ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,443 รายการ
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แจ้งปิดบริการยืมเอกสารจดหมายเหตุ เนื่องจากจะปรับปรุงระบบปรับอากาศบริเวณคลังเก็บเอกสารจดหมายเหตุ ชั้น 3 ระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 9 มิถุนายน 2568 – 3 กุมภาพันธ์ 2569 จึงมีความจำเป็นต้องปิดบริการยืมเอกสารจดหมายเหตุบางรายการ เพื่อปฏิบัติงาน ดังนี้
1. ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ปิดบริการยืมต้นฉบับเอกสารจดหมายเหตุลายลักษณ์และไมโครฟิล์ม ทุกชุด (ระยะเวลาดำเนินการอย่างน้อย 2 สัปดาห์) เปิดให้บริการเฉพาะเอกสารประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ และเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ แผนผัง แบบแปลน ยกเว้น
เอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ ได้แก่
- บัญชีภาพส่วนบุคคล มูลนิธิฌอง เอมิล การ์โรซ ((2) ภ สบ 44)
- โปสเตอร์ที่ได้รับมอบจากหน่วยงาน (ป 1 – 2147 , 2279 – 2948)
- โปสเตอร์สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ป สสร)
- ปฏิทินตั้งโต๊ะ (ปท 1 – 364)
- ปฏิทินสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (ปท สจช (อ))
เอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ แผนผัง แบบแปลน ได้แก่
- แผนที่แยกจากเอกสารจดหมายเหตุ ชุดกระทรวงการคลัง กรมศุลกากร (ผจ กค 5)
- แผนที่แยกจากเอกสารจดหมายเหตุ ชุดกระทรวงเกษตร (ผจ กส 1381-1383)
- แผนที่แยกจากเอกสารจดหมายเหตุ ชุดกระทรวงมหาดไทย (ผจ มท 1)
- แผนที่แยกจากเอกสารจดหมายเหตุ ชุดกระทรวงมหาดไทย (ผจ มท 3)
- แผนที่แยกจากเอกสารจดหมายเหตุ ชุดกระทรวงศึกษาธิการ (ผจ (4) ศธ 2/1)
- แผนที่แยกจากเอกสารจดหมายเหตุ ชุดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัด กองกลาง (ผจ(2) สร 2)
2. ภายหลังดำเนินการตามข้อ 1 แล้วเสร็จ จะเปิดให้บริการยืมเอกสารจดหมายเหตุบางส่วน ดังนี้เอกสารจดหมายเหตุลายลักษณ์
- ไมโครฟิล์ม ทุกรายการ
- เอกสารกระทรวงการต่างประเทศ (กต, (2)กต, (3)กต)
- เอกสารกระทรวงเกษตร (กส, (4)กษ)
- เอกสารกระทรวงมหาดไทย (มท, มท0201, มท0601, (2)มท0601)
- เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ, (2)ศธ, (4)ศธ2, (6)ศธ 2, (10)ศธ 2, ศธ0701)
- เอกสารกองบัญชาการสูงสุด (บก.สูงสุด)
- เอกสารสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.1, (2)สคก.1, สคก.3)
- เอกสารสำนักนายกรัฐมนตรี (สร0201)
- เอกสารเย็บเล่มชุด กระทรวงนครบาล (กน(ล)) กรมบัญชีกลาง (กบ) และตำราอั้งยี่
- เอกสารส่วนบุคคล พันเอกแสง จุละจาริตต์ (สบ10)
- เอกสารส่วนบุคคล ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ (สบ26)
- เอกสารส่วนบุคคล นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ (สบ27)
- เอกสารขนาดใหญ่แยกออกจากปึก (ห)
หนังสือ
- สิ่งพิมพ์รัฐบาล (น.1)
- หนังสือหายาก (น.2)
- หนังสือแยกจากเอกสารจดหมายเหตุ
- ราชกิจจานุเบกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อกลุ่มอนุรักษ์เอกสาร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ โทร. 0 2281 1599 ต่อ 238 หรือ 0 2282 8423
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ชวนฟังบรรยายพิเศษ เรื่อง “คติการสร้างและรูปแบบพระพุทธรูปบุเงิน-บุทองในวัฒนธรรมล้านช้าง” วิทยากรโดย คุณทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์ ปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น เข้าร่วมฟรี! ไม่เสียค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านที่สนใจศิลปะ วัฒนธรรมล้านช้าง หรืออยากเปิดมุมมองใหม่ ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด! สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เพียงสแกน QR Code แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด! หากผู้สมัครท่านใดติดภารกิจมาไม่ได้ โปรดแจ้งยกเลิกล่วงหน้า เพื่อจะได้เปิดโอกาสให้ท่านอื่นเข้าร่วมแทนได้
เลขทะเบียน : นพ.บ.613/6 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 20 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 200 (37-48) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : สัตตัปปกรณาภิธรรม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อแบบฉบับ : ตำนานพระธาตุตะโก้ง (ผูก 1)
