


black ribbon.