ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,743 รายการ

ชื่อเรื่อง                           เตภูกถา (ไตรภูมิวินิจฉัย)สพ.บ.                                  107/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           54 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 55.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดประสพสุข   ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                           เทศนา (ธัมมสังคิณี-มหาปัฎฐาน)สพ.บ.                                  179/4ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           24 หน้า กว้าง 4.4 ซ.ม. ยาว 55.3 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ธรรมเทศนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ภาษาบาลี-ไทย ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม  ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี   


เลขทะเบียน : นพ.บ.91/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  32 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 54 (122-128) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (พระอภิธัมมสังคิรี-พระสมันตมหาปัฎฐาน) --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ขอมภาษา : บาลี-ไทยบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                                ปฐมสมฺโพธิ (ปฐมสมโพธิ)สพ.บ.                                  159/24ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           32 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           พระพุทธเจ้า บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดสัปรสเทศ ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี


พระอภัยมณี ชบ.ส. ๘๑ เจ้าอาวาสวัดเทพประสาท ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.29/1-2 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)



“ แรกมีอควาเรียม (Aquarium) ในพะเยา          อควาเรียม คือสถานที่อนุรักษ์และจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ส่วนมากเป็นอาคารห้องโถงขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยตู้ปลาหรือซุ้มกระจกโค้งตั้งแต่พื้นจรดเพดาน สำหรับเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด โดยผู้เข้าชมสามารถมองเห็นได้ถ้วนทั่ว        นับแต่ปลายสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมืองแรกๆ ที่มีอควาเรียมในประเทศไทยคือ จังหวัดพะเยา จากการสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุของสถานีประมงน้ำจืดพบว่า ปี ๒๔๘๖ ฯพณฯ  จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ได้มอบเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท สำหรับก่อสร้างอควาเรียมภายในสถานีบำรุงพันธุ์ ๒ กว๊านพะเยา ทั้งนี้หัวหน้าแผนกสถานีได้เร่งงานโดยนำเสนอแบบแปลนการก่อสร้างให้ผู้บังคับบัญชาเห็นชอบอีกด้วย  เมื่อพิจารณาแบบแปลน ภายนอกเป็นอาคารทรงปั้นหยา มีมุขทางเข้าอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายและขวาประดับไม้ระแนงตกแต่งต้นไม้ ส่วนภายในอาคารแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะเน้นพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ประกอบกับความโค้งมนสี่ทิศของอาคาร ซึ่งสอดคล้องการจัดวางตู้ปลาอิงผนังแบบ ๓๖๐ องศาในแนวฉาก มีมุมนั่งพักผ่อนทอดสายตาชมพันธุ์สัตว์น้ำได้ ๒ ฝั่งอย่างลงตัว  หากนับถึงปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าจังหวัดเล็กๆ ที่เคยเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย จะได้รับมอบหมายงานสำคัญ นั่นสะท้อนให้เห็นว่า ในขณะที่สงครามกำลังคุกรุ่นไปทั่วโลก ประเทศไทยเริ่มดำเนินงานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำกันแล้ว ผู้เขียน : นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ) เอกสารอ้างอิง : หจช.พย. เอกสารสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  (2) กษ 1.1.1.1.3 / 1 เรื่องการปลูกบ้านพักและซ่อมแซมภายในสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา ( 29 ก.ย. 2482 - 20 ก.ค. 2503 )


งค์ความรู้ เรื่อง กล้องยาสูบดินเผา (Pipe/Clay Pipe) ตอนที่ ๒ การศึกษาเปรียบเทียบกล้องยาสูบดินเผาที่พบในวัฒนธรรมล้านช้างกับแหล่งโบราณคดีอื่น ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเรียบเรียงข้อมูลโดย นางสาวกุลวดี สมัครไทย นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น




