ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,552 รายการ

องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เรื่อง “หนังตะลุง” ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ ตอนที่ ๒ ค้นคว้าและเรียบเรียงโดย นางปรางวไล ทองบัว เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ปฏิบัติงานที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/nakhon.museum/posts/pfbid034RDC3uobY77VctX7C2JXmxg99cyC7zU4QBsJnXWUMUCBWQcnVU4rYXt3JtuEJCExl


๙๑ ปี เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัย๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ วันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายมหาอำมาตย์โท เจ้ามหาพรหมสุรธาดา (เจ้าน้อย มหาพรหม ณ น่าน) ม.ป.ช., ป.ม., ท.จ.ว., ว.ป.ร. ๓ นายพลตรี ราชองครักษ์พิเศษ เจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๖๔ ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้ายของน่าน ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสยามประเทศ ในปี ๒๔๗๕ และยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองนครเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เป็นโอรสที่ ๓ ของเจ้าอนันตวรฤทธิเดช กุลเชฏฐมหันต์ ชัยนันทมหาราชวงศาธิบดี เจ้านครน่าน มารดาชื่อเจ้าหญิงขอดแก้ว ประสูติในสมัยรัชกาลที่ ๓ ณ บ้านช้างเผือก ตำบลเวียงเหนือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๓๘๙ แรม ๑๓ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด(๑๑) ปีมะเมีย มีนามเดิมว่า "เจ้าน้อย มหาพรหม ณ น่าน"-เมื่อมีชนมายุได้ ๑๗ ปี บิดาได้มอบให้เป็นศิษย์พระสังฆราชนันทชัย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำ เพื่อให้ศึกษาข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา และได้บรรพชาสามเณรอยู่ที่วัดพระธาตุช้างค้ำ ๒ พรรษา ถึง -พ.ศ.๒๔๐๗ ได้ลาจากสมณเพศ เพื่อตามบิดาลงไปเฝ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ณ กรุงเทพมหานคร ทูลเกล้าฯ ถวายช้างพลายคำหมื่น-พ.ศ.๒๔๐๙ เสกสมรสกับเจ้าหญิงศรีโสภา ซึ่งเป็นธิดาของพระยาวังขวา (คำเครื่อง) และเจ้าหญิงอุสา เจ้ามหาพรหมสุรธาดามีโอรสธิดากับเจ้าศรีโสภา รวม ๘ คน คือ โอรส ๖ คน และธิดา ๒ คน-พ.ศ.๒๔๒๔ เป็นหัวหน้าคุมเครื่องราชบรรณาการลงไปทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ ๕ ในงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๑๐๐ ปี ใน พ.ศ.๒๔๒๕-พ.ศ.๒๔๓๒ เป็นหัวหน้าควบคุมกำลังพล และช้างปราบปรามกบฏฮ่อ-พ.ศ.๒๔๓๓ รับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าราชบุตร-พ.ศ.๒๔๓๔ จัดการตั้งบ้านเมืองที่หลวงน้ำทา และเมืองภูคา ติดต่อกับสิบสองปันนา-พ.ศ.๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราวิจิตราภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่ ๕ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ ๕ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.))-พ.ศ.๒๔๓๖ รับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าราชวงศ์ ในงานรัชฎาภิเษก และได้รับพระราชทานตราช้างเผือกชั้นที่ ๔ ภูษณาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ ๔ จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)) กับเหรียญรัชฎาภิเษก-พ.ศ.๒๔๔๓ รับราชการตำแหน่งเสนามหาดไทยจังหวัดน่าน และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าอุปราช ได้รับพระราชทานตรานิภาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๓ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ ๓ ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.))-พ.ศ.๒๔๔๘ ได้รับพระราชยศเป็นนายพันโทพิเศษในกรมทหารบกราบที่ ๑๘ และนำเครื่องราชบรรณาการลงไปน้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในงานฉลองพระบรมรูปทรงม้า ณ พระราชวังดุสิต -พ.ศ.๒๔๔๙ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ ๒ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)-พ.ศ.๒๔๕๑ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้า (ท.จ.) (ฝ่ายหน้า)-พ.ศ.