ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,702 รายการ
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2568 นายเดวิด เคลเลอร์ เจ้าหน้าที่สืบสวน สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigation) ได้แจ้งให้กรมศิลปากรทราบว่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ได้ทำการถอดถอนโบราณวัตถุประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย หรือประติมากรรมจากเขาปลายบัด 2 จำนวน 4 รายการ ออกจากทะเบียนของพิพิธภัณฑ์โดยสมบูรณ์แล้ว เพื่อรอการส่งคืนประเทศไทย
โบราณวัตถุทั้ง 4 รายการ ประกอบด้วยพระโพธิสัตว์ 3 รายการ และพระพุทธรูป 1 รายการ จัดอยู่ในกลุ่มประติมากรรมที่ขุดพบใน อำเภอประโคนชัย (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ) จังหวัดบุรีรัมย์ และลักลอบนำออกจากประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ไปตกอยู่ในความครอบครองของเอกชนและพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในต่างประเทศ ภายหลังมีหลักฐานเพิ่มเติมว่าโบราณวัตถุกลุ่มดังกล่าว นายดักลาส แลตช์ฟอร์ด นายหน้าค้าโบราณวัตถุเป็นผู้ลักลอบขุดไปจากปราสาทเขาปลายบัด 2 คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย จึงได้จัดทำข้อมูลโบราณวัตถุกลุ่มประโคนชัยที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกา และส่งให้นายเดวิด เคลเลอร์ เจ้าหน้าที่สืบสวน สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ช่วยดำเนินการติดตามกลับสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560
ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียได้พิจารณาหลักฐานที่นายเดวิด เคลเลอร์ ส่งให้พิพิธภัณฑ์และยอมรับว่าโบราณวัตถุดังกล่าวถูกลักลอบนำออกไปจากประเทศไทยจริง แต่เนื่องจากพิพิธภัณฑ์มีสถานะเป็นหน่วยงานของการปกครองส่วนท้องถิ่น และมีการบริหารงานโดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยเมืองซานฟรานซิสโก การถอดถอนโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์จึงเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนที่กำหนด โดยคณะกรรมการของทางพิพิธภัณฑ์ได้เสนอความเห็นเพื่อถอดถอนโบราณวัตถุออกจากพิพิธภัณฑ์ในขั้นแรก เมื่อปลายเดือนกันยายน 2567 และระยะที่สองเป็นการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 6 เดือน จากนั้นเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายโดยคณะกรรมการของพิพิธภัณฑ์ที่แต่งตั้งโดยเมืองซานฟรานซิสโก ที่ได้ลงมติให้ถอดถอนโบราณวัตถุออกจากบัญชีของพิพิธภัณฑ์โดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา
นายพนมบุตร กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ ทางกรมศิลปากรจะติดต่อกับสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และสถานกงสุลไทย ณ นครลอสแอนเจลิส เพื่อหารือร่วมกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการส่งกลับคืนสู่ประเทศไทยต่อไป
สำหรับโบราณวัตถุประติมากรรมสำริด 4 รายการ มีดังนี้1. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
วัสดุ สำริด
ขนาด 94 เซนติเมตร
รูปแบบศิลปะ/อายุสมัย ศิลปะเขมรในประเทศไทย (ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย) อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14)
2. พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
วัสดุ สำริด
ขนาด 69.9 เซนติเมตร
รูปแบบศิลปะ/อายุสมัย ศิลปะเขมรในประเทศไทย (ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย) อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14)
3. พระโพธิสัตว์
วัสดุ สำริด
ขนาด 22.9 เซนติเมตร
รูปแบบศิลปะ/อายุสมัย ศิลปะเขมรในประเทศไทย (ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย) อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14)
4. พระพุทธรูปยืน
วัสดุ สำริด
ขนาด 21.6 เซนติเมตร
รูปแบบศิลปะ/อายุสมัย ศิลปะเขมรในประเทศไทย (ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย) อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14)
