ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,431 รายการ


         เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ ความว่า “ศุภมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบ อีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน   สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระราชอุตสาหะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประชาราษฎรมาเนิ่นนานกว่า ๗ ทศวรรษ แม้เมื่อถึงเวลาที่พระชนมายุเจริญบรรลุเขตชรา พระวรกายพึงได้ผ่อนวางจากพระราชภาระลงบ้างตามสภาพที่เป็นไป หากแต่ผลแห่งพระราชกิจจานุกิจน้อยใหญ่ ซึ่งทรงพากเพียรประสิทธิ์ประสาทไว้เป็นอเนกปริยาย ยังอำนวยศุภผลเป็นหิตานุหิตประโยชน์มากมายเหลือคณานับ พสกนิกรทั่วหน้าจึงยังคงได้รับความผาสุกร่มเย็น ถึงแม้มิได้เฝ้าชมพระบารมีเป็นเนืองนิตย์เหมือนแต่ก่อน แต่พระธรรมบารมี ก็ยังคงขจรขจาย แผ่ขยายไปบำรุงเลี้ยงสรรพชีวิต ทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณ ให้ดำรงมั่นโดยความเกษมสวัสดีอยู่บนแผ่นนี้ได้ตลอดมา ไม่มีวันเสื่อมทรุดชำรุดชราลงไป อานุภาพแห่งพระราชธรรมจริยา และพระราโชบายอันยิ่งใหญ่ในแม่แห่งชาติ ยังโอภาสโชติช่วง คอยฉายชี้ นำทางปวงลูกไทย ให้รู้วิถีทางประพฤติที่เหมาะสมสำหรับดำรงชีวิต สมด้วยธรรมภาษิต อันมีมาในมหาสุตโสมชาดก ความว่า “ราชรถที่วิจิตรดีทั้งหลายยังทรุดโทรมได้ อนึ่ง แม้สรีระก็ยังเข้าถึงความแก่ชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า” ด้วยประการฉะนี้   ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงบริบูรณ์ด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ ทรงยืนยงเป็นมิ่งขวัญแห่งราชอาณาจักรไทย ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.”


          กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “อยุทธยามหายุทธ : วิวัฒนาการเครื่องศัสตราวุธและประวัติศาสตร์การศึกสงครามของกรุงศรีอยุธยา” วันเสาร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม อาคารดำรงราชานุภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับนายภาสพันธ์ ปานสีดา ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “อยุทธยามหายุทธ” และผู้ก่อตั้งเพจ “ประวัติศาสตร์ฮาเฮ” ดำเนินรายการโดย นายพนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร สำรองที่นั่งทางโทรศัพท์เท่านั้น (รับจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ เปิดทำการวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.  *จอดรถที่สนามหลวง  


องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง ทับหลังพระพุทธรูปในซุ้มเรือนแก้ว กู่โพนระฆัง จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้เรียบเรียง: นายกฤษณพงศ์ พูนสวัสดิ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี


#หนังสือดีวันนี้ ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “#หนักกะลาหัวเด็ก” . หนังสือเล่มนี้ชวนให้เรากลับมามองการเลี้ยงดูและการศึกษาไทยในอีกมุมหนึ่ง ว่าบางครั้งผู้ใหญ่อาจใช้อำนาจ ความคาดหวัง หรือความเชื่อของตนเองไปกดทับเด็กโดยไม่รู้ตัว การบังคับหรือยัดเยียดความคิด อาจทำให้เด็กไม่กล้าคิด ไม่กล้าถาม และค่อย ๆ สูญเสียอิสระทางความคิดไป . “หนักกะลาหัวเด็ก” ชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ที่แท้จริงควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิดด้วยตัวเอง ได้ตั้งคำถาม และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เพราะกระบวนการเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กเติบโตทั้งทางความคิดและตัวตน . ยังชวนผู้ใหญ่ให้ลองลดอคติ เปิดใจรับฟัง และเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก เพื่อให้การเติบโตของพวกเขาเป็นไปอย่างมีความสุข และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ . ผู้สนใจเข้ามาอ่านได้ที่ #ห้องทั่วไป ชั้น 1 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ . บรรณานุกรม เวนัส. หนักกะลาหัวเด็ก. กรุงเทพฯ: ใยไหม, 2546. เลขเรียกหนังสือ: 089.95911 ว914ห . แนะนำโดย นางอุษา ลีลามโนธรรม เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ #NLTKORAT #เข้าใจเด็ก #เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ #จิตวิทยาเด็ก #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือดีบอกต่อ


