...

ข่าวประชาสัมพันธ์
ภาพประกอบ ข่าวประชาสัมพันธ์
มีลักษณะเป็นฐานอาคารคล้ายห้องแถวเรียงกันอยู่ ๔ คูหา พื้นอาคารถูกบดอัดจนแน่นด้วยทรายและกรวดแม่น้ำ ก่อนที่จะปูทับด้วยศิลาแลง จากการขุดแต่งพื้นที่โดยรอบ พบโบราณวัตถุจำพวก ตะปู ขอยึด และเศษกระเบื้องดินเผามุงหลังคาเป็นจำนวนมาก มีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้ ไว้หลากหลายแนวทาง บางท่านว่า เป็นกุฏิสงฆ์ บางท่านว่า เป็นที่สำหรับเจริญวิปัสสนาสมาธิของพระเถระผู้ใหญ่ บางท่านว่า เป็นอาคารประดิษฐานรูปเคารพของท้าวจตุโลกบาล ทั้ง ๔ แต่ที่ฟังแล้วสมเหตุสมผลก็คือ เป็นท้องพระคลัง หรือโกดัง สำหรับเก็บรักษาข้าวของมีค่า ได้แก่ เครื่องใช้ที่ทำด้วยทองคำ ผ้าแพรพรรณชั้นดีสำหรับนุ่งห่มรูปเคารพต่างๆ เงินตรา และเครื่องสมุนไพร ซึ่งมีหลักฐานระบุว่า “พระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๗” ได้พระราชทานมาให้แก่เมืองสิงห์ หรือ “ศรีชยสิงหบุรี” เป็นประจำทุกปี
(วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567)
จำนวนผู้เข้าชม 48
ภาพประกอบ ข่าวประชาสัมพันธ์
กำแพงและประตูกำแพงด้านทิศตะวันออก เป็นกำแพงก่อด้วยแลงขึ้นมาเป็นผนังด้านนอกและทำเป็นลดชั้นที่ส่วนล่างเล็กน้อย ด้านในใช้ดินถมค่อยๆลาดลงมา เช่นกำแพงอื่นๆ ส่วนของประตูเจาะแนวกำแพง เป็นช่องแล้วใช้แลงก่อปิดทั้ง 2 ฟากข้าง ประตูได้รับการบูรณะแล้ว ลักษณะประตูด้านนอกกำแพงทำเป็นลด 2 ชั้น ด้านในก่อเป็นขั้นบันได มีร่องรอยการพังทลายของแนวกำแพงปรากฏให้เห็นเป็นการไหลตัวของดิน การก่อสร้างใช้แลงขนาดต่างๆ กัน และดินเป็นวัสดุในการก่อสร้าง การก่อเรียงแลงไม่เป็นระบบที่แน่น
(วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2567)
จำนวนผู้เข้าชม 91
ภาพประกอบ ข่าวประชาสัมพันธ์
องค์ความรู้ : โบราณสถานหมายเลข 3 ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโบราณสถานหมายเลข ๑ อาคารหลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบโล่ง ลักษณะเป็นแนวของฐานโบราณสถานขนาดเล็ก ภายในเป็นห้องก่อด้วยอิฐและศิลาแลง ฐานชั้นล่างเป็นฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อด้วยศิลาแลง ถัดขึ้นมาเป็นฐานปัทม์ ๑ ชั้น ชั้นบนก่อด้วยอิฐซึ่งลักษณะการก่อสร้างเช่นนี้อาจจะเป็นการก่อสร้างทับซ้อนกันก็ได้ ที่มุมด้านนอกอาคารทุกมุมมีแผ่นหินปักไว้คล้ายกับเป็นใบเสมา และจากการขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข ๓ นี้ ได้พบพระพิมพ์โลหะที่เป็นพระพิมพ์เนื้อชินตะกั่วจำนวนมาก อาคารหลังนี้มีผู้เสนอแนวความคิดว่าน่าจะสร้างมาก่อนการสร้างปราสาท
(วันศุกร์ที่ 05 เมษายน 2567)
จำนวนผู้เข้าชม 143
ภาพประกอบ ข่าวประชาสัมพันธ์
เป็นสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก และใช้ไม้เป็นส่วนประกอบ ประดับด้วยลายปูนปั้น หันหน้าไปทางทิศตะวันออก จากหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรมที่เหลืออยู่เพียงส่วนฐานและเหนือขึ้นไปเพียงเล็กน้อย สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซ้อนกัน 2 ชั้น มีทางขึ้นอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งทําเป็นลานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีทางขึ้นอยู่ทางทิศเหนือ ภายในด้านทิศตะวันตกของซุ้มประตูด้านหน้ามีปรางค์ 3 องค์ ตั้งเรียงอยู่บนฐานเดียวกัน (นักวิชาการบางท่านให้ความเห็นว่า โบราณสถานหมายเลข 2 นี้คงจะเป็นปรางค์องค์เดียวที่อยู่ตรงกลาง ที่ล้อมรอบด้วยระเบียงคดและซุ้มประตูเหมือนกับโบราณสถานหมายเลข 1) เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณโบราณสถานหมายเลข 2 ได้พบแท่นประติมากรรม หินทรายเป็นจํานวนมาก นอกจากนี้ลักษณะตัวอาคารของโบราณสถานหมายเลข 2 นี้ ยังมีลักษณะไม่สมดุลกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานของซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกซึ่งแต่ละด้าน ย่อมุมไม่เหมือนกัน หรือฐานของแนวระเบียงด้านซ้ายที่ไม่อยู่ในลักษณะของเส้นตรง เหมือนกับฐานของแนวระเบียงด้านทิศเหนือ สิ่งเหล่านี้อาจจะแสดงให้เห็นว่า โบราณสถานหมายเลข 2 นี้อาจจะยังสร้างไม่เสร็จ หรือมีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนทําให้อาคารนี้มีลักษณะดังกล่าว ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th/.../132...
(วันอังคารที่ 09 มกราคม 2567)
จำนวนผู้เข้าชม 180
ภาพประกอบ ข่าวประชาสัมพันธ์
องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ โบราณสถานหมายเลข ๑ หรือปราสาทเมืองสิงห์เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นตามคติความเชื่อแบบขอม มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับปราสาทหิน ที่พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นต้น แต่ที่ปราสาทเมืองสิงห์จะมีขนาดเล็กกว่ามากวัสดุที่ใช้ก่อสร้างส่วนใหญ่จะเป็นศิลาแลง ซึ่งนํามาจากแหล่งตัดหินในท้องถิ่นมาสกัดแต่งให้มีขนาดต่าง ๆ กันแล้วจึงนํามาเรียงต่อกันขึ้นเป็นโครงสร้างการเรียงศิลาแลงของปราสาทเมืองสิงห์นี้ เพื่อใช้เป็นเพียงแกนของศาสนสถานเท่านั้น เพราะมีการฉาบปูนทับศิลาแลงอีกชั้น ก่อนที่จะปั้นลวดลายประดับตัวอาคาร โบราณสถานหมายเลข ๑ ประกอบด้วย อ่านเพิ่มเติม http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th/.../index.../th/
(วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2566)
จำนวนผู้เข้าชม 241

Messenger