๒๔๕๔ รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์เอก และเลื่อนยศเป็นนายพันเอกพิเศษในกรทหารบก ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายหน้า)-พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นมหาอำมาตย์ตรี ได้รับพระราชทานตราจุลวราภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๒ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ ๒ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.))-พ.ศ.๒๔๖๑ รั้งตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครน่าน ได้เลื่อนยศเป็นนายพลตรีพิเศษในกรมทหารบก และได้รับพระราชทานสายสะพายตราปถมาภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่ ๑ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ ๑ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย)-พ.ศ.๒๔๖๒ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้ามหาพรหมสุรธาดา นันทบุราธิวาศวงศ์ บรมราชประสงค์สฤษดิรักษ์ นิตยสวามิภักดิ์อาชวาศัย ประสาสนนัยวิจิตร กิติคุณาดิเรก เอกโยนกมหานคราธิบดี เจ้าผู้ครองนครน่าน และได้รับพระราชทานยศเสือป่าเป็นนายกองเอก ในกองเสือป่า จังหวัดน่าน-พ.ศ.๒๔๖๓ เลื่อนยศเป็นมหาอำมาตย์โท-พ.ศ.๒๔๖๗ ได้รับพระราชทานสายสะพายตราปถมาภรณ์ช้างเผือกชั้นที่ ๑ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ ๑ ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.))-พ.ศ.๒๔๖๘ ลงไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว-พ.ศ.๒๔๖๙ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลพายัพ ณ เมืองเชียงใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้เป็นผู้อัญเชิญพระขวัญในนามของเจ้าประเทศราชในมณฑลพายัพ และได้รับพระราชทานสายสะพายตรามหาปรมาภรณ์ช้างเผือกชั้นสูงสุด (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก)เจ้ามหาพรหมสุรธาดา ป่วยโรคชรา ถึงพิราลัยวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๔ เวลา ๑๖.๐๐ น.  สิริชนมายุได้ ๘๕ ปี ในการพระราชทานเพลิงศพเจ้ามหาพรหมสุรธาดา (น้อย มหาพรหม ณ น่าน) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มหาอำมาตย์โทพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทศคิริวงศ์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ เสด็จแทนพระองค์ พร้อมด้วยเจ้าพนักงานกรมภูษามาลา กรมสนมพลเรือน แผนกพระราชกุศล และแผนกกระบวนอิสสริยยศ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๔ (พ.ศ.๒๔๗๕) เวลาบ่าย เจ้าพนักงานโดยสารรถไฟออกจากกรุงเทพฯ ถึงสถานีเด่นชัยวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ แล้วขึ้นรถยนต์ต่อไปถึงจังหวัดน่าน วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ เจ้าพนักงานจัดโกศโถประกอบศพ มีฐานตั้งรองโกศ ๑ ชั้น พร้อมด้วยเครื่องอิสริยยศ ฉัตรเบญจาตั้ง ๔ คัน เจ้าภาพบำเพ็ญการกุศล มีประโคมกลองชะนะ ๑๐ จ่าปี่ ๑ ตามเวลา ครั้งวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๕ เจ้าพนักงานยกโกศศพลงเปลื้องเสร็จแล้วยกขึ้นตั้งบนจิตกาธาน ณ สุสานดอนชัย ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าทศศิริวงศ์ ทรงทอดผ้าไตรของหลวง ๑๐ ไตร กับพระราชทานเงิน ๑ ชั่ง พระสงฆ์บังสุกุล อนุโมทนา เจ้าพนักงานเชิญหีบเพลิงและเครื่องพระราชทานเพลิง เข้าไปถวายผู้แทนพระองค์ทรงจุดเพลิงพระราชทานพร้อมด้วยเจ้านายบุตรหลานของเจ้านครน่าน เจ้าพนักงานสุมอัฐิไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นเจ้าพนักงานประมวลแปรรูปปิดคลุมไว้ เจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสามหาบแล้ว เจ้านายบุตรหลานเก็บอัฐิไปทำการกุศลต่อไปเป็นเสร็จการเอกสารอ้างอิงประวัติ มหาอำมาตย์โท และนายพลตรีเจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน. โรงพิมพ์ศรีหงส์ มุมถนนอุณากรรณ. ๒๔๘๐.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๘ หน้า ๑๘๘๘ วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๗๔ เข้าถึงได้โดย http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2474/D/1888.PDFราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๘ หน้า ๔๘๗๖ – ๔๘๗๘ วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๗๕  เข้าถึงได้โดย http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2474/D/4876.PDF



