ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,439 รายการ

         กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญพระธาตุในพระกรัณฑ์ ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่            เทวดานพเคราะห์มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์)  ซึ่งมีเทพบริวารอีก 8 องค์ รวมเป็น 9 องค์ ถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประกอบด้วย พระอาทิตย์ ทรงราชสีห์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระจันทร์ ทรงม้า พระอังคาร ทรงมหิงสา พระพุธ ทรงคชสาร พระพฤหัสบดี ทรงกวาง พระศุกร์ ทรงโค พระเสาร์ ทรงพยัคฆ์ พระราหู ทรงพญาครุฑ และ พระเกตุ ทรงนาค           นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดงานตลาดศิลปหัตถกรรม “มู x คราฟต์  ใครใคร่ค้าม้าค้า” ภายใต้ธีมปีม้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ม้ากับประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ส่วนแสดงของสะสมเกี่ยวกับม้า และม้ากับศิลปะร่วมสมัย (ม้า art & craft) พร้อมกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย           ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เสริมสร้างความเป็นสิริมงคล สดชื่นรับปีใหม่ไทย ให้รื่นรมย์ตลอดปีระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1402 และ 0 2224 1333



***บรรณานุกรม***  แสง   มนวิทูร ชินกาลมาลีปกรณ์ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางพงษ์สวัสดิ์ สุริโยทัย ณ เมรุวัดธาตุทอง 15พฤศจิกายน พุทธศักราช 2518 กรุงเทพฯ  โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ 2518



 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00 น. นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และนางจุฬารัตน์ วันไชยธนวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนชาวชัยนาท ได้ร่วมกันห่มผ้าพระธาตุเจดีย์เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ณ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองชัยนาท เป็นการสักการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งสร้างความสามัคคี และเชื่อมโยงพุทธศาสนิกชนให้ใกล้ชิดกับพุทธศาสนาให้มากยิ่งขึ้น             โดยประเพณีนี้ชาวจังหวัดชัยนาทได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นประจำทุกปี และเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวชัยนาทอีกประเพณีหนึ่ง เพราะเชื่อว่า หากทำการห่มผ้าพระธาตุเจดีย์แล้วจะมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นสิริมงคลกับตนเองและครอบครัว             ซึ่งวัดพระบรมธาตุวรวิหาร มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ โดยถือกันว่าน้ำหน้าวัดเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง และภายในวิหารมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ





อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556   ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด   สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222


        วันเสาร์ที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ บุคลากรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน และ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ สาขาเชียงแสน จัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ ๒ เมษายน และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยจัดกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบและภายในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ สาขาเชียงแสน และ โบราณสถานวัดป่าสัก ตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus disease ๒๐๑๙) COVID-๑๙           ในการนี้ได้มีการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสบริเวณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน และสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ติดต่อราชการ


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 28 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด



ชื่อวัตถุ ชิ้นส่วนกลองมโหระทึก ทะเบียน ๒๗/๒๘๙/๒๕๓๒ อายุสมัย ๒๐๐ปีก่อนพุทธกาล -พุทธศตวรรษที่ ๕ (๒,๑๐๐-๒,๗๐๐ ปีมาแล้ว) วัสดุ สำริด ประวัติ ไม่ปรากฏประวัติเดิม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง รับมาจากคลังพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ สถานที่เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง “ชิ้นส่วนกลองมโหระทึก” ชิ้นส่วนหน้ากลองโหระทึกมีสถาพไม่สมบูรณ์ บนหน้ากลองมีลวดลายต่างๆ มีลายพระอาทิตย์อยู่ตรงกลาง และลายอื่นๆ อาทิ ลายเรขาคณิต อาคารบ้านเรือน ลายสัตว์ อาทิ เสือ และนก บนหน้ากลองยังมีประติมากรรมลอยตัวเป็นรูปหอยติดอยู่อีกด้วย กลองโหระทึก หมายถึง กลองที่ทำจากโลหะที่ผสมด้วยทองแดง ดีบุก และตะกั่ว สำหรับกลองมโหระทึกชิ้นนี้เป็นกลองที่พบมากในวัฒนธรรมดองซอน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เจริญอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ในช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ราวก่อนพุทธศตวรรษที่ ๒ – พุทธศตวรรษที่ ๗ (๑,๙๐๐ - ๒,๗๐๐ ปีมาแล้ว) และยังพบมากในทางตอนใต้ของประเทศจีนอีกด้วย ในประเทศเวียดนามได้พบหลักฐานการใช้กลองมโหระทึกขนาดเล็กเป็นเครื่องอุทิศให้กับคนตาย ส่วนกลองขนาดใหญ่มีการศึกษาตีความจากลวดลายว่าอาจใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น พิธีเฉลิมฉลอง และเพื่อความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น กลองมโหระทึกเป็นสิ่งของล้ำค่าในวัฒนธรรมดองซอน ของเวียดนาม ทั้งนี้ ได้พบกลองมโหระทึกกระจายอยู่ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงในประเทศไทยและในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งพบกลองมโหระทึกแบบ เฮเกอร์ ๑ โดยพบในแหล่งโบราณคดีที่เจริญอยู่ในช่วงสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ พุทธศตวรรษที่ ๓ – ๙ (๑,๗๐๐ – ๒,๓๐๐ ปีมาแล้ว) โดยพบมากในฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ส่วนฝั่งอันดามันพบที่แหล่งโบราณคดีควนลูกปัด (คลองท่อม) จังหวัดกระบี่ ซึ่งอาจจะเป็นชิ้นส่วนกบที่ติดอยู่บนหน้ากลองมโหระทึก ชิ้นส่วนหน้ากลองมโหระทึกชิ้นนี้ไม่ปรากฏแหล่งที่มา แต่ก็เป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดีโดยเฉพาะลาดลายบนหน้ากลองซึ่งมีรูปบ้านเรือน ซึ่งเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงอาคารหรือที่พักอาศัยของคนในสมัยก่อนเมื่อ ๑,๙๐๐ - ๒,๗๐๐ ปีมาแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นรูปแบบที่พักของผู้คนในวัฒนธรรมดองซอนซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ผลิตกลองมโหระทึก ทั้งนี้ ได้พบหลักฐานการผลิตกลองมโหระทึกที่แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นข้อมูลการค้นพบใหม่ที่น่าสนใจศึกษาเพิ่มเติมต่อไป เอกสารอ้างอิง - กรมศิลปากร.ศัพทานุกรมโบราณคดี.กรุงเทพ : บริษัท รุ่งศิล์ปการพิมพ์ จำกัด, ๒๕๕๐. - เขมชาติ เทพไชย.“กลองมโหระทึก : ที่พบในภาคใต้.” สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.๒๕๒๙ เล่ม ๑. กรุงเทพ: อมรินทร์การพิมพ์, ๒๕๔๒. - ธราพงศ์ ศรีสุชาติ, “เขาสามแก้ว : ชุมชนโบราณ” สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.๒๕๒๙ เล่ม ๑.กรุงเทพ : สถาบันทักษิณคดี,๒๕๒๙: ๓๘๘ - ๓๙๖. -เมธินี จิระวัฒนา.กลองมโหระทึกในประเทศไทย.กรุงเทพ : บริษัท อาทิตย์ โพรดักส์ กรุ๊ป จำกัด , ๒๕๕๐. - Tingley, N.. Art of ancient Viet Nam :Fron river plain to open sea. Germany : E&B Engelhardt und Bauer, ๒๐๑๐. - สุกัญญา เบาเนิด. หลักฐานสำคัญจากแหล่งโบราณคดีเนินหนองหอ จ.มุกดาหาร. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม ๒๕๖๐, จาก http://www.finearts.go.th


วันเสาร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๔๐ น. นักชั้นประถมศึกษาที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาที่ ๓ โรงเรียนบ้านหนองแวง ตำบลหนองแวง อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ นักเรียนจำนวน ๖๕ คน คุณครูจำนวน ๑๐ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมี นางถนอม หลวงกลาง พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ


black ribbon.