ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,635 รายการ
นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้าวนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย พ.ต.อ.ธนวรรธน์ อยู่คง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นางนงคราญ สุขสม ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย และนางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2558 โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 พฤศจิกายน นี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
ด้านผู้ว่าราชการการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผย ถึงการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวว่า ขณะนี้มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การจัดเตรียมสถานที่ การประชาสัมพันธืงาน รวมถึงร้านค้าต่างๆที่จะนำมาจัดแสดง และจำหน่ายในบริเวณงาน ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีลอยกระทง จัดขึ้นเพื่อต้องการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น และเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานลอยกระทงมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จังหวัดสุโขทัย พยายามอนุรักษ์ตรงนี้ไว้ให้ยั่งยืน ในรูปแบบงาน ขรึม ขลัง อลังการ โดยในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้ จะมีพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 มีขบวนอัญเชิญไฟพระประทีปพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ มีพิธีเปิดงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กิจกรรมการประกวดนางนพมาศ ประกวดกระทงเล็ก กระทงใหญ่ โคมชัก โคมแขวน การแสดงแสง-เสียงตำนานอาณาจักรสุโขทัย ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ การแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง การแสดงหมู่บ้านวิถีไทย ตลาดแลกเบี้ย ตลาดปสาน ตลอดจนการแสดงนาฏศิลป์ และการแสดงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย
เพลงลอยกระทง : ลายสือไท Lai Sue Thaiขับร้อง : คณะนักร้องกรมศิลปากรทำนอง : มนตรี ตราโมท
กิจกรรมนิทรรศการเคลื่อนที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ครั้งที่ ๑/๒๕๕๖
วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ณ โรงเรียนบ้านหนองหัวคูปวงประชานุเคราะห์
ตำบลหนองหัวคู อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ประชาสัมพันธ์ครบรอบ ๑๕๐ ปี ชาตกาล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบชีวประวัติหลักธรรม คำสอน และปฏิปทาของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เพื่อน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติ โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.luangpumun.dra.go.th
ชื่อวัตถุ :: ขันหมากไม้ เลขทะเบียน :: 43/0636/2548
ลักษณะ :: แกะสลักบริเวณตัวขันหมากเป็นรูปฟันปลาล้อมรอบลายประแจจีนและระบายสีลงไปเพื่อเน้นลวดลาย ทำเอวขันหมากคอดเข้าไป และทำส่วนคิ้วยื่นออกมารับกับเชิงขันหมากที่เป็นขาบานออกอย่างขาสิงห์แกะสลักลายลงไปในเนื้อไม้และเขียนสีทั้งใบที่ตัวขันหมากทำช่องใส่เครื่องเชี่ยน หมาก3 ช่อง รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ช่อง และช่องใหญ่ ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1 ช่อง
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: ขันหมากไม้ เลขทะเบียน :: 43/0650/2553
ลักษณะ :: ตัวขันแกะสลักเป็นลายประแจจีนทั้งใบ ทำสันคิ้วที่ส่วนเอวขันที่เข้าไปต่อกับเชิงขัน ทาสีขาวที่ลายและทาสีแดงที่ส่วนอื่นๆทั้งใบ ไม่ได้ทำช่องใส่เครื่องเชี่ยนหมากแต่อย่างใด
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: ตะกร้ามีหูหิ้วพร้อมฝา เลขทะเบียน :: 43/0059/2547