ชื่อเรื่อง                     วีรไทยสนามชัยรำลึกผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ศาสนาเลขหมู่                      294.3135 ว826สถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2517ลักษณะวัสดุ               92 หน้าหัวเรื่อง                     สุพรรณบุรี -- วัดสนามชัย                                  การรำลึกภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกวีรไทยสนามชัยรำลึก กล่าวถึงการจัดงานทำบุญรำลึกให้กับกระดูกทหารนิรนาม มีประวัติวัดสนามชัย วีระกษัตริย์เลือดสุพรรณ และเที่ยวสุพรรณกับสุนทรภู่



สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 150/3เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


อภิธมฺมตฺถสงฺคห (อภิธมฺมสงฺคห) ชบ.บ 179/1เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสมานทะเบียนกิจ (น้อม สัจจะเวทะ) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2515ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2515 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์ จำนวนหน้า : 242 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสมนทะเบียนกิจ (น้อม สัจจะเวทะ) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2515 หนังสือประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 นี้ เป็นเรื่องราวของชาติไทยสมัยก่อนที่ยกลงมาเป็นใหญ่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยเรื่อง 2 เรื่อง คือ พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน และตำนานสิงหนวติกุมาร


       แผ่นดินเผารูปกินรี พบจากเจดีย์หมายเลข ๒ เมืองโบราณอู่ทอง        แผ่นดินเผารูปสัตว์ผสม พบจากเจดีย์หมายเลข ๒ เมืองโบราณอู่ทอง จัดแสดงห้องโบราณคดีเมืองอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง        แผ่นดินเผาขนาดกว้าง ๒๓ เซนติเมตร สูง ๒๓.๕ เซนติเมตร ประติมากรรมมีสภาพชำรุด ชิ้นส่วนหักหายและรายละเอียดลบเลือนบางส่วน ด้านหน้าเป็นภาพนูนต่ำ นักวิชาการส่วนใหญ่ตีความว่า หมายถึงรูปกินรี ซึ่งเป็นอมนุษย์ที่มีลักษณะเป็นสัตว์ผสมระหว่างคนกับนก โดยมีใบหน้าเป็นคนสวมเครื่องประดับศีรษะ อยู่ในท่าเคลื่อนไหว เอียงศีรษะ แขนขวากางออกไปทางด้านหลัง มีผ้าคล้องคอและแขน ลำตัวโค้ง ยกขาซ้ายเหยียดไปด้านหลัง ส่วนหางหรืออาจเป็นปีกแผ่ไปทางด้านหลัง ด้านหลังของแผ่นดินเผาแบนเรียบ มีร่องรอยแกลบข้าวในเนื้อดิน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของอิฐ หรือประติมากรรมดินเผาที่สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕ หรือประมาณ ๑,๑๐๐ – ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว          เนื่องจากประติมากรรมดินเผาชิ้นนี้มีรายละเอียดลบเลือนบางส่วน ทำให้นักวิชาการบางท่านเสนอว่า เมื่อพิจารณาจากส่วนล่าง ลำตัวและขา พบว่าน่าจะเป็นลักษณะของสิงห์มากกว่านก ดังนั้นแผ่นดินเผาชิ้นนี้อาจเป็นรูปนรสิงห์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสิงห์ที่มีใบหน้าเป็นคน ก็เป็นได้         สันนิษฐานว่าแผ่นดินเผานี้ใช้สำหรับประดับส่วนฐานของเจดีย์ ในลักษณะเดียวกับประติมากรรมรูปคนแคระแบกที่พบทั่วไปตามศาสนสถานในเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งอาจใช้ประกอบอยู่กับภาพเล่าเรื่อง หรือใช้ประดับฐานเจดีย์ก็เป็นได้         นอกจากแผ่นดินเผารูปกินรีชิ้นนี้แล้ว ยังพบประติมากรรมรูปกินรีและกินนร ทำจากดินเผาหรือปูนปั้นสำหรับประดับศาสนสถานตามเมืองโบราณอื่น ๆ สมัยทวารวดี ด้วย เช่น ประติมากรรมปูนปั้นรูปกินนรกำลังเล่นเครื่องดนตรีที่มีลักษณะคล้ายพิณเปี๊ยะ พบจากเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม ประติมากรรมปูนปั้นรูปกินรี พบจากเจดีย์หมายเลข ๓ บ้านโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ และยังพบเครื่องประดับทองคำรูปกินรีที่เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อีกด้วย   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. สหมิตรพริ้นติ้ง : นนทบุรี, ๒๕๔๕. ดวงกมล  อนันต์วัชรกุล. “คติความเชื่อเรื่องสัตว์ที่ปรากฏในวัฒนธรรมทวารวดี.” เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.


เลขทะเบียน : นพ.บ.404/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4.5 x 57.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 146  (58-70) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : มาลัยแสน--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.535/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 48 ซ.ม. : ล่องรัก-รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 180  (292-302) ผูก 2 (2566)หัวเรื่อง : ลำสุตตโสม--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง : ประมวลพระราชดำรัส และ พระบรมราโชวาท ที่พระราชทานในโอกาสต่างๆตั้งแต่เดือน ธันวาคม ๒๕๑๒ จนถึงเดือน พฤศจิกายน ๒๕๑๓ พิมพ์ขึ้นในโอกาสงานพระราชพิธีรัชดาภิเษก ๙ มิถุนายน ๒๕๑๔ ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2514สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์กรมแผนที่ทหาร จำนวนหน้า : 446 หน้า สาระสังเขป : พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทบรรดาที่ประมวลไว้เล่มนี้ เป็นพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่บุคคลต่างๆ คณะ ในโอกาสต่างๆกัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ จนถึงเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๓



พระพฤหัสบดีพระอิศวรสร้างจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์ สัญลักษณ์เลข ๕ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี



black ribbon.