องค์ความรู้ส่งเสริมการอ่านหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี เรื่อง 8 กันยายน : วันการรู้หนังสือสากล (International Literacy Day)

วันที่ 8 กันยายนของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น “วันการรู้หนังสือสากล” (International Literacy Day) ซึ่งองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 เพื่อย้ำเตือนให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการรู้หนังสือ ทั้งในฐานะสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งกระตุ้นให้รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ร่วมมือกันขจัดปัญหาการไม่รู้หนังสือ ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาคนและสังคมในหลายประเทศทั่วโลก
           การรู้หนังสือเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาที่ทำให้ผู้คนได้รับความรู้ ทักษะ ค่านิยม และมีทัศนคติที่กว้างขวางขึ้น มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ผู้ที่อ่านออกเขียนได้มักมีโอกาสในการประกอบอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น มีรายได้ที่สูงขึ้น และสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับอัตราการรู้หนังสือยังช่วยลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชน
           ในอดีตการรู้หนังสือมักถูกนิยามว่าคือความสามารถในการอ่านออกและเขียนได้เพียงเท่านั้น แต่ในโลกยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ความหมายของการรู้หนังสือได้ขยายกว้างขึ้นอย่างมาก การรู้หนังสือในนิยามสมัยใหม่ครอบคลุมถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความสามารถในการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง นอกจากนี้ยังรวมถึง “การรู้เท่าทันสื่อ” (Media Literacy) ที่ช่วยให้สามารถแยกแยะข่าวจริงจากข่าวปลอมได้ และ “การรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล” (Digital Literacy) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 นี้
           การขจัดปัญหาการไม่รู้หนังสือต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายการศึกษาที่ทั่วถึงและเท่าเทียม จัดสรรงบประมาณเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังพื้นที่ห่างไกล สถาบันการศึกษาและครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการถ่ายทอดความรู้และปลูกฝังทักษะการอ่านเขียนให้แก่เยาวชน ขณะที่ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนผ่านโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เช่น การบริจาคหนังสือหรือสนับสนุนทุนการศึกษา ส่วนภาคประชาสังคมและชุมชนก็มีบทบาทในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในระดับท้องถิ่น เช่น ห้องสมุดชุมชนหรือโครงการอาสาสมัครสอนหนังสือผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการรู้หนังสือ จึงได้กำหนดให้วันที่ 8 กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันการรู้หนังสือสากลเป็น “วันการศึกษานอกโรงเรียน” และได้จัดกรรมกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมมาโดยตลอด ตั้งแต่ พ.ศ. 2510 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
           ในปี พ.ศ. 2569 นี้ วันการรู้หนังสือสากล มีกำหนดครบรอบ 60 ปี ซึ่งยูเนสโกจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองระดับโลกระหว่างวันที่ 8 - 9 กันยายน 2569 ที่ประเทศเม็กซิโก ภายใต้หัวข้อ “Literacy for people, the planet, and prosperityซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะประเมินความก้าวหน้า ทำความเข้าใจความท้าทายที่ยังคงมีอยู่และที่เกิดขึ้นใหม่ และกำหนดวาระการรู้หนังสือในอนาคตท่ามกลางสภาวการณ์ที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยความร่วมมือกับรัฐบาลเม็กซิโก งานนี้จะมีพิธีมอบรางวัลยูเนสโกนานาชาติว่าด้วยการรู้หนังสือ เพื่อยกย่องโครงการส่งเสริมการรู้หนังสือดีเด่นจาก ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการเฉลิมฉลองในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับภูมิภาคในทั่วโลกอีกด้วย
           วันการรู้หนังสือสากลจึงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักว่า การอ่านออกเขียนได้คือประตูบานแรกที่เปิดไปสู่โอกาส ความรู้ และอนาคตที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการประกอบอาชีพ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มภาคภูมิ การส่งเสริมให้ทุกคนในสังคมสามารถอ่านออกเขียนได้ จึงไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ทุกภาคส่วน ที่จะร่วมกันสร้างโลกที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะขาดโอกาสในการเรียนรู้

ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
บุญเติม แสงดิษฐ.  วันสำคัญ.  กรุงเทพฯ: พชรการพิมพ์, 2541.
ประชิด สกุณะพัฒน์ และอุดม เชยกีวงศ์.  วันสำคัญ.  กรุงเทพฯ: ภูมิปัญญา, 2549.
International Literacy Day.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569, จาก https://www.unesco.org/en/days/literacy


เรียบเรียงโดย    นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ
                     หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร




 

(จำนวนผู้เข้าชม 3 ครั้ง)

black ribbon.