ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,369 รายการ
หินทุบเปลือกไม้ Bark-cloth
เครื่องมือสำหรับทำเส้นใยยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในภาคใต้
โบราณวัตถุประเภทเครื่องมือหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ "หินทุบเปลือกไม้ " ที่มนุษย์นำมาใช้สำหรับทุบเปลือกไม้หรือพืชเพื่อนำเส้นใยมาใช้งานกัน
-----------------------------------------------------------------------
เครื่องนุ่งห่มยุคก่อนประวัติศาสตร์
เชื่อกันว่ามนุษย์ในยุคแรกเริ่มยังไม่รู้จักการใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม แต่ในเวลาต่อมาจึงเริ่มนำขนสัตว์ หนังสัตว์ ใบไม้ หญ้า เปลือกไม้ มาห่อหุ้มร่างกาย ซึ่งสิ่งของจากธรรมชาติเหล่านี้ช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ห่อหุ้มผิวหนังจากอันตราย สร้างความสวยงาม รวมทั้งอาจตอบสนองในเรื่องความเชื่อหรือพิธีกรรมต่างๆในสังคม
เครื่องนุ่มห่มจากเส้นใยพืช
ในยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้น นอกเหนือจากหนังสัตว์และวัสดุตามธรรมชาติแล้ว มนุษย์ในยุคสมัยนี้ยังสามารถคิดค้นวิธีในการนำเส้นใยจากพืชมาถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่มได้ โดยพืชที่สามารถให้เส้นใยได้นั้นได้แก่ พืชในตระกูลป่าน ปอ และลินิน สำหรับในประเทศไทยนั้นพบหลักฐานของการทอผ้าจากเส้นใยธรรมชาติบนเครื่องประดับและเครื่องมือสำริดที่พบในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี และใบมีดเหล็กที่แหล่งโบราณคดีเนินอุโลก อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
หินทุบเปลือกไม้เครื่องมือสำหรับทำเส้นใย
เครื่องมือสำคัญอีกประเภทหนึ่งซึ่งสามารถใช้ในการเปลี่ยนสภาพของพืชให้เกิดเป็นเส้นใยได้นั้นก็คือ “หินทุบเปลือกไม้” หินเหล่านี้มักมีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดเหมาะมือ ปลายด้านหนึ่งเป็นปลายตัดซึ่งปรากฏการขูดพื้นผิวหินให้เป็นเส้นตัดกันเป็นรูปตารางบนหน้าหิน การศึกษาเรื่อง The Origins of bark cloth production in Southeast Asia โดย Judith Cameron ได้นำเสนอการจำแนกรูปแบบของหินทุบเปลือกไม้ที่พบในจีนตอนใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ ๗ รูปแบบ
หินทุบเปลือกไม้ในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การสำรวจและการขุดค้นในปัจจุบัน มีรายงานการพบหินทุบเปลือกไม้ในภาคใต้ของประเทศจีน เกาะไต้หวัน ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย
ทั้งนี้บทความเรื่อง The oldest bark cloth beater in southern China (Dingmo, Bubing basin,Guangxi) โดย Dawei Li และคณะ ได้ให้ข้อมูลผลการกำหนดอายุของหินทุบเปลือกไม้จากแหล่งโบราณคดีต่างๆไว้ดังนี้
๑.แหล่งโบราณคดี Dingmo ในมณฑลกวางสี ประเทศจีน กำหนดอายุได้ราว ๗,๙๐๐ ปีมาแล้ว
๒.แหล่งโบราณคดี Xiantouling บริเวณที่ราบปากแม่น้ำเพิร์ล ในมณฑลกว้างตุ้ง ประเทศจีน กำหนดอายุได้ราว ๖,๖๐๐ ปีมาแล้ว
๓.แหล่งโบราณคดีในเวียดนามกำหนดอายุได้ราว ๔,๕๐๐-๓,๕๐๐ ปีมาแล้ว
๔.แหล่งโบราณคดี Arku Cave จังหวัดคากายัน เกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ กำหนดอายุได้ราว ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว
หินทุบเปลือกไม้ที่พบในแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคใต้ของไทย
ในพื้นที่ภาคใต้ แม้จะยังไม่เคยพบหลักฐานการมีอยู่ของผ้าในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่การสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดี ซึ่งได้พบหินทุบเปลือกไม้ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำเส้นใย ในแหล่งโบราณคดีอย่างน้อย ๖ แห่ง ในพื้นที่ ๔ จังหวัดคือ
๑.เขาถ้ำเสือ ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่
๒.บางปากวง(เชิงเขาวง) ตำบลคลองฉนวน อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๓.ถ้ำเบื้องแบบ ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๔.เขาถ้ำพระ ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
๕.เขาบ้านในค่าย ตำบลที่วัง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
๖.เพิงผาที่พักสงฆ์เขาน้ำหรา ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
และสามารถระบุที่มาเพียงว่าพบในพื้นที่ภาคใต้จำนวน ๑ ชิ้น จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช
ทั้งนี้หากจำแนกหินทุบเปลือกไม้ที่พบในภาคใต้ตามรูปแบบที่ Judith Cameron เสนอไว้ก็จะพบว่า หินทุบเปลือกไม้ที่พบในภาคใต้ทั้งหมดซึ่งระบุแหล่งที่มาได้จัดอยู่ในรูปแบบที่ ๗ และมีเพียงชิ้นเดียวและไม่ระบุแหล่งที่มาจัดอยู่ในรูปแบบที่ ๕
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรียบเรียงข้อมูลโดย นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที ๑๑ สงขลา
พิมพ์เป็นที่ระลึกในการฌาปนกิจศพ นายนกยูง พงษ์สามารถ ณ เมรุวัดธาตุทอง วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๘
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (หิมพานต์-ฉกษัตริย์)สพ.บ. 417/12ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 28 หน้า : กว้าง 4.8 ซม. ยาว 58.2 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา ชาดกบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ลองชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ในองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ สปาฟา) กรมศิลปากร และสำนักงานยูเนสโก ประเทศไทย กำหนดจัดสัมมนาวิชาการออนไลน์ ในหัวข้อ “สามทศวรรษ มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา คุณค่า ความท้าทาย และผลกระทบ” ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ zoom ได้ที่ https://us02web.zoom.us/webinar/register/WN_qcz17MhVQNeh7H_4Yb6F5g นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า นับแต่ พ.ศ. ๒๕๓๔ อยุธยาได้รับการ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นเวลากว่า ๓ ทศวรรษ ในฐานะที่เป็นมรดกโลก อยุธยาได้ก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ ที่เป็นผลมาจากปัจจัยทางธรรมชาติโดยเฉพาะมหาอุทกภัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ และที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ อันอาจนำไปสู่การลดทอนคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากลของนครประวัติศาสตร์แห่งนี้ ดังนั้น ศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ในองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ สปาฟา) กรมศิลปากร และสำนักงานยูเนสโก ประเทศไทย จึงจะดำเนินการจัดสัมมนาวิชาการออนไลน์ ในหัวข้อ “สามทศวรรษ มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา คุณค่า ความท้าทาย และผลกระทบ” โดยนักวิชาการชั้นนำของประเทศไทย อาทิ ศาสตราจารย์พิเศษศรีศักร วัลลิโภดม คริส เบเกอร์ นักวิชาการผู้เขียนหนังสือ ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่ คุณจันทร์ยวีร์ สมปรีดา (รอมแพง) ร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ ในงานสัมมนายังมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบรรยาย และอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นถึงความเป็นไปได้ในการปกป้องคุ้มครองนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาครอบคลุมหลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานถึงคุณค่าความสำคัญของอยุธยา และนำเสนอแนวทางการประเมินผลกระทบที่มีต่อมรดกวัฒนธรรมซึ่งเป็นเครื่องมือที่เอื้ออำนวยให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหาแนวทางในการบริหารจัดการมรดกโลกแห่งนี้อย่างบูรณาการและมีความยั่งยืน ผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาวิชาการออนไลน์ “สามทศวรรษ มรดกโลกนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา คุณค่า ความท้าทาย และผลกระทบ” ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. สามารถลงทะเบียนผ่าน zoom หรือ รับชมผ่านเฟสบุ๊กของ Seameo-SPAFA กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ UNESCO ติดตามกำหนดการสัมมนา และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.seameo-spafa.org
เลขทะเบียน : นพ.บ.176/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4.5 x 57.5 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 99 (67-73) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม(พระอภิธรรมสังคิณี - พระปัฎฐาน)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ปฐมสมฺโพธิ (ปถมสมฺโพธิ)
ชบ.บ.89/1-10
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.231/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 4.5 x 58.5 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 113 (180-193) ผูก 1ก (2565)หัวเรื่อง : ขีรธารกถา(แทนน้ำนมแม่)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.362/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 140 (420-433) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : เจตนาเภท--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยนายสรรเพชญ จำปาเทศ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน เข้าตรวจสอบความเสียหายกุฏิพระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าภูริทัตตถิราวาส ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ทั้งนี้นายธนภัทร จิตสุทธิผล ได้รายงานความเสียหายพร้อมทั้งแนวทางการอนุรักษ์ให้เจ้าอาวาสวัดป่าภูริทัตตถิราวาสทราบแล้ว
ชื่อผู้แต่ง หลวงบุเรศรบำรุงการ
ชื่อเรื่อง ต้นไม้สำคัญในพุทธประวัติและหลักการใหม่ๆในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ ห.จ.ก.นนทชัย
ปีที่พิมพ์ 2512
จำนวนหน้า 80 หน้า
รายละเอียด หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสว่าง วิเชียรภักดี ลูกได้ขออนุญาต ดร.สมภพ โหตระกิตย์ เพื่อขอจัดพิมพ์เรื่องหลักการใหม่ๆใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี ๒๕๑๑ ซึ่งเป็นปาฐกถา ซึ่งให้แสดง ณ ที่ ประชุมกรมปราสัมพันธ์เมื่อ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๑๑ และเรื่องต้นไม้สำคัญที่เกี่ยวกับ พระพุทธประวัติเขียนโดยหลวงบุเรศบำรุงการ