ชื่อเรื่อง : ตำนานพระธาตุตะโก้ง (ผูก 1)
เลขทะเบียน : ชม.บ.424/1
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 2 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก1, 1ก)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 38 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ชาดทึบ ไม้ประกับ : ทองทึบ ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดทุ่งมอก ต.มาง อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
ชื่อเรื่อง : เมื่อต้นโพธิ์ใหญ่โค่น ที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ พระโพธิรังสี (อินตา เกสโร)
ผู้แต่ง : -
ปีที่พิมพ์ : 2505
สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่
สำนักพิมพ์ : สงวนการพิมพ์
จำนวนหน้า : 122 หน้า
สาระสังเขป : ที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ พระโพธิรังสี (อินตา เกสโร) สาธารณูปการจังหวัดเชียงใหม่ วัดเชตุพน วันที่ 1 เมษายน 2504 โดยรวบรวมบทเทศน์ที่ท่านเคยนำไปแสดงวิทยุ ว.ป.ท.2 นอกจากนั้นยังได้นำเอาบทความมาจัดพิมพ์เข้าอีกด้วยเรื่องหนึ่ง คือ เมื่อต้นโพธิ์ใหญ่โค่น มีความมุ่งหมายให้ได้ทราบถึงอุปนิสัยและอัธยาศัยอันแท้จริงของท่าน ปฏิปทาในการทำงานของท่านที่สามารถบริหารงานในหน้าที่ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมทั้งมีภาพประกอบอันทรงคุณค่าอันแสดงถึงชีวประวัติของท่านให้ผู้อ่านได้เห็นภาพชัดเจน
เลขทะเบียนหนังสือหายาก : 600
เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ : nlcm_rb2568_00600
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
ควาย” เป็นแรงงานสำคัญของสังคมเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน
ทั้งการไถนา ลากเกวียน ช่วยขนย้ายผลผลิต
รวมถึงผูกพันกับความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คน
สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สัตว์ และผืนแผ่นดิน
เรื่องราวเหล่านี้คือที่มาของนิทรรศการ
“ควาย : สันหลังแห่งแผ่นดิน”
นิทรรศการพิเศษเนื่องในงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
ชวนทุกท่านมาร่วมเรียนรู้บทบาทของควายในสังคมเกษตรกรรม
และร่วมรักษ์ควายไปด้วยกัน
ผู้แต่ง : พระครูโสภณกวีวัฒน์ (ธนจรรย์ สุระมณี) ปีที่พิมพ์ : 2550 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มิ่งเมือง ตำนานเมืองเชียงใหม่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรล้านนาและความสัมพันธ์กับอาณาจักรเพื่อนบ้าน เช่น สยาม จีนตอนใต้ พม่า มอญ ล้านช้าง และญวน ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่เท่านั้นกล่าวได้ว่าเป็นตำนานอเนกประสงค์ มีทั้งตำนาน นิทาน พงศวดาร จดหมายเหตุ ประวัติศาสตร์และศาสนาประวัติในเล่มเดียวกัน เริ่มตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานชุมชน นครรัฐ แคว้นน้อยแคว้นใหญ่ แล้วพัฒนาไปสู่ความเป็นราชอาณาจักรอันไฟศาลเกรียงไกร ภายใต้บุญญาธิการรังสรรค์ การปกครอง การบริหารกษัตริย์ราชวงศ์มังรายที่ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ โดยมีเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางแห่งการบริหารปกครอง จนเป็นที่ยอมรับของอาณาจักรข้างเคียง คือ สยาม จีนตอนใต้ พม่า มอญ ล้านช้าง และญวน ก่อนจะเสื่อมสลายเพราะถูกพม่ายึดครอง แล้วรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับอาณาจักรสยามหรือประเทศไทยในปัจจุบัน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดกิจกรรมเสวนาประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ (ครั้งที่ ๒) โดยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้เกียรติเข้าร่วมชมนิทรรศการและรับฟังบรรยายการเสวนา ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วย การนำชมนิทรรศการ เรื่อง "คนแรกเริ่มบนแผ่นดินเรา" การฉายมรดกภาพยนตร์ของชาติ เรื่อง "หลุมศพที่ลือไซต์" และการเสวนา เรื่อง ย้อนอดีตบ้านเก่า ผ่านมรดกภาพยนตร์ของชาติ “หลุมศพที่ลือไซต์” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา กาญจนาคม นางประพิศ พงศ์มาศ นักโบราณคดีเชี่ยวชาญ และนางสาวสุภมาศ ดวงสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ ดำเนินรายการโดย นายสมชาย ณ นครพนม นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ ซึ่งโครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๓๐ น.