ลักษณะ :: ทรงกลม ก้นสอบ สานด้วยหวายเส้นใหญ่ มีฝาปิด และมีหูสำหรับหิ้ว ภาคเหนือเรียก ซ้า ภาคอีสานเรียก กะต่า ภาคใต้เรียก แตรง
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ชื่อวัตถุ :: ซองพลู เลขทะเบียน :: 43/0068/2553
ลักษณะ :: ตัวซองพลู รูปทรงสี่เหลี่ยมแบน ดุนลายเป็นรูปสิงห์ ด้านข้างดุนลายเถาวัลย์ที่ปลายซองพลูม้วนเป็นวงเข้าหาตัว
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: ช้อนทองเหลือง เลขทะเบียน :: 43/0081/2554
ลักษณะ :: ช้อนชาที่ระลึกส่วนด้ามด้านหน้ามีข้อความ "เตนี-สหัสชัย"และตราสัญญลักษณ์ช้างสามเศียร ด้านหลังมีข้อความ "25ส.ค.14"
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
ชื่อวัตถุ :: กล่องเครื่องเขินเลขทะเบียน :: 43/0056/2554
ลักษณะ :: ทรงกระบอก มีส่วนลำตัวและส่วนฝาลงรักและชาดทั่วใบ ส่วนฝา, ลำตัวและส่วนก้นด้านนอกขูดขีดลวดลายพรรณพฤกษาสลับลายช้างถมสีเขียวในร่องบางส่วนเพื่อเน้นลวดลาย บริเวณฐานและขอบปากมีที่สำหรับร้อยเชือกเป็นหูไว้ 4 ด้าน
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
ชื่อวัตถุ :: ขวดไม้ เลขทะเบียน :: 43/0045/2554
ลักษณะ :: แกะสลักทรงแบน ปลายเรียวสอบ คล้ายใบบัวปากแคบ มีฝาไม้สำหรับเปิดปิด ลำตัวแกะสลักด้วยลวดลายไทย (มีเม็ดเครื่องหอมบรรจุอยู่ภายใน)
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
ชื่อวัตถุ :: หมวก เลขทะเบียน :: 43/0020/2554
ลักษณะ :: ทรงกลม สานด้วยใบลานเรียงต่อกัน คลี่ออกคล้ายพัดเย็บติดกันด้วยด้าย
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
ชื่อวัตถุ :: กำไลข้อมือ เลขทะเบียน :: 43/0060/2550
ลักษณะ :: ตัวกำไลเป็นลายปล้องพันเกลียว คือเป็นวงกลมหลายๆวงพันซ้อนกำไลที่แกะสลักลายเรขาคณิตไว้
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: ซองพลู เลขทะเบียน :: 43/0046/2550
ลักษณะ :: รูปร่างคล้ายกรวยแบน ทรงหกเหลี่ยมดุนลายใบไม้และดอกไม้ ใช้สำหรับใส่ใบพลูอยู่ในชุดเครื่องเชี่ยนหมาก
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: ตลับ เลขทะเบียน :: 43/0035/2550
ลักษณะ :: ทรงแปดเหลี่ยมพร้อมฝาปิด กลางฝาแกะสลักและบุลายรูปกิเลน2 ตัว หันหน้าเข้าหากัน อยู่ในกรอบแปดเหลี่ยมซึ่งล้อมรอบด้วยเถาวัลย์ อีกชั้นหนึ่งที่มีลายกลีบบัวซ้อนอยู่รอบนอกอีก3 ชั้น ตัวตลับแกะสลักและบุลายดอกพิกุล เถาวัลย์และลายประแจจีน ก้นตลับจารึกอักษรลาว
แหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษก
แหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: ขัน เลขทะเบียน :: 43/0011/2550
ลักษณะ :: ทรงมะนาวตัด บุรูปนักษัตร12ราศี เทวดาและนางฟ้าในช่องสี่เหลี่ยม ใช้ใส่น้ำดื่มหรือข้าวเพื่อตักบาตรพระแหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษกแหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ชื่อวัตถุ :: พานเชิง เลขทะเบียน :: 43/0008/2550
ลักษณะ :: ทรงสูง ปากบาน ผายออก บุลายดอกไม้ มีเชิงทรงสูง จานแคบ ใช้สำหรับใส่ดอกไม้ธุปเทียนบูชาแหล่งที่มาข้อมูล :: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนภิเษกแหล่งที่มาวัตถุ :: แขวงบางบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
รายงานบัญชีงบทดลองและเอกสารประกอบงบทดลอง สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา (เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)
ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เสด็จขึ้นครองราชย์ ในพุทธศักราช ๒๓๙๔ แล้ว พระองค์โปรดให้กรมการเมืองเพชรบุรีไปจัดการบำรุงรักษาถ้ำเขาหลวง อันเป็นศาสนสถานสำคัญที่ทรงมีพระราชศรัทธา ตั้งแต่ครั้งทรงผนวช และมีพระประสงค์ที่จะเสด็จฯ มาเมืองเพชรบุรี ครั้นในเดือนอ้าย ปีมะเมีย สัมฤทธิศก พุทธศักราช ๒๔๐๑ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมายังเมืองเพชรบุรี โดยในครั้งนั้นประทับแรมที่พลับพลาค่ายหลวงที่เขาหลวง ซึ่งเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ภายหลังเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) สมุหพระกลาโหม เป็นผู้อำนวยการสร้าง และประทับที่พลับพลาค่ายหลวงบ้านบางทะลุ อีกคืนหนึ่ง ก่อนเสด็จฯ กลับพระนคร อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรี ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่าการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนอ้าย พุทธศักราช ๒๔๐๑ นับเป็นมูลเหตุสำคัญให้มีกระแสพระราชดำริ ในการจะสร้างพระราชวังขึ้นที่เมืองเพชรบุรีด้วย ปรากฏว่าหลังจากเสด็จฯ กลับพระนครแล้ว ได้มีรับสั่งให้พระพรหมบริรักษ์ (สันนิษฐานว่าคือ แย้ม บุณยรัตนพันธุ์ ภายหลังเป็นพระยาสีหราชฤทธิไกร) เจ้ากรมพระตำรวจ ออกมาทำแผนที่ร่วมกับพระยาเพชรบุรี เพื่อกะการสร้างพระราชวังบนเขาสมณ ดังเนื้อความในหมายรับสั่งรัชกาลที่ ๔ ฉบับหนึ่ง มีตอนหนึ่งว่า “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ที่เขาพระนอนนั้น ทอดพระเนตรที่ทางชอบกลพอจะทำพระตำหนักพลับพลาได้…” น่าสนใจว่า พระพรหมบริรักษ์และเจ้าเมืองเพชรบุรี ในชณะนั้นคือใคร จากการศึกษาสืบค้นทำให้ทราบว่า เจ้าเมืองเพชรบุรีในขณะนั้น คือ พระยาสุรินทรฦๅไชย (เกษ ตาลวันนา) ชาวเพชรบุรี ซึ่งเข้ารับราชการในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จนได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองเพชรบุรีในปลายรัชกาลนี้ ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เป็นผู้สนองพระราชดำริในการจัดการบูรณะถ้ำเขาหลวง รวมถึงวัดสำคัญอื่น ๆ ด้วย และได้มีส่วนร่วมทำแผนที่ก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่บนเขาสมณ ผู้มีส่วนในการทำแผนที่สร้างพระราชวังแห่งใหม่อีกคนซึ่งปรากฏชื่อในหมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ ๔ คือ พระพรหมบริรักษ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งในกรมพระตำรวจหลวง ซึ่งมีหน้าที่อารักขาพระเจ้าแผ่นดิน และนอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ตามที่พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งโปรดเกล้าฯ เป็นครั้งคราว เช่น ไปราชการหัวเมือง ปราบปรามโจรผู้ร้าย เป็นต้น พระพรหมบริรักษ์ ผู้ได้มาทำแผ่นที่กะการก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ในครั้งนั้น มีหลักฐานในพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ ๔ ได้แต่งตั้งนายแย้ม บุตรเจ้าพระยาภูธราภัย สมุหนายก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๑ ให้เป็นพระพรหมบริรักษ์ ก่อนหน้าจะโปรดให้มาเมืองเพชรบุรีไม่นานนัก จึงอนุมานได้ว่า พระพรหมบริรักษ์ ในครั้งนั้น คือ นายแย้ม ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงสุดที่ พระยาสีหราชฤทธิไกร และผู้สืบเชื้อสายต่อมา ได้รับนามสกุลว่า บุณยรตพันธุ์ภาพถ่ายเก่าพระนครคีรี ถ่ายจากบริเวณหอพิมานเพชรมเหศวร์ ทำให้เห็นหมู่พระที่นั่งและอาคารประกอบต่าง ๆ ทั้งโรงสูทกรรม พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา และหอชัชวาลเวียงชัย ข้อมูล/ภาพ : นายณัฐพล ชัยมั่น ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
ห้องที่ 9 : บันทึกสงขลา จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุตามสาระสำคัญ คือ ศิลปวัตถุของผู้ปกครองเมืองสงขลา เป็นหนึ่งในหลักฐานที่สะท้อนถึงการการปกครอง 3 ช่วงเวลา คือ สงขลาภายใต้ การนำของผู้ปกครองเชื้อสายมุสลิม (สงขลาหัวเขาแดง) สงขลาภายใต้การปกครองของชาวจีน (สงขลาแหลมสนและสงขลาบ่อยาง) และสงขลาภายหลังการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งมีการปรับบทบาทของเจ้าเมืองให้เป็นผู้ว่าราชการเมืองสงขลา อิทธิพลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นจากศิลปวัตถุ ได้แก่ บานประตูไม้แกะสลักลายจีน ชุดเซารามิกจากตะวันตก และชุดภาชนะทองเหลืองศิลปะของชาวมุสลิม