ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,374 รายการ



สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 149/7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 178/7เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


         อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ขอเชิญชวนชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตกตรง ๑๕ ช่องประตู ณ ปราสาทพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ ๕ - ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๗.๓๐ น. เป็นต้นไป บริเวณลานหน้าปราสาททิศตะวันออก (พระอาทิตย์ตกเวลาประมาณ ๑๘.๑๕ น.)


ชื่อผู้แต่ง           - ชื่อเรื่อง           คหเศรษฐศาสตร์ (ปีที่ ๒๓ ฉบับที่ ๓ กรกฏาคม ๒๕๒๒ ) ครั้งที่พิมพ์        - สถานที่พิมพ์      กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์        หสน. วิบูลย์กิจการพิมพ์ ปีที่พิมพ์           ๒๕๒๒ จำนวนหน้า      ๑๒๗ หน้า รายละเอียด                วารสารของสมาคมคหเศรษฐศาสตร์ประกอบด้วยบทความด้านการศึกษา  พัฒนาการครอบครัวและเด็ก  อาหารและโภชนา  ผ้าการแต่งกายและศิลปสัมพันธ์ การครองเรือนและเศรษฐกิจครอบครัว  บ้านเครื่องเรือนและเครื่องใช้และเบ็ดเตล็ด


       โบราณสถานพุหางนาคหมายเลข ๒ ตั้งอยู่บนยอดเขารางกะปิด พื้นที่บ้านเขาพระ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากเมืองโบราณอู่ทองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้        หลักฐานจากการดำเนินงานทางโบราณคดีพบว่า โบราณสถานพุหางนาคหมายเลข ๒ เป็นสิ่งก่อสร้างประเภท เจดีย์ ที่ก่อสร้างจากหินธรรมชาติ ศิลาแลง และอิฐ แต่ปัจจุบันเสื่อมสภาพไม่สามารถทราบรูปแบบได้ สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สำรวจทางโบราณคดีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และดำเนินงานขุดศึกษาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เสริมความมั่นคงเพิ่มเติม       โบราณวัตถุที่สำคัญซึ่งพบจากโบราณสถานพุหางนาคหมายเลข ๒ ได้แก่ พระพิมพ์ดินเผาอิทธิพลปาละพิมพ์เดียวกันหลายองค์ซึ่งบรรจุอยู่ในภาชนะดินเผา โดยฝังอยู่ใต้ฐานโครงสร้างโบราณสถาน จึงสามารถกำหนดอายุโบราณสถานว่าสร้างในสมัยทวารวดี         ภาชนะดินเผา        เป็นภาชนะมีคอปากผาย ขนาดค่อนข้างใหญ่ หรือที่เรียกว่า ทรงไห ส่วนลำตัวตกแต่งด้วยการนำเส้นดินบิดมาแปะติดคล้ายเกลียวเชือก ส่วนบ่ากดลายเป็นรูปสามเหลี่ยมเรียงเป็นแถวแนวนอน และเส้นลวดอีก ๒ เส้น ภายในบรรจุพระพิมพ์ดินเผาหลายองค์ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๕ (ประมาณ ๑,๑๐๐ - ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว)  พระพิมพ์ดินเผา (มีจารึก)        เป็นพระพิมพ์รูปพระพุทธรูปปางสมาธิ มีประภามณฑล ประทับบนบัลลังก์เหลี่ยมแวดล้อมด้วยเครื่องสูง ๕ ตำแหน่ง คือ เหนือพระเศียรมีฉัตร  ๑ คัน ข้างพระวรกาย ในระดับพระเศียรมีบังแทรกหรือบังสูรย์ ๒ คัน ถัดลงมามีจามร ๒ คัน ด้านหลังพระพิมพ์มีจารึกอักษรหลังปัลลวะ ภาษามอญโบราณ กล่าวว่า “บุญนี้(เป็นของ)กษัตริย์มะระตา(ผู้สร้าง)พระพุทธรูป จึงสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยกษัตริย์หรือชนชั้นปกครองในสมัยทวารวดี    เอกสารอ้างอิง ปรัชญา รุ่งแสงทอง. ผลการขุดแต่งโบราณสถานพุหางนาคหมายเลข ๒ กับการตอบคำถามเรื่อง “หินตั้ง”ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. พุหางนาคและคอกช้างดินร่องรอยพุทธและพราหมณ์บนเขาศักดิ์สิทธิ์. สมุทรสาคร:บางกอกอินเฮ้าส์, ๒๕๖๑. ผาสุข อินทราวุธ. ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ, ๒๕๒๘. สุภมาศ ดวงสกุล และคณะ. ศาสนสถานและสิ่งก่อสร้างบนเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์เมืองอู่ทอง  : ผลการสำรวจทางโบราณคดีบนเขตภูเขานอกเมืองอู่ทอง พ.ศ.๒๕๖๒. สุพรรณบุรี : สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี กรมศิลปากร, ๒๕๖๒.