วัดพระพายหลวง ตั้งอยู่นอกเมืองโบราณด้านเหนือ เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่และมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สุโขทัยอีกแห่งหนึ่ง เพราะมีสิ่งก่อสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของเมืองสุโขทัย และก่อสร้างเพิ่มเติมสืบต่อกันมาจนถึงสมัยสุโขทัยตอนปลาย กลุ่มโบราณสถานวัดพระพายหลวงตั้งอยู่ตรงกลางในพื้นที่ที่มีคูน้ำล้อมรอบ คูน้ำแต่ละด้านมีความยาวประมาณ ๖๐๐ เมตรสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในวัดเป็นปรางค์ ๓ องค์ ปัจจุบันพังทลายลงเหลือเพียงฐาน ๒ องค์ และสมบูรณ์เพียงองค์ด้านทิศเหนือนั้นมีลักษณะของปราสาท ลวดลายปูนปั้นประดับเล่าเรื่องตามพุทธประวัติเหมือนกับที่ปรางค์ที่วัดมหาธาตุลพบุรี และที่ปราสาทปาลิไลย์ในเมืองพระนครหลวงของเขมร เป็นหลักฐานยืนยันว่า ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ชุมชนที่สุโขทัยมีวัฒนธรรมร่วมกับเขมรในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ และมีความเกี่ยวข้องกับเมืองละโว้ (ลพบุรี) เมืองใหญ่ที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมขอมในที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลาง ถัดจากปรางค์ไปทางตะวันออก มีวิหาร มีเจดีย์ทรงเหลี่ยม ประดับทุกด้านด้วยซุ้มพระพุทธรูปลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ขึ้นไปคล้ายกับเจดีย์ กู่กุดจังหวัดลำพูน ที่เจดีย์นี้มีหลักฐานการก่อสร้างทับซ้อนกันหลายสมัย เช่นมีส่วนเศียรและองค์ตอนบนของพระพุทธรูปปูนปั้นแบบหมวดวัดตระกวนที่ชำรุดแล้วนำมาบรรจุไว้ในส่วนพระอุระของพระพุทธรูปปูนปั้นแบบสุโขทัยรุ่นหลัง (พระพุทธรูปสุโขทัยหมวดใหญ่) ซึ่งอยู่ในซุ้มเป็นต้น ปัจจุบันพระพุทธรูปปูนปั้นแบบหมวดวัดตระกวน จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงสุโขทัย ทางด้านตะวันออกสุดของกลุ่มโบราณสถาน เป็นมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปสี่อิริยาบถ ได้แก่ นั่ง นอน ยืน และเดิน ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะสร้างในสมัยหลังที่สุดในบรรดาโบราณสถานที่กล่าวมาแล้ว คือ ในสมัยสุโขทัยตอนปลายวัดศรีชุม อยู่นอกเมืองโบราณสุโขทัยตรงมุมตะวันตกเฉียงเหนือพอดี สิ่งสำคัญคือมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ภายในอาคาร มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๑.๓๐ เมตร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปที่ปรากฏเรียกตามที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ ๑ว่าพระอจนะ (ซึ่งอาจมาจากคำว่า อจละ แปลว่า ไม่หวั่นไหว) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์ที่เห็นในปัจจุบันนี้ได้บูรณปฏิสังขรณ์จากเค้าโครงแกนอิฐเดิมขึ้นใหม่ราวปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ - ๒๔๙๙ หนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่เขียนในสมัยอยุธยาตอนปลาย เรียกสถานที่นี้ว่า “ฤาษีชุม” ว่าเป็นสถานที่ที่พระนเรศวรมาประชุมทัพกันอยู่ที่นั้นก่อนที่จะยกทัพไปปราบปรามเมืองสวรรคโลก วัดศรีชุมยังมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สุโขทัย คือได้ค้นพบศิลาจารึกหลักที่ ๒ ที่เรียกกันว่า ศิลาจารึกวัดศรีชุม เล่าเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์สุโขทัยของคนไทยกลุ่มหนึ่ง และที่เพดานของช่องผนังดังกล่าวมีภาพลายเส้นเป็นภาพเล่าเรื่องราวพระพุทธเจ้าในชาติต่างๆ ที่เรียกว่า ชาดก บางภาพมีลักษณะทางศิลปกรรมคล้ายกับศิลปะลังกา โดยมีอักษรสมัยสุโขทัยกำกับบอกเรื่องชาดกไว้ที่ภาพแต่ละภาพด้วย
เตาทุเรียงสุโขทัย : เตาเผาสังคโลก สังคโลก เป็นชื่อที่มีความหมายถึง เครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตขึ้นในสมัยสุโขทัย ทั้งในเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองสุโขทัย เป็นการทำเครื่องถ้วยชาม ประติมากรรมหรือส่วนของสถาปัตยกรรมต่างๆ ทั้งเคลือบและไม่เคลือบ ที่เคลือบสีต่าง ๆ ได้แก่ สีเขียวไข่กา สีน้ำตาลสีใสเคลือบทับลายเขียนเป็นรูปต่าง ๆ สังคโลกที่เป็นเครื่องถ้วยชาม ยังเป็นสินค้าออกสำคัญของราชอาณาจักรสุโขทัยส่งไปขายยังราชอาณาจักรล้านนา ราชอาณาจักรศรีอยุธยา และเมืองหรือรัฐของภาคใต้ และที่ส่งไปขายไกลๆ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ริวกิว (ปัจจุบันคือเกาะโอกินาวา) แหล่งเตาเผาเครื่องถ้วยชามสังคโลกที่เมืองสุโขทัย พบอยู่บริเวณคันดินรอบวัดพระพายหลวงด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกลักษณะของเตาเผาโบราณมีอยู่ ๒ แบบ แบบแรกเป็นเตากลม มีพื้นเจาะรูเพื่อระบายความร้อนจากช่องใส่ไฟที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาเรียกว่าเตาตะกรับ แบบที่ ๒ มีลักษณะเป็นรูปหลังเต่า มีปล่องระบายความร้อนและช่องไฟอยู่คนละแนวกันเพื่อระบายความร้อนในแนวเฉียงนอน เรียกว่าเตาประทุน เตาเผาที่สุโขทัยส่วนใหญ่เป็นเตาที่ก่อขึ้นจากอิฐเผาไฟ ไม่ใช่เตาขุดที่ขุดเข้าไปในเนินดินธรรมชาติแบบเตาเผาที่ศรีสัชนาลัยเพราะในการขุดค้นของกรมศิลปากรพบเตาอิฐนี้ก่ออยู่บนชั้นดินดาน ซึ่งเป็นชั้นดินล่างสุดของสุโขทัย
วัดเตาทุเรียง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณเตาเผาเครื่องสังคโลก เข้าใจว่าคงสร้างขึ้นภายหลังการเลิกผลิตเครื่องสังคโลกในบริเวณนี้แล้ว สิ่งก่อสร้างสำคัญ ประกอบด้วย วิหาร และเจดีย์ราย เดิมมีลวดลายปูนปั้นรูปพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย และเหล่าเทพเทวดาล้อมรอบองค์พระพุทธรูป แต่ปัจจุบันได้หักพังสูญหายแล้ว
วัดสังฆาวาส อยู่ใกล้กับแนวถนนพระร่วง นอกเมืองโบราณสุโขทัยด้านเหนือ โดยตั้งอยู่ทางตะวันออกของถนน ประวัติของวัดไม่ปรากฏวัดนี้มีวิหารซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ แต่พระเศียรหักหายไปแล้ว นอกจากนี้ ก็มีพระอุโบสถและเจดีย์วัดแม่โจน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดพระพายหลวง ริมถนนสายเมืองเก่า - ดอนโก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโบราณสถานมีบ่อน้ำซึ่งใช้หินชนวนกรุเป็นผนังมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๑ เมตร โบราณสถานแห่งนี้ ประกอบด้วย วิหารขนาด ๕ ห้อง ฐานกว้าง ๗.๕๐ x ๑๑.๔๕ เมตร ตอนท้ายของวิหารมีเจดีย์ประกอบอยู่๓ องค์