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมอบรมโครงการฝึกอบรมด้านงานศิลปกรรม สำหรับบุคคลภายนอกทั่วไป หลักสูตร “งานปั้นปูนสด” จำนวน 40 คน อบรมระหว่างวันที่ 19 - 23 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ประกาศรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2568 ผู้สนใจสามารถกรอกใบสมัครออนไลน์ ด้วยการสแกน QR code หรือส่งใบสมัครด้วยตนเอง ณ อาคารศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ ถนนพุทธมณฑล สาย5 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม (ในวันและเวลาราชการ)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2482 1362 โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้ารับการฝึกอบรมฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ทาง Facebbook: สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/officeoftraditionalarts ทั้งนี้ ผลการคัดเลือกจากคณะกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาด และเป็นอันสิ้นสุด ทุกกรณี
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 นางสาวเมษา ครุปิติ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ได้มอบหมายให้นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ เป็นตัวแทนนำคณะเจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2568 ณ วัดบูรพาพิทยาราม พระอารามหลวง ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยมีนางมานัสศรี ตันไล้ วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมและเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรม ภายในกิจกรรมมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณวัดและพื้นที่โดยรอบ เพื่อส่งเสริมความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย และสร้างความสวยงามให้สถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของจังหวัดจันทบุรี การเข้าร่วมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังความสามัคคีของหน่วยงานรัฐและประชาชนในการร่วมกันทำความดีเพื่อสังคม
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชวนกางปฏิทินวางแผนเที่ยวช่วงวันหยุดยาว วันที่ 10-11-12 พฤษภาคม 2568 ขอเชิญไปท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ชมการแสดงมินิไลท์แอนด์ซาวน์ เวลา 19.00 น. ณ วัดสระศรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชมฟรี!! และวันที่ 11 - 12 พฤษภาคม 2568 ขอเชิญร่วมกิจกรรม “เวียนเทียนตะคัน เมืองโบราณสุโขทัย” เนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (ด้านหลังโรงแรมเดอะเลเจนด้าสุโขทัย) ตั้งแต่เวลา 17.30 น. - 21.00 น. กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
- กิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา) เวลา 19:00 น. (*พิเศษนักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนรับตะคันฟรี จำนวน 200 ลูก/วัน)
- การออกร้านจำหน่ายอาหารถิ่น, ร้านค้าของที่ระลึก และกิจกรรม DIY
- การแสดงทางวัฒนธรรม วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 การแสดงชุดมหัศจรรย์วัฒนธรรม 9 อำเภอ “รุ่งอรุณแห่งความสุข” วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 การแสดงละครนอกเรื่อง “แก้วหน้าม้า” ตอน “แก้วหน้าม้าถวายลูก”
- กิจกรรมร่วมสนุกรับของที่ระลึกภายในงาน (*มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน ของที่ระลึกมีจำนวนจำกัด)
กิจกรรมนี้จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย และ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัสุโขทัย ร่วมสนับสนุนการจัดงานโดย จังหวัดสุโขทัย และ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พิเศษ!!! สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักค้างคืนในโรงแรมที่พักในจังหวัดสุโขทัย นำหลักฐานการเข้าพักมาแสดงที่บูธ ททท. ภายในงานเพื่อรับคูปองส่วนลดช้อปฟรี ภายในงานมูลค่า 100 บาท/ 1 ห้องพัก ทันที
