ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,455 รายการ
วันที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจําปี 2568 "The Future of Thai Museums in Rapidly Changing Communities: อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทย การเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว" ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นายพนมบุตร จันทรโชติ กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสํานักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจําปี 2568 เพื่อน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐานการเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์แก่ประชาชนชาวไทย และเป็นประจําทุกปีที่องค์กรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์จะได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เพื่อสานต่อกิจการพิพิธภัณฑ์ไทยให้เป็นองค์กรที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้แก่ประชาชน และสนองตอบสังคมได้อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด "The Future of Thai Museums in Rapidly Changing Communities: อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทย การเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว" เพื่อเผยแพร่กิจการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ จากผู้ปฏิบัติงานพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ วัด และเอกชน ที่จะร่วมกันเป็นส่วนสําคัญในการกําหนดอนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทย มุ่งเน้น 3 ประเด็นสําคัญ ที่หยิบยกมาให้บุคลากรพิพิธภัณฑ์ได้ร่วมกันพูดคุยอภิปราย ได้แก่
1. การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
2. การส่งเสริมพลังและศักยภาพของเยาวชน
3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์การเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์
โดยมีหน่วยงานและพิพิธภัณฑ์เครือข่าย เข้าร่วมจํานวน 24 แห่ง เพื่อร่วมกันนําเสนอแนวทางในการพัฒนา พิพิธภัณฑ์ไทย ผ่านการบรรยาย การเสวนาเชิงวิชาการ กิจกรรมเวิร์คช็อป การออกร้านผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนงานพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยามค่ำคืน เป็นกรณีพิเศษ ในรูปแบบ Night Museum เพื่อสร้างมุมมองการชมพิพิธภัณฑ์ที่แปลกใหม่แก่ประชาชน
นายพนมบุตร กล่าวต่อไปว่า กรมศิลปากรตั้งเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมงานและผู้ปฏิบัติงานพิพิธภัณฑ์ได้รับโอกาสเรียนรู้และพัฒนาแนวคิดการบริหารจัดการให้ก้าวทันยุคสมัย พิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยจะร่วมกันพัฒนาความร่วมมือและปรับปรุงการดําเนินงานให้เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น และที่สําคัญที่สุดคือ ประชาชนทุกคนจะสามารถใช้ประโยชน์จากพิพิธภัณฑ์ในฐานะแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าร่วมกัน
รายงานผลการสำรวจสถานที่สำคัญในเขตตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์โดยนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยานักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ ภายใต้โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน กิจกรรมอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย เรื่อง "อยุธยาพัสตราภรณ์ : รูปแบบการแต่งการบนจิตรกรรมฝาผนัง" วิทยากรโดย นายพีรมณฑ์ ชมธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดไทยโบราณ และนายปัทพงษ์ ชื่นบุญ นักวิชาการการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ดำเนินรายการโดย นางสาววันลีย์ กระจ่างวี ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ หรือทาง Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya
ชื่อเรื่อง ลัทธิเอาอย่างและโคลนติดล้อผู้แต่ง กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากISBN/ISSN -หมวดหมู่ ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่ 089.9591สถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์การศาสนาปีที่พิมพ์ 2506ลักษณะวัสดุ 106 หน้าหัวเรื่อง ชุมนุมนิพนธ์
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก พิมพ์เป็นอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หลวงอนุการรัชฏ์พัฒน์ 14 พฟษภาคม 2506
งาน Mini light & sound เล่าเรื่องเมืองสุโขทัย และ ตลาดปสาน จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หากมีข้อติชมหรือต้องการแสดงความคิดเห็นสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ที่ Facebook อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (หน้าโปรไฟล์รูปพระอจน วันศรีชุม) Facebook Sukhothai Historical Park
แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ ต.นาอุดม อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เป็นแหล่งโบราณคดีในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือ ยุคเหล็ก อายุประมาณ 2500 -1500 ปีมาแล้ว จากการดำเนินงานระหว่าง ปี 2550-2552 ทั้งงานโบราณคดีและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการมรดกศิลปวัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่น ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลทางวิชาการที่ีสำคัญทั้งยังเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการโบราณคดีประเทศไทย นั่นก็คือ การค้นพบแหล่งผลิตกลองมโหระทึกในประเทศไทย เมื่อพิจารณาถึงการแพร่กระจายกลองมโหระทึกตามชุมชนโบราณหลายแห่งในประเทศไทย ซึ่งเดิมเราต่างก็เชื่อกันว่ากลองมโหระทึกเหล่านั้นผลิตขึ้นในแถบจีนตอนใต้และเวียดนามเหนือทั้งสิ้น จากหลักฐานสำคัญของแหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนแม่พิมพ์กลอง เบ้าหลอม ก้อนโลหะ (สำริด /ทองแดง) แม่พิมพ์เครื่องมือ เครื่องมือเครื่องใช้สำริด ได้แสดงถึงกิจกรรมด้านโลหะกรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการหล่อกลองมโหระทึก ซึ่งยังไม่เคยปรากฎหลักฐานในดินแดนประเทศไทยมาก่อน และอาจเป็นไปได้ว่ากลองมโหระทึกหลายใบที่พบในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร อาจจะผลิตขึ้นที่แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ นอกจากนั้นหลักฐานต่างๆที่ค้นพบยังบ่งบอกถึงลักษณะร่วมกันทางวัฒนธรรมหลายประการ สามารถนำไปสู่การอธิบายและแปลความการติดต่อสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างผู้คนในกลุ่มวัฒนธรรมเตียนในจีนตอนใต้ วัฒนธรรมดองซอนในเวียดนามตอนเหนือ และชุมชนโบราณของประเทศไทยต่อไป ( โดย สุกัญญา เบาเนิด นักโบราณคดีชำนาญการ)
วันจันทร์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๑๐ น. คุณวรรณา โชติประกาย พร้อมคณะ ๑๗ คน จากกรุงเทพมหานครเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท โดยมีนายสมพงษ์ ช่วยแสง เป็นวิทยากรนำชม