เลขทะเบียน : นพ.บ.402/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 62 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 146  (58-70) ผูก 3 (2566)หัวเรื่อง : พระตติยสังคายนา--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



ชื่อเรื่อง : สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ชื่อผู้แต่ง : ชิน อยู่ดี ปีที่พิมพ์ : 2513 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : การพิมพ์พระนคร จำนวนหน้า : 274 หน้า สาระสังเขป : สมัยก่อนประวัติศาสตร์คือระยะเวลาของบริเวณหนึ่ง ประเทศหนึ่ง หรือของเผ่าพันธุ์หนึ่งเมื่อยังไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร และสิ้นสุดลงเมื่อมนุษย์ค้นคิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ ด้วยเหตุที่แต่ละประเทศมีตัวอักษรใช้ไม่พร้อมกัน การสิ้นสุดของสมัยก่อนประวัติศาสตร์และการเริ่มต้นสมัยประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศจึงแตกต่างกัน ในหนังสือเล่มนี้ จึงมีเนื้อหาในแต่ละสมัย ในแต่ละยุค ในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์



พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา ๑๕ นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี สัญลักษณ์เลข ๒ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕



-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ตามเค้าไปจับปลา -- ก่อนสถาปนาจังหวัดพะเยานั้น ชาวประมงหรือประชาชนทั้งหลายมีข้อควรคำนึงก่อนลงกว๊าน ห้วย หนอง คลอง และบึง 5 ประการ หากไม่ใส่ใจ . . . " คุก " คือคำตอบสุดท้าย. วันที่ 5 มีนาคม 2514 นายอำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ออกประกาศ " การทำประมงในกว๊านพะเยา และในลำน้ำลำคลองหนองบึง " โดยมีใจความสำคัญคือ ละเว้นทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมยกตัวอย่างวิธีทำประมงผิดกฎหมายดังนี้. 1. ใช้ระเบิดจับปลามีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10 เท่าของราคาสัตว์น้ำ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท 2. ครอบครองสัตว์น้ำที่ใช้ระเบิดจับมาได้ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 500 บาท 3. ใช้ยาเบื่อยาเมาจับสัตว์น้ำ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท 4. ติดตั้งทำนบ รั้ว เขื่อน ตาข่าย เพื่อกั้นทางไว้จับสัตว์น้ำ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท 5. หากปลูกพืชและก่อสร้างสิ่งใดลงในแหล่งน้ำโดยพลการ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท. ประเด็นสำคัญของประกาศฉบับนี้สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า " อย่าทำประมงผิดวิธีทั่วไปนั่นเอง " เพราะในอำเภอพะเยานิยมทำประมงพื้นบ้าน อุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่ เช่น สุ่ม เบ็ด ไซ แหตาห่างๆ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ อีกทั้งไม่ก่อมลภาวะเป็นพิษแก่แหล่งน้ำ อำเภอต้องการสื่อสารกับประชาชนให้ตระหนักเพียงแค่ " อย่ามักง่าย " เพราะไม่ใช่การทำมาหากินเอาตัวรอดไปวันๆ แต่ต้องการให้ลูกหลานในอนาคตได้ประโยชน์ด้วย สิ่งเหล่านี้. . . คืองานอนุรักษ์ก่อนเป็นจังหวัดพะเยาผู้เขียน: นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา (2) กษ 1.1.1.1/6 เรื่อง ประกาศอำเภอพะเยา เรื่องการกระทำการประมงในกว๊านพะเยาและในลำน้ำ ลำคลอง หนองบึง [ 5 มี.ค. - 30 มิ.ย. 2514 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


          หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้รับการสถาปนาเป็นหน่วยงานระดับกองในสังกัดกรมศิลปากรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พุทธศักราช 2495 และได้ถือเอาวันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันครบรอบวันสถาปนา ในพุทธศักราช 2566 นี้ จึงเป็นวาระครบ 71 ปี แห่งการสถาปนาหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร           กว่าเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการดูแลรักษาเอกสารจดหมายเหตุอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทรงคุณค่าเปรียบเสมือนคลังปัญญาของแผ่นดินให้คงอยู่สืบไป เพื่ออเนกประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ดังพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า "...หนังสือชนิดนี้ควรเข้าอาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี"


black ribbon.