เลขทะเบียน   0884


โครงการสำรวจเอกสารโบราณ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานีและนครนายก ระหว่างวันที่ 6 - 9 พฤษภาคม 2569 สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดย กลุ่มงานสำรวจเอกสารโบราณ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก ดำเนินโครงการสำรวจเอกสารโบราณ มีผู้ไปปฏิบัติงานตามโครงการจำนวน 6 ราย ดังนี้ 1. นางสาววชรพร อังกูรชัชชัย นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจเอกสารโบราณ) 2. นายสันติ วงศ์จรูญลักษณ์ นักภาษาโบราณชำนาญการ 3. นายจามีกร ชูทรัพย์ นักภาษาโบราณชำนาญการ 4. นางสาวหทัยรัตน์ บุญกอง นักภาษาโบราณปฏิบัติการ 5. นายนรวิชญ์ มีชัย นักภาษาโบราณปฏิบัติการ 6. นายสมบูรณ์ สัมภาลี พนักงานขับรถยนต์ คณะทำงานได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย จำนวน 4 แห่ง คือ 1. วัดชินวราราม อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้นำบัญชีเอกสารโบราณไปถวายแด่พระราชสิริวัชรรังสี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม โดยมีพระครูปลัดพนานันท์ ฐิตเมโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชินวราราม เป็นผู้รับมอบ 2. วัดคีรีวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้ดำเนินการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานเบื้องต้น ด้วยการปัดฝุ่น ทำความสะอาดแห้ง กำจัดเชื้อรา เปลี่ยนสายสนอง เสริมปกหน้าและปกหลัง อ่านวิเคราะห์ชื่อเรื่อง ลงทะเบียน และมัด ห่อ จัดเก็บ - พบคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ไทยน้อย ขอม และไทย ภาษาบาลี, ไทย จำนวน 140 รายการ/ผูก ลงทะเบียนได้ 15 เลขที่ จัดมัดได้ 8 มัด เก็บคัมภีร์ใบลานชำรุดไม่สามารถนำมาลงทะเบียนได้ จำนวน 11 มัด 3. วัดท่าข่อย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก สำรวจเอกสารโบราณเบื้องต้น พบคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย อักษรธรรมอีสาน อักษรขอม ภาษาบาลี, ไทย 4. วัดหนองคันจาม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก สำรวจเอกสารโบราณเบื้องต้น พบคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย อักษรธรรมอีสาน อักษรขอม ภาษาบาลี, ไทย การดำเนินงานครั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยดี จึงขอขอบพระคุณและขอบคุณทุกท่านที่ได้เมตตาและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง - พระครูอุดมกิจจานุกุล เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน จังหวัดนครนายก ที่อนุญาตให้เข้าปฏิบัติงาน และนางสุมาลี นาคสุข ที่ช่วยประสานงานและดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ จนทำงานสำเร็จ - พระครูสมุห์พงษ์พสิทธิ์ สุขวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดท่าข่อย จังหวัดนครนายก - พระอธิการถวิล กนฺตผโล เจ้าอาวาสวัดหนองคันจาม และพระมหากิตติธัช สิริภทฺโท - นายเธียรณริศ เรืองทวีทรัพย์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ - ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ท่านผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ และผู้บริหารตามสายงาน คณะผู้ปฏิบัติงานหวังว่าจะได้รับความเมตตาอนุเคราะห์ในโอกาสต่อไป


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ขอเชิญร่วมส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น “เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์” ชิงเงินรางวัลรวม 49,000 บาท มาร่วมถ่ายทอดมุมมองของคุณที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (เวลา 23.59 น.) โดยผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร          ทั้งนี้ กำหนดการงานสำคัญที่สามารถไปบันทึกภาพสำหรับส่งผลงานเข้าประกวดได้ มีดังนี้          - วันที่ 1 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม 2569 สำนักช่างสิบหมู่ประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี เมื่อแล้วเสร็จจึงจะดำเนินการรื้อนั่งร้าน          - วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 พิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือ          - วันที่ 22 - 27 กรกฎาคม 2569 เชิญเรือพระราชพิธีไปเก็บที่อู่ทหารเรือธนบุรี           ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดสามารถลงทะเบียนและเข้าถ่ายภาพ/วิดีโอที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้ในวันและเวลาเปิดให้บริการของพิพิธภัณฑ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2424 0004 หรือ Facebook “Royal Barges National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี” https://www.facebook.com/RoyalBargesNationalMuseum   รายละเอียดกิจกรรม https://drive.google.com/file/d/1mLyC1xGi26HpxeMYJ4YaENMO-dHUAPyr/edit   แบบฟอร์มส่งเอกสารและผลงานฯ https://docs.google.com/forms/d/1RfT2jzVFl-vpGai1vGSwT7bTW6Z-lpOhFyxwYK1BWgA/viewform?edit_requested=true   ใบสมัครประกวดสื่อสร้างสรรค์ฯ  https://drive.google.com/drive/folders/1Xkmto19rBzj1jGul9fuojS6GeIJbZdeo?fbclid=IwY2xjawSTZJ1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETE3YXRiWFRvOGgwUXAzMGNFc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHoSpPtwTXp8Msy1ctPqmTV7mIQa8n01FbaOmUgP99Cw6f44xQQ91H2uarNAW_aem_t43MCV3WBnM-u3nzw61haA    



ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8  ฉบับที่ 622 (20 ส.ค.2511)ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2511ลักษณะวัสดุ               12 หน้า. : กว้าง 40 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา                       ไทย



        สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเชิญชมนิทรรศการ “เพิ่มข้อมูล พูนค่าภาพ” เนื่องในวันสถาปนาสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ครบรอบ 74 ปี นิทรรศการที่ชวนคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มข้อมูล เพื่อเติมเต็มคุณค่าของภาพและเรื่องราวที่ขาดหาย ผ่านการสังเกต ตั้งคำถาม แบ่งปันข้อมูล แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงอดีตและส่งต่อความรู้สู่อนาคต        นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม - 15 ธันวาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ (ยกเว้นวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ ห้องนิทรรศการชั้น 1 สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผู้สนใจสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th เว็บไซต์เพิ่มข้อมูลพูนค่าภาพ https://photo-describing.nat.go.th หรือ facebook สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalArchivesofThailand  


     นิทรรศการ "สินสุข" ในโครงการประยุกตศิลป์ร่วมสมัยภูมิปัญญาไทยสู่อาเซียน นำเสนอผลงานประยุกต์ศิลป์ของคณาจารย์ภาควิชาประยุกตศิลปศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเกิดจากความประทับใจในความเป็นสุโขทัย บอกเล่าแง่มุมใหม่ๆของเมืองอันสงบงามแห่งนี้ จัดแสดง ณ อาคารจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ระหว่างวันที่ ๒๖ กันยายน - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.


โบราณสถานนอกกำแพงเมืองทิศเหนือใต้ ชื่อโบราณสถาน                                        โบราณสถานร้าง ต.๑   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ โดยอยู่ติดกับกำแพงเมืองชั้นนอก บริเวณที่                            เรียกว่า อีจอม หรือห่างจากประตูนะโมมาทางทิศตะวันตกตามแนวกำแพง                         เมืองประมาณ ๕๐๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัด                                    สุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๔๐ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๑ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขุดแต่งและบูรณะ ไม่ทราบรูปร่างแน่                         ชัด แต่จากหลักฐานการก่ออิฐและเสาศิลาแลงที่ปรากฏอาจจะเป็นกลุ่ม                        โบราณสถานที่เป็นกลุ่มเจดีย์และวิหาร ขนาดเนินโบราณสถานดังกล่าว                        กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๕ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ขุดแต่ง  พ.ศ. 2556 ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๒   ที่ตั้ง                                  ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ โดยอยู่ติดกับประตูนะโมและอยู่ริมถนนที่                                    ออกจากประตูเมืองด้านทิศตะวันตก ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองเก่า                                      จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                  รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๗ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๖ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                       -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ ไม่ทราบรูปร่างแน่ชัด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง                                      ประมาณ ๑๐ เมตร ตั้งอยู่ตรงกลางเนินดิน มีคูน้ำล้อมรอบอยู่ ๓ ด้าน ส่วน                                    ด้านทิศตะวันออกไม่ปรากฏมีคูน้ำ เพราะเป็นแนวถนนตัดผ่าน คูน้ำนี้กว้าง                                   ประมาณ ๑๐ เมตร ล้อมรอบพื้นที่โบราณสถานขนาดกว้าง ๒๕ เมตร ยาว                                      ๓๐ เมตรไว้   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ขุดแต่ง พ.ศ.2556 ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๓   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้โดยอยู่ห่างจากประตูนะโมไปทางทิศใต้                                          ประมาณ ๑๕๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๕ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๗ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ มีเสาศิลาแลงกลมปรากฏอยู่บนเนิน                                               โบราณสถาน คาดว่าจะเป็นฐานวิหาร รูปร่างของเนินโบราณสถานนี้มี                                        ขนาดกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ขุดแต่ง พ.ศ.2556 ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๔   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้โดยอยู่ห่างจากประตูนะโมไปทางทิศใต้                                          ประมาณ ๒๐๐เมตร และอยู่ติดถนนที่ออกมาจากประตูเมือง ในเขตตำบล                                    เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๒ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๗ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ ไม่ทราบรูปร่าง ขนาดของเนินโบราณสถานมี                  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑๕ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ยังไม่ได้ขุดแต่งและบูรณะ ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๕   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ โดยอยู่ห่างจากประตูนะโมไปทางทิศ                                           ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๓๐๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง                                      จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๐ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๓๕ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถาน ๒ เนิน ไม่ทราบรูปร่าง อยู่ห่างกันประมาณ                                       ๔๐ เมตร มีแนวก่ออิฐและศิลาแลง ขนาดของเนินโบราณสถานเนินแรก                   กว้างประมาณ ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เนินที่สองอยู่ทางทิศใต้ของเนิน               แรก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑๐ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ยังไม่ได้ขุดแต่งและบูรณะ



black ribbon.