,,,,,,,,,,ในยุคสมัยปัจจุบันเชื่อว่าทุกท่านคงจะได้เห็นการใช้อักษรย่อเพื่อบอกเล่าประโยคยาวๆ ผ่านตากันอยู่บ่อยครั้ง ชวนให้คิดถึงการใช้อักษรย่อในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ (ต่อไปจะขอใช้ว่า พระเจ้าน่าน) ขึ้นมาได้ จึงอยากชวนทุกท่านไปดูไปชมอักษรย่อที่ว่ากันครับ ,,,,,,,,,ก่อนอื่นต้องกล่าวก่อนว่าพระเจ้าน่านทรงสนับสนุนการศาสนาอยู่เสมอ ดังข้อมูลจากเจ้าขันคำ สายใจ (ณ น่าน) กล่าวถึงกิจวัตรประจำวันภายในหอคำว่า “เมื่อพระเจ้าน่านยังมีชีวิตอยู่...เมื่อเวลาตอนเช้าจะได้ยินเสียงกลองดังขึ้นทุกวัน พอวิ่งไปดูพบว่ามีพระเดินเป็นแถวขึ้นบันไดทางทิศเหนือ.....ส่วนพระเจ้าน่านนั่งเก้าอี้รอ พอพระขึ้นมาหลานคนใดคนหนึ่งต้องแบ่งข้าวใส่ขันใบพอสมควรแล้วถือขึ้นข้างพระเจ้าน่าน [เพื่อให้พระเจ้าน่านได้ตักบาตร] แล้วพระจะเดินแถวลงบันไดทางทิศใต้ จนพระกลับหมดแล้ว[ลูกหลาน]ก็ช่วยกันเอาแขนพระเจ้าน่านคนละข้างเข้ามาในหอคำ...” ,,,,,,,,,,นอกจากนี้พระเจ้าน่านยังมีส่วนซ่อมสร้างศาสนสถานอีกหลายต่อหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือหอไตร วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งสร้างใน ร.ศ. ๑๒๗ ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๕๓ เป็นหอพระไตรปิฏกขนาด ๘ ห้อง ยาว ๑๖ วา ๑ ศอก กว้าง ๕ วา ๒ ศอก สูงตั้งแต่ดินถึงอกไก่ ๑๓ วา หลังคาทำเป็นชั้นๆ ก่ออิฐทาสี เครื่องบนไม้สัก มุงกระเบื้องไม้สักทำอย่างแน่นหนา มีเพดานจั่ว ๒ ข้าง และเพดานทำด้วยลวดลายต่างๆ พระสมุห์อิน เจ้าอาวาสวัดหัวข่วงกับจีนอิ๋วจีนซางเป็นสล่าสิ้นเงิน ๑๒,๕๕๘ บาท ,,,,,,,,,,หอไตรหลังนี้เองที่บริเวณรวงผึ้ง (ใช้ประดับตกแต่งสถาปัตยกรรม ลักษณะเป็นแผงสามเหลี่ยมลักษณะคล้ายรวงผึ้ง จึงเป็นที่มาที่เรียกว่ารวงผึ้ง) ทำเป็นรูปครุฑพ่าห์อันเป็นตราแผ่นดินของสยาม เหนือครุฑมีอักษรย่อในกรอบสี่เหลี่ยมข้อความว่า “พ.จ.น.พ.ร.ช.ก.ศ.ถ.พ.พ.ธ.จ.ลฯะ” แปลความได้ว่า “พระเจ้าน่านพระราชกุศลถวายพระพุทธเจ้าหลวง” ซึ่งการใช้คำย่อเช่นนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาให้ความเห็นว่าไม่ได้มีการใช้อย่างสม่ำเสมอ เข้าใจว่าบางทีอาจเป็นเพราะต้องการประหยัดเนื้อที่หรือที่จะเขียนไม่พอ ดังนั้นการใช้ตัวย่อที่หอไตรวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารแห่งนี้ก็คงเกิดจากเหตุผลนี้เช่นกัน ,,,,,,,,,,หอไตรแห่งนี้สร้างขึ้นในปีเดียวกับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดี ตลอดจนความจงรักภักดีระหว่างเมืองน่านกับศูนย์กลางอย่างสยามผ่านงานศิลปกรรม อย่างไรก็ตามอีก ๘ ปีต่อมา (๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑) พระเจ้าน่านก็ได้ถึงแก่พิราลัยด้วยโรคชรา ณ หอคำ ,,,,,,,,,,ดังนั้นแล้วในเดือนเมษายนของทุกปีนอกจากจะเป็นวันจักรี (๖ เมษายน) ยังเป็นวันพระเจ้าน่าน (๕ เมษายน) อีกด้วย ในการนี้จึงได้หยิบยกเอาเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเมืองน่านกับสยามประเทศมาเล่าสู่กันฟังไว้ ณ ที่นี้


องค์ความรู้เรื่อง 'เมืองศรีเทพในอดีตและความสัมพันธ์กับภูมิภาคอีสานของไทย' เรียบเรียงโดย : นายภัทร โพธิโต ผู้ช่วยนักโบราณคดี


     หนังสือ “จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ จุลศักราช ๑๑๗๑ - ๑๑๗๔” นี้ คณะอนุกรรมการพิจารณา ต้นฉบับจดหมายเหตุกรุงรัตนโกสินทร์ ในคณะกรรมการชําระประวัติศาสตร์ไทย กรมศิลปากร ได้นําต้นฉบับ ที่เคยพิมพ์เผยแพร่แล้วตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๑๓, ๒๕๑๔ และ ๒๕๒๘ มารวมพิมพ์เป็นเล่มเดียวกัน โดยการ ดําเนินการเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ คณะอนุกรรมการฯ ได้คัดเลือกจดหมายเหตุสําคัญช่วงจุลศักราช ๑๑๗๑ - ๑๑๗๓ มาจัดพิมพ์เป็นครั้งแรก ต่อมาในพุทธศักราช ๒๕๑๔ ได้คัดเลือกจดหมายเหตุ จุลศักราช ๑๑๗๓ ที่ยังไม่เคยจัดพิมพ์มาพิมพ์อีก และในพุทธศักราช ๒๕๒๔ ได้คัดเลือกจดหมายเหตุ จุลศักราช ๑๑๗๑ - ๑๑๗๔ มาจัดพิมพ์เพิ่มเติมเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์และหอสมุดพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม      เนื้อหาในจดหมายเหตุดังกล่าว สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นชาติไทยที่สมบูรณ์ด้วย ศิลปวัฒนธรรมอย่างพร้อมสรรพ อาทิ บัญชีเกณฑ์เครื่องทําพระเมรุพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช หน้าที่ของมหาดเล็กมีธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงาม มีขั้นตอนการปฏิบัติแต่ละอย่างแตกต่างกัน ไปตามสถานะของแต่ละคน และประวัติความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศจีน ที่ปรากฏในพระราชสาส์นกรุงปักกิ่งตอบบรรณาการ พระราชสาส์นมีไปมากับกรุงปักกิ่ง เป็นต้น ซึ่งกองหอสมุดแห่งชาติ โดยงานบริการหนังสือภาษาโบราณในขณะนั้น ได้จัดทําคําอธิบายศัพท์ เพื่อให้ผู้สนใจศึกษาประวัติ ความเป็นมาที่เกิดขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้เข้าใจอย่างกระจ่างชัด ในการจัดพิมพ์ครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้นําเนื้อหาจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ ที่เคยจัดพิมพ์แล้ว ทั้ง ๓ เล่ม มาจัดเรียงลําดับวัน เดือน ปี ที่ปรากฏในเอกสารตั้งแต่จุลศักราช ๑๑๗๑ - ๑๑๔ รวม ๗๔ รายการ โดยตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมดกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งปรับปรุงตัวสะกดให้ตรงกับ อักขรวิธีปัจจุบัน โดยยึดการใช้อักขรวิธีตามราชบัณฑิตยสภา ยกเว้นที่เป็นคําศัพท์เฉพาะ นอกจากนั้นยังได้ จัดทําคําอธิบายศัพท์ที่อนุกรรมการฯ เห็นว่าเป็นคําศัพท์ยากและมีสาระสําคัญทางประวัติศาสตร์ไว้ในท้าย จดหมายเหตุแต่ละเรื่อง กรมศิลปากรหวังว่าหนังสือ “จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ จุลศักราช ๑๑๗๑ - ๑๑๗๕” จะอํานวย ประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่ผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ไทย พร้อมทั้งเป็นอนุสรณียวัตถุให้น้อมรําลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประธานกรรมการชําระประวัติศาสตร์ไทย และที่ปรึกษาอนุกรรมการ พิจารณาต้นฉบับจดหมายเหตุกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้มีคุณูปการต่อวงการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสืบไป


พิมพ์แจกเป็นอนุสรณ์ในการฌาปนกิจศพ คุณแม่ผาด เอมกมล ณ เมรุวัดอภัยยาราม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๐ 




black ribbon.