วันที่ 24 เมษายน 2568 นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมโดยใช้เทคโนโลยี เครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมระบุพิกัด GNSS RTK โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานจากสํานักศิลปากรที่ 1 – 12 หน่วยงานส่วนกลางของกรมศิลปากร และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง จํานวน 70 คน เข้าร่วมการอบรม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี ตําบลหน้าเมือง อําเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
ภารกิจหนึ่งของกรมศิลปากรที่มีความสําคัญเป็นอย่างมากในการรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่คือ งานด้านการสํารวจจัดทําผังบริเวณ การแบ่งเขตพื้นที่โบราณสถาน การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน การชี้ระวางแนวเขตโบราณสถาน การตรวจสอบกรณีรุกล้ำเขตที่ดินข้างเคียง และการออกแบบ เขียนแบบเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบโบราณสถาน ซึ่งปัจจุบันมีโบราณสถานที่ยังไม่ได้ดําเนินการสํารวจเพื่อขึ้นทะเบียน และยังไม่ได้ดําเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมเป็นจํานวนมาก สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จึงได้ดําเนินการจัดหาเครื่องมือที่สามารถช่วยให้การทํางานมีความสะดวก แม่นยําชัดเจน และเป็นที่ยอมรับของสากล โดยนําเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมระบุพิกัด หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ RTK มาประยุกต์ใช้ในงานสํารวจ และได้ดําเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม โดยใช้งานเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมระบุพิกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน ให้สามารถนําประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ในงานสํารวจจัดทําผังขึ้นทะเบียนโบราณสถาน การชี้ระวางแนวเขตโบราณสถาน การตรวจสอบกรณีรุกล้ำเขตที่ดินข้างเคียง งานออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์แก่โบราณสถานของชาติสืบไป
นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเมืองโบราณโนนเมือง ประจำเดือนเมษายน 2568 รวมทั้งหมด 272 คน ดังนี้* ชาวไทย ชาย 73 คน หญิง 96 คน รวมเป็น 169 คน* ชาวต่างชาติ ขาย 7 คน หญิง - คน รวมเป็น 7 คน* นักเรียน/นักศึกษา ชาย 43 คน หญิง 33 รวมเป็น 76 คน
* นักบวช ชาย 14 คน หญิง - คน รวมเป็น 14 คน* แขกราชการ ชาย - คน หญิง - คน รวมเป็น - คน* ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ชาย 4 คน หญิง 2 คน รวมเป็น 6 คน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรป เป็นครั้งแรกที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยือนนานาประเทศในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ พระองค์เสด็จออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) เสด็จประพาสอิตาลี ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ อังกฤษ เยอรมนี รัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ก สเปน และโปรตุเกส เสด็จกลับประเทศสยาม วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่ง เป็นการสานสัมพันธไมตรีแก่ประเทศต่าง ในทวีปยุโรป เพื่อเป็นโอกาสในการร่วมรับรู้ว่าสยามเป็นประเทศกำลังพัฒนา และส่งเสริมความเป็นเอกราชของสยาม แม้จะอยู่ในช่วงท่ามกลางยุคล่าอาณานิคมก็ตาม หลังจากนั้นพระเจ้าแผ่นดินและผู้แทนของประเทศต่างๆ อาทิเช่น รัสเซีย เยอรมนี และอิตาลี ได้เสด็จและมาเยี่ยมเยือนประเทศสยามเป็นการตอบแทน พร้อมกับการกระชับสัมพันธไมตรีให้ยั่งยืน
ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนทวีปยุโรป ครั้งแรก ในหน้าหนังสือพิมพ์เดอร์บุนด์ (Der Bund) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฉบับวันที่ ๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๙๗ ฉบับที่ ๑๕๑ ในบทความสั้น (Feuilleton) เรื่องพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ที่เขตภูเขา ณ เมืองเบิร์น ได้พรรณนาถึงพระบุคลิกภาพที่ไม่ถือพระองค์พระราชดำรัสซึ่งเป็นที่ถูกใจของชาวสวิส ตลอดจนพรรณนาถึงฉลองพระองค์อย่างละเอียดว่า วันไหนพระองค์ท่านทรงชุดอะไร หรือในโอกาสใดที่ท่านจะใส่ฉลองพระองค์แบบใด อาทิ ชุดกาลายูนิฟอร์ม การทรงชุดเดินทางแบบยุโรปในการเสด็จพระราชดำเนินเที่ยวภูเขาในชุดเสื้อโค้ทสีเทา และสวมพระมาลาทำจากขนสัตว์นุ่มสีดำ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงการตระเตรียมเครื่องแต่งกายไว้ล่วงหน้าให้มีความเหมาะสมตามแต่วาระและโอกาส โดยเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวยุโรป
ในการเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกันในวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถือโอกาสปรับทุกข์ถึงการรุกรานของมหาอำนาจจากยุโรป ในเช้าวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัส ที่ ๒ แห่งรัสเซีย จึงจัดให้มีการฉายพระรูปร่วมกันที่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace) เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อีกทั้งยังทรงรับสั่งให้ราชสำนักรัสเซียนำภาพที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากสยามประทับคู่กับพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย ส่งไปยังหนังสือพิมพ์ที่ออกในเมืองหลวงของทุกประเทศในยุโรปทุกฉบับ ทั้งยังทรงเขียนคำอธิบายภาพด้วยพระองค์เองว่า “สยามเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หาใช่ประเทศล้าหลังซึ่งมหาประเทศจะอาศัยเป็นมูลเหตุเข้ายึดครองมิได้”
ภาพที่พระมหากษัตริย์จากเอเชียประทับคู่กับพระมหาจักรพรรดิแห่งรัสเซีย จึงเป็นภาพที่โด่งดังที่สุด และสั่นสะเทือนทั่วยุโรป ทำให้ชาวยุโรปใคร่จะได้เห็นพระองค์จริงของ “คิงจุฬาลงกรณ์แห่งสยาม” จากการเสด็จพระราชดำเนินประเทศในยุโรป จึงมีผู้เฝ้าชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น ซึ่งก็เป็นผลแก่ราชอาณาจักรสยามอย่างมหาศาล
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สามารถครองพื้นที่ข่าวไปทั่วยุโรปตลอดเวลาเสด็จ ซึ่งเป็นผลดียิ่งทางไมตรี พร้อมทรงไปหาบิสมาร์ก(Bismarck) ที่เยอรมัน ทรงปรึกษาข้อราชการลับต่างๆ มากมาย โดยทรงถือว่าจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ ๒ เป็นพันธมิตรที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าสมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัส ที่ ๒ แห่งรัสเซีย และเพื่อเป็นการขอแรงสนับสนุนจากจักรพรรดิเยอรมนีในการปกป้องเอกราชของสยาม
วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) ถ่ายโดย Ernest Florman ชาวสวีเดน ได้ตั้งกล้องถ่ายเหตุการณ์รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ท่าเรือหน้าพระราชวังหลวงในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และบันทึกภาพเรือพระที่นั่งเข้าเทียบท่า พระเจ้ากรุงสวีเดนคอยรับพระเจ้ากรุงสยาม แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและเจ้านายพระองค์อื่น ๆ ตามเสด็จขึ้นมา พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีพระราชหัตถเลขาว่า “มีหนังฝรั่งมันถ่ายไว้ดีมาก” เพราะได้ทอดพระเนตรในวันต่อมา นับเป็นหนึ่งภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับชนชาติไทย
พระองค์เสด็จมาถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ เพื่อทรงร่วมเฉลิมฉลองพระราชพิธีพัชราภิเษก (ครองราชย์ครบ ๖๐ ปี) ของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียของอังกฤษ และทรงประทับอยู่ที่พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) เป็นเวลา ๑ สัปดาห์ เสด็จเยี่ยมพระราชโอรสหลายพระองค์ที่ทรงศึกษาอยู่ที่อังกฤษในขณะนั้น และเสด็จประทับอยู่ที่ ณ พระตำหนักทับโลว์คอร์ท (Taplow Court) เมืองเมเดนเฮด (Maidenhead) พร้อมทรงฉายพระรูปพร้อมพระราชโอรส ๑๑ พระองค์
เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัตพระนคร รวมเวลาที่เสด็จประพาสทั้งสิ้น ๒๕๓ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนแล้ว ยังได้ทรงนำศิลปวิทยาการ และความรู้ใหม่กลับมาสู่ประเทศไทยอย่างมากมาย นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ และเป็นพระบรมราโชบาย อันทรงคุณประโยชน์ที่พระมหากษัตริย์ไทยได้ทรงถือปฏิบัติสืบมา
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กรมศิลปากร. การเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.ศ. ๑๑๖ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์, ๒๕๔๒.
คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด. ร.๕ เสด็จประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://oer.learn.in.th/search_detail/result/151107
ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระรูปพร้อมพระราชโอรส ๑๑ พระองค์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.facebook.com/106641744036418/photos/a.106653234035269/246182690082322/?type=3, ๒๕๖๓.
โรม บุนนาค. เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์! ภาพที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ช่วยสยามรอดพ้นวิกฤติ!!. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000108384
สุชีรา มาไกวร์. “ทับโลว์คอร์ท” กับ ๑๒๐ ปี ของการประพาสยุโรปของ ร.๕. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.bbc.com/thai/features-40755853, ๒๕๖๐.
ศิลปวัฒนธรรม. ราชการลับรัชกาลที่ ๕ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_57297
หอภาพยนตร์. พระเจ้ากรุงสยามเสด็จฯ ถึงกรุงเบิร์น (๒๔๔๐). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.youtube.com/watch?v=q1dbLm01rpE
หอภาพยนตร์. ร.๕ เสด็จประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม ๒๔๔๐. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘จาก: https://www.youtube.com/watch?v=NdwgW28k1LU, ๒๕๖๒.
Irmgard Pangerl. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนออสเตรีย-ฮังการี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.thaiembassy.at/th/content_page/download/163/835/15.html
Siam Eenaissance. เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เข้าเฝ้าโป๊ป. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://siam-renaissance.com/contents/special/kingrama5thvisitpope/, ๒๕๖๔.
Talk 'True' History. การเสด็จประพาสยุโรป ของรัชกาลที่ ๕ ภารกิจในการประกาศความเป็นอิสระและเอกราชของสยาม. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.luehistory.com/การเสด็จประพาสยุโรป-ของรัชกาลที่-5-ภารกิจในการประกาศความเป็นอิสระและเอกราชของสยาม/
THE STANDARD TEAM. ๗ เมษายน ๒๔๔๐ – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://thestandard.co/onthisday07042440/, ๒๕๖๖.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรป เป็นครั้งแรกที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยือนนานาประเทศในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ พระองค์เสด็จออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) เสด็จประพาสอิตาลี ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ อังกฤษ เยอรมนี รัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ก สเปน และโปรตุเกส เสด็จกลับประเทศสยาม วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่ง เป็นการสานสัมพันธไมตรีแก่ประเทศต่าง ในทวีปยุโรป เพื่อเป็นโอกาสในการร่วมรับรู้ว่าสยามเป็นประเทศกำลังพัฒนา และส่งเสริมความเป็นเอกราชของสยาม แม้จะอยู่ในช่วงท่ามกลางยุคล่าอาณานิคมก็ตาม หลังจากนั้นพระเจ้าแผ่นดินและผู้แทนของประเทศต่างๆ อาทิเช่น รัสเซีย เยอรมนี และอิตาลี ได้เสด็จและมาเยี่ยมเยือนประเทศสยามเป็นการตอบแทน พร้อมกับการกระชับสัมพันธไมตรีให้ยั่งยืน
ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนทวีปยุโรป ครั้งแรก ในหน้าหนังสือพิมพ์เดอร์บุนด์ (Der Bund) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฉบับวันที่ ๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๙๗ ฉบับที่ ๑๕๑ ในบทความสั้น (Feuilleton) เรื่องพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ที่เขตภูเขา ณ เมืองเบิร์น ได้พรรณนาถึงพระบุคลิกภาพที่ไม่ถือพระองค์พระราชดำรัสซึ่งเป็นที่ถูกใจของชาวสวิส ตลอดจนพรรณนาถึงฉลองพระองค์อย่างละเอียดว่า วันไหนพระองค์ท่านทรงชุดอะไร หรือในโอกาสใดที่ท่านจะใส่ฉลองพระองค์แบบใด อาทิ ชุดกาลายูนิฟอร์ม การทรงชุดเดินทางแบบยุโรปในการเสด็จพระราชดำเนินเที่ยวภูเขาในชุดเสื้อโค้ทสีเทา และสวมพระมาลาทำจากขนสัตว์นุ่มสีดำ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงการตระเตรียมเครื่องแต่งกายไว้ล่วงหน้าให้มีความเหมาะสมตามแต่วาระและโอกาส โดยเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวยุโรป
ในการเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกันในวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถือโอกาสปรับทุกข์ถึงการรุกรานของมหาอำนาจจากยุโรป ในเช้าวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัส ที่ ๒ แห่งรัสเซีย จึงจัดให้มีการฉายพระรูปร่วมกันที่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace) เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อีกทั้งยังทรงรับสั่งให้ราชสำนักรัสเซียนำภาพที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากสยามประทับคู่กับพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย ส่งไปยังหนังสือพิมพ์ที่ออกในเมืองหลวงของทุกประเทศในยุโรปทุกฉบับ ทั้งยังทรงเขียนคำอธิบายภาพด้วยพระองค์เองว่า “สยามเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หาใช่ประเทศล้าหลังซึ่งมหาประเทศจะอาศัยเป็นมูลเหตุเข้ายึดครองมิได้”
ภาพที่พระมหากษัตริย์จากเอเชียประทับคู่กับพระมหาจักรพรรดิแห่งรัสเซีย จึงเป็นภาพที่โด่งดังที่สุด และสั่นสะเทือนทั่วยุโรป ทำให้ชาวยุโรปใคร่จะได้เห็นพระองค์จริงของ “คิงจุฬาลงกรณ์แห่งสยาม” จากการเสด็จพระราชดำเนินประเทศในยุโรป จึงมีผู้เฝ้าชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น ซึ่งก็เป็นผลแก่ราชอาณาจักรสยามอย่างมหาศาล
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สามารถครองพื้นที่ข่าวไปทั่วยุโรปตลอดเวลาเสด็จ ซึ่งเป็นผลดียิ่งทางไมตรี พร้อมทรงไปหาบิสมาร์ก(Bismarck) ที่เยอรมัน ทรงปรึกษาข้อราชการลับต่างๆ มากมาย โดยทรงถือว่าจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ ๒ เป็นพันธมิตรที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าสมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัส ที่ ๒ แห่งรัสเซีย และเพื่อเป็นการขอแรงสนับสนุนจากจักรพรรดิเยอรมนีในการปกป้องเอกราชของสยาม
วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) ถ่ายโดย Ernest Florman ชาวสวีเดน ได้ตั้งกล้องถ่ายเหตุการณ์รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ท่าเรือหน้าพระราชวังหลวงในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และบันทึกภาพเรือพระที่นั่งเข้าเทียบท่า พระเจ้ากรุงสวีเดนคอยรับพระเจ้ากรุงสยาม แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและเจ้านายพระองค์อื่น ๆ ตามเสด็จขึ้นมา พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีพระราชหัตถเลขาว่า “มีหนังฝรั่งมันถ่ายไว้ดีมาก” เพราะได้ทอดพระเนตรในวันต่อมา นับเป็นหนึ่งภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับชนชาติไทย
พระองค์เสด็จมาถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ เพื่อทรงร่วมเฉลิมฉลองพระราชพิธีพัชราภิเษก (ครองราชย์ครบ ๖๐ ปี) ของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียของอังกฤษ และทรงประทับอยู่ที่พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) เป็นเวลา ๑ สัปดาห์ เสด็จเยี่ยมพระราชโอรสหลายพระองค์ที่ทรงศึกษาอยู่ที่อังกฤษในขณะนั้น และเสด็จประทับอยู่ที่ ณ พระตำหนักทับโลว์คอร์ท (Taplow Court) เมืองเมเดนเฮด (Maidenhead) พร้อมทรงฉายพระรูปพร้อมพระราชโอรส ๑๑ พระองค์
เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ (ร.ศ. ๑๑๖) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัตพระนคร รวมเวลาที่เสด็จประพาสทั้งสิ้น ๒๕๓ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนแล้ว ยังได้ทรงนำศิลปวิทยาการ และความรู้ใหม่กลับมาสู่ประเทศไทยอย่างมากมาย นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ และเป็นพระบรมราโชบาย อันทรงคุณประโยชน์ที่พระมหากษัตริย์ไทยได้ทรงถือปฏิบัติสืบมา
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กรมศิลปากร. การเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.ศ. ๑๑๖ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์, ๒๕๔๒.
คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด. ร.๕ เสด็จประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://oer.learn.in.th/search_detail/result/151107
ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระรูปพร้อมพระราชโอรส ๑๑ พระองค์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.facebook.com/106641744036418/photos/a.106653234035269/246182690082322/?type=3, ๒๕๖๓.
โรม บุนนาค. เบื้องหลังภาพประวัติศาสตร์! ภาพที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ช่วยสยามรอดพ้นวิกฤติ!!. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000108384
สุชีรา มาไกวร์. “ทับโลว์คอร์ท” กับ ๑๒๐ ปี ของการประพาสยุโรปของ ร.๕. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.bbc.com/thai/features-40755853, ๒๕๖๐.
ศิลปวัฒนธรรม. ราชการลับรัชกาลที่ ๕ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_57297
หอภาพยนตร์. พระเจ้ากรุงสยามเสด็จฯ ถึงกรุงเบิร์น (๒๔๔๐). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.youtube.com/watch?v=q1dbLm01rpE
หอภาพยนตร์. ร.๕ เสด็จประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม ๒๔๔๐. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘จาก: https://www.youtube.com/watch?v=NdwgW28k1LU, ๒๕๖๒.
Irmgard Pangerl. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนออสเตรีย-ฮังการี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.thaiembassy.at/th/content_page/download/163/835/15.html
Siam Eenaissance. เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เข้าเฝ้าโป๊ป. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://siam-renaissance.com/contents/special/kingrama5thvisitpope/, ๒๕๖๔.
Talk 'True' History. การเสด็จประพาสยุโรป ของรัชกาลที่ ๕ ภารกิจในการประกาศความเป็นอิสระและเอกราชของสยาม. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.luehistory.com/การเสด็จประพาสยุโรป-ของรัชกาลที่-5-ภารกิจในการประกาศความเป็นอิสระและเอกราชของสยาม/
THE STANDARD TEAM. ๗ เมษายน ๒๔๔๐ – พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘, จาก: https://thestandard.co/onthisday07042440/, ๒๕๖๖.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ชวนไปเบิ่งปราสาทหิน ที่จำลองจากของจริง ในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง “กู่แก้ว : สุคตาลัย ในอโรคยศาล เมืองขอนแก่น” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส ๗๐ พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านอนุรักษ์และบำรุงรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกู่แก้ว ซึ่งเป็นศาสนสถานประจำอโรคยศาลหรือสถานพยาบาล ตั้งอยู่ที่วัดกู่แก้วสามัคคี บ้านหัวสระ ตำบลดอนช้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กู่แก้วเป็นสถานพยาบาลเพื่อการรักษาประชาชนผู้เจ็บป่วย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ.๑๗๒๔ - ๑๗๖๑) กษัตริย์แห่งอาณาจักรเขมรโบราณ ที่ได้ขยายอิทธิพลมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ผู้เข้าชมจะได้พบกับบรรยากาศความขลัง ความสนุก ความตื่นเต้น ในนิทรรศการพิเศษนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป กิจกรรมไฮไลต์ที่ต้องห้ามพลาด! ได้แก่ กิจกรรมการปรุงยาดมสมุนไพรด้วยตัวเอง แต่งกายเป็นหมอยาโบราณ ขอเชิญชวนไปร่วมสัมผัสประสบการณ์ย้อนยุค เรียนรู้ภูมิปัญญาโบราณ และสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4324 6170 ติดตามข่าวสารกิจกรรมอื่น ๆ ได้ทาง Facebook: Khon